<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2020 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2020 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ปลดล็อกโรงงานผลิต&#039;หน้ากากอนามัย&#039;กลับมาขายได้ตามปกติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค. 2563 นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมเรื่อง การบริหารจัดการหน้ากากอนามัย ว่า ได้ออกประกาศสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 27 พ.ศ.2563 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจำหน่ายหน้ากากอนามัย ลงวันที่ 11 ส.ค.2563 โดยได้ปรับแนวทางและหลักเกณฑ์การบริหารหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ใหม่ กำหนดให้ผู้ผลิตสามารถจำหน่ายได้ตามกลไกตลาดปกติ จากเดิมกำหนดให้ต้องปันส่วนขายให้กับรัฐ แต่ต้องขายปลีกไม่เกินชิ้นละ 2.50 บาท และหากเกิดวิกฤติการระบาดขึ้นมาอีก หรือมีความจำเป็นเร่งด่วน ผู้ผลิตต้องพร้อมที่จะขายให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และกลุ่มเสี่ยงก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนการส่งออก ยังกำหนดให้ผู้ผลิตต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการเฉพาะกิจที่พิจารณาอนุญาตการส่งออกเช่นเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การปลดล็อกดังกล่าว เป็นไปตามมติของคณะกรรมการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อโควิด-19 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากขณะนี้ กำลังการผลิตหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ของไทยเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยผลิตได้วันละ 1.2 ล้านชิ้น ในช่วงแรกของการระบาด จากโรงงานที่ได้มาตรฐาน 9 แห่ง แต่ขณะนี้เพิ่มเป็นวันละ 4.5 ล้านชิ้น จากโรงงานทั้งหมด 30 แห่ง รวมถึงยังมีการนำเข้าอีกประมาณ 20 ล้านชิ้น ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ และกลุ่มเสี่ยง มีความต้องการใช้ราววันละ 3 ล้านชิ้น ทำให้ยังมีส่วนเกินเหลืออยู่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค.2563 เป็นต้นไป โรงงานสามารถขายให้กับคู่ค้าได้ตามปกติ แต่ต้องขายปลีกชิ้นละไม่เกิน 2.50 บาท ตามราคาควบคุมที่ กกร. กำหนด ซึ่งเป็นราคาที่โรงงานอยู่ได้ เพาะขณะนี้ ราคาวัตถุดิบสำคัญ อย่างเมลท์โบลน (แผ่นกรองเชื้อโรค) ราคาลดลงมาก จากการที่ผู้ผลิตในต่างประเทศส่งออกได้มากขึ้น ทำให้จากนี้ไป ผู้บริโภคจะหาซื้อหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ตามท้องตลาดได้แล้ว ส่วนก่อนหน้านี้ ที่ให้โรงงานปันส่วนส่งขายให้กับรัฐนั้น จะหยุดรับซื้อไปก่อน เพราะต้องการให้โรงงานขายตามช่องทางการค้าปกติ&amp;rdquo;นายวิชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากผู้บริโภค พบว่า ผู้ค้ารายใดขายราคาเกินกว่าชิ้นละ 2.50 บาท สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 และที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบ หากพบขายเกินราคาควบคุม จะดำเนินการตามกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากผู้ค้า อ้างว่า หน้ากากที่ขายเกินเป็นหน้ากากนำเข้า เมื่อส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นหน้ากากนำเข้าจริง เพราะอนุญาตให้ผู้นำเข้า คิดราคาขายโดยบวกเพิ่มค่าใช้จ่ายต่างๆ จากการนำเข้าได้ไม่เกิน 60% ของราคานำเข้า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชินวัฒน์ มธุรพร รองประธานบริหาร บริษัท ไทย ฮอสพิทอล โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ กล่าวว่า ถือเป็นการที่ที่รัฐปลดล็อกให้จำหน่ายหน้ากากอนามัยได้ตามช่องทางการค้าปกติ เพราะที่ผ่านมา โรงงานเสียโอกาสทางธุรกิจ แต่ลูกค้าในต่างประเทศเข้าใจ จากการที่ต้องผลิตป้อนในประเทศให้เพียงพอก่อน หลังจากนี้ บริษัทคงมุ่งผลิตเพื่อส่งออกให้มากขึ้น เพราะมาตรการของรัฐที่ผ่านมา ทำให้บริษัทส่งออกได้น้อย เนื่องจากต้องปันส่วนขายให้กับรัฐ โดยปกติจะส่งออกถึง 90% ของการผลิตทั้งหมด มีตลาดส่งออกอยู่ที่สหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น และเชื่อว่า แม้จะส่งออกเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณยังเพียงพอแน่นอน ส่วนราคาวัตถุดิบที่ลดลงนั้น ล่าสุด เมลท์โบลน อยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละประมาณ 400-500 บาท จากในช่วงที่ราคาสูงสุดขึ้นไปถึงกก.ละเกือบ 2,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74212</URL_LINK>
                <HASHTAG>#หน้ากากอนามัย, กลับมาขายตามปกติ, วิชัย โภชนกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b338233ab12a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
