<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บขส.เร่งขนส่งผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มสีเขียวกลับไปรักษาตัวที่ภูมิลำเนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.2564 นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า วันนี้ 30 ก.ค.64) เป็นวันแรกที่บขส. ได้นำรถโดยสารมาให้บริการประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มสีเขียว ผู้ป่วยไม่มีอาการ หรือมีอาการไม่มาก เช่น มีไข้ ไอ น้ำมูก ตาแดง ผื่นขึ้น ไม่มีโรคร่วม ตามนโยบายของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่มีข้อสั่งการให้หน่วยงานในสังกัด ร่วมสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ในการส่งต่อการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อ หรือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ให้ได้รับความช่วยเหลือโดยเร็ว โดยเส้นทางแรกที่ให้บริการ คือ รับผู้ป่วยติดเชื้อ จากโรงพยาบาลศิริราช ไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลบุษราคัมส่วนเส้นทางอื่น ๆ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) จะเป็นผู้ประสานงานและแจ้งให้ บขส.นำรถโดยสารไปรับผู้ป่วยติดเชื้อ ก่อนส่งไปรักษาตัวต่อในภูมิลำเนาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสัญลักข์ กล่าวด้วยว่า บขส. ได้จัดรถโดยสารไว้สำหรับปฏิบัติภารกิจดังกล่าว และได้เตรียมความพร้อมของรถโดยสารและพนักงานขับรถตามมาตรฐานของสาธารณสุข เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ อาทิ ปรับปรุงรถโดยสารโดยกั้นห้องโดยสารระหว่างพนักงานขับรถ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและห้องโดยสาร ปรับระบบปรับอากาศบนรถ นำพลาสติกมาหุ้มบริเวณเบาะ ไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารลงจากรถระหว่างการเดินทาง รวมทั้งให้พนักงาน เข้าอบรมกับ เจ้าหน้าที่ สพฉ.ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม บขส. พร้อมดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ซึ่งร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ในการเป็นหน่วยงานสนับสนุน ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิดอย่างเต็มที่ เพื่อส่งผู้ป่วยโควิดจากกรุงเทพฯ กลับสู่ภูมิลำเนาได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111662</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลับภูมิลำเนา, บขส., ผู้ป่วยโควิดสีเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_6103d70865943.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 17:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิจิตรเฝ้าระวังเต็มพิกัดกลุ่มผู้เดินทางกลับบ้านและคนงานก่อสร้าง 1,272คน ทยอยกลับภูมิลำเนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;27 &amp;nbsp;มิถุนายน 2564 &amp;nbsp;ที่สถานีรถไฟพิจิตร นายอธิวัฒน์ วงศ์ตันติเจริญ &amp;ldquo;หมอบอย&amp;rdquo; สาธารณสุขอำเภอเมืองพิจิตร , นายแพทย์โสภณ โฆษิตวานิชย์ &amp;nbsp;รอง ผอ.รพ.พิจิตร , นายวิมาน สุขขวัญ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง , พ.ต.ท.วิทยะ วระลักษ์ &amp;nbsp;สารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองพิจิตร , นายจเร &amp;nbsp;โหมดชัง &amp;nbsp;รองปลัดเทศบาลเมืองพิจิตร ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันตามคำสั่งของ นายรังสรรค์ &amp;nbsp; ตันเจริญ &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ที่สั่งการให้ทุกฝ่ายติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่เป็นคนงานก่อสร้างที่ทำงานอยู่ใน กทม. และปริมณฑลที่รัฐบาลออกคำสั่งให้ล็อคดาว์นแคมป์คนงานก่อสร้างโดยให้หยุดงาน 30 วัน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ซึ่งอาจส่งผลให้แรงงานหรือคนงานก่อสร้างที่เป็นชาวจังหวัดพิจิตรแล้วเดินทางกลับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องได้ไปทำการเฝ้าติดตามขบวนรถเร็วเที่ยวขึ้น ขบวนที่ 109 กรุงเทพ-เชียงใหม่ ซึ่งเป็นรถไฟเที่ยวแรกที่เดินทางมาพิจิตรหลังจากที่รัฐบาลออกคำสั่งล็อคดาว์น ปรากฏว่ามีผู้โดยสารเข้ามาพิจิตรประมาณ 30 คน &amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการกักตัวเพื่อทำประวัติโดยละเอียดทุกคนและให้ลงทะเบียนสแกน QR Code แอพพลิเคชั่น ปกป้องพิจิตร เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการติดตามบุคคลผู้เดินทางเข้าจังหวัดพิจิตรดังกล่าว สำหรับจังหวัดพิจิตรวันนี้ยังคงพบผู้ติดเชื้อโควิด 1 ราย &amp;nbsp;และมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 20 ราย &amp;nbsp;รวมถึงมีผู้ถูกกักกันตัวใน LQ ที่มอนเทอเร่ย์ พาร์ค รีสอร์ท รวมจำนวน 100 คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในส่วนของ นายอธิวัฒน์ วงศ์ตันติเจริญ &amp;ldquo;หมอบอย&amp;rdquo; สาธารณสุขอำเภอเมืองพิจิตรเปิดเผยว่า ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ฝ่ายปกครอง ฝ่ายสาธารณสุข &amp;nbsp;กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน &amp;nbsp;อสม. ได้เฝ้าติดตามผู้ที่เดินทางเข้าพิจิตรรวมแล้วมีจำนวนประมาณ 1,272 คน ในพื้นที่ 12 อำเภอ ที่มาจาก กทม. &amp;nbsp;นนทบุรี &amp;nbsp;ปทุมธานี &amp;nbsp;สมุทรปราการ &amp;nbsp;และพื้นที่ควบคุมสูง 11 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา &amp;nbsp;ชลบุรี &amp;nbsp;ตรัง &amp;nbsp;นครปฐม &amp;nbsp; ปัตตานี &amp;nbsp;เพชรบุรี สงขลา &amp;nbsp;สมุทรสาคร &amp;nbsp;สระบุรี &amp;nbsp;ยะลา &amp;nbsp;นราธิวาส &amp;nbsp; อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107816</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลับภูมิลำเนา, พิจิตร, เฝ้าระวังคนพื้นที่เสี่ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d856011a4cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2021 11:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2021 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถกลับภูมิลำเนาแน่นเอี้ยด จากบางปะอินยันปากช่อง ตร.รับมือเย็นนี้สาหัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10&amp;nbsp;เม.ย.64 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงาน เช้าวันนี้ บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิเลาเนาของพี่น้องประชาชนชาวภาคอีสานทยอยเดินทางจากกรุงเทพฯตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาปริมาณรถที่เข้าสู่ จ.นครราชสีมา บนถนนมิตรภาพ ตั้งแต่ ตำบลกลางดง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;อ.ปากช่อง ปริมาณรถมากและหนาแน่น ติดขัดสลับหยุดนิ่งตลอดเส้นทาง ปริมาณรถเป็นหน้ากระดานเต็มพื้นที่ถนน แต่ก็ยังเคลื่อนตัวไปได้อย่างช้าๆ โดยผู้ขับขี่ทุกคันต่างเพิ่มความระมัดระวังมีความตื่นตัวตลอด ประกอบกับสภาพอากาศที่ค่อนข้างไม่ร้อน โดยเฉพาะช่วงขึ้นเขา ขึ้นมอ รวมทั้งบริเวณเข้า-ออกปั๊มน้ำมันเกิดการชะลอตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาตำรวจทางหลวงได้ทำการเปิดช่องทางพิเศษตั้งแต่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ต.กลางดง ระยะทาง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กม. และอีกช่องจุดหน้าฟาร์มโชคชัย ระยะทาง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กม. เพื่อเร่งระบายรถ ขณะที่ปริมาณรถต่อเนื่องมายังจุดที่มีการเปิดให้ใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ช่วงอําเภอปากช่อง - อําเภอสีคิ้ว เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย บรรเทาปัญหาการจราจรเส้นทางสู่ภาคอีสาน ให้กับประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่&amp;nbsp;9-19&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้เป็นวันที่สองของการเปิดให้ใช้บริการขึ้นได้ที่บริเวณหน้าศูนย์พักพังสุนัขจรจัดนครชัยบุรินทร์ กิโลเมตรที่&amp;nbsp;65&amp;nbsp;บ้านหนองไผ่ ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยมีเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตั้งจุดปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชนตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง โดยได้ติดตั้งป้ายเตือนให้รถวิ่งใช้ความเร็วได้ไม่เกิน&amp;nbsp;80&amp;nbsp;กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ โดยรถส่วนบุคคลรถเก๋ง รถปิคอัพสามารถใช้ได้ โดยปริมาณรถมีจำนวนมากแต่ไม่ถึงกับติดขัดหรือเกิดปัญหาเนื่องจากผู้ขับขี่ให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ด้านล่างคือ ถนนมิตรภาพช่วงริมเขื่อนลำตะคอง ปริมาณรถที่ไม่ได้ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ปริมาณรถยังคงมีจำนวนมาก เนื่องจากถ้าขึ้นมอเตอร์เวย์จะเดินทางอ้อม ถ้าวิ่งเส้นเดิมจะใกล้กว่าทำให้มีปริมาณรถมาก โดยทำความเร็วได้&amp;nbsp;50-60&amp;nbsp;กม./ชม. และมีจุดจอดพักริมเขื่อนเข้าห้องน้ำห้องสุขา โดยช่วงขึ้นเนินลงเนินปริมาณรถหนาแน่นติดขัดตลอดทั้งคืน เรื่อยไปยังทางต่างระดับ อ.สีคิ้ว ปริมาณรถมาบรรจบและแยกไปยังถนนมิตรภาพ ปริมาณรถมาก และ เส้น&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ถนนสีคิ้ว-โชคชัย-เดชอุดม เส้นที่จะไปจังหวัดภาคอีสานตอนล่าง บุรีรัมย์-สุรินทร์-ศรีสะเกษ-อุบลราชธานี ปริมาณรถคล่องตัวสามารถทำความเร็วได้ตามกฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อเนื่องไปยังเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา ทางต่างระดับสามแยกปัก เข้าสู่ถนนบายพาสเลี่ยงตัวเมืองนครราชสีมา ซึ่งรถที่มาจากถนน&amp;nbsp;304&amp;nbsp;กบินทร์บุรี-นครราชสีมา ที่มีปริมาณรถมากเช่นเดียวกันมาบรรจบเพื่อมุ่งหน้าไปยัง ต.จอหอ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;จ.ขอนแก่น ปริมาณรถมากโดยเฉพาะช่วง กม.3-4&amp;nbsp;มีปั๊มน้ำมัน&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;แห่ง รวมทั้งพ่อค้าแม่ค้านำสินค้าอาหารผลไม้ไข่เป็ดไล่ทุ่งมาตั้งวางจำหน่ายริมข้างทางทำให้เกิดการชะลอตัวและติดขัดยาว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กม. รวมทั้งยังมีการเปิดจุดให้กลับรถอยู่ ปริมาณรถเกิดการสะสม จากนั้นสามารถเคลื่อนตัวไปได้คล่องตัว โดยปริมาณรถมากไปติดขัดเกิดการสะสมบริเวณ กม.ที่&amp;nbsp;9-15&amp;nbsp;บ้านหนองกระดังงา-หน้าศูนย์ไปรษณีย์ จ.นครราชสีมา-สี่ไฟแดงแยกบ้านโพธิ์ ปริมารณเรียงหน้ากระดานเต็มพื้นที่ถนนและยังวิ่งไหล่ทาง ประกอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำงานอย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขณะนั้นมีสีสันรถยนต์เก๋งที่มีน้ำใจสงสารสุนัขจรจัดได้จอดหยุดรถเพื่อให้สุนัขที่อยู่เกาะกลางถนนมิตรภาพหน้าโรงเรียนมหิศราธิบดี ต.บ้านโพธิ์ ให้วิ่งข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามได้อย่างปลอดภัย โดยจากจุดต่อไปปริมาณรถหนาแน่นที่แยกบ้านดอนชมพู อ.โนนสูง และ แยดไฟแดงบ้าน ตลาดแค อ.โนนสูง แยกบ้านวัด อ.คง ปริมาณรถมากเคลื่อนตัวไปได้เรื่อยๆ ซึ่งคาดว่าในช่วงบ่ายเย็นค่ำปริมาณรถมากขึ้นเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เท่า เจ้าหน้าที่ตำรวงทางหลวงได้เปิดช่องทางพิเศษตั้งแต่เมื่อคืน ช่วงก่อนเข้า อ.หมวกเหล็ก &amp;nbsp;จุด ต.กลางดง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ฟาร์มโชคชัย และ เส้นทางเลี่ยง อ.ปากช่อง รวมทั้งช่วงเขื่อนลำตะคอง-อ.สีคิ้ว และช่วง บ้านหนองกระดังงา-สี่แยกไฟแดงบ้านโพธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ธนัญชัย เพียรช่าง รอง ผบก.ภ.นครราชสีมา กล่าวว่า การเดินทางของพี่น้องประชาชนตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่ามาปริมาณรถมากตลอดทั้งคืนจนสายขณะนี้ปริมาณรถมาก โดยมีการเปิดช่องทางพิเศษตั้งแต่ช่วง อ.หมวกเหล็ก-ต.กลางดง ระยะทาง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กม. และ ช่วงฟาร์มโชคชัย ประมาณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กม. ในการเร่งระบายรองเพื่อรองรับปริมาณรถจำนวนมาก ซึ่งเป็นรถที่ได้รับแจ้งจาก ทาง อ.บางปะอิน&amp;nbsp;อยุธยา ที่จะมาถึงในช่วงบ่ายและเย็น ซึ่งคาดว่าจะติดขัดอย่างหนัก และต่อเนื่องตลอดทั้งคืนในคืนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมอเตอร์เวย์ระยะทาง&amp;nbsp;36&amp;nbsp;กม.ปริมาณรถมากผู้ขับขี่ให้ความร่วมมือในการใช้รถใช้ถนน ไม่มีการจอดไหล่ทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง โดยจำกัดความเร็ว&amp;nbsp;80&amp;nbsp;กม./ ชม. ห้ามจอดข้างทาง ส่วนถนน&amp;nbsp;304&amp;nbsp;ปริมาณรถพอสมควรยังไม่มาก คาดว่าช่วงเย็นจะมาสมทบที่ทางต่างระดับเลี่ยงเมืองนครราชสีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบช.ภ.3&amp;nbsp;ได้กำชับในการดูแลอำนวยความสะดวกเต็มที่ พร้อมทั้งให้ทุก สภ. ที่มีถนนมิตรภ ถนน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ถนน&amp;nbsp;304&amp;nbsp;ออกมาบริการประชาชน โดยเฉพาะ ผกก. ต้องปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติด้วยตัวเอง พร้อมทั้งรายงานสภาพจากการจราจรไปยังศูนย์ฯ รวมทั้งรายงานไปยัง รอง ผบ.ตร. , ผบช.ภ.3&amp;nbsp;ทุกชั่วโมง สภาพการจราจรโดยรวมเรายังรับมือได้เต็มที่ เรียกว่าเอาอยู่ และขอขอบคุณพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี รวมทั้งขอให้ความร่วมมือถ้าเหนื่อยเมื่อยล้าให้จอดพัก เมาต้องไม่ขับเด็ดขาด และผิดกฎหมาย ไม่ขับรถจี้ใกล้เกินไป ไม่จอดแวะซื้ออาหารข้างทาง สวมหน้ากากอนามัย ป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;โดยเฉพาะการเว้นระยะหว่าง ขณะเข้าปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ หรือทำธุรกิจส่วนตัว ให้สวมหน้ากากตลอดเวลา คาดว่าจะมีรถใช้บริการถนนมิตรภาพทั้งขาเข้า และขาออก เฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แสนคัน โดยถนนมอเตอร์เวย์เส้นทางดังกล่าวได้ช่วยแบ่งเบาปริมาณรถบนถนนมิตรภาพเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99017</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลับภูมิลำเนา, จังหวัดนครราชสีมา, ถนนมิตรภาพ, รถติด, สงกรานต์, สภาพจราจร, เทศกาลสงกรานต์, โคราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210410/image_big_6071274586213.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
