<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56524</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2020 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2020 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.เสนอบิ๊กโปรเจ็กต์นำน้ำทะลผลิตน้ำจืดแก้แล้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ. 2563 นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท.ได้เสนอรัฐบาลดำเนินโครงการป้องกันปัญหาภัยแล้งในอนาคต โดยน้ำเพื่ออุตสาหกรรมในภาคตะวันออกทั้งจังหวัดชลบุรี ระยอง ควรมีเพียงพอ ดังนั้นควรพัฒนาแหล่งน้ำด้วยรูปแบบการร่วมลงทุนกับเอกชน(พีพีพี) นำน้ำทะเลมาทำน้ำจืด เพื่อสร้างความมั่นคงแก่ภาคอุตสาหกรรม เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยประกาศแผนลงทุนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ผลักดันการลงทุนโครงสร้างขนาดใหญ่ ทั้งไฟฟ้า ระบบราง แต่ระบบน้ำยังลงทุนไม่เพียงพอต้องพึ่งพาแหล่งน้ำธรรมชาติเพียงอย่างเดียว เมื่อเกิดปัญหาภัยแล้งขึ้นทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบ ดังนั้นภาครัฐต้องศึกษาแนวทางสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จังหวัดระยองและภาคอุตสาหกรรมติดตามเรื่องภัยแล้งภาคตะวันออกทุกวัน พบว่าขณะนี้ยังมีความเสี่ยงอยู่ ต้องพึ่งพาน้ำจากแหล่งธรรมชาติเท่านั้น ขณะนี้ต้องติดตามเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนว่าฝนจะตกเหนืออ่างน้ำภาคตะวันออกหรือไม่ หากฝนตกจะพ้นวิกฤติไปได้ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ปตท.จึงพร้อมเข้าร่วมทุนโครงการผลิตน้ำอุตสาหกรรมจากน้ำทะเล เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีต้นทุนต่ำลง อย่างโรงกลั่น บริษัท ไทยออยล์ จำกัด(มหาชน) และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ จีซี ผลิตด้วยระบบนี้แล้ว 10-20% ของความต้องการใช้น้ำอุตสาหกรรม&amp;quot;นายชาญศิลป์ กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นโยบายของ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่ต้องการให้ปตท. เร่งลงทุนช่วงที่เงินบาทแข็งค่า และศึกษานำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) ที่ราคาต่ำทดแทนการผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศ ว่า ปตท.เร่งดำเนินการทั้ง 2 เรื่อง โดยในส่วนของก๊าซฯ จะได้คำตอบในไตรมาส 1(มกราคม-มีนาคม)ปีนี้ หากนำเข้ามาทดแทนคาดว่าจะไม่ถึง 1 ล้านตัน เป็นราคาตลาดจร (สปอต) เพื่อใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมทดแทนน้ำมัน และต้องเจรจากับผู้ผลิตปิโตรเลียมทั้งฝั่งอ่าวไทยและเมียนมาถึงกำลังผลิตที่เหมาะสม ต้องคำนึงถึงสัญญาซื้อขาย หากลดแล้วจะมีค่าเทค ออร์ เพย์(ไม่ใช้ก็ต้องจ่าย) หรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญศิลป์ กล่าวว่า ส่วนการลงทุนกลุ่ม ปตท.ปีนี้ประมาณ 100,000 ล้านบาท หลายโครงการเร่งลงทุนไม่ได้ เพราะติดเงื่อนไขบางประการ แต่พยายามดำเนินการให้เร็วที่สุด โดยโครงการขนาดใหญ่ อาทิ โครงการท่าเรือมาบตาพุดระยะที่ 3 จะเริ่มลงทุนถมทะเลปีนี้ และรอรัฐบาลประกาศผู้ชนะโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 หากรัฐบาลประกาศได้ในไตรมาส 1 หรือ 2 ปีนี้ จะเห็นการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56524</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลั่นน้ำจืดจากทะเล, ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), ป้องกันปัญหาภัยแล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190816/image_big_5d5682050623e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
