<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110415</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว!&#039;พี่ศรี&#039;ร้องกลต.สอบ&#039;หมอบุญ&#039;ตีปี๊บวัคซีนทิพย์หวังปั่นหุ้นหรือไม่ โทษคุก5ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.64- &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กลต. ถนนวิภาวดี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(กลต.) เพื่อให้ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายกรณีการออกมาให้ข่าวของ นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG เกี่ยวกับดีลการเจรจาจัดหาวัคซีนทางเลือก 20 ล้านโดส ซึ่งอาจเป็น &amp;ldquo;วัคซีนทิพย์&amp;rdquo; เพื่อหวังผลสร้างกระแสความนิยมในหุ้นของบริษัทหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยนายศรีสุวรรณ กล่าวว่า นพ.บุญออกมาให้ข่าวอย่างต่อเนื่อง กำลังดำเนินการลงนามจัดซื้อวัคซีน BioNTech ของเยอรมัน ชนิด mRNA เป็นตัวเดียวกับไฟเซอร์ และ Novavax ของอเมริกา ซึ่งสร้างความดีใจและความหวังให้กับคนไทยเป็นจำนวนมากที่หวังจะได้ใช้วัคซีนชนิด mRNA เพื่อนำมาป้องกันเชื้อโควิด-19 โดย นพ.บุญ ยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะลงนามจัดซื้อได้ภายในเย็นวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบหายไป ไม่มีคำตอบใดๆให้กับสังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทางกลับกัน สื่อมวลชนหลายแขนงได้รายงานข่าวว่าบริษัทเตรียมเซ็นสัญญาซื้อวัคซีน BioNTech ของเยอรมนี จำนวน 20 ล้านโดส ทำให้ช่วงเช้าวันที่ 15 ก.ค.64 ราคาหุ้นของธนบุรีเฮลท์แคร์กรุ๊ป จากราคา 29.75 บาทพุ่งขึ้นถึง 33.50 บาท หรือเพิ่มขึ้น 12.61 % เลยทีเดียว และสื่อต่างประเทศได้รายงานว่าการออกมาให้ข่าวดีลการซื้อวัคซีนดังกล่าวช่วยให้ราคาหุ้นของเครือธนบุรีเฮลท์แคร์กรุ๊ปดีดตัวขึ้น และมีมูลค่าด้านการตลาดเพิ่มขึ้นราว 1,500 ล้านบาทเลยทีเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน มีการเผยแพร่อีเมลอย่างเป็นทางการจากบริษัท Pfizer Deutschland GmbH เรื่องสิทธิ์การจัดจำหน่ายวัคซีน โดยระบุว่า &amp;ldquo;เรายังคงร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการจัดหาวัคซีน Pfizer-BioNTech COVID-19 ให้ใช้ได้ทั่วประเทศไทย และเรากำลังอยู่ในช่วงปรึกษาหารือกับกรมควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น&amp;rdquo; ส่วนผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ของสหรัฐฯ ก็ยืนยันเช่นกันว่า ทางบริษัทมีการเจรจาเรื่องการส่งออกวัคซีนชนิด mRNA กับรัฐบาลไทยเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทสรุปของการดีลเจรจาซื้อวัคซีนทางเลือกของ นพ.บุญ ยังไม่มีใครทราบว่าจะออกมาทางใด แต่ที่แน่ๆ การออกมาให้ข่าวอย่างต่อเนื่องดังกล่าว เป็นพฤติการณ์ที่น่าสงสัยว่าเป็นการสร้างกระแสความนิยมในหุ้นของบริษัทในเครือของตนหรือไม่ ทั้งที่กฎหมายห้ามมิให้บุคคลใดบอกกล่าวเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ ฯลฯ ซึ่งมีโทษหนักทั้งทางอาญาและหรือทางแพ่ง คือ จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับตั้งแต่ 1 ล้านถึง 5 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม ม.240 ม.242 ม.243 ประกอบ ม.296 วรรคสอง แห่งพรบ.ตลาดหลักทรัพย์ 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงนำความมาร้องเรียนต่อ กลต.เพื่อขอให้ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังหากพบว่ามีการละเมิดกฎหมายของ กลต.เพื่อหวังผลการเพิ่มมูลค่าหุ้นของตนในตลาดหลักทรัพย์ บนความคาดหวังลมๆแล้งๆของคนไทยหรือไม่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110415</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลต., นพ.บุญ วนาสิน, ปั่นหุ้น, วัคซีนทิพย์, ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f6556f3dfe1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2018 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2018 06:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมคิด&#039;จี้ก.ล.ต.คลอดเกณฑ์คุมเงินดิจิทัล 1 เดือนต้องเห็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงการประชุมร่วมกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และ 4 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงการคลัง ธปท. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อหาข้อสรุปแนวทางควบคุมการระดมทุนด้วยเงินดิจิทัล (ICO) และการซื้อขายเงินดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี) ว่า การประชุมดังกล่าวเป็นการหารือกันเพื่อเตรียมออกหลักเกณฑ์ใหม่เพื่อสามารถดูแลการลงทุนในคริปโตเคอเรนซี และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอเรนซี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อกฎหมายของ ก.ล.ต. โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการ ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา จะไม่มีการพิจารณาเรื่องการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล และไอซีโอ เนื่องจากผลจากการประชุมระหว่างรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ มีข้อสรุปให้มีการออกกฎหมายพิเศษขึ้นมาครอบคลุมดูแลในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล โดยจะมอบหมายให้ ก.ล.ต. เป็นผู้กำกับดูแล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ กฎหมายพิเศษที่จะออกนี้จะครอบคลุมการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในทุกเรื่อง ทั้งไอซีโอ คริปโตเคอเรนซี รวมทั้งวางหลักเกณฑ์สำหรับผู้เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้ที่จะระดมทุนผ่านไอซีโอ ตัวกลางและผู้ที่จะจัดทำแพลทฟอร์มตลาดรอง และคุณสมบัติผู้ลงทุน ซึ่งคณะกรรมการ ก.ล.ต. จะมีการประชุมเพื่อพิจารณารายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง เมื่อมีการออกร่างกฎหมายดังกล่าวแล้ว โดยคาดว่าคงใช้เวลาไม่นานเนื่องจากรัฐบาลกำหนดให้เป็นเรื่องเร่งด่วน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4598</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายคุมเงินดิจิทัล, กลต., คริปโตเคอเรนซี่, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, เงินดิจิทัล, แบงก์ชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180308/image_big_5aa15bf45f729.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4448</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2018 23:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 07:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับเข่าร่างกม.คุมคริปโตฯ หลักการต้องรู้ตัวคน‘ซื้อ-ขาย’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2561 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เรียกด่วน 4 หน่วยงาน คือ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อหารือในรายละเอียดข้อกฎหมายที่จะออกมากำกับดูแลการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี) และการระดมทุนด้วยสกุลเงินดิจิทัล (ICO)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม หลังจากทั้ง 4 หน่วยงานหารือกับกฤษฎีกาแล้ว จะต้องเร่งรายงานให้กับผู้บริหารสูงสุดของแต่ละหน่วยงานรับทราบ เพราะนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมทั้ง 4 หน่วยงานในช่วงเย็นของวันที่ 7 มี.ค. นี้ เพื่อสรุปแนวทางการกำกับดูแลคริปโตเคอเรนซี และ ICO ให้ออกมาเป็นกฎหมายหรือกฎระเบียบบังคับใช้ให้ชัดเจนอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยแนวทางเบื้องต้น จะแยกแนวทางกำกับเป็น 2 ส่วน คือ ทั้งการออก ICO จะต้องมีข้อมูลว่าบริษัทที่ออกนำเงินไปลงทุนอะไร และต้องคุมในส่วนของคริปโตเคอเรนซีที่จะจะนำมาแลกเปลี่ยน ICO ซึ่งต้องรู้ว่าคนที่มาแลกเป็นใครสามารถพิสูจน์ตัวตนได้ ไปแลกคริปโตเคอเรนซีมาจากที่ไหนเพื่อนำมาซื้อ ICO เพื่อให้เกิดความโปร่งใสก็ต้องเขียนกฎหมายประมาณนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4448</URL_LINK>
                <HASHTAG>ICO, กฤษฎีกา, กลต., คริปโตเคอเรนซี่, คลัง, ปปง., วิษณุ เครืองาม, เงินดิจิทัล, แบงก์ชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9ebc2094518.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
