<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 06:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 06:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุ่งตายโหง!สามนิ้วปาประทัดยักษ์ระเบิดคามือตัวเองนิ้วขาดติดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 &amp;nbsp;ส.ค.64- &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ว่ามีการตรวจพบข่าวปลอมเพิ่มเติม 1 กรณี คือกรณี ตำรวจเอาประทัดยักษ์ยัดใส่มือม็อบ บังคับให้กำประทัดจนแตกใส่มือ นั้น ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ตรวจสอบกับกองบัญชาการตกรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่าเป็นข่าวปลอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า วันที่ 11 สิงหาคม 2564 ได้มีผู้ชุมนุมชื่อว่า ม็อบทะลุฟ้า มาชุมนุมกันที่บริเวณ แยกดินแดง เขตดินแดง กทม. ได้มีนายเอ (นามสมมุติ) อายุประมาณ 14 ปีเศษ สวมใส่เสื้อช็อปอาชีวะได้จุดประทัดยักษ์ แต่เกิดพลาดระเบิดใส่มือข้างซ้ายของตนเองทำให้ได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้เอาประทัดยักษ์ยัดใส่มือแต่อย่างใด ปัจจุบันถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลรามาธิบดี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบที่โรงพยาบาลฯพบว่าได้นอนรักษาตัวอยู่ที่ห้อง ICU และแพทย์ได้ทำการตรวจหาเชื้อโควิด &amp;ndash; 19 ผลการตรวจเบื้องต้นพบว่าติดเชื้อโควิด &amp;ndash; 19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.metro.police.go.th/ หรือโทร. 0-2282-8209&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทสรุปของเรื่องนี้ : เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้เอาประทัดยักษ์ยัดใส่มือแต่อย่างใด หนึ่งในผู้ชุมนุมเป็นผู้จุดประทัดยักษ์เอง แต่เกิดพลาดระเบิดใส่มือข้างซ้ายของตนทำให้ได้รับบาดเจ็บ ปัจจุบันถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลรามาธิบดี และรักษาตัวอยู่ที่ห้อง ICU&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสข่าวผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com, เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter, ช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 และสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่น่าสังเกตว่ามือมือปาประทัดยักษ์รายนี้ใส่หน้ากากอนามัยไว้ใต้คาง ทำให้เสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อให้ผู้อื่นได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113032</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษณะ พัฒนเจริญ, ติดโควิด, มือปาระเบิด, ม็อบ3นิ้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_61145a544edb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวปลอม!! สตช.ยันไม่มีการเปิดรับสมัคร-จัดสอบนายสิบ อก.แต่อย่างใด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
วันที่ 8 ส.ค. 64 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ว่ามีการตรวจพบข่าวปลอม 1 กรณี คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีการเปิดสมัครสอบตำรวจนายสิบ สายอำนวยการ เริ่ม 9 - 30 ส.ค. 64 นั้น ทางกองการสอบ กองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงว่า การประชาสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน ทำให้ขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการจัดสอบได้ และยังไม่มีการเปิดรับสมัครใดๆ ในช่วงเวลานี้ตามที่กล่าวอ้าง โดยสามารถติดตามประกาศต่างๆ ได้ทางเว็บไซต์ www.policeadmission.org บทสรุปของเรื่องนี้คือ ยังไม่มีการจัดสอบและไม่มีการเปิดรับสมัครแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสข่าวผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com, เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter, ช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 และสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112574</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษณะ พัฒนเจริญ, ข่าวปลอม, ปิดสมัครสอบตำรวจนายสิบ สายอำนวยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f7088a4507.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘น้ำตาล’ลั่นเหมือนอยู่คนละโลกกับรัฐบาล โวยใครจะไปจัดฉาก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่มีการแชร์ภาพและคลิปคนนอนหมดสติ-เสียชีวิตกลางถนนหรือบนทางเท้ามากมายในโลกโซเชียล จนล่าสุด กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวว่าหากใครแชร์ข่าวปลอมจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มาตรา14(2), (5)&amp;nbsp;มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน5&amp;nbsp;ปีหรือปรับไม่เกิน100,000&amp;nbsp;บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนข้อกำหนดประกาศหรือคำสั่งที่ออกตามความมาตรา9&amp;nbsp;แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548&amp;nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกิน2&amp;nbsp;ปีปรับไม่เกิน40,000&amp;nbsp;บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์2559&amp;nbsp;ได้โพสต์ทวิตเตอร์ถามใครจะไปจัดฉาก?!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ทุกวันนี้เหมือนอยู่คนละโลกกับรัฐบาลยังไงไม่รู้ ออกกฎหมายนู้นนี่มาเอื้อตัวเองตลอด ใครจะไปจัดฉากชีวิตคนต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ หรือว่าเค้าเคยชินกับการจัดฉาก เลยคิดว่าประชาชนต้องเป็นแบบเค้า?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111624</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษณะ พัฒนเจริญ, น้ำตาล ชลิตา, น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์, มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์, รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_61038a2bafc96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 18:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รอดยาก!ตำรวจไซเบอร์ ล่าโจรคีย์บอร์ด ทวิตคุกคามลูกสาวนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค.64 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. และ โฆษก บช.สอท. กล่าวชี้แจงกรณีการดำเนินคดีกับผู้ที่อยู่เบื้องหลัง &amp;ldquo;การระรานทางไซเบอร์(Cyberbullying)&amp;rdquo; ว่า&amp;nbsp;การใช้เเพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หรือสื่อออนไลน์ ในปัจจุบันทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคนไปแล้ว ซึ่งหากใช้อย่างถูกต้องก็จะก่อให้เกิดประโยชน์มากมาย ในทางกลับกันหากใช้ในทางไม่ถูกต้องก็จะก่อให้เกิดผลร้ายตามมามากเช่นกัน อย่างการระรานทางไซเบอร์ หรือ Cyberbullying หมายถึง การกลั่นแกล้ง การให้ร้าย การด่าว่า การข่มเหง หรือการรังแกผู้อื่นทางสื่อสังคมต่างๆ เช่น Facebook, Twitter เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การระรานทางไซเบอร์(Cyberbullying) นอกจากจะส่งผลร้ายในด้านของจิตใจและอาจส่งผลต่อร่างกายของผู้ที่ถูกกระทำแล้ว ผู้ที่กระทำความผิดก็อาจจะถูกดำเนินคดีในหลายข้อหาเช่น ความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา, ความผิดฐานนำเข้าข้อมูลที่บิดเบือนหรือเป็นเท็จ ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ ในส่วนของผู้ที่ชักชวนให้ผู้อื่นมาร่วมกระทำความผิดอาจจะมีความผิดฐานโฆษณาหรือประกาศให้บุคคลทั่วไปกระทำความผิด หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในฐานความผิดดังกล่าวเป็นความผิดต่อส่วนตัว หากต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี ผู้เสียหายจะต้องมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป โดยที่ผ่านมาทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้มีการดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดในลักษณะเช่นนี้มาแล้วหลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีที่ปรากฎบนสื่อสังคมออนไลน์ว่าบุตรสาวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ถูก Cyberbullying หลายรูปแบบ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดอย่างถึงที่สุดต่อไป ซึ่งเป็นขั้นตอนตามปกติทางกฎหมายเช่นเดียวกับการดำเนินการในคดีอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร. และโฆษก บช.สอท. ยังฝากประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชนทุกคนให้ใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีสติ หากพบเห็นการ Cyberbullying ก็อย่าแชร์ต่อ อย่าคอมเมนต์ อย่าไปยุ่งเกี่ยวไม่ว่าจะทางใด เพื่อให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันปัญหาและทำให้สังคมออนไลน์เป็นสังคมที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงาน ทั้งนี้สืบเนื่องจาก นายอภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะทนายความประจำสำนักกฎหมาย อ.อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง และเพื่อน ได้รับมอบอำนาจจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ผู้โพสต์สวิตเตอร์ข้อความคุกคาม น.ส.ธัญญา และ น.ส.นิฏฐา จันทร์โอชา บุตรสาวฝาแฝดของ กับพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 85 ผู้ใดโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีรายงานว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ประชุมรับมือการนัดชุมนุมในวันที่ 24 มีนาคม และมีรายงานด้วยว่าในที่ประชุม ผบ.ตร.สั่งให้ทางบช.น. ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการทำคดีเอาผิดบุคคลที่ทวิตเตอร์ขู่ลูกสาวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาและตามจับตัวมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97035</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษณะ พัฒนเจริญ, ลูกสาวนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210217/image_big_602d315f7bd4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจไซเบอร์เตือนภัยกู้เงินออนไลน์หลอกค้ำประกันก่อนเชิดหนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 มี.ค.64 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. และ โฆษก กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กล่าวถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวเตือนภัยเงินกู้ออนไลน์ โดยการส่งลิงก์ผ่าน SMS หลอกว่าได้สิทธิ์กู้เงิน หลอกโอนค้ำประกันแล้วหลหนีไป ว่าการกระทำดังกล่าวไม่ใช่การหลอกลวงในรูปเเบบใหม่เเต่อย่างใด เป็นการหลอกลวงที่มีมานานเเล้ว เป็นการกระทำแบบเดิมๆ หลอกลวงเเบบเดิมๆ เปลี่ยนชื่อแอปพลิเคชันแล้วหลอกใหม่ วิธีการของมิจฉาชีพคือจะส่งลิงก์ที่เเนบไปกับข้อความ หลอกว่าท่านได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น ได้รับเงิน ได้สิทธิกู้เงิน ได้ส่วนลดต่างๆ นาๆ เมื่อเหยื่อลงเชื่อก็จะคลิกลิงก์เข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ จากนั้นมิจฉาชีพก็จะติดต่อมา อ้างว่าการกู้เงินต้องมีเงินคำประกัน หรืออ้างว่าคนเยอะเป็นค่าลัดคิว หลอกต่อว่าถ้าอยากได้เงินเร็วต้องโอนเงินมาเพิ่มอีก เมื่อมิจฉาชีพได้เงินเเล้ว ก็หลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐาน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(1) มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กฤษนะ กล่าวว่า ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้เล็งเห็นถึงปัญหา และภยันอันตรายต่างๆ บนโลกออนไลน์ ได้กำชับสั่งการไปยังกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยพล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. เร่งป้องกันปราบปราม และจับกุมผู้กระทำความผิดบนโลกออกไลน์ รวมถึงให้สร้างการรับรู้ถึงพิษภัยต่างๆ บนโลกออนไลน์ พร้อมกับแนวทางการป้องกันให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก บช.สอท. กล่าวว่า ฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนให้ระวัดระวังการกู้เงินในลักษณะดังกล่าว ควรตรวจสอบแหล่งที่มาให้ดีเสียก่อนว่าเชื่อถือหรือไม่ หลีกเลี่ยงการกดลิงก์ที่น่าสงสัยหรือไม่ทราบแหล่งที่มา หากจำเป็นควรเลือกกู้เงินกับสถาบันการเงินหรือธนาคารจะดีที่สุด อย่ากรอกข้อมูลส่วนตัวใดๆ ลงในลิงก์ หรือแอปพลิเคชัน เนื่องจากอาจจะเป็นช่องทางของกลุ่มมิจฉาชีพทำขึ้นใช้ในการล้วงข้อมูลส่วนตัวก่อนนำไปหาประโยชน์ในทางมิชอบ ไม่หลงเชื่อคำเชิญชวนที่ดีเกินจริง ควรรายงานสแปม และกดบล็อกหมายเลขที่ส่งโฆษณาต้องสงสัยหรือ SMS ขยะ ทั้งนี้หากท่านหลงเชื่อถูกหลอกเเล้วให้รีบตั้งสติ เเล้วดำเนินการเเจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อยับยั้งความเสียหายในทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95815</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษณะ พัฒนเจริญ, กู้เงินออนไลน์, ตำรวจไซเบอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604ad1a127162.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 22:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 22:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจไซเบอร์เตือนใช้แอพ Clubhouse ต้องระวัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.64 -&amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. และ โฆษกกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กล่าวถึงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์นำเสนอเรื่อง &amp;ldquo;เตือนใช้ Clubhouse ด้วยความระมัดระวัง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ว่าในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคงได้ยินชื่อแอพพลิเคชั่น &amp;ldquo;Clubhouse&amp;rdquo; ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดย Clubhouse นั้นเป็นแอพพลิเคชั่นที่ใช้ในการตั้งกลุ่มสนทนา พูดคุยแสดงความคิดเห็นในหัวข้อต่างๆ ผ่านเสียง ได้อย่างมีอิสระ และมีความเป็นส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความที่แอพพลิเคชั่นได้ให้ความเป็นอิสระและความเป็นส่วนตัวกับผู้ใช้นั้นเอง จึงอาจทำให้ผู้ใช้บางคนพูดแสดงความเห็นในลักษณะที่อาจจะพาดพิงหรือละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่นจนได้รับความเสียหาย
อาจมีการกล่าวข้อมูลที่บิดเบือนจนทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดหรือเกิดความสับสนวุ่นวายได้และอาจมีมิจฉาชีพปลอม Account เป็นบุคคลอื่นและไปหลอกลวงเอาทรัพย์สินจนผู้อื่นได้รับความเสียหายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในทางกฎหมายแล้ว การกระทำในลักษณะของกล่าวพาดพิงหรือละเมิดผู้อื่นนั้นอาจเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการกล่าวข้อมูลที่บิดเบือนอาจจะเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ&amp;nbsp; ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท และการปลอม Account หรือวิธีอื่นๆ เพื่อการหลอกลวงเอาทรัพย์สินของผู้อื่น อาจจะเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้เล็งเห็นถึงปัญหาและพิษภัยต่างๆ บนโลกออนไลน์จึงมอบนโยบายไปยัง พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. ให้ทาง บช.สอท. ป้องกันปราบปราม และจับกุมผู้กระทำความผิดบนโลกออกไลน์รวมถึงให้สร้างการรับรู้ถึงพิษภัยต่างๆ บนโลกออนไลน์ พร้อมกับประชาสัมพันธ์แนวทางการป้องกันให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทาง บช.สอท. จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงแนวทางการหลีกเลี่ยงและป้องกันการถูกหลอกลวงในรูปแบบที่อาจจะเกิดขึ้นได้บนแอพพลิเคชั่น Clubhouse มายังพี่น้องประชาชนว่า ควรคำนึงถึงสิทธิ์ของผู้อื่นเสมอก่อนจะพูดอะไรออกไป&amp;nbsp; โดยให้ใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูลต่างๆจากการสนทนาและไม่ควรเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้ผู้อื่นทราบพึงระลึกไว้เสมอว่า &amp;ldquo;ความลับไม่มีในโลก&amp;rdquo; โดยเฉพาะโลกออนไลน์ เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใครจะแอบอัดเสียงเราตอนไหน และสิ่งที่เราพูดอาจจะย้อนกลับมาทำร้ายเราได้ในภายหลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93392</URL_LINK>
                <HASHTAG>Clubhouse, กฤษณะ พัฒนเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210217/image_big_602d315f7bd4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 07:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 07:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้ง&#039;ด.ต.&#039;ฝ่ายสืบสวนสภ.เมืองพัทลุงรีดเงิน-ยึดอาหารทะเลแม่ค้าฝ่าเคอร์ฟิวช้ำให้แกะหอยกินแกล้มเหล้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.63-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) กล่าวถึงกรณีตามที่สื่อสังคมออนไลน์นำเสนอข่าว &amp;ldquo;แม่ค้า ถูกจับเคอร์ฟิว ตร.รีดเงินยึดอาหารทะเล เดือดสุดต้องนั่งแกะให้กินแกล้มเหล้า&amp;rdquo; ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.เมืองพัทลุง ว่า แม่ค้าขายอาหารทะเลสด ร้องขอความเป็นธรรมต่อสื่อ และมีการโพสต์ข้อความลงโซเชียลมีเดีย วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่สังกัด สภ. เมืองพัทลุง ซึ่งระบุว่าได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมหลังจากกลับมาจากรับหอยปูและปลาทู จากในพื้นที่ จว.ตรัง และเดินทางกลับบ้านที่ จว.พัทลุง ในช่วงเคอร์ฟิว เหตุเกิดพื้นที่ อ.เมือง จ.พัทลุง เมื่อคืนวันที่ 2 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ได้เรียกเงินเป็นจำนวน 80,000 บาท ได้มีการต่อรองเหลือ 40,000 บาท และสุดท้ายที่ 10,000 บาท โดยตนไม่มีเงินสด จึงขอยืมจากญาติของสามีมาได้ 5,700 บาท แต่เงินไม่ครบจำนวน 10,000 บาท ทางชุดจับกุมได้ต่อรองเอาอาหารทะเลที่อยู่ในรถ คิดเป็นเงิน 4,300 จนครบ และเมื่อโอนเงินเสร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังนั่งกินเหล้ากันอยู่ และให้ตนนั่งแกะหอยนางรมให้พวกเขากินจนหลังเที่ยงคืนกว่าจะได้กลับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากกรณีดังกล่าว ผกก.สภ.เมืองพัทลุง ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ประกอบกับได้มีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจยศดาบตำรวจ ซึ่งเป็นผู้ที่ชื่อปรากฎอยู่บนสลิปโอนเงิน พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่งานสืบสวน โดยให้มาประจำที่ศูนย์ปฏิบัติการสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทลุง ไม่ให้พบปะกับประชาชน พร้อมรายงานข้อเท็จจริงให้ทราบภายใน 3 วัน โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องและรอสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ผู้ที่เกี่ยวข้อง และความผิดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกตร.กล่าวอีกว่า ขอให้ผู้ที่ได้รับความเสียหาย นำพยานหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องมามอบให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย อีกทั้งคงต้องรอให้ต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องทำการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำผิด ไม่มีการปล่อยไว้ หรือ ให้การช่วยเหลือกันอยู่แล้ว จะดำเนินการทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาดตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้รับรายงานถึงกรณีดังกล่าวแล้วและได้กำชับให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากผลการตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำผิด ใช้อำนาจหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ หากินบนความเดือดร้อนของผู้อื่น และเป็นการซ้ำเติมประชาชน ให้ต้นสังกัดดำเนินคดีทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับตำรวจที่ทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ประชาชนในภาพรวมของประเทศได้รับผลกระทบทุกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ได้กำชับและมีข้อสั่งการไปยังกองบัญชาการทุกภาคส่วน ผู้บังคับการ ผู้กำกับ หน.หน้าหน่วยในทุกต้นสังกัดทุกพื้นที่ ให้มีการควบคุม ดูแลความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ทั้งเวลาราชการและนอกเวลาราชการ ตามคำสั่งที่ 1212/2537&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการลงทัณฑ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กระทำในลักษณะนี้ทั้ง ไล่ออก ปลดออก ให้ออก หากความผิดปรากฎชัดเจน ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาโดยตลอดไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67857</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษณะ พัฒนเจริญ, ตำรวจรีดเงิน, ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว, สภ.เมืองพัทลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200527/image_big_5ecdfe58525c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
