<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเมืองหลังเปิดสภามา ร้อนแรงทั้งในและนอกรัฐสภา โฟกัสไปที่วงงานรัฐสภาก่อน กับวาระการประชุมร่วมัฐสภาช่วง 17-18 พ.ย.นี้ ที่จะมีการพิจารณาลงมติเห็นชอบ-ไม่เห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างการพิจารณาของที่ประชุมร่วมรัฐสภามาเมื่อปลายเดือนกันยายน ซึ่งแม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เป็นคนนำรายชื่อสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย หลังคสช.ทำการเคาะโผมากับมือ โดยบิ๊กตู่ยืนกรานสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ปรากฏว่า ส.ว.บางส่วนก็ยังไม่ยอมง่ายๆ โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญมายกร่างรัฐธรรมนูญ จนมีข่าวว่า มี ส.ว.บางส่วนเคลื่อนไหวในการรวบรวมรายชื่อเพื่อเตรียมส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าการแก้ไขมาตรา 256 เพื่อร่าง รธน.ใหม่ทั้งฉบับทำได้หรือไม่ ..ทำให้ดูแล้ว การโหวตแก้ไข รธน.ช่วงสัปดาห์หน้า มีแนวโน้มม็อบบุกหน้ารัฐสภาอีกรอบแน่นอน....&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ความเห็นในเรื่องนี้ออกมา รุมอัด ส.ว.ที่มีแนวคิดดังกล่าว เช่น เทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ที่กล่าวเตือนไปถึงสภาสูง ให้ยกเลิกแนวทางดังกล่าว &amp;quot;แม้ว่าจะเป็นสิทธิ์ที่ ส.ว.จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่ก็ควรจะพิจารณาให้รอบด้านว่า จะมีผลดีหรือผลเสียอย่างไร จะเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมา เพียงแค่มีการเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการของรัฐสภา ก็ยังถูกข้อกล่าวหาจากสังคมว่า เป็นการยื้อหรือเป็นการซื้อเวลาให้กับรัฐบาล ถ้าหากครั้งนี้ยังมีสมาชิกวุฒิสภาส่วนหนึ่งดึงดันที่จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอีก ก็หนีไม่พ้นข้อกล่าวหาเรื่องการยื้อเวลา จะเป็นการเติมเชื้อไฟลงในม็อบของกลุ่มคณะราษฎร 2563 ที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้นอยู่ในขณะนี้ให้ร้อนแรงขึ้นไปจนถึงขั้นแตกหักได้ ....เป็นเสียงเตือน เสียงทักท้วง ที่ ส.ว.หลายคน ควรรับฟังไม่น้อย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ..ปิดรับสมัครไปเรียบร้อยสำหรับสนามเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) กับสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือ ส.อบจ. เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยตัวเลขที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง แจ้งออกมาอย่างไม่เป็นทางการก็คือ ตัวเลขรวมทั้ง 76 จังหวัด พบว่ามีผู้สมัครนายก อบจ. 335 คน, ผู้สมัครสมาชิกสภา อบจ. 8,306 คน รวมทั้งสิ้น 8,641 คน ..ก็น่าจับตาการหาเสียงต่อจากนี้ไปจนถึงวันลงคะแนนเสียง 20 ธ.ค. คงดุเดือดร้อนแรงแน่นอน โดยเฉพาะหลายจังหวัดที่เป็นศึกระดับ ช้างชนช้าง เดิมพันสูง แพ้ไม่ได้ ต้องสู้สุดฤทธิ์ ทำให้ผู้สมัครแต่ละคนโดยเฉพาะศึกชิงเก้าอี้นายก อบจ. คงสู้กันแบบหลายจังหวัดอาจกลายเป็นพื้นที่สีแดงในช่วงโค้งสุดท้าย ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางจังหวัดพบว่ามีเซอร์ไพรส์พอสมควร เช่นที่ บุรีรัมย์ ที่ นางกรุณา ชิดชอบ อดีตนายก อบจ.บุรีรัมย์ ภรรยานายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รอบนี้เว้นวรรคการเมือง และส่งภูษิต เล็กอุดากร อดีตสมาชิกสภา อบจ.บุรีรัมย์ เขต อ.พลับพลาชัย 3 สมัย ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานชายของนายเนวิน เดินทางมาสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.บุรีรัมย์ แทน โดย ซ้อต่าย-กรุณา ชิดชอบ บอกว่า อยากจะขอดูแลครอบครัว เนื่องจากลูกๆโตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้ว อีกทั้งอยากจะลงมาทำธุรกิจและกิจการที่ทางครอบครัวดำเนินการอยู่ ทั้งในเรื่องสโมสรฟุตบอล รวมถึงสนามแข่งรถช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิตให้เต็มที่กว่าที่เป็นอยู่ จึงอยากจะส่งต่อให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาบริหารดูแลพัฒนา จ.บุรีรัมย์ แทน...สนามนี้ ข่าวว่าหาคู่แข่งที่จะมาสู้สายของเนวิน ชิดชอบ ได้ยาก เพราะบารมีและผลงานที่ทำไว้ในจังหวัด เอาแค่เรื่องฟุตบอลอย่างเดียว ก็กลายเป็นหน้าตาของคนทั้งจังหวัดบุรีรัมย์ไปแล้ว เลยกลายเป็นสนามที่หลายคนบอก แค่เห็นคนสมัครก็รู้แล้วว่าใครชนะ!!!!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83218</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุณา ชิดชอบ, บันทึกหน้า4, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หิมะและอัคคี, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2019 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2019 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.ยกคำร้อง​ &#039;กรุณา​ ชิดชอบ&#039; ทุจริตเงินอบจ.บุรีรัมย์​ แต่ฟันวินัยไม่ร้ายแรงกับเจ้าหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27​ มิ.ย.62 - นายวรวิทย์ &amp;nbsp;สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​ (ป.ป.ช.)​ ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า​ สืบเนื่องจากปรากฎข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน​ (สตง.)​ มีการเรียกเงินคืนเกี่ยวกับการที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์จ่ายเงินอุดหนุนให้สมาคมกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ขนคนไปเชียร์ฟุตบอล สำนักงาน ป.ป.ช. จึงเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณามีมติให้รับไว้ดำเนินการ เป็นกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่านางกรุณา ชิดชอบ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ อนุมัติงบประมาณเงินอุดหนุนให้สมาคมกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์โดยมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นสำนักงาน ป.ป.ช. จึงดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริง โดยได้รวบรวมพยานหลักฐาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาและคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน โดยมีพลเอกบุณยวัจน์ &amp;nbsp;เครือหงส์ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน โดยจากการไต่สวน ปรากฎข้อเท็จจริงฟังได้ว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ ได้อนุมัติจ่ายเงินอุดหนุนโครงการส่งเสริมและพัฒนาการกีฬาสู่ความเป็นเลิศ ประจำปี 2554 &amp;ndash; 2556 ปีละ 20,000,000 บาท รวมเป็นเงิน 60,000,000 บาท ให้สมาคมกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อนำไปใช้ในการศึกษาแก่เด็ก เยาวชน ประชาชน และบุคลากรกีฬาได้ไปศึกษาดูงาน เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการแข่งขันกีฬาฟุตบอลหรือกีฬาประเภทต่างๆ ภายในประเทศหรือจังหวัดต่างๆ เพื่อพัฒนาเป็นนักกีฬาอาชีพ ในอนาคต และเพื่อส่งเสริมพัฒนามาตรฐานกีฬาฟุตบอลและกีฬาประเภทต่างๆ ของจังหวัดบุรีรัมย์ให้สูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การที่สมาคมกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์นำเงินอุดหนุนที่ได้รับไปใช้จ่ายเป็นค่าอาหาร ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าป้ายประชาสัมพันธ์ และค่าพาหนะจ้างเหมารถยนต์ เพื่อนำเด็ก เยาวชน ประชาชน และบุคลากรกีฬาเดินทางไปชมและเชียร์ฟุตบอลทีมบุรีรัมย์ยูไนเต็ดหรือบุรีรัมย์เอฟซีหรือบุรีรัมย์พีอีเอ ที่เข้าแข่งในจังหวัดต่างๆ ซึ่งไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของโครงการ จึงมีประเด็นที่ต้องพิจารณา ดังนี้​ 1. การอนุมัติงบประมาณเงินอุดหนุนโครงการดังกล่าวให้สมาคมกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์เป็นไปโดยชอบด้วยระเบียบกฎหมายหรือไม่ มีการเอื้อประโยชน์ต่อบุคคลหรือองค์กรใดหรือไม่ มีการทุจริตเงินโครงการหรือไม่​ ซึ่งจากการรวบรวมพยานหลักฐานฟังได้ว่าในการอนุมัติงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนให้สมาคมกีฬา​ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด กล่าวคือองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ สามารถตั้งงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนให้องค์กรที่จัดตั้งตามกฎหมายได้ ซึ่งสมาคมกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์เป็นองค์กรที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคมเมื่อปี 2537 จึงเป็นองค์กรที่จัดตั้งตามกฎหมาย ประกอบกับโครงการที่ขอรับการสนับสนุนเป็นโครงการที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์และประชาชนในเขตพื้นที่ได้รับประโยชน์ โดยได้มีการพิจารณาถึงความสอดคล้องกับแผนพัฒนาสามปีขององค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ ในยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านพัฒนาคุณภาพของคนและสังคม และได้ตั้งงบประมาณอุดหนุนโครงการไว้ในข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์​ กล่าวว่า​ นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้มีหนังสือเวียนซักซ้อมแนวทางปฎิบัติว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถตั้งงบประมาณอุดหนุนให้แก่องค์กรประชาชน องค์กรการกุศลและองค์กรที่จัดตั้งตามกฎหมาย ตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยไม่ต้องส่งโครงการ/กิจกรรมเสนอต่อคณะอนุกรรมการอำนวยการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัดแต่อย่างใด​ สำหรับประเด็นว่าการอนุมัติเงินอุดหนุนดังกล่าว มีการเอื้อประโยชน์ต่อบุคคลหรือองค์กรใดหรือไม่ มีการทุจริตเงินโครงการหรือไม่นั้น จากการรวบรวมพยานหลักฐานยังไม่ปรากฏว่ามีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่เสนอโครงการให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ เร่งรัดพิจารณาอนุมัติเป็นพิเศษแต่อย่างใด และไม่พบว่ามีการโอนเงินหรือทอนเงินจากสมาคมกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์หรือสมาคมฟุตบอลอื่นๆ กลับมายังผู้เกี่ยวข้องแต่อย่างใด จึงยังฟังไม่ได้ว่ามีการทุจริตเงินโครงการดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับรายงานผลการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาฯป.ป.ช. กล่าวว่า​ 2. การที่สมาคมกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์นำเงินอุดหนุนไปใช้ไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ใครเป็นผู้รับผิดชอบ​ ซึ่งจากการไต่สวนฟังได้ว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้มีหนังสือเวียนซักซ้อมแนวทางปฎิบัติว่า​ เมื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้อนุมัติเงินอุดหนุนแล้ว หน่วยงานที่ขอรับเงินอุดหนุนต้องรายงานผลการดำเนินงานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบ รวมทั้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน ถ้าหน่วยงานที่ขอรับเงินอุดหนุนไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเรียกเงินเท่าจำนวนที่อุดหนุนไปทั้งหมดคืน​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีนี้ ปรากฏพยานหลักฐานว่าสมาคมกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ผู้ขอรับทุนได้มีการรายงานผลการดำเนินงานให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ทราบ แต่ไม่พบว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ โดยคณะกรรมการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาท้องถิ่น ได้ดำเนินการติดตามผลโครงการดังกล่าวแต่อย่างใด​ สำหรับในส่วนของเงินอุดหนุนโครงการให้สมาคมกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ แต่สมาคมกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ กลับนำไปใช้จ่ายเป็นค่าอาหาร ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าป้ายประชาสัมพันธ์ และค่าพาหนะจ้างเหมารถยนต์ เพื่อนำเด็ก เยาวชน ประชาชน และบุคลากรกีฬาเดินทางไปชมและเชียร์ฟุตบอลทีมบุรีรัมย์ยูไนเต็ดหรือบุรีรัมย์เอฟซีหรือบุรีรัมย์พีอีเอนั้น พบว่า​ 2.1 ปีงบประมาณ 2554 สมาคมกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับเงินอุดหนุน 20,000,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยได้ใช้ในการขนคนไปชมและเชียร์ฟุตบอล 47 ครั้ง เป็นเงิน 19,735,500 บาท ที่เหลือ 264,500 บาท ได้ส่งคืนองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์​ 2.2 ปีงบประมาณ 2555 สมาคมกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับเงินอุดหนุน 20,000,000 บาท โดยได้ใช้ในการขนคนไปชมและเชียร์ฟุตบอล 35 ครั้ง เป็นเงิน 19,992,000 บาท ที่เหลือ 8,000 บาท ได้ส่งคืนองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ 2.3 ปีงบประมาณ 2556 สมาคมกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับเงินอุดหนุน 20,000,000 บาท โดยได้ใช้ในการขนคนไปชมและเชียร์ฟุตบอล 16 ครั้ง เป็นเงิน 20,000,000 บาท รวมใช้เงินไปทั้งสิ้น 59,727,500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาฯป.ป.ช.กล่าวอีกว่า​ ทั้งนี้ สตง.ได้ตรวจสอบและแจ้งให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ และผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ดำเนินการ 1.เรียกเงินคืนจากสมาคมกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นเงิน 59,727,500 บาทแล้ว แต่สมาคมกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ยังไม่ส่งคืน ดังนั้นองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ จึงได้ขอให้อัยการจังหวัดบุรีรัมย์ฟ้องเป็นคดีแพ่ง 2.ดำเนินการทางวินัยกับผู้เกี่ยวข้อง คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติว่า 1.การกระทำของนางกรุณา​ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ ยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ข้อกล่าวหาไม่มีมูลความผิดอาญา​ 2.ส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชา ดำเนินการลงโทษทางวินัยไม่ร้ายแรงกับเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ติดตามผลและประเมินผล และรายงานให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทราบ​ และ 3.ให้จังหวัดบุรีรัมย์ ติดตามผลการดำเนินคดีทางแพ่ง และรายงานให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39592</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุณา ชิดชอบ, ขนคนเชียร์ทีมบุรีรัมย์, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.), ทุจริตเงิน อบจ.บุรีรัมย์, สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน​ (สตง.)​, องค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d144e3c91eef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2019 14:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2019 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อนุทิน” ควง “ลุงเนวิน - ป้าต่าย” สวมเสื้อทีม “พักผ่อน” ใช้สิทธิ์เลือกตั้งบุรีรัมย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 24 มี.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด และนางกรุณา ชิดชอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ที่เขต 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่านายอนุทิน ได้ได้สวมเสื้อยืดสีดำ สกรีนข้อความว่า &amp;ldquo;พักผ่อน&amp;rdquo; เช่นเดียวกับนายเนวิน และนางกรุณา มาใช้สิทธิ์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โดยผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดจึงใส่เสื้อว่าพักผ่อน ซึ่งนายอนุทิน ไม่ได้ตอบคำถามได้แต่หัวเราะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังการใช้สิทธิ์เลือกตั้ง นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่าจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ข้อมูลว่ามีประชาชนมาใช้สิทธิ์จำนวนมาก และเท่าที่สอบถามจากทีมงานผู้สมัคร พบว่าประชาชนมาใช้สิทธิ์ค่อนข้างมากเช่นกัน ส่วนบุตรชายไปใช้สิทธิ์ที่ จ.สมุทรปราการก็บอกว่าต้องรอต่อแถวถึงสองแถว และเดินวนกว่าจะได้ใช้สิทธิ์เท่ากับว่าประชาชนให้ความสำคัญในระบอบประชาธิปไตยเป็นอย่างมาก และถือเป็นการประกาศความชัดเจน ว่าประเทศไทยต้องอยู่ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้น ก็ขอให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความราบรื่น บริสุทธิ์ยุติธรรม และให้เกียรติกับทุกคะแนนเสียงของประชาชน เพื่อที่บ้านเมืองจะได้เกิดความสงบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยขอขอบคุณประชาชน ที่ได้มอบความไว้วางใจให้กับพรรคทุกคะแนนเสียง แต่ขอให้รอผลออกมาก่อนจะได้รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไป เพราะวันนี้มีเพียงผลอย่างไม่เป็นทางการก็ไม่ควรแสดงท่าทีอะไร จนกว่าผลการเลือกตั้งจะประกาศอย่างเป็นทางการโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงจะกำหนดทิศทางได้ ซึ่งตนได้กำชับสมาชิกพรรคให้อยู่ในที่ตั้งคอยตรวจคะแนนให้เรียบร้อย และน้อมรับผลคะแนนในทุกกรณี ทั้งนี้ ตนคงรอลุ้นผลคะแนนที่ จ.บุรีรัมย์ก่อน ซึ่งระหว่างนี้ตนจะตระเวนไปดูบรรยากาศตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ พื้นที่จ.บุรีรัมย์ และจังหวัดใกล้เคียง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32094</URL_LINK>
                <HASHTAG>#บุรีรัมย์, กรุณา ชิดชอบ, อนุทิน ชาญวีรกูล, เนวิน ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190324/image_big_5c97321d17a37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชนน์ชนก&#039;ลูกชายนวิน สมัครทหารทบ.ผลัด 2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย. 61 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ ในปี 2561 วันสุดท้ายในเขตอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ที่หอประชุมอำเภอเมืองบุรีรัมย์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก โดยมีชายหนุ่มที่อายุถึงเกณฑ์เข้ามารับการตรวจเลือกเป็นจำนวนมาก มีผู้ปกครอง ญาติ พี่น้อง ต่างพากันมาให้กำลังใจบุตรหลานเข้ารับการตรวจเลือกทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในปีนี้ นายชนน์ชนก ชิดชอบ บุตรชายของนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร ฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด กับนางกรุณา ชิดชอบ มีอายุเข้าข่ายต้องรับการตรวจคัดเลือกเข้าเป็นทหารกองประจำการในปีนี้ด้วย ในส่วนของ อ.เมืองบุรีรัมย์ หลังจากก่อนหน้านี้ได้ผ่อนผันมาแล้ว ขณะเรียนอยู่ที่ประเทศอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายชนน์ชนก ชิดชอบ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30/2 ม.4 ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้ร้องขอสมัครเข้ารับการตรวจเลือกทหารเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ โดยไม่ขอจับฉลาก พร้อมกล่าวว่าเป็นความตั้งใจของตนเองแต่แรกแล้วที่อยากเป็นทหารรับใช้ชาติ และครอบครัวก็ให้การสนับสนุน จึงสมัครเป็นทหารผลัดที่ 2 กองทัพภาคที่ 2 สังกัดมณฑลทหารบกที่ 26 ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จ.บุรีรัมย์ เพราะคิดว่าการเป็นทหารได้ประโยชน์อะไรหลายอย่าง ทั้งประสบการณ์ใหม่ๆในชีวิต ความมีระเบียบวินัย สุขภาพร่างกายแข็งแรง และได้รับสิทธิต่างๆ จากราชการอย่างครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีพระสงฆ์ เข้ารับการตรวจเลือกทหารเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการในครั้งนี้ด้วย &amp;nbsp; แต่ที่สร้างความฮือฮาและสีสันให้กับการตรวจเลือกทหารกองเกินในครั้งนี้ คือ มีสาวประเภทสองที่เดินทางเข้ารายงานตัว และเข้าร่วมคัดเลือกทหารกองเกิน เนื่องจากสาวประเภทสอง แต่ละคนหน้าตาสวยแต่งตัวจัดเต็มเหมือนผู้หญิงแทบแยกไม่ออก ยกเว้นเสียงพูด หลังจากเจ้าหน้าที่ทหารได้พาสาวประเภทสองไปตรวจร่างกาย พบว่ามีร่างกายไม่ตรงกับเพศกำเนิด จึงได้รับการยกเว้นการจับใบดำ ใบแดง สร้างความดีใจเป็นอย่างมาก และเป็นสีสันในการคัดเลือกทหารกองเกินในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ในปีนี้ นายโชติชนก ชิดชอบ บุตรชายของนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร ฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด กับนางกรุณา ชิดชอบ อีกคนหนึ่ง มีอายุเข้าข่ายต้องรับการตรวจคัดเลือกเข้าเป็นทหารกองประจำการในปีนี้ด้วย ในส่วนของ อ.เมืองบุรีรัมย์ ตามหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้านเลขที่ 30/2 ม.4 ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ แต่ได้รับการผ่อนผันการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหาร ตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.2497 มาตรา 27 (2) กรณีเป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาระดับปริญญาตรีอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นการผ่อนผันการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหาร ครั้งที่ 1.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6823</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุณา ชิดชอบ, ชนน์ชนก ชิดชอบ, บุรีรัมย์, ลูกเนวิน, สมัครทหาร, เนวิน ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5acc41b83856c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
