<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 14:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039;เปิดแผลซ้ำ &#039;กลาโหม&#039; แปรงบจัดซื้อรถเป็นซ่อมรถหมดสภาพ เมินสตง.ท้วงติง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.64 - ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจกระทรวงกลาโหมคือ การปรับเปลี่ยนงบประมาณปี 2564 มูลค่า 921 ล้านบาท ของหน่วยงานจากการจัดซื้อรถใหม่ แต่สุดท้ายเอางบไปแปรเป็นงบซ่อมรถที่หมดสภาพ ถือเป็นการไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.งบประมาณฯ ทาง สตง. ได้ท้วงติงและระบุว่าไม่คุ้มค่า แต่ขณะนี้ ผอ.สำนักงบฯเซ็นเรื่องนี้เข้า ครม.เพื่ออนุมัติแล้ว ทราบมาว่า กระทรวงการคลังเสนอให้ครม.พิจารณาวันที่ 30 ส.ค. และในวันที่ 30 ส.ค. จะรีบไปยื่นเรื่องต่อ ครม. และ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อเบรกไม่ให้พิจารณาเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ ระบุว่า &amp;nbsp;ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันจะเอาเข้าครม. ก็เอาเข้าไปเลย แล้วเจอกันในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และหลังการอภิปรายก็เจอกันที่ ป.ป.ช. ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยพร้อม มีข้อมูลเด็ดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีข้อมูลพร้อมล้มรัฐบาลได้ วันที่ 30 ส.ค. จะฉายหนังตัวอย่างประเด็นของเรือยกพลขึ้นบก เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อย มีข้อมูลของกองทัพเรือที่ส่อไม่โปร่งใส ทุจริต เป็นการเรียกน้ำจิ้มให้ประชาชนเห็นว่าการอภิปรายครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะอยู่ไม่ได้ .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114932</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลาโหม, งบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0c0c71f84f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 10:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 10:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขา ก.ล.ต. ยันกระบวนการสอบข้อเท็จจริงวัคซีนไฟเซอร์ &#039;หมอบุญ&#039; ยึดตามหลักกฎหมายเคร่งครัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค. 2564 &amp;nbsp;นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยผ่านห้องไลน์กรุ๊ป Press &amp;amp; SEC ถึงกรณีที่ ก.ล.ต. &amp;nbsp;ได้ออกเอกสารข่าวที่ 149/2564 ในหัวข้อ &amp;ldquo;ก.ล.ต. ให้ THG และนายบุญ วนาสิน ชี้แจงข้อมูลการให้ข่าวการเซ็นสัญญากับกระทรวงกลาโหมเพื่อนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์&amp;rdquo; ว่า จากนี้กระบวนการจะต้องดำเนินการตามขึ้นตอน โดยผู้บริหารของ THG จะต้องเข้ามาชี้แจงภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งรายละเอียดในการสอบสวนข้อมูล จะยึดตามหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;และยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่า จะสวบสวนในประเด็นใดบ้าง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านเพิ่มเติม&amp;nbsp;
บุญไม่พอแล้ว!ก.ล.ต.จี้หมอบุญแจงซื้อวัคซีนไฟเซอร์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;lsquo;THG&amp;rsquo;ปัดดีลวัคซีนไฟเซอร์ร่วมกห.แล้ว!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112157</URL_LINK>
                <HASHTAG>THG, ก.ล.ต., กลาโหม, บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (THG), ปั่นหุ้น, วัคซีนไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_6059b00b3ab54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 18:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลาโหมเรียกถกด่วน เร่งขยายห้องผู้ป่วยไอซียู 80 เตียงใน รพ.ทหาร - รพ.สนาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.64 - พล.ท.คงชีพ &amp;nbsp;ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม( กห.) เปิดเผยว่า เมื่อ 09.30 น. พล.อ.ชัยชาญ &amp;nbsp;ช้างมงคล รมช.กห.และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปล.กห.ได้เรียกประชุมด่วน หน่วยงาน กอ.รมน. นขต.กห. เหล่าทัพ และ ตร. ผ่านระบบ VTC ณ ศาลาว่าการกลาโหม เพื่อเร่งสนับสนุน สธ.รับมือกับผู้ป่วยโควิด 19 สะสมที่มีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;โดยหารือและพิจารณาร่วมกัน ถึงขีดความสามารถทางการแพทย์ทหารสูงสุด ในการร่วมระดมปรับเกลี่ยบุคลากรทางการแพทย์ทหาร เสริมโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เร่งขยายห้องผู้ป่วย ICU จำนวน 80 เตียงในโรงพยาบาลทหารต่างๆในพื้นที่ กทม.โดยจะทยอยเปิดต่อเนื่องใน 30 วัน และขยายขีดความสามารถ พื้นที่ มทบ.11 สนับสนุนอาคารและสถานที่จัดทำ รพ. สนามเพิ่มเติม โดยร่วมกับ รพ.ธนบุรีบำรุงเมือง จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ดูแลผู้ป่วยสีแดงและเหลือง จำนวน 178 เตียง เปิดบริการในวันนี้ และร่วมกับ รพ.พระมงกุฎฯ จัดตั้ง รพ.สนาม ดูแลผู้ป่วยสีเขียว เพิ่มเติม 176 เตียง โดยจะเร่งเปิดให้การบริการใน 4 กค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ชัยชาญ ได้กำชับ ขอให้ทุกเหล่าทัพ เร่งให้การสนับสนุนขยายขีดความสามารถห้องผู้ป่วย ICU และ รพ.สนาม ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรวม.กลาโหม ให้สามารถรองรับผู้ป่วยสีแดงและสีเหลืองที่เพิ่มขึ้นโดยเร็ว และขอให้สนับสนุนการทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด เพื่อเสริมขีดความสามารถทางด้านการแพทย์และการสาธารณสุขในการดูแลประชาชน ช่วงวิกฤตสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิดไปด้วยกัน โดยเฉพาะพื้นที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้ง 4 จังหวัดชายแดนใต้ &amp;nbsp;พร้อมทั้งเน้นย้ำ ให้เร่งฉีดวัคซีนให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด่านหน้าในพื้นที่เสี่ยงสูงทั้งหมดโดยเร็ว หากได้รับการสนับสนุนวัคซีนเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108429</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลาโหม, พล.ท.คงชีพ  ตันตระวาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_6082dd08c6beb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2021 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2021 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหล่าทัพเสริมกำลังหนุน กทม. ในบก.ควบคุมแพร่ระบาดในชุมชน-แคมป์คนงาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย. 64 - พล.ท.คงชีพ &amp;nbsp;ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ( กห.) เปิดเผยว่า เมื่อ &amp;nbsp;09,30 &amp;nbsp;พล.อ.ชัยชาญ &amp;nbsp;ช้างมงคล รมช.กห.และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัด กห.ได้ประชุมร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร( กอ.รมน. ) หน่วยขึ้นตรง (นขต.)กห. เหล่าทัพ และ ตร. เพื่อติดตามการสนับสนุนรัฐบาลและการช่วยเหลือประชาชนในการแก้ปัญหาโควิด ณ ศาลาว่าการกลาโหม &amp;nbsp;สรุปภาพรวมสถานการณ์และการปฏิบัติที่สำคัญ กองกำลังป้องกันชายแดนทหารและตำรวจ ยังคงตรวจพบและจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดนตามช่องทางธรรมชาติและพื้นที่ชั้นในได้อย่างต่อเนื่อง โดยพบมากขึ้นใน 3 วันที่ผ่านมา ( เฉลี่ย 250 คน/วัน) ส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมาและกัมพูชา &amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจได้ร่วมกันจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัดกว่า 1,500 จุด และจัดกำลังลาดตระเวนป้องปรามและพิสูจน์ทราบในพื้นที่ต่างๆ กว่า 2,000 ชุด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันในพื้นที่ชั้นใน ทุกเหล่าทัพและตำรวจ ได้เข้าไปช่วยสนับสนุน กทม. เร่งเข้าไปแก้ปัญหาและควบคุมพื้นที่เสี่ยง โดยจัดกำลังและแบ่งมอบพื้นที่ร่วมกับ กทม. 50 เขต เสริมเข้าไปดูแลพื้นที่เสี่ยงชุมชน 2,069 แห่ง ตลาด 486 แห่ง แค้มป์คนงานก่อสร้าง 575 แห่ง และโรงงานขนาดใหญ่ 278 แห่ง &amp;nbsp;เร่งตรวจคัดกรองเชิงรุกและสนับสนุนจัดตั้ง บก.ควบคุมการปฏิบัติในพื้นที่พบการติดเชื้อจำนวนมาก โดยขณะนี้ได้จัดตั้ง บก.ควบคุมและจัดกำลังร่วมกับ ตร.และส่งตัวผู้ป่วยเข้ารับการรักษาแล้วใน 5 พื้นที่ และกำลังพิจารณาจัดตั้ง บก.ควบคุมเพิ่มตามผลการตรวจในแต่ละพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.กห. ได้ย้ำนโยบายและสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นรม.และรมว.กห.ขอให้ทุกเหล่าทัพและตำรวจ ยังคงต้องทำงานหนักร่วมกันคุมเข้มสกัดกั้นและปราบปรามผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ชั้นในอย่างต่อเนื่อง โดยถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงของการนำพาเชื้อโรคเข้ามายังพื้นที่ชั้นในเชื่อมโยงกับแรงงานต่างด้าวและผู้หลบหนีเข้าเมืองที่ต้องคุมให้อยู่ ควบคู่ไปกับ การสนับสนุนจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สีแดงเข้ม เสริมกำลังเข้าไปเพื่อควบคุมโรคเป็นพื้นที่ &amp;nbsp;พร้อมกับขอบคุณและเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกนายในการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.อ.ชัยชาญ &amp;nbsp;ยังได้กำชับเพิ่มเติม ให้ทุกเหล่าทัพ เร่งเข้าไปสนับสนุนควบคุมการแพร่ระบาดเป็นพื้นที่ในกรุงเทพมหานครฯ โดยเฉพาะการเร่งเข้าไปสนับสนุนตรวจคัดกรองเชิงรุกในชุมชนและกลุ่มผู้ใช้แรงงาน รวมทั้งให้ประสานและสนับสนุนกรมราชทัณฑ์ เร่งควบคุมการแพร่ระบาดในเรือนจำที่พบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก พร้อมกันนี้ ขอให้เตรียมความพร้อมในการปรับเปลี่ยนถ่ายโอนภารกิจการทำหน้าที่สถานกักกันควบคุมโรคของรัฐ ที่กห.รับผิดชอบตั้งแต่ 4 ก.พ.63 ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน รวม 175 แห่ง &amp;nbsp;( SQ 33 แห่งและ ASQ 142) ให้เป็นไปตามนโยบายของ ศบค.ตั้งแต่ 1 ก.ค.64 เป็นต้นไป ขณะเดียวกัน ขอให้เตรียมความพร้อมจัดตั้งสถานกักกันควบคุมโรคของแต่ละเหล่าทัพ ( OQ ) เพื่อรองรับกำลังพลของทุกเหล่าทัพตามนโยบายของ ศบค.ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106880</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลาโหม, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210619/image_big_60cd6f8a5e125.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลาโหมกำชับคุมชายแดน เข้ม‘พม่า-กัมพูชา-มาเลย์’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลาโหมสั่งทุกเหล่าทัพคุมเข้มแนวชายแดน สกัดกั้นและจับกุมการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายทั้งพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ชั้นในต่อเนื่องกันไป โดยเฉพาะชายแดนเมียนมา กัมพูชาและมาเลเซีย ป้องกันนำเข้าโควิด สั่งเสริมกำลังพลและสิ่งอุปกรณ์เพิ่มเติม สนับสนุนโรงพยาบาลบุษราคัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2564 พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ประชุมร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)&amp;nbsp; เหล่าทัพ และตำรวจ ณ ศาลาว่าการกลาโหม เพื่อติดตามการสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ปัญหาโควิด-19 และการช่วยเหลือประชาชนในชุมชนที่พบการแพร่กระจายเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพรวม กห. โดยทุกเหล่าทัพยังคงความต่อเนื่องสนับสนุนทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ขับเคลื่อนบริหารจัดการแก้ปัญหาเร่งด่วนในการควบคุมโรคร่วมกัน โดยเสริมกำลังพลและสิ่งอุปกรณ์เพิ่มเติมเข้าไป ทั้งการจัดตั้งและสนับสนุนโรงพยาบาลบุษราคัม การตรวจคัดกรองเชิงรุกและเก็บเชื้อ การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษา การบริหารจัดการโรงพยาบาลสนาม การสนับสนุนจัดตั้ง บก.ควบคุมพื้นที่แพร่ระบาด เช่น แคมป์คนงาน โรงงานและตลาดชุมชน การสนับสนุนกรมราชทัณฑ์แก้ปัญหาเรือนจำที่พบการติดเชื้อ การบริหารจัดการสถานกักควบคุมโรคแห่งรัฐ ( SQ และ ASQ) รวมทั้งการประกอบอาหารช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ชุมชนที่พบติดเชื้อจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมช.กห.ได้ย้ำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กห. ขอให้ทุกเหล่าทัพ กอ.รมน.และ ตร.ให้ความสำคัญคงความเข้มข้นสกัดกั้นและจับกุมการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายทั้งพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ชั้นในต่อเนื่องกันไป โดยเฉพาะชายแดนเมียนมา กัมพูชาและมาเลเซีย และขอให้สนับสนุนกำลังกับฝ่ายปกครองกระจายเข้าไปตรวจสอบสถานประกอบการและโรงงานที่มีการใช้แรงงานผิดกฎหมาย นำเข้าสู่ระบบเพื่อการควบคุมที่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น พล.อ.ชัยชาญยังได้กำชับ ขอให้ทุกเหล่าทัพเสริมกำลังเข้าไปสนับสนุนกรุงเทพมหานครในการควบคุมโรคเป็นพื้นที่ทั้งใน กทม.และปริมณฑล ที่ยังพบการแพร่ระบาดในหลายพื้นที่ และขอให้จัดตั้งจุดตรวจร่วมเพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามพื้นที่ ซึ่งยังพบการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน พร้อมกับขอให้เตรียมความพร้อมบริหารจุดกระจายวัคซีนทั้ง 46 จุดที่ กห.จัดตั้ง สนับสนุน สธ.ในการกระจายฉีดวัคซีนให้ประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ซึ่งจะเริ่มพร้อมกันทั่วประเทศใน 7 มิ.ย.64 นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาวิตร เจียมจิระพร นายอำเภอไทรโยค จ.กาญจนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภุชงค์ ณรงค์อินทร์ ผกก.สภ.ไทรโยค, ร.ต.อ.วสันต์ หุ่นธานี&amp;nbsp; ผบ.มว.ฯ รรท.ผบ.ร้อย ตชด.136, ร.อ.สุชาติ สุขสวัสดิ์ หน.ชุด มว.ปชด.(เพิ่มเติม) ที่ 1 บ.บ้องตี้ ตม.ไทรโยค ออกลาดตระเวนตรวจสอบคุมเข้มพื้นที่แนวชายแดนไทย-เมียนมา บ้านท้ายเหมือง ต.บ้องตี้ อ.ไทรโยค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายชาวเมียนมา 4 คน เป็นหญิง 3 คน ชาย 1 คน ตรวจสอบไม่พบเอกสารหลักฐานแสดงตน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายแรงงานเมียนมา เบื้องต้นไม่พบอุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส จึงทำการผลักดันออกจากประเทศไทยทางบริเวณช่องทางธรรมชาติ บ้านห้วยโมง ประเทศเมียนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะบูรณาการทุกหน่วยงานร่วมกันเฝ้าระวังดูแลคุมเข้มบริเวณช่องทางธรรมชาติ แนวชายแดนไทย-เมียนมา ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ อ.เมืองฯ อ.ไทรโยค อ.ทองผาภูมิ และ อ.สังขละบุรี อย่างเข้มงวดเต็มที่แล้วก็ตาม ก็ยังมีแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ลักลอบเข้าประเทศทางช่องทางธรรมชาติ อย่างต่อเนื่อง และมีการจับกุมมาโดยตลอดดังที่เป็นข่าว เนื่องจากช่องทางธรรมชาติเป็นป่าเขาที่มีระยะยาวไกลหลายร้อยกิโลเมตร จึงทำให้แรงงานเถื่อนลักลอบเข้ามาได้อยู่เนืองๆ
พม่าหลบหนีเข้าเมืองจ๊ะเอ๋ ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.วิรัตน์ จีนเมือง หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด พร้อมกำลังชุดปราบปรามยาเสพติด และชุดสืบสวน สภ.เขาชัยสน จ.พัทลุง จับกุมตัวนายปรีชา หวัดแท่น อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87 ม. 8 ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา จ.พัทลุง พร้อมแฟนสาว ขณะขับรถยนต์กระบะโตโยต้าวีโก้ สีขาว แบบมีคอก โดยกระบะหลังบรรทุกแรงงานชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมือง จำนวน 16 ราย โดยใช้ผ้ายางสีฟ้าปกคลุม ขับรถคันดังกล่าว เข้ามาจอดบริเวณปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.8 ต.เขาชัยสน อ.เขาชัยสน ริมถนนสายเพชรเกษมฝั่งขาล่องใต้เพื่อเข้าห้องน้ำ แต่รถจอดติดกับรถเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังวางแผนจับยาเสพติดในพื้นที่ละแวกนั้น จนตำรวจสังเกตเห็นด้านท้ายกระบะที่คลุมผ้ายางมีการเคลื่อนไหวเหมือนลมพัดตลอดเวลา จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นพบแรงงานเมียนมา ชาย 12 หญิง 4 ก่อนควบคุมตัวทั้งคนขับรถและแรงงานเมียนมาเข้าสู่การเก็บตัวอย่างหาเชื้อโควิด-19 โรงพยาบาลเขาชัยสน และนำตัวทั้งหมดมาทำการสอบสวนว่าหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายหรือไม่ ในเบื้องต้นไม่มีหนังสือเดินทางแต่อย่างใด พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคม สอบร่วม เพื่อหาที่มาว่าเข้าข่ายค้ามนุษย์ไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ท่าเทียบเรือประภาคาร (ด่านศุลกากร) ต.ปากน้ำ อ.เมืองระนอง นายสมเกียรติ ศรีษะเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง พร้อมด้วย พ.อ.ภาคิน เกื้อกูล ผบ.พัน ร.25 พัน 2 ตำรวจภูธรจังหวัดระนอง,ตม.จังหวัดระนอง ศรชล.จังหวัดระนองและ กอ.รมน.จังหวัดระนอง พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และผู้ช่วยทูตแรงงานสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย ได้ร่วมทำการส่งตัวผู้ต้องกักชาวเมียนมาจำนวน 74 คน ชาย 62 คน หญิง 12 คน กลับประเทศเมียนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองทั้งหมดจำนวน 74 คนเป็นแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาที่ถูกส่งตัวมาจากทุกจังหวัดทางภาคใต้ โดยถูกนำมากักตัวไว้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระนองเพื่อรอการส่งตัวกลับ ซึ่งที่ผ่านมาในประเทศเมียนมาได้มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงปัญหาการเมืองภายในประเทศ จึงทำให้ยังไม่สามารถส่งตัวผู้ต้องกักจำนวนนี้ไปได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด ทางการเมียนมาได้ประสานที่จะรับผู้ต้องกักชาวเมียนมากลับประเทศทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองระนองจึงได้ทำการส่งตัวผู้ต้องกักจำนวน 74 คนไปยังจังหวัดเกาะสอง ประเทศเมียนมา ซึ่งผู้ต้องกักส่วนใหญ่อยู่ที่จังหวัดเกาะสอง มะริด และจังหวัดทวาย และก่อนที่ผู้ต้องกักทั้งหมดจำนวน 74 คน จะเดินทางกลับประเทศเมียนมาด้วยเรือโดยสารข้ามฟาก (หางยาว) จำนวน 5 ลำ ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ทำการตรวจวัดอุณหภูมิอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าไม่มีผู้ใดมีอาการป่วยของโรคโควิด-19 ซึ่งมีผู้ช่วยทูตแรงงานเมียนมาได้ร่วมประสานความช่วยเหลือในการส่งตัวแรงงานเมียนมาทั้ง 74 คนกลับประเทศครั้งนี้ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105382</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กลาโหม, คุมเข้มแนวชายแดน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เข้าเมืองผิดกฎหมาย, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a2501452df1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 07:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 07:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตเด็กบิ๊กป้อม&#039;ดีดปาก&#039;ทั่นผู้แทน&#039;ชงตัดงบกลาโหม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 มิ.ย.2564 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ผมเกษียณจากหน้าที่การงานมานานแล้วไม่มีความจำเป็นต้องเอาใจหรือเลียทหาร แต่จำเป็นต้องสร้างความเข้าใจต่อท่านสมาชิกรัฐสภาและประชาชนว่า ต้องให้ความสำคัญแก่งบประมาณกลาโหมให้มากที่สุด อย่าคิดเป็นเรื่องสนุกปากหรือหาเสียงในเรื่องนี้เพราะจะเกิดความเสียหายใหญ่หลวงต่อประเทศชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ร่วม10ปีที่ประเทศอยู่ในภาวะวิกฤติได้มีการลดสัดส่วนงบกลาโหมอย่างต่อเนื่อง ให้ไปตรวจสอบดูก็จะเห็นได้ชัดว่าจากอดีตที่งบกลาโหมอยู่ในอันดับต้นๆ ตอนนี้ตกอันดับไปเรื่อยๆ แล้ว &amp;nbsp;ยังจะบี้กันไปถึงไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.งบกลาโหมประกอบด้วย 3 ส่วนคือ รายจ่ายประจำคือรายจ่ายเงินเดือนค่าจ้างเบี้ยเลี้ยงราว 70% อีกราว 30%ที่เหลือ เป็นวงเงินซ่อมบำรุงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่ และเป็นวงเงินการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ ซึ่งเหลืออยู่น้อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ขณะนี้โลกอยู่ในภาวะวิกฤติความขัดแย้งที่รุนแรงมากขึ้น การเตรียมความพร้อมในเเสนยานุภาพจึงจำเป็นเพื่อพิทักษ์ไว้ซึ่งเอกราชอธิปไตย ความปลอดภัยของชาติและประชาชน ซึ่งกำหนดวงเงินเองตามใจชอบไม่ได้ เพราะต้องเปรียบเทียบกับศักยะสงครามและการเปรียบเทียบกับเเสนยานุภาพของประเทศอื่นๆ ด้วย มิฉะนั้นชาติบ้านเมืองก็จะเสี่ยงอันตราย ขณะนี้เเสนยานุภาพของไทย ทางอากาศเราด้อยกว่าสิงคโปร์ไปแล้ว &amp;nbsp;ทางบกและทางเรือ ทั้งเวียดนาม พม่า มาเลเซียอินโดนีเซียมีอาวุธยุทโธปกรณ์รุ่นใหม่แซงหน้าประเทศไทยไปแล้ว โดยพม่า สิงคโปร์ อินโดนีเซียเวียดนาม มีเรือดำน้ำมากกว่าไทยจนเทียบกันไม่ได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.หน้าที่ของกองทัพและทหารนอกจากการเตรียมเเสนยานุภาพและความพร้อมรบแล้ว ยังมีหน้าที่ในการพัฒนาและช่วยเหลือประชาชนในสรรพภัยทั้งหลายด้วย อะไรที่เป็นอันตรายต่อประชาชน ก็เป็นภาระตกแก่ทหารทั้งนั้น ไม่ว่าฝนตก น้ำท่วม ฝนแล้ง โรคระบาด แม้กระทั่งช่วยเผาศพผู้เสียชีวิตจากโคบ้า นอกจากนั้นยังมีหน้าที่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยของชาติในรูปลักษณะกึ่งทหาร เช่น กอ.รมน.เป็นต้นซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ทำงานกันอย่างหนักทั้งวันทั้งคืน ขณะนี้อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้เบี้ยเลี้ยงก็ขาดแคลน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและพี่น้องประชาชนจึงพึงทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้เเจ่มแจ้งและช่วยกันดูแลสนับสนุนงบกลาโหมให้เป็นเรื่องเป็นราวสักปีเถิด อย่าเห็นว่าการกล่าวหาว่าร้าย การติเตียน การตัดงบกลาโหมเป็นเรื่องโก้เก๋ หรือจะได้คะแนนเสียงเลย ทุกบาททุกสตางค์ที่หากจะถูกตัดลง หมายถึงความปลอดภัยของชาติ ชีวิตทหาร และครอบครัวของพี่น้องทหาร รวมทั้งประชนทั่วประเทศด้วย!!!!
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104985</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลาโหม, งบประมาณ, นายไพศาล พืชมงคล, อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b37559033a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 19:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 19:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯแพร่ประกาศกลาโหม รับบุคคลเข้าทำหน้าที่ทหารอาสา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.64 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงกลาโหมเรื่อง การรับบุคคลเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว (ทหารอาสา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยกระทรวงกลาโหมประสงค์จะรับบุคคลเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว (ทหารอาสา)เพื่อปฏิบัติหน้าที่ราชการในการป้องกันและรักษาความมั่นคงหรือรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศซึ่งเป็นการเสริมและสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของทหารประจำการให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4/1 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหารพ.ศ. 2521 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2551 จึงให้ยกเลิกประกาศกระทรวงกลาโหม เรื่อง การรับบุคคลเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 และออกประกาศกำหนดให้กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบกกองทัพเรือ และกองทัพอากาศ รับบุคคลซึ่งเป็นกำลังสำรองประเภทหนึ่งตามกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมที่มีการบรรจุในบัญชีบรรจุกำลังตามกฎหมายว่าด้วยกำลังพลสำรองและทหารที่ปลดจากกองประจำการโดยรับราชการในกองประจำการจนครบกำหนด หรือทหารกองเกินซึ่งสำเร็จการฝึกวิชาทหารตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหารและได้ขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วปลดเป็นกองหนุนตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว (ทหารอาสา) ตามระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยกำลังพลสำรองเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงประกาศมาเพื่อทราบ
ประกาศ ณ วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2564
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103480</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลาโหม, กองทัพ, ทหารอาสา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210307/image_big_60449eb034253.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
