<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42855</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2019 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2019 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.มอบรางวัลภาพถ่ายสะพานฯ65 รางวัล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;06 ส.ค. 2562 นายกฤชเทพ สิมลี อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.)ได้มอบรางวัลให้กับผู้ชนะโครงการประกวดภาพถ่ายสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลจัดขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาพัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์โครงการสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีทั้งหมด 13 แห่ง ได้แก่ สะพานพระราม 3 (Phra Ram 3 Bridge) สะพานพระราม 4 (Phra Ram 4 Bridge) สะพานพระราม 5 (Phra Ram 5 Bridge) สะพานพระราม 7 (Phra Ram 7 Bridge) สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ (Maha Chetsadabodinthranuson Bridge) สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า (Somdet Phra Pinklao Bridge) สะพานพระพุทธยอดฟ้า (Phra Phutthayotfa Bridge) สะพานพระปกเกล้า (Phra Pokklao Bridge) สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (Somdet Phrachao Taksin Maharat Bridge)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สะพานกรุงธน (Krung Thon Bridge) สะพานกรุงเทพ (Krung Thep Bridge) สะพานภูมิพล 1 (Bhumibol 1 Bridge) และสะพานภูมิพล 2 (Bhumibol 2 Bridge) มีประชาชนทั่วไป ช่างภาพมืออาชีพ มือสมัครเล่น นักเรียน นักศึกษา ได้ส่งผลงานภาพถ่ายสะพานมาร่วมเข้าประกวดจำนวนมาก มีความสวยงามมาก ได้รับรางวัลมากถึง 65 รางวัล ดังนี้- รางวัลชนะเลิศ จำนวน 13 รางวัล ซึ่งจะได้รับโล่เกียรติยศ เกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล รางวัลละ 15,000 บาท
- รางวัลรองชนะเลิศ จำนวน 13 รางวัล ซึ่งจะได้รับเกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล รางวัลละ 10,000 บาท
- รางวัลชมเชย จำนวน 39 รางวัล ซึ่งจะได้รับเกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล รางวัลละ 2,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับภาพที่ได้รับรางวัล จะได้จัดแสดงในนิทรรศการ &amp;ldquo;โครงการประกวดภาพถ่ายสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;rdquo; ณ บริเวณชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยประชาชนสามารถเข้าร่วมชมภาพถ่ายได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2562 ช่วงเวลา 10.00 &amp;ndash; 21.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42855</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤชเทพ สิมลี, อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190806/image_big_5d49435284b04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2019 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2019 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.ช่วยบรรเทาภัยแล้งแจกจ่ายน้ำให้ประชาชนทั่วทุกภูมิภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมทางหลวงชนบท หวังบรรเทาความเดือดร้อนช่วงภัยแล้งสนับสนุนรถบรรทุกน้ำ พร้อมเจ้าหน้าที่ ช่วยเหลือประชาชนทั่วทุกภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.62-นายกฤชเทพ สิมลี อธิบดีกรมทางหลวงชนบท(ทช.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2562 เป็นต้นมากรมฯ ได้จัดรถบรรทุกน้ำสำหรับอุปโภค บริโภค เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยแล้งในหลายพื้นที่ทั่วทุกภูมิภาค โดยสำนักงานทางหลวงชนบท แขวงทางหลวงชนบท และหมวดบำรุงทางหลวงชนบทในพื้นที่ ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ประสบภัยแล้งอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กรมฯมีแนวทางการบรรเทาความเดือดร้อน ได้แก่ การประสานข้อมูลพื้นที่ที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือกับจังหวัดการสนับสนุนรถบรรทุกน้ำ เพื่อแจกจ่ายน้ำแก่ประชาชน ซึ่งปัจจุบันกรมทางหลวงชนบท ได้นำรถบรรทุกน้ำประปาสะอาด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ เข้าช่วยเหลือแจกจ่ายน้ำทั่วทุกภูมิภาคแล้ว จำนวน 700,180 ลิตร แบ่งออกได้ ดังนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน จำนวน 76,000 ลิตร,&amp;nbsp;ภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา เพชรบุรี ราชบุรี และสระแก้ว จำนวน 481,400 ลิตร,
&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดยโสธร ร้อยเอ็ด เลย บุรีรัมย์ หนองคาย และอำนาจเจริญจำนวน 58,500 ลิตร และ&amp;nbsp;ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดพังงา พัทลุง ภูเก็ต สงขลา และสตูล จำนวน 84,280 ลิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทช.จะเฝ้าติดตามสถานการณ์เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนและทุกหน่วยงานร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดและหากประชาชนต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1146 หรือแขวงทางหลวงชนบทจังหวัดในพื้นที่
เพื่อทาง ทช.จะได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35496</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท(ทช.), กฤชเทพ สิมลี, ภัยแล้ง, รถบรรทุกน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190510/image_big_5cd5176f85651.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2019 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2019 17:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.กางแผนปี 63ใช้ยางพาราปูถนนทั่วประเทศ 1.8หมื่นตัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมทางหลวงชนบท เผย ปี 63 เพิ่มการใช้ยางพาราสร้าง-บำรุงถนนทั่วประเทศ 1.8 หมื่นตันทั่วประเทศ รวมทั้งเปลี่ยนหลักนำโค้งเป็นแบบยางพารา 800,000 หลัก เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคายางพาราภายในประเทศและส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนยางมีรายได้อย่างยั่งยืน หนุนรายได้ชาวสวนยาง เพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
04 มี.ค. 62- นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักด้านงานทาง กำหนดแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง โดยให้ดำเนินโครงการศึกษาวิจัยความเหมาะสมของการนำยางพารามาเป็นส่วนประกอบหลักผสมกับยางแอสฟัลต์ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทานให้กับวัสดุผิวทาง และการประยุกต์ใช้ยางพารารูปแบบอื่น ๆ ทั้งในงานทาง งานสะพาน และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยบนทางหลวง เช่น เสาหลักนำทาง ยางกรวยกั้นถนน เป็นต้น โดยคำนึงถึงความปลอดภัย ความคุ้มค่าสูงสุด เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง และสร้างความยั่งยืนให้แก่ราคายางพารา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;นายกฤชเทพ สิมลี รองปลัดกระทรวงคมนาคม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมได้มีนโยบายส่งเสริมการใช้ยางพาราในงานทาง ซึ่งการนำยางพารามาเป็นส่วนผสมของถนนก็เป็นอีกหนึ่งมาตรการในการผลักดันการใช้ยางพาราภายในประเทศ สามารถช่วยเพิ่มเม็ดเงินให้ชาวสวนยางให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ในส่วนของ ทช.ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมด้านการส่งเสริมการใช้ยางพาราในหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเพิ่มมูลค่าและสนับสนุนการใช้ยางพาราภายในประเทศให้เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยได้มีการวิจัยและพัฒนางานทางเพื่อสนับสนุนการใช้ยางพารามาเป็นส่วนผสม ซึ่งการนำยางพารามาเป็นส่วนผสมในการก่อสร้างหรือซ่อมบำรุงถนนนั้น จะเป็นการช่วยเสริมประสิทธิภาพและสมรรถภาพของพื้นผิวถนนให้ดีขึ้น เพิ่มความฝืดเพื่อความขับขี่ที่ปลอดภัย ต้านทานการลื่นไถลที่ดีกว่าอีกด้วย โดยปี 2556 &amp;ndash; 2561 ได้ใช้ยางพาราในงานทางไปแล้ว จำนวน 33,620 ตัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับในปี 2562 ทช.ได้นำยางพารามาใช้เป็นส่วนผสมในการก่อสร้าง งานซ่อมบำรุง งานอำนวยความปลอดภัยทั่วประเทศ จำนวน 11,300 ตัน งบประมาณรวมค่าก่อสร้าง 13,293.49 ล้านบาท และในปี 2563 ทช.มีแผนเพิ่มส่วนผสมยางพาราจาก 5 % เป็น 8 % ซึ่งจะใช้ยางพาราดิบประมาณ 18,000 ตัน งบประมาณรวมค่าก่อสร้าง 21,145 ล้านบาท พร้อมทั้งมีแผนที่จะเปลี่ยนหลักนำโค้งที่อยู่บนถนนทางหลวงชนบททั่วประเทศ จำนวน 800,000 หลัก ให้เป็นหลักนำโค้งที่ทำจากยางพารา ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณ 1,600 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ทช.ยังได้ร่วมหารือกับการยางแห่งประเทศไทย ในการที่จะเร่งพัฒนาการนำยางพารามาใช้ในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการอำนวยความปลอดภัยทางถนน ได้แก่ หลักกิโล ทางเท้า แผงกั้นจราจร (Barrier) ราวกันอันตราย (Guard Rail) และแถบชะลอความเร็ว (Rumble Strip) เพื่อจะสนับสนุนการใช้ยางพารา ในประเทศให้เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ตลอดจนเพื่อเป็นแนวทางที่จะสามารถต่อยอดนำไปปรับใช้ในถนนทางหลวงท้องถิ่นต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30464</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท, กระทรวงคมนาคม, กฤชเทพ สิมลี, ยางพารา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20190304/image_mid_5c7cf8e91e647.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2019 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2019 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.ลุยศึกษาออกแบบถนนจ.สงขลาหนุนขนส่งด่านชายแดนใต้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมทางหลวงชนบทลุยสำรวจและออกแบบถนนทางหลวงชนบทสาย สข.4040 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4135-ทล 4145 อำเภอสะเดา,คลองหอยโข่ง จ.สงขลา หนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวและขนส่งด่านชายแดนใต้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
18 ก.พ.62-นายกฤชเทพ สิมลี รองปลัดกระทรวงคมนาคม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทางหลวงชนบท กเปิดเผยว่าจังหวัดสงขลามีพื้นที่ติดกับชายแดนประเทศมาเลเซีย มีด่านชายแดนที่สำคัญทั้งด่านปาดังเบซาร์และด่านสะเดา รวมทั้งเป็นจังหวัดที่มีชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ทช.จึงได้ดำเนินโครงการสำรวจและออกแบบถนนทางหลวงชนบทสาย สข.4040 แยก ทล.4135 (กม.ที่ 8+300) &amp;ndash; ทล.4145 อำเภอสะเดา,คลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการศึกษาของโครงการจะเป็นสำรวจออกแบบถนนสายดังกล่าว ออกแบบจุดเชื่อม จุดตัดกับถนนสายต่าง ๆ และจัดภูมิทัศน์บริเวณโครงการ รวมถึงการออกแบบสะพานคลองส่งน้ำชลประทาน และ/หรือ ลำน้ำ โดยมีจุดเริ่มต้นโครงการอยู่บริเวณถนนทางหลวงชนบทสาย สข.4040 ซึ่งเป็นทางหลวงชนบทที่มีแนวถนนโครงการต่อเชื่อมจากทิศเหนือไปทิศใต้ เริ่มต้นจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4135 บริเวณ กม.ที่ 8+300 (สนามบินนานาชาติหาดใหญ่) จากนั้นแนวเส้นทางจะเข้าบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลขหมายเลข 4145 บริเวณ กม. ที่ 3+000 ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดโครงการ ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร โดยมีพื้นที่ครอบคลุม ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ ตำบลทุ่งลาน ตำบล โคกม่วง อำเภอคลองหอยโข่ง และตำบลท่าโพธิ์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะช่วยบรรเทาการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 4 สนับสนุนการเชื่อมต่อโครงข่ายระบบการคมนาคมขนส่งให้ต่อเนื่อง จากทางอากาศ (สนามบินนานาชาติหาดใหญ่) มาทางบกมุ่งสู่ด่านชายแดนฯ อำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ให้กับจังหวัดสงขลาและประเทศไทย &amp;nbsp;
อีกทั้งยังทำให้โครงข่ายคมนาคมขนส่งและบริการสาธารณะมีประสิทธิภาพ สามารถรองรับกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคตได้อย่างมีเสถียรภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ทช.ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนไปแล้ว จำนวน 1 ครั้ง (ปฐมนิเทศโครงการ) โดยได้นำเสนอความเป็นมาของโครงการ แผนการดำเนินงานโครงการ แนวทางการพัฒนาโครงการ ข้อมูลด้านวิศวกรรม ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ ซึ่งเสียงประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วย ยินดีให้ความร่วมมือและต้องการให้โครงการดังกล่าวเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ทช.จะจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอีกจำนวน 2 ครั้ง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับความต้องการของประชาชนให้มากที่สุดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29384</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤชเทพ สิมลี, ชสบแดน, ทางหลวงชนบท, มาเลเซีย, สงชลา, สำรวจถนน, ออกแบบถนน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6a42afa24b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2019 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2019 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวตั้ง กฤชเทพ นั่งอธิบดี ทช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอให้ นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงคมนาคม และให้นายกฤชเทพ สิมลี รองปลัดกระทรวงคมนาคม ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงชนบทแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนุมัติให้นายจิรุตม์ วิศาลจิตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคมไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง นายสมัย โชติสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคมไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวกอบกุล โมทนา ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางอากาศ ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นางสาวดุจดาว เจริญผล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางบก ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ และนายวิทยา ยาม่วง ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจทางน้ำ ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงฯโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27289</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤชเทพ สิมลี, ครม., สนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี, อธิบดีกรมทางหลวงชนบท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190123/image_big_5c47cf9423422.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
