<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘มิ่ง’แยกทางเศรษฐกิจใหม่ ท้าขับออกจากพรรคได้เลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;มิ่งขวัญ&amp;quot; ไม่สนมติพรรคเศรษฐกิจใหม่ถอนตัวจากฝ่ายค้าน อ้าง ปชช.ครึ่งล้านเลือก ศม.เพราะเชื่อศรัทธาให้เกียรติที่ตนพูด ลั่นขอแยกทางกันเด็ดขาด ท้าให้ขับออกจากพรรค ยันขอเป็นฝ่ายค้านแม้จะเป็นคนเดียว ยอมรับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ขณะที่ฝ่ายค้านไฟเขียวให้อภิปรายไม่ไว้วางใจจนจบประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 3 กุมภาพันธ์ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.) แถลงภายหลังพรรคเศรษฐกิจใหม่มีมติถอนตัวออกจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า &amp;nbsp;ตนใช้เวลาหาเสียงให้พรรคเศรษฐกิจใหม่ 2 สัปดาห์ ประชาชนให้เกียรติเชื่อถือศรัทธาในตัวของตนและนโยบายของพรรค โหวตให้ 489,000 กว่าเสียง พูดง่ายๆ คือประชาชนคนไทยเชื่อและศรัทธาให้เกียรติในสิ่งที่ตนพูด อย่างไรก็ตามตามรัฐธรรมนูญทุกฝ่ายเป็นประชาธิปไตยหมด แต่มีประชาธิปไตย 2 ฝั่ง &amp;nbsp;แบบประชาธิปไตยที่มาจากพรรคของ คสช.นั่นก็คือพลังประชารัฐ และประชาธิปไตยอีกฝั่ง ในเมื่อประกาศว่าเราจะไม่อยู่กับฝั่งที่มาจาก คสช. ก็แปลว่าต้องอยู่กับอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าหลายคนที่เลือกพรรคก็มาจากปัจจัยนี้เป็นส่วนสำคัญด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมิ่งขวัญกล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าในที่ประชุม 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน ได้ถามตรงๆ ว่าตกลงจะเอายังไงกันแน่ ถ้าทำแบบนี้ต้องกลับไปทบทวนจุดยืนให้ชัดเจน ซึ่งตนเห็นด้วยกับวิธีการนี้ ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้นต้องชัดเจน แต่กลับออกหนังสือขอถอนตัวจากการเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง เพราะถามกรรมการบริหารพรรคปรากฏว่าไม่มีการแจ้งวาระการประชุมล่วงหน้า ซึ่งไม่มีพรรคการเมืองใดทำแบบนี้ หวังว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะโดนด่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ประชาชนเคลือบแคลงใจ แต่วันนี้มันต้องชัดเจน ในเมื่อพรรคเศรษฐกิจใหม่บอกว่ามีการประชุมกรรมการบริหารพรรค และมีมติไม่ร่วมและขอถอนตัวออกจากพรรคฝ่ายค้าน กฎหมายรัฐธรรมนูญระบุว่าไม่จำเป็นต้องทำตามมติพรรค ผมยืนยันผมขอยึดมั่น เอาคำพูดสิ่งที่หาเสียงไว้ตั้งแต่ต้น &amp;nbsp;จุดยืนที่พยายามจะบอกว่าไม่เปลี่ยนแปลง ผมจะอยู่กับพรรคร่วมฝ่ายค้าน แม้จะเป็นคนเดียวผมก็จะยืนอยู่ตรงนี้ชัดเจน ในเมื่ออุดมการณ์ไปด้วยกันไม่ได้ ผมถือว่าคำพูดการตระบัดสัตย์ และผมเป็นคนหาเสียงมาโดยตลอด ขอประกาศว่าผมจะไม่ขอร่วมอุดมการณ์นี้กับพรรคเศรษฐกิจใหม่ต่อไป ครั้งที่แล้วบอกว่าเศรษฐกิจใหม่ไม่ใช่มิ่งขวัญ ครั้งนั้นเป็นการพูดให้สุภาพ วันนี้ขอให้โค้ดคำพูด ผมขอประกาศแยกทางกับพรรคเศรษฐกิจใหม่เด็ดขาด คนครึ่งล้านเลือกมาเพราะผม ถ้าผมมีเวลาหาเสียงนานกว่านี้ท่านจะได้เห็นผลของการเลือกตั้ง ผมไม่เกี่ยวข้องกับพรรคเศรษฐกิจใหม่ เขาจะทำอะไรก็เป็นเรื่องของเขา ผมยังจะยืนอยู่แบบนี้&amp;quot; นายมิ่งขวัญกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าในทางกฎหมายจะย้ายพรรคการเมืองหรือไม่ นายมิ่งขวัญกล่าวว่า บางคนมาแสดงความคิดเห็นให้ลาออก บางคนไม่ให้ลาออก แต่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ ส.ส.มีเอกสิทธิ์ไม่ต้องทำตามมติพรรค ทั้งนี้ส่วนตัวยังจะดำเนินกิจกรรมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านต่อไป โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งได้ขอเวลาอภิปรายไว้ 4 ชั่วโมง เพราะเห็นว่าประเทศไทยมีเรื่องที่ต้องอภิปรายจำนวนมาก แต่ไม่แน่ใจว่าจะได้เวลาอภิปรายขนาดนั้นหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าได้ประกาศเด็ดขาดแต่เหตุใดกลับไม่ลาออกจากพรรคเศรษฐกิจใหม่ นายมิ่งขวัญกล่าวว่า ถ้าลาออกวันนี้ก็ไม่มีสิทธิ์อภิปรายไม่ไว้วางใจ และคนจำนวนครึ่งล้านเลือกเข้ามา ถ้าลาออกคนครึ่งล้านจะคิดอย่างไรกับตน และไม่ได้ยึดติดกับการเป็นรัฐบาลเรื่องลาออก แต่ถ้าตนได้ทำประโยชน์แก่ประชาชนจะให้ตนทำต่อหรือไม่ หรือถ้าอยากให้ออกก็ให้พรรคเศรษฐกิจใหม่ขับออกได้และคงไปอยู่กับพรรคการเมืองอื่นๆ ที่มีอุดมการณ์เหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้ทำอะไรของผมในระดับหนึ่งแล้ว ถ้าไม่ขับออกก็อยู่กันไปอย่างนี้ตามจุดยืนของผม การลาออกง่ายนิดเดียว แค่เขียนเอกสารก็ลาออกได้แล้ว แต่ผมจะไม่ปฏิบัติตามมติของพรรคที่ไม่ได้รักษาคำพูดที่ให้ไว้ สิ้นสุดอายุสภานี้วันไหนผมไปอยู่ที่อื่น&amp;quot; นายมิ่งขวัญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงความรู้สึกที่คะแนนเสียงส่วนใหญ่ได้มาจากการหาเสียงของตัวเอง แต่วันนี้กลับถูกลอยแพ &amp;nbsp;นายมิ่งขวัญกล่าวว่า กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทั้งนี้ถ้าพรรคเศรษฐกิจใหม่มาแถลงชี้แจงและมีข้อมูลไม่ถูกต้อง ตนจะไม่ทนนิ่งอีกต่อไป อย่างไรก็ตามตนสงสัยว่าอะไรที่ทำให้คนเราเปลี่ยนจากหน้าเป็นหลังมือ &amp;nbsp;แต่ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าอะไรเป็นแรงจูงใจให้พวกเขาเปลี่ยนไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวถึงพรรคเศรษฐกิจใหม่ที่ได้ติดต่อขอใช้เวลาในส่วนของฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า นายมิ่งขวัญได้ประสานกับนายภูมิธรรมและตนว่าต้องการอภิปรายเรื่องเศรษฐกิจ เชื่อว่าข้อมูลของนายมิ่งขวัญจะมีประโยชน์ โดยสัดส่วนเวลาในการอภิปรายเราจะดูที่ประเด็นเป็นหลัก จะให้เขาพูดจนจบประเด็น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56211</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลืนไม่เข้าคายไม่ออก, ขอเป็นฝ่ายค้าน, พรรคเศรษฐกิจใหม่, มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200203/image_big_5e382d1a01db5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มิ่งขวัญ&#039;ประกาศแยกทางเศรษฐกิจใหม่ แต่ไม่ลาออก! ทู่ซี้เป็นส.ส.ฝ่ายค้านต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ. 63 - ที่รัฐสภา นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่&amp;nbsp; แถลงภายหลังพรรคเศรษฐกิจใหม่มีมติถอนตัวออกจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา ว่า ตนใช้เวลาหาเสียงพรรคเศรษฐกิจใหม่ 2 สัปดาห์ ประชาชนให้เกียรติเชื่อถือศรัทธาในตัวของตนและนโยบายของพรรคโหวตให้ 489,000 กว่าเสียง พูดง่ายๆ คือประชาชนคนไทย เชื่อและศรัทธาให้เกียรติในสิ่งที่ตนพูด อย่างไรก็ตาม ตามรัฐธรรมนูญทุกฝ่ายเป็นประชาธิปไตยหมด แต่มีประชาธิปไตย 2 ฝั่ง แบบประชาธิปไตยที่มาจากพรรคของคสช. นั่นก็คือพลังประชารัฐ และประชาธิปไตยอีกฝั่ง ในเมื่อประกาศว่าเราจะไม่อยู่กับฝั่งที่มาจากคสช. ก็แปลว่าต้องอยู่กับอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าหลายคนที่เลือกพรรคก็มาจากปัจจัยนี้เป็นส่วนสำคัญด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมิ่งขวัญ กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่าในที่ประชุม 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน นายภูมิธรรม เวชชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน ได้ถามตรงๆ ว่าตกลงจะเอายังไงกันแน่ ถ้าทำแบบนี้ต้องกลับไปทบทวนจุดยืนให้ชัดเจน ซึ่งตนเห็นด้วยกับวิธีการนี้ ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้นต้องชัดเจน แต่กลับออกหนังสือขอถอนตัวจากการเป็นฝ่ายค้าน การออกหนังสือดังกล่าวเป็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง เพราะถามกรรมการบริหารพรรคปรากฎว่าไม่มีการแจ้งวาระการประชุมล่วงหน้า ซึ่งไม่มีพรรคการเมืองใดทำแบบนี้ หวังว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะโดนด่า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;วันนี้ประชาชนเคลือบแคลงใจ แต่วันนี้มันต้องชัดเจน ในเมื่อพรรคเศรษฐกิจใหม่บอกว่ามีการประชุมกรรมการบริหารพรรค และมีมติไม่ร่วมและขอถอนตัวออกจากพรรคฝ่ายค้าน กฎหมายรัฐธรรมนูญระบุว่าไม่จำเป็นต้องทำตามมติพรรค ผมยืนยันผมขอยึดมั่น เอาคำพูดสิ่งที่หาเสียงไว้ตั้งแต่ต้น จุดยืนที่พยายามจะบอกว่าไม่เปลี่ยนแปลง ผมจะอยู่กับพรรคร่วมฝ่ายค้าน แม้จะเป็นคนเดียว ผมก็จะยืนอยู่ตรงนี้ชัดเจน ในเมื่ออุดมการณ์ไปด้วยกันไม่ได้ ผมถือว่าคำพูดการตระบัดสัตย์ และผมเป็นคนหาเสียงมาโดยตลอด ผมขอประกาศว่าผมจะไม่ขอร่วมอุดมการณ์นี้กับพรรคเศรษฐกิจใหม่ต่อไป ครั้งที่แล้วบอกว่าเศรษฐกิจใหม่ไม่ใช่มิ่งขวัญครั้งนั้นเป็นการพูดให้สุภาพ วันนี้ขอให้โค้ดคำพูดผมขอประกาศแยกทางกับพรรคเศรษฐกิจใหม่เด็ดขาด คนครึ่งล้านเลือกมาเพราะผม ถ้าผมมีเวลาหาเสียงนานกว่านี้ท่านจะได้เห็นผลของการเลือกตั้ง ผมไม่เกี่ยวข้องกับพรรคเศรษฐกิจใหม่ เขาจะทำอะไรก็เป็นเรื่องของเขา ผมยังจะยืนอยู่แบบนี้&amp;rdquo; นายมิ่งขวัญ ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
เมื่อถามว่า ในทางกฎหมายจะย้ายพรรคการเมืองหรือไม่ นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า&amp;nbsp; บางคนมาแสดงความคิดเห็นให้ลาออก บางคนไม่ให้ลาออก แต่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ส.ส.มีเอกสิทธิ์ไม่ต้องทำตามมติพรรค ทั้งนี้ ส่วนตัวยังจะดำเนินกิจกรรมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านต่อไป โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งได้ขอเวลาอภิปรายไว้ 4 ชั่วโมง เพราะเห็นว่าประเทศไทยมีเรื่องที่ต้องอภิปรายจำนวนมาก แต่ไม่แน่ใจว่าจะได้เวลาอภิปรายขนาดนั้นหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ประกาศเด็ดขาด แต่กลับไม่ลาออกจากพรรคเศรษฐกิจใหม่ นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า ถ้าลาออกวันนี้ก็ไม่มีสิทธิ์อภิปรายไม่ไว้วางใจ และคนจำนวนครึ่งล้านเลือกเข้ามา ถ้าลาออกคนครึ่งล้านจะคิดอย่างไรกับตน และไม่ได้ยึดติดกับการเป็นรัฐบาลเรื่องลาออก ถ้าพูดตรงๆก็ไม่ได้ยึดติด แต่ถ้าตนได้ทำประโยชน์กับประชาชนจะให้ตนทำต่อหรือไม่ หรือถ้าอยากให้ออกก็ให้พรรคเศรษฐกิจใหม่ขับออกได้ และคงไปอยู่กับพรรคการเมืองอื่นๆ ที่มีอุดมการณ์เหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมได้ทำอะไรของผมในระดับหนึ่งแล้ว ถ้าไม่ขับออกก็อยู่กันไปอย่างนี้ตามจุดยืนของผม การลาออกง่ายนิดเดียว แค่เขียนเอกสารก็ลาออกได้แล้ว แต่ผมจะไม่ปฏิบัติตามมติของพรรคที่ไม่ได้รักษาคำพูดที่ให้ไว้ สิ้นสุดอายุสภานี้วันไหน ผมไปอยู่ที่อื่น&amp;quot; นายมิ่งขวัญ กล่าว
&amp;nbsp;
เมื่อถามถึงความรู้สึกที่คะแนนเสียงส่วนใหญ่ได้มาจากหาเสียงของตัวเอง แต่วันนี้กลับถูกลอยแพ นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า กลืนไม่เข้า คายไม่ออก ทั้งนี้ ถ้าพรรคเศรษฐกิจใหม่มาแถลงชี้แจงและมีข้อมูลไม่ถูกต้อง ตนจะไม่ทนนิ่งอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ตนสงสัยว่าอะไรที่ทำให้คนเราเปลี่ยนจากหน้าเป็นหลังมือ แต่ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าอะไรเป็นแรงจูงใจให้พวกเขาเปลี่ยนไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56141</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลืนไม่เข้าคายไม่ออก, ฝ่ายค้าน, พรรคเศรษฐกิจใหม่, มิ่งขวัญ, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200203/image_big_5e37b3a299853.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
