<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 08:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 08:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลากไส้ 4 แกนนำนปช.ประชาธิปไตยจอมปลอมกลัวนอนคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.62- ภายหลังศาลอาญา เลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีชุมนุมปิดล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อปี 2550 หมายเลขดำ อ.3531/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้องนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช., นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. &amp;nbsp;ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ฯ &amp;nbsp;เนื่องจากจำเลยได้ยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิมที่เคยปฏิเสธความผิด ขอต่อสู้คดี โดยได้ยื่นคำให้การใหม่ เป็นให้การรับสารภาพ ไม่ต่อสู้คดี โดยยังไม่กำหนดวันนัดฟังคำพิพากษานั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากไทม์ไลน์คดี แสดงให้เห็นถึงความเป็นนักประชาธิปไตยจอมปลอมของแกนนำนปช.ได้อย่างชัดเจน และคนกลุ่มนี้ไม่ต้องการที่จะรับผิดชอบในความผิดที่ก่อขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังจะสังเกตได้จากกรณีวานนี้ (23 ก.ย.) ก่อนเข้าฟังคำพิพากษาศาลฎีกา นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ให้สัมภาษณ์ว่า คำพิพากษาออกมาอย่างไรพร้อมน้อมรับ ไม่กังวลใจเพราะสิ่งที่เคลื่อนไหวทางการเมืองที่ผ่านมา เพื่อให้ประเทศไทยปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ประมุข ไม่ได้ประสงค์ให้เกิดความรุนแรงหรือเสียหายกับบุคคล สถานที่ หรือองค์กรใดๆ ทั้งสิ้น มีความบริสุทธิ์ใจและเข้าสู่การต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมตามที่ถูกกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ากังวลใจหรือไม่หากติดคุกอาจจะกระทบอนาคตทางการเมือง นายณัฐวุฒิ บอกว่า กังวลกับอนาคตของประเทศมากกว่า ที่เราอยู่กันโดยไร้ซึ่งประชาธิปไตยที่แท้จริง อยู่ในสภาพที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาประเทศ นี่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องกังวลร่วมกัน อนาคตการเมืองของตัวเองเป็นเรื่องเล็ก ไม่ว่าเราจะอยู่บนเวทีการเมืองหรือไม่ ก็จะมีผู้ร่วมอุดมการณ์คนใหม่ๆ ปรากฏตัวมาทำหน้าที่แสดงศักยภาพให้ทุกคนได้เห็นว่า ประชาชนที่รักประชาธิปไตยไม่ได้ผูกขาดคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามภายหลังศาลเลื่อนนัดฟังคำพิพากษา เพราะแกนนำนปช.กลับคำให้การ ยอมรับสารภาพ นายณัฐวุฒิ เจ้าของวลีเด็ด &amp;quot;เผาเลยครับพี่น้องผมรับผิดชอบเอง&amp;quot; ได้ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า การยื่นคำร้องกลับคำให้การเป็นรับสารภาพ ได้ดำเนินการเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยจำเลย 4 คน คือ ผม นายวีระกานต์ นายวิภูแถลง และ นพ.เหวง เห็นตรงกันว่า เราจะให้การรับสารภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจากนี้ ท้ายคำร้องยังกราบเรียนต่อศาลว่า เมื่อพวกกระผมได้เสียใจและสำนึกกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น ก็ขอความเมตตาจากศาลได้พิจารณาลงโทษสถานเบา หากโทษนั้นยังคงเป็นการตัดสินจำคุกอยู่ ขอศาลได้โปรดพิจารณารอการลงโทษให้กับจำเลยด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งพบว่าแกนนำนปช.ยื่นคำรับสารภาพต่อศาลล่วงหน้าถึง 5 วัน &amp;nbsp;แต่นายณัฐวุฒิและพวก กลับอ้างว่าไม่กังวลเรื่องติดคุก แต่ห่วงอนาคตประเทศ ประชาธิปไตยมากกว่า แสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจอย่างสิ้นเชิง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46459</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลับคำให้การ, คดีบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์, ประชาธิปไตยจอมปลอม, อ้างประชาธิปไตย, แกนนำนปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d896d7a75604.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 15:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2019 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาชี้แกนนำนปช.ใช้แทคติกประวิงเวลาไปอีก 3 เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.62-นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า &amp;middot;&amp;nbsp;
.....วันนี้ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีที่แกนนำกลุ่ม นปช. นำประชาชนไปล้อมบ้านพัก พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อปี 2550 โดยคดีนี้นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 แต่มีจำเลยบางคนอ้างป่วยต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ศาลอาญาจึงให้เลื่อนมาอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....วันนี้จำเลยที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน คือนายนพรุจหรือนพรุฒ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 จำเลยที่ 1 นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานกลุ่ม นปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ กลุ่มนปช. นายเหวง โตจิราการ และนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท จำเลย ที่ 4 ถึงที่ 7 เดินทางมาตามนัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....ก่อนศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา นายวีระกานต์, นายณัฐวุฒิ นายเหวงและนายวิภูเเถลงขอถอนคำให้การ
เดิมที่ให้การปฏิเสธและขอยื่นคำให้การใหม่เป็น ขอให้การรับสารภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อจำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 ขอถอนคำให้การที่ปฏิเสธเป็นให้การรับสารภาพ จึงให้ส่งคำร้องไปให้ศาลฎีกาเพื่อพิจารณามีคำสั่งต่อไป และให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....การกระทำของจำเลยดังกล่าวเห็นได้ชัดเจนว่า ต้องการประวิงคดีให้ล่าช้า แต่ตามกฎหมายเมื่อยังไม่ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาก็ต้องถือว่าคดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยยังมีสิทธิตามกฎหมายที่จะขอถอนคำให้การเดิมและขอให้การใหม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....แต่ก็อยู่ในดุลพิจของศาลฎีกาที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตก็ได้ เคยมีกรณีในลักษณะเดียวกันนี้ที่ศาลฎีกาเคยมีคำสั่งไม่อนุญาตมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....คดีนี้จึงต้องเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาและรอฟังคำสั่งศาลฎีกาเรื่องที่จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและขอให้การใหม่ เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งแล้วก็จะส่งสำนวนคืนศาลอาญา เพื่อนัดคู่ความฟังคำสั่งของศาลฎีกาพร้อมกับคำพิพากษาของศาลฎีกาต่อไป ซึ่งน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46418</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลับคำให้การ, คดีบุกบ้านสี่เสา, ชูชาติ ศรีแสง, ประวิงเวลา, อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา, แกนนำนปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a5754d98ee5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2018 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2018 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบยาก! &#039;แผน&#039; แจ้นร้องอธิบดีศาลอาญา หา&#039;ผบช.ก.&#039;บังคับกลับคำให้การหวย30ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.61 - &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือแผน อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นพยานของนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา ในคดีแย่งสิทธิสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือล็อตเตอรี่ รางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท ได้เดินทางมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหนังสือร้องขอความเป็นธรรมมีเนื้อหาสรุปว่า ตนเคยให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ว่าไม่เคยรู้จักกับครูปรีชา สาเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอบสวนตนเองนั้น เนื่องจากตนเคยเล่าให้พนักงานธนาคารด้วยกันฟังว่า กรณีที่เป็นข่าวทางสถานีโทรทัศน์และสื่อมวลชน ตนเห็นผู้ชายกับผู้หญิง ซึ่งหมายถึงหมวดจรูญ (ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ) ว่าเก็บสลากกินแบ่งรัฐบาลได้บริเวณหน้าศาลพระพรหม ประมาณ 20 เมตร ในตลาดนัดเรดซิตี้ ก่อนที่กองสลากจะประกาศออกรางวัล ตนสามารถจำรูปร่างหมวดจรูญได้ แต่ผู้หญิงรู้เพียงว่ารูปร่างเตี้ยกว่าหมวดจรูญ สลากดังกล่าวจะมีเลขอะไรบ้างนั้น ตนไม่ทราบ ซึ่งได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนภูธรภาค 7 ไปตามความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้ให้เจ้าพนักงานตำรวจกองปราบปรามโทรศัพท์แจ้งให้ไปพบพนักงานสอบสวน สภ.พนมทวน ซึ่งตนก็ไปพบตามนัด พล.ต.ท.ฐิติราช และตำรวจกองปราบได้มาล้อมและบอกว่าถ้าให้การเช่นเดิมติดคุกแน่ &amp;nbsp;เพราะเป็นการให้การเท็จ แนะนำให้การใหม่ว่า &amp;ldquo;คับคล้ายคับคลา&amp;rdquo; และให้การตามที่แนะนำจะไม่ติดคุก ตนจึงหลงเชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อได้ดูข่าวทางสื่อมวลชนว่า พนักงานสอบสวนจะออกหมายจับ ตนจึงเกิดความกังวลมาร้องขอความเป็นธรรม และยังคงยืนยันว่าที่เคยให้การต่อกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 นั้นถูกต้อง ตรงกับความเป็นจริง และไม่ได้ปรักปรำใคร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
หากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนการและกองบังคับการปราบปราม ยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายจับตนเอง ขอศาลได้โปรดนัดไต่สวนคำร้อง ทั้งนี้ตน ครูปรีชา และหมวดจรูญ ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ซึ่งการให้ปากคำ ตนก็ไม่ได้ให้การยืนยันกับตำรวจว่าหวยเป็นของใคร ขอศาลได้โปรดคุ้มครองพยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภายหลังการยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่งานสารบรรณศาลอาญาแล้ว นายฐนุกรได้เดินทางกลับทันที.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4814</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลับคำให้การ, ฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม, ผบช.ก., พล.ต.ท.ฐิติราช, ลอตเตอรรี่30ล้าน, หวย30ล้าน, อธิบดีศาลอาญา, เฮียแผน, แผน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180215/image_big_5a859d0a0c3c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
