<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 11:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฤษฎีกาเร่งพิจารณาแก้กม.สารโด๊ป ปม&#039;WADA&#039;แบนไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 64 - นายนพดล&amp;nbsp; เภรีฤกษ์ โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ชี้แจงกรณีที่มีข่าวว่าการแก้ไขพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ.2555 ขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติดังกล่าวของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ.2555 นั้น คณะรัฐมนตรีและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพิ่งรับทราบข้อสังเกตขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (World Anti-Doping Agency : WADA) ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้กำลังประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาว่าประเด็นที่ WADA ต้องการให้แก้ไขเพิ่มเติมมีเรื่องใดบ้าง หากได้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงกันเป็นลายลักษณ์อักษรจากการกีฬาแห่งประเทศไทยแล้ว จะได้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายให้ถูกต้องและสอดคล้องกับความต้องการต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119393</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎีกา, นพดล เภรีฤกษ์, พ.ร.บ.คุมใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา, สารโด้ป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_6112078d0ba3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หาช่องขายออนไลน์ คุมราคาแก้หวยแพง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองสลากชงกฤษฎีกาหาช่องเปิดออนไลน์ ตั้งโต๊ะขายเองคุมราคา 80 บาท แก้ปัญหาหวยแพง ขู่ผู้ค้ายกเลิกสัญญาถ้าขายช่วงสลากให้แพลตฟอร์มต่างๆ สมาคมพัฒนาคนพิการฯ ยื่นหนังสือเรียกร้องจัดสรรโควตาเพิ่มคนละ 10 เล่ม จากเดิมไม่เพียงพอ เฉลี่ยแล้วไม่ถึงเล่มต่อคน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 16 ก.ย. นายธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ในฐานะโฆษกสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า การขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา 80 บาท เป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน ต้องค่อยๆ แก้ปัญหา เนื่องจากเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เพราะ พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลฯ กำหนดให้ต้องขายขาดทั้ง 100 ล้านฉบับต่องวดโดยไม่รับซื้อคืน เพื่อนำรายได้ไปจัดสรรเงินรางวัลตามกฎหมาย โดยแบ่งเป็นจ่ายเงินรางวัล 60% นำส่งรัฐ 23% รายได้ผู้ขาย 14% และเงินค่าบริหารจัดการ 3%
&amp;ldquo;ดังนั้น สำนักงานสลากฯ เห็นว่าการแก้ไขปัญหาแบบเบ็ดเสร็จต้องออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ขายด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตีความของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาว่าสำนักงานฯ จะสามารถเปิดแพลตฟอร์มขายสลาก 80 บาทได้เองหรือไม่ ถ้าสามารถทำได้ กองสลากจะดำเนินการขายสลากเองแน่นอนที่ราคา 80 บาท&amp;quot; นายธนวรรธน์กล่าว
โฆษกสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลกล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่มีเอกชนหลายรายเปิดแพลตฟอร์มรับซื้อขายสลากในราคา 80 บาทนั้น ถือว่าเป็นการส่งเสริมให้ผู้ค้าที่ทำสัญญากับกองสลากทำผิดระเบียบข้อตกลง คือมีการขายช่วงสลากไม่ได้รับสลากไปขายเอง ดังนั้นหากกองสลากทราบว่ามีคู่สัญญารายใดขายช่วงสลากให้แพลตฟอร์มต่างๆ จะเร่งดำเนินการยกเลิกสัญญาให้หมด
วันเดียวกัน นายสวาด ไกวสินธุ์ นายกสมาคมพัฒนาคนพิการและผู้ด้อยโอกาส พร้อมผู้พิการจาก 10 จังหวัด รวมกว่า 100 คน เดินทางมายังสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จ.นนทบุรี เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้มีการจัดสรรโควตาเพิ่มเติม โดยมี พ.ท.หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นผู้รับหนังสือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสวาดกล่าวว่า ปัจจุบันสมาคมได้รับโควตาการจัดสรรสลากอยู่ที่ 15 เล่ม เล่มละ 100 ใบ แต่จำนวนสมาชิกมีอยู่ทั้งหมด 20 คน ทำให้การกระจายสลากให้กับสมาชิกไม่เพียงพอ เฉลี่ยคนละไม่ถึง 1 เล่ม โดยได้รับมาในราคาต้นทุนใบละ 68 บาท นำไปขายปลีกในราคา 70-80 บาท และนำส่วนต่างที่ได้จากการขายมาแบ่งให้แก่สมาชิกในสมาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องการเรียกร้องให้สำนักงานสลากฯ จัดสรรโควตาสลากเพิ่มเติมให้กับคนพิการทั่วประเทศเป็นรายบุคคล คนละ 10 เล่ม แทนการจัดสรรแบบภาพรวมให้แก่สมาคม เพื่อให้คนพิการทุกคนมีโควตาสลากเท่ากัน และให้มีรายได้เป็นของตัวเอง&amp;quot; นายสวาดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา&amp;nbsp;โดยกำหนดสัดส่วนการจัดสรรเงินส่วนลดให้ตัวแทนจำหน่ายรายย่อยมีรายได้จากการจำหน่ายสลากมากขึ้นเป็นร้อยละ 12 (จากเดิมส่วนลดร้อยละ 7) และยังเป็นแรงจูงใจให้ร่วมขายสลากในราคา 80 บาท รวมถึงยังบังคับใช้กฎหมายเปิดช่องทางให้ประชาชนแจ้งเบาะแส
ทั้งนี้ หากประชาชนพบการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา&amp;nbsp;ผู้นำแจ้งจับจะได้รับเงินรางวัลคดีละ 1,000 บาท เจ้าหน้าที่จับกุมได้รับเงินรางวัลคดีละเท่ากับจำนวนเงินที่เปรียบเทียบปรับ แต่ไม่เกิน 2,000 บาท/คดี&amp;nbsp;และมีการแก้ไขพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งฯ 2517 เพิ่มโทษการขายเกินราคา จากเดิมปรับไม่เกิน 2,000 บาท เป็นปรับไม่เกิน 10,000 บาท
นอกจากนี้ มาตรการเชิงรุกจัดให้มีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายสลากทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ตรวจราคาขาย การรวมสลากชุด เพื่อยกเลิกการเป็นตัวแทนจำหน่ายผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญา โดยมีข้อมูลตั้งแต่ปี 2559-2563 ยกเลิกตัวแทนขายรายย่อย ประเภทบุคคล 8,318 ราย ส่วนกลาง 2,909 ราย ส่วนภูมิภาค 3,814 ราย คนพิการ 1,595 ราย ยกเลิกสมาชิกของสมาคม-องค์กร 8,131 ราย ยกเลิกการเป็นผู้ซื้อ-จองล่วงหน้าสลาก 5,464 ราย รวม 30,231 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116936</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎีกา, กองสลาก, สมาคมพัฒนาคนพิการ, สลากกินแบ่งรัฐบาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดออนไลน์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f997eb706ffa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 14:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 14:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฤษฎีกา​ แจง​ไม่รับตีความปมองค์กรท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีน​ เหตุ​ 3​ สมาคมฯไม่ได้อยู่อำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1​ มิ.ย.64 - นายนพดล เภรีฤกษ์​ โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา​ ได้ชี้แจงกรณีขอหารือประเด็นการวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินกรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีน Covid-19 เพื่อฉีดให้กับประชาชน​ ว่า​ ตามที่สื่อมวลชนได้มีการเสนอข่าวว่ามีการหารือการวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินกรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 เพื่อฉีดให้กับประชาชน ขณะนี้รอการวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา นั้น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขอเรียนว่า เรื่องนี้ได้มีการหารือโดยสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ซึ่งการพิจารณาให้ความเห็นทางกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกาต้องเป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าด้วยการรับปรึกษา ให้ความเห็นทางกฎหมายของกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ.2522&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ข้อ 3 แห่งระเบียบดังกล่าวกำหนดว่า กรรมการกฤษฎีกาจะพิจารณาให้ความเห็นทางกฎหมายแก่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ คณะกรรมการซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเฉพาะเรื่องโดยผ่านทางกระทรวง ทบวง กรม ผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือผู้ซึ่งคณะรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรีเห็นสมควรให้ขอความเห็นทางกฎหมายเป็นการเฉพาะราย แต่โดยที่สมาคมทั้ง 3 แห่ง ดังกล่าวมิได้เป็นหน่วยงานของรัฐหรือบุคคลตามที่กำหนด &amp;nbsp;ดังนั้น สำนักงานฯ จึงไม่อาจรับข้อหารือดังกล่าวไว้พิจารณาได้ และได้แจ้งให้ผู้ขอหารือทราบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104912</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎีกา, นพดล เภรีฤกษ์, วัคซีนโควิด, อปท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b5e08d48e19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 17:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 (รอบ 6 เดือน)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;นับตั้งแต่วันที่ 11&amp;nbsp; เมษายน 2564 ที่ผ่านมา อัตราดอกเบี้ยของการชำระหนี้ได้ถูกปรับเปลี่ยนแก้ไขให้เกิดความเป็นธรรมกับลูกหนี้และสอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบันมากขึ้น อาทิ ปรับดอกเบี้ยจากเดิม 7.5% ต่อปี ให้เหลือ 3% ต่อปี เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ ต้องจ่ายดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี ปรับเป็น 5% ต่อปี และการผิดนัดชำระหนี้เวลาผ่อนส่งเป็นงวด จากเดิมคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นที่ค้างทั้งหมด ปรับเป็นคิดจากเงินต้นเฉพาะงวดที่ผิดนัดเท่านั้น ฯลฯ อันเป็นผลจากพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2564 กฎหมายดังกล่าวจะช่วยลดโอกาสในการเกิดหนี้เสียและลดจำนวนการฟ้องร้องอันจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม กฎหมายอีกฉบับที่ก่อให้เกิดผลดีทางด้านเศรษฐกิจ คือ พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2564 ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคในการสนับสนุนการให้สินเชื่อเดิมแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และขยายกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจให้ครอบคลุมถึงผู้ที่ไม่เคยมีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน สนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจไม่ต้องรับภาระต้นทุนทางการเงิน และไม่ถูกบังคับให้ขายทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันในราคาต่ำกว่าความเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากกฎหมายด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังมีกฎหมายด้านอื่น ๆ อีกหลายด้าน อาทิ กฎหมายที่เกี่ยวกับการคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งจะมีมาตรการในการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับความเสียหาย รวมทั้งกำหนดมาตรการในการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ เช่น การให้สิทธิผู้ได้รับความเสียหายหรือผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งระงับการกระทำความผิดและเยียวยาความเสียหายเบื้องต้น กำหนดมาตรการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับความเสียหาย ทั้งทางการเงิน ทางจิตใจ และทางการแพทย์ ซึ่งจะช่วยพัฒนากระบวนการยุติธรรมและเป็นการสร้างหลักประกันให้แก่ประชาชนว่าจะได้รับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพตามมาตรฐานและตามหลักสากล รวมทั้งจะไม่ถูกกระทำทรมานและกระทำให้สูญหายโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นและทัศนคติที่ดีต่อกระบวนการยุติธรรม ตามร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติที่ช่วยให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมมากขึ้นอีกฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. .... ซึ่งยึดหลักการที่ว่า &amp;ldquo;พึงกำหนดโทษอาญาเฉพาะความผิดที่ร้ายแรง โดยพิจารณาปรับเป็นพินัยแทน&amp;rdquo; ร่างพระราชบัญญัตินี้มีกลไกในการกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้ฟ้องคดีต่อศาล กรณีผู้ถูกกล่าวหาไม่ยินยอมชำระค่าปรับ โดยเจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจบังคับให้จ่ายค่าปรับตามคำสั่งปรับ ซึ่งจะช่วยให้การทุจริตของเจ้าหน้าที่ลดลง และมีกลไกกำหนดค่าปรับให้สอดคล้องกับความผิด และฐานะของผู้ทำความผิด โดยสามารถผ่อนชำระหรือขอทำงานบริการสังคมแทนค่าปรับได้ หากเป็นการทำความผิดเพราะความยากจนหรือความจำเป็นในการดำรงชีวิต ศาลสามารถกำหนดค่าปรับต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดหรืออาจใช้วิธีว่ากล่าวตักเตือนก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;กฎหมายเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของผลการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา (1 ตุลาคม 2563 &amp;ndash; 31 มีนาคม 2564) ซึ่งมุ่งเน้นการพิจารณางานด้านกฎหมายตามภารกิจไปสู่เป้าหมาย คือ &amp;ldquo;Better Regulation for Better Life&amp;rdquo; พัฒนากฎหมายให้ดีเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อให้กฎหมายที่ออกมาใช้บังคับเป็นกฎหมายที่ดี ทันต่อสถานการณ์โลกปัจจุบัน เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยสำนักงานฯ ได้รับเรื่องจากคณะรัฐมนตรี และหน่วยงานต่าง ๆ มาดำเนินการแล้วเสร็จ รวมทั้งสิ้น 885 เรื่อง แบ่งออกเป็นงานจัดทำร่างกฎหมาย 234 เรื่อง (ร่างพระราชบัญญัติ 16 เรื่อง ร่างพระราชกำหนด 2 เรื่อง ร่างพระราชกฤษฎีกา 50 เรื่อง ร่างกฎกระทรวง 134 เรื่อง ร่างระเบียบ 3 เรื่อง ร่างประกาศ 28 เรื่อง และร่างคำสั่ง 1 เรื่อง) งานให้ความเห็นทางกฎหมาย 648 เรื่อง และคำแปลกฎหมาย 3 เรื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;การพิจารณาจัดทำร่างกฎหมายในช่วงที่ผ่านมานั้น เป็นการทำงานภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยเมื่อมีการแพร่ระบาดมากขึ้น สำนักงานฯ จึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็นระบบ work from home และได้วางระบบการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการทำงาน ได้แก่ การใช้อีเมล OCS, การรับส่งเอกสารผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ nr0900@ocs.go.th, ไลน์ OCS Staff, ระบบ OCS SMART, และการประชุมออนไลน์ผ่านระบบ MS TEAM เพื่อเป็นการป้องกันและช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดอันส่งผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100389</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎีกา, งบประมาณ, ผลการดำเนินงาน, อัตราดอกเบี้ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_60829c3e35aad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยัน7-8เม.ย.ถกประชามติ พลเดชขอโทษสื่อสารผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โอละพ่อ! &amp;quot;กฤษฎีกา&amp;quot; โต้ข่าวพิจารณาเนื้อหา พ.ร.บ.ประชามติไม่ทัน ยันไม่จริง จี้คนให้ข่าวแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะทำเสียหาย ด้าน &amp;quot;หมอพลเดช&amp;quot; แจ้นขออภัย สื่อสารผิดพลาด &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผยไทม์ไลน์เสร็จตั้งแต่ 25 มี.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2564 นายนพดล เภรีฤกษ์ โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ชี้แจงกรณีกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาปรับแก้ไขร่างกฎหมายประชามติไม่ทันว่า ตามที่สื่อมวลชนได้เสนอข่าวว่า นพ.พลเดช ปิ่นประทีป ส.ว. ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ..... รัฐสภา ระบุว่ากฤษฎีกาแจ้งว่าไม่สามารถพิจารณาเนื้อหาให้เสร็จทันตามกำหนด เพราะมีเนื้อหาที่โยงกับมาตรา 9 หลายมาตรา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขอเรียนว่า การให้ข่าวเช่นนี้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในการปฏิบัติหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีดังกล่าวหาได้เป็นเช่นที่มีการให้ข่าวแต่อย่างใดไม่ ในการนี้ สำนักงานจึงขอให้ผู้ให้ข่าวที่บิดเบือนความจริงเช่นนี้ แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในความเสียหายต่อชื่อเสียงของสำนักงานและเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ต่อการกระทำเช่นนี้&amp;quot; นายนพดลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.พลเดชเผยว่า ข่าวดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการสัมภาษณ์ แต่เป็นการโทรศัพท์พูดคุยกับนักข่าว และทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัว ไม่มีแหล่งข่าวยืนยัน โดยให้ความเห็นไปว่าเท่าที่ทราบทางกฤษฎีกาจะทำทันหรือไม่ เพราะกระทบหลายมาตรา ถ้าทำไม่เสร็จคงเข้าเนื้อหาลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมติดภารกิจที่ต่างจังหวัดเลยไม่ได้รับทราบข่าวสาร จนกระทั่งประธานกรรมาธิการฯ ได้โทรศัพท์มาพูดคุยจึงบอกไปว่าเป็นความผิดพลาดของผมเอง เพราะไม่ประสงค์เป็นข่าวหรือทำให้สะดุด ถ้าผิดพลาดขออภัย พร้อมขอแรงให้ข่าวหรืออะไรตามแต่เห็นเหมาะสม ยืนยันว่าผู้ใหญ่เข้าใจกันดีแล้ว&amp;quot; นพ.พลเดชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. ในฐานะประธาน กมธ. เผยว่า ทางกฤษฎีกายืนยันว่าจะพิจารณาเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ ซึ่งในวันที่ 26 มี.ค. ครบพอดี และพร้อมที่จะส่งร่างให้ตนในวันที่ 29 มี.ค. ดังนั้นที่มีข่าวว่ากฤษฎีกาทำไม่ทัน และไม่สามารถประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันที่ 7-8 เม.ย.ไม่ได้นั้นเป็นข่าวที่คลาดเคลื่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาปรับปรุงเนื้อหาร่างเสร็จสิ้นแล้วเมื่อเวลา 13.30 น. เมื่อวันที่ 25 มี.ค. และคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติจะคุยกันในวันที่ 1 เม.ย. ดังนั้น วันที่ 1 หรือ 2 เม.ย. น่าจะคุยกันเรียบร้อย และน่าจะประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวได้ตามกรอบเวลาที่เขาวางไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีมีการร้องสมาชิกรัฐสภาจำนวน 208 คนที่ลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 สุ่มเสี่ยงกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ เขาไปร้องกันแล้ว แต่ไม่ต้องกลัวเพื่อนเยอะ ถ้าถามว่าสุ่มเสี่ยงหรือไม่ ส่วนตัวมองว่าไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มั่นใจความเป็นมืออาชีพของสำนักงานกฤษฎีกา และเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาจะได้พิจารณากันอย่างรอบด้าน และยึดหลักการรับฟังเสียงของประชาชนเป็นหลักการสำคัญที่สุด พรรคจะได้มีการเรียกประชุม ส.ส.ก่อนการประชุมร่วมรัฐสภาต่อไป ร่างกฎหมายประชามติไม่อยากให้นำมาเป็นประเด็นผูกโยงเป็นเรื่องการเมือง แต่ถ้ามีใครตั้งใจดึงรั้งหรือไม่ให้ผ่าน จะด้วยเหตุผลใดก็ดี ผู้นั้นก็ต้องรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นที่ประจักษ์ว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ โดยเฉพาะการเลือกนายกรัฐมนตรี ที่เขียนไว้เพื่อเอื้อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นผู้มีอำนาจต่อโดยไม่ต้องสมัครลงรับเลือกตั้ง และยังมี ส.ว. เข้ามามีส่วนเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งแตกต่างกับรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ที่มีการกำหนดไว้ว่านายกรัฐมนตรีต้องมาจาก ส.ส. ซึ่งการเปลี่ยนกติกาแบบนี้ ส.ว. คือส่วนสำคัญในการผยุงให้พลเอกประยุทธ์กลับมาอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับการเลือกองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ แม้จะมีการตั้งกรรมการสรรหา แต่เห็นว่ากรรมการนั้นยังไม่มีความเป็นกลางทางการเมือง โดยยกตัวอย่างและย้อนถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ร่วมเป็นกรรมการสรรหานั้น มีความเป็นกลางทางการเมืองหรือไม่ หากพล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อ เชื่อประเทศจะไม่มีอนาคต ดังนั้นต้องเอาเสาค้ำยัน ทั้ง ส.ว., พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ออกไปก่อน โดยประชาชนต้องร่วมกันกดดัน&amp;nbsp; ถ้ามีการกดดัน เชื่อว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่หากรัฐธรรมนูญไม่ได้รับการแก้ไข ประเทศจะชะงัก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97405</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎีกา, กฤษฎีกาปรับแก้ไขร่างกฎหมายประชามติ, ขอโทษสื่อสารผิด, พ.ร.บ.ประชามติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไทม์ไลน์เสร็จตั้งแต่ 25 มี.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605de66029d58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97323</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 08:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 07:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กฤษฎีกา&#039;โต้ข่าวบิดเบือนการพิจารณาเนื้อหาร่างพ.ร.บ.ประชามติไม่ทัน​</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 มี.ค.64-นายนพดล&amp;nbsp; เภรีฤกษ์​ โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา​ ชี้แจงกรณีกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาปรับแก้ไขร่างกฎหมายประชามติไม่ทัน​ ว่า​ ตามที่สื่อมวลชนได้เสนอข่าวว่า นพ.พลเดช&amp;nbsp; ปิ่นประทีป ส.ว. ฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... รัฐสภา ระบุว่ากฤษฎีกาแจ้งว่าไม่สามารถพิจารณาเนื้อหาให้เสร็จทันตามกำหนด เพราะมีเนื้อหาที่โยงกับมาตรา 9 หลายมาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขอเรียนว่าการให้ข่าวเช่นนี้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะกรณีดังกล่าวหาได้เป็นเช่นที่มีการให้ข่าวแต่อย่างใดไม่​ ในการนี้ สำนักงานฯ จึงขอให้ผู้ให้ข่าวที่บิดเบือนความจริงเช่นนี้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในความเสียหายต่อชื่อเสียงของสำนักงานฯ และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานฯ ต่อการกระทำเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97323</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎีกา, นพ.พลเดช ปิ่นประทีป, นพดล  เภรีฤกษ์​, ร่างพ.ร.บ.ประชามติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605d2a2ed3ebe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95355</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2021 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2021 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาดสภาฯถกพ.ร.บ.การศึกษาชาติเดือนพ.ค. หลังกฤษฏีกาหลอมรวม 2 ร่างฯกม.หวังประกาศใช้ทันปีนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8มี.ค. - คณะกรรมการกฤษฎีกา เตรียมหลอมรวร่างพ.ร.บ.การศึกษา 2ฉบับของสกศ. และครื่อข่ายประชาชน เป็นฉบับเดียวกัน หลังจากนั้นส่งสถาฯเห็นชอบประมาณเดือน พ.ค.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการพิจารณาความสอดคล้องของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งฃชาติ พ.ศ. &amp;hellip; ฉบับที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เป็นผู้เสนอและฉบับที่ตัวแทนภาคประชาชนเพื่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและสมัชชาเครือข่ายครูและบุคลากรทางการศึกษาแห่งประเทศไทย เป็นผู้เสนอ โดย ครม.ได้เสนอเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกาเพื่อพิจารณาแล้วนั้น ขณะนี้คณะกรรมการกฤษฏีกา ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ได้มีการนำร่างพ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับ เปิดรับฟังความคิดเห็น เพื่อที่จะนำข้อเสนอแนะของทั้ง 2 ร่าง มาบูรณาการปรับปรุงและทำให้ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฯ มีความสอดคล้องกับทั้ง 2 ร่างพ.ร.บ.ที่เสนอเข้ามา&amp;nbsp;

ทั้งนี้ในส่วนของการปรับปรุงแก้ไขก็จะมีการรับฟังความเห็นจากผู้ที่นำเสนอร่างฯ ทั้ง 2 ฉบับด้วย ว่า มีเรื่องใดที่สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียว และมีเรื่องใดที่ขัดแย้ง ในลักษณะไหน และจะขับเคลื่อนไปด้วยแนวทางใด ให้เหมาะสมกับการทำงานขับเคลื่อนการศึกษาของประเทศในอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม ผมคาดว่ากระบวนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ ของคณะกรรมการกฤษฏีกา น่าจะเสร็จภายใน 1-2 เดือนนี้ เพื่อที่จะเตรียมนำเข้าพิจารณา ในการประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปี 2564 ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ทั้งนี้ สกศ.ได้ติดตามกระบวนการยกร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ อย่างต่อเนื่องตามนโยบายของคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) รักษาการ รมว.ศธ. ที่ต้องการให้ร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ สามารถประกาศใช้ได้ภายในปีนี้&amp;rdquo;เลขาฯ สกศ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95355</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พ.ร.บ.การศึกษาชาติ, กฤษฎีกา, สกศ., อำนาจ วิชยานุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f35185b47b2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
