<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิจัย VISTEC คว้ารางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นปี 64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นักวิจัย VISTEC คว้ารางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี 2564 พร้อมรับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โชว์ศักยภาพสถาบันการศึกษาเน้นการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยสถาบันวิทยสิริเมธี หรือ VISTEC นี้ เป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นงานวิจัย ชั้นแนวหน้า ที่ก่อตั้งขึ้นโดย กลุ่ม ปตท. เพื่อสร้างบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ดีเลิศในระดับโลก ให้สามารถสร้างและใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การมอบรางวัลในครั้งนี้ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ประจำปี 2564 ว่ารางวัลดังกล่าวจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 39 โดยมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เปิดตัวผู้ได้รับรางวัลฯ และในปีนี้ คณะกรรมการรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ นายวินิช พรมอารักษ์ นักวิจัยวัสดุนาโนสำนักวิชาวิทยาการโมเลกุล (School of Molecular Science and Engineering) สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ผู้คิดค้น &amp;ldquo;เทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ยุคใหม่และนวัตกรรมไฟส่องสว่างอนาคตเพื่อการปฏิรูปพลังงานหมุนเวียนที่ยั่งยืน&amp;rdquo; (New Solar Cell and Innovative Lighting Technology for Renewable Energy Transformation) ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้านนายจำรัส ลิ้มตระกูล ประธานคณะกรรมการรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น กล่าวว่าการที่จะยกระดับประเทศไทยให้ก้าวไปสู่การพัฒนาแบบก้าวกระโดด และเปลี่ยนจากการเป็นผู้ซื้อเทคโนโลยีมาเป็นผู้สร้างนวัตกรรมเช่นเดียวกับประเทศชั้นนำในเอเชีย จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยด้านต่างๆ การส่งเสริมความเป็นเลิศในสาขาวิจัยที่สร้างศักยภาพให้กับประเทศ การสนับสนุนนักวิจัยและผู้นำกลุ่มนักวิจัยขั้นแนวหน้า และที่สำคัญคือการสนับสนุนให้เกิดการลงทุนด้านการวิจัย เพื่อเร่งสร้างนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย วิศวกร ฯลฯ ที่มีคุณภาพให้เพียงพอต่อความต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้การมอบรางวัลดังกล่าว จึงเป็นหนึ่งในกลไกการสนับสนุน และสร้างนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยในระดับสากลที่รอบรู้และมีความเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการพึ่งพาตนเอง โดยใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมในการขับเคลื่อนประเทศให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนอย่างแท้จริง และนำความรู้ไปขับเคลื่อนการพัฒนาที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศและสอดรับกับทิศทางในระดับนานาชาติได้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวินิช พรมอารักษ์ นักวิจัยวัสดุนาโน สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) กล่าวว่า การคิดค้นเทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ยุคใหม่และนวัตกรรมไฟส่องสว่างอนาคตเพื่อการปฏิรูปพลังงานหมุนเวียนที่ยั่งยืน เป็นการวิจัยและพัฒนาวัสดุกึ่งตัวนำอินทรีย์และการประยุกต์ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และสร้างนวัตกรรมใหม่ โดยนำวัสดุกึ่งตัวนำอินทรีย์ที่เป็นสารประกอบของคาร์บอน มาออกแบบในระดับโมเลกุลให้มีคุณสมบัติเป็นสารกึ่งตัวนำที่สามารถเปล่งแสงได้ดี ดูดกลืนแสงได้ดี หรือนำไฟฟ้าได้ดี &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามารถนำมาใช้แทนวัสดุกึ่งตัวนำซิลิคอนในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันได้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและเกิดนวัตกรรมใหม่ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาทิ ไดโอดเปล่งแสงอินทรีย์ (OLED) เซลล์แสงอาทิตย์ยุคใหม่ อิเล็กทรอนิกส์แบบยืดหยุ่นหรือพับงอได้ เช่น โทรศัพท์มือถือแบบพับงอได้ รวมถึงอิเล็กทรอนิกส์แบบพิมพ์ได้ โดยงานวิจัยนี้เป็นการบูรณาการด้านเคมี วัสดุศาสตร์ ฟิสิกส์ และวิศวกรรมศาสตร์เข้าด้วยกัน โดยสามารถนำองค์ความรู้ดังกล่าวมาทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อต่อยอดการพัฒนาวัสดุกึ่งตัวนำอินทรีย์ประสิทธิภาพสูงและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต้นแบบ สู่การผลิตในเชิงพาณิชย์และใช้งานได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม นายวินิช ปัจจุบันทำงานอยู่ที่สำนักวิชาวิทยาการโมเลกุล สถาบันวิทยสิริเมธี จังหวัดระยอง โดยที่ผ่านมาเคยได้รับรางวัลจากการมุ่งมั่นพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาทิ รางวัล CST High Impact Chemist Award จากสมาคมเคมีแห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ของศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทุนวิจัยเมธีวิจัยอาวุโส สกว. จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) รางวัลชนะเลิศ ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากการประกวดงานวิจัย PTTGC Open Innovation Challenge หัวข้อ &amp;ldquo;Circular Thinking&amp;rdquo; เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv9595707774&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ถือว่าการได้รับรางวัลดังกล่าวสามารถตอบสนองถึงวิสัยทัศน์ของ VISTEC ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการเป็นสถาบันการศึกษาที่มุ่งเน้นการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาด้านดังกล่าว โดยเชื่อว่าในอนาคตสถาบันฯ จะสามารถสร้างชื่อเสียงผ่านงานวิจัยและพัฒนาด้านอื่นๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119669</URL_LINK>
                <HASHTAG>VISTEC, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กลุ่ม ปตท., นักวิจัย VISTEC, นายวินิช พรมอารักษ์, นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์, รางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี 2564, สถาบันวิทยสิริเมธี, อว., เทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ยุคใหม่, เทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ยุคใหม่และนวัตกรรมไฟส่องสว่างอนาคตเพื่อการปฏิรูปพลังงานหมุนเวียนที่ยั่งยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_6166ce29a1750.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่ม ปตท. เร่งเยียวยาพิษน้ำท่วมส่งทีมมีประสบการณ์ลงพื้นที่ช่วยเหลือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กลุ่ม ปตท. ลุยบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน หลังเผชิญพิษน้ำท่วม ส่งหน่วยปฏิบัติการ PTT Group SEALs ใช้ประสบการณ์ช่วยเหลือน้ำท่วมปี 2554 ลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัย พร้อมเตรียมถุงยังชีพ 10,000 ถุง ส่งมอบให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าจากอิทธิพลของพายุเตี้ยนหมู่ส่งผลให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันมีความรุนแรงและสร้างความเสียหายให้กับประชาชนเป็นวงกว้างนั้น กลุ่ม ปตท. จึงมอบหมายให้ทีมปฏิบัติการชมรม &amp;ldquo;PTT Group SEALs กลุ่ม ปตท.&amp;rdquo; ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอชัยบาดาล และ อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีระดับน้ำท่วมสูง จากการไหล่บ่าของมวลน้ำเหนือลงมายังแม่น้ำป่าสัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้กลุ่ม ปตท. ยังได้สนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ อาทิ รถกู้ภัย เทรลเลอร์บรรทุกเรือ เรือติดเครื่องยนต์ และอุปกรณ์ความปลอดภัยที่จำเป็นอื่นๆ&amp;nbsp; ให้แก่ทีมปฏิบัติการชมรม &amp;ldquo;PTT Group SEALs&amp;rdquo;&amp;nbsp; ที่ได้เข้าปฏิบัติภารกิจในการลงพื้นที่มาตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2564 &amp;nbsp;ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากยังคงมีระดับน้ำท่วมสูงและประชาชนยังต้องการการสนับสนุนเรือและทีมปฏิบัติการกว่า 1,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; เพื่อขนส่งลำเลียงอาหารและสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีพ&amp;nbsp; รวมถึงให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวให้สามารถเดินทางเข้าออกที่พักอาศัย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ก่อนหน้านี้ กลุ่ม ปตท. พร้อมคณะผู้บริหาร ปตท. ได้ส่งมอบถุงยังชีพ ในนามชมรมพลังไทยใจอาสา กลุ่ม ปตท. จำนวน 1,000 ถุง ประกอบไปด้วยอาหารพร้อมรับประทาน เครื่องอุปโภค บริโภค ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพและสามารถใช้ได้ทันที เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเบื้องต้น จากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ ต.ท่ามะนาว อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังได้เตรียมถุงยังชีพอีกจำนวน 10,000 ถุง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 10,500 ลัง เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิง 1,000 ลิตร เพื่อนำไปมอบในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ นครสวรรค์&amp;nbsp; ชัยนาท สระบุรี สิงห์บุรี และนครราชสีมา ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม &amp;ldquo;PTT Group SEALs กลุ่ม ปตท.&amp;rdquo; เป็นการรวมพลังของทุกบริษัทในกลุ่ม ปตท. ดำเนินการโดยสมาชิกจิตอาสา ซึ่งเป็นพนักงานกลุ่ม ปตท. ดำเนินภารกิจให้ความช่วยเหลือสังคมในภาวะวิกฤต ทั้งด้านกำลังพล การกู้ภัย อาหาร ความช่วยเหลือต่างๆ เป็นจิตอาสาที่ไม่แสวงผลตอบแทนมากว่า 10 ปี นับตั้งแต่เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ เมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา และมีแผนช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อื่นๆ ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัจจุบันสถานการณ์น้ำท่วมยังไม่มีแนวโน้มว่าจะคลี่คลายได้โดยเร็ว และขณะนี้ยังมีน้ำท่วมสูงและฝนตกหนัก ทำให้บ้านเรือนเสียหายเป็นจำนวนมาก โดย ปตท. ยังได้มีแผนช่วยเหลือประชาชนด้วยการจัดส่งถุงยังชีพไปยังพื้นที่อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเคียงข้างคนไทย และพร้อมเป็นกำลังใจให้กับทุกภาคส่วนร่วมผ่านสถานการณ์วิกฤตนี้ไปด้วยกัน&amp;rdquo; นายอรรถพล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118829</URL_LINK>
                <HASHTAG>PTT Group SEALs, PTT Group SEALs กลุ่ม ปตท., กลุ่ม ปตท., ชมรมพลังไทยใจอาสา กลุ่ม ปตท., ช่วยผู้ประสบภัย, ถุงยังชีพ, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์, น้ำท่วม, บรรเทาความเดือดร้อน, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c0369b5988.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115527</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 17:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 17:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เติมด่วน!!โออาร์-บางจากขึ้นราคาน้ำมันดีเซล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย. 2564 - บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด(มหาชน) และ บมจ.บางจาก ได้มีการประกาศขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มดีเซล 30 สตางค์/ลิตร ส่วนกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดคงเดิม มีผลตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย. 2564 เวลา 05.00 น.&amp;nbsp;

ส่งผลให้มีราคาดังนี้ เบนซิน ราคา 36.66 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 29.25 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 28.98 บาท/ลิตร E20 ราคา 27.74 บาท/ลิตร E85 ราคา 22.44 บาท/ลิตร ดีเซล(บี7) ราคา 29.09 บาท/ลิตร ดีเซล(บี10) ราคา 26.09 บาท/ลิตร B20 ราคา 25.84 บาท/ลิตร ดีเซลพรีเมี่ยม 33.86 บาท/ลิตร (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115527</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่ม ปตท., ขึ้นราคากลุ่มดีเซล, บมจ.บางจาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131faf3eb562.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 08:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 08:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>End-to-End บริการเยียวยาโควิด-19 ครบจบในที่เดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;จากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยที่ยังคงรุนแรงต่อเนื่อง และในระลอก 3 นี้สร้างผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจและชีวิตของคนในสังคมอย่างมากมายมหาศาล ประชาชนทุกคนจำเป็นต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความโกลาหลและจำเป็นต้องมีกำลังใจอย่างสูงที่จะใช้ต่อสู่กับสถานการณ์ดังกล่าว ด้วยเหตุนี้กลุ่ม ปตท. จึงได้จัดตั้ง &amp;ldquo;โครงการลมหายใจเดียวกัน&amp;rdquo; ขึ้นมา เพื่อเป็นอีกความร่วมมือร่วมใจที่จะเพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาวิกฤตโควิด-19 ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;พร้อมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) สำนักงานหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) และพันธมิตรทางการแพทย์ได้แก่ มูลนิธิโรงพยาบาลในเครือบางปะกอกฯ และโรงพยาบาลปิยะเวท จัดตั้ง &amp;ldquo;หน่วยคัดกรอง และโรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End)&amp;rdquo; ขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่ยังคงมีตัวเลขที่สูง และมุ่งหวังที่จะมีส่วนในการช่วยลดการเสียชีวิต บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยเร็วที่สุด โดยหน่วยคัดกรอง และ โรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End) แห่งนี้มีการทำงานภายใต้ข้อกำหนดที่ต้อง &amp;ldquo;ตรวจเร็ว แยกเร็ว รักษาเร็ว&amp;rdquo; ซึ่งจะเป็นการตรวจรักษาแบบครบวงจร และยังเป็นต้นแบบที่ภาคธุรกิจจับมือกับภาครัฐอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;ทั้งนี้ผู้ที่ต้องการจะเข้าใช้บริการ จำเป็นจะต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน QueQ ผ่านการให้บริการของทั้งแอนดรอยและ IOS ก่อน แล้วเข้าไปกดเลือกเมนู : บริการสาธารณะ เมื่อเข้ามาแล้วจะมีให้เลือกรูปแบบบริการ ไปที่โครงการลมหายใจเดียวกัน ที่ระบุสถานที่เป็น EnCo Terminal (ศูนย์ลูกเรือฯ เดิม เยื้องสนามบินดอนเมือง) &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;และทำการลงทะเบียนโดยมีขั้นตอนดังนี้ 1. ลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก พร้อมลงทะเบียนใน Link สปคม. ที่แนบในแอป 2.เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยจะได้เลข 4 หลัก ส่งมาทางโทรศัพท์ซึ่งผู้ลงทะเบียนจะต้องจดเลข 4 หลักไว้เพื่อแสดงในวันตรวจโควิด-19 ณ หน่วยคัดกรอง รับตรวจ ตามวันและรอบเวลาที่ลงทะเบียนเท่านั้น เพื่อลดความแออัดของจุดตรวจ ซึ่งบริการนี้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;การบริการดังกล่าวประกอบด้วย 4 จุดหลัก ได้แก่ จุดที่ 1 หน่วยคัดกรอง โครงการลมหายใจเดียวกัน ณ อาคาร&amp;nbsp;EnCo Terminal หรือ EnTer ของ บริษัท Energy Complex กลุ่ม ปตท. ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ เพื่อใช้เป็นจุดคัดกรองสำหรับกลุ่มเสี่ยง มีการวางระบบดิจิทัลเพื่อลงทะเบียน และเริ่มจากการตรวจโดยใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) และหากพบว่ามีความเสี่ยงติดเชื้อ จะนำส่งตรวจ RT-PCR ต่อไป เพื่อให้การแสดงผลนั้นแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;สำหรับผู้ป่วยระดับสีเขียวที่ตรวจพบ สามารถทำการดูแลตัวเองเบื้องต้นที่บ้านหรือในชุมชน (Home or Community Isolation) โดยจะได้รับมอบ &amp;ldquo;กล่องพลังใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; ประกอบไปด้วยชุดอุปกรณ์ทางการแพทย์และยาที่จำเป็น รวมทั้งระบบติดตามอาการ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;ขณะที่จุดให้บริการที่ 2 , 3 และ 4 จะจัดเตรียมเป็นโรงพยาบาลสนามครบวงจร โครงการลมหายใจเดียวกัน เพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 รองรับการรักษาผู้ป่วยที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ทุกระดับความรุนแรง ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลปิยะเวท โดยโรงพยาบาลสนามครบวงจรแห่งนี้ เป็นการระดมกำลังของกลุ่ม ปตท. ทั้งด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อแบ่งเบาภาระและบรรเทาปัญหาการขาดแคลนเตียงในพื้นที่กรุงเทพฯ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;โดยโรงพยาบาลสนาม สำหรับผู้ป่วยระดับ &amp;ldquo;สีเขียว&amp;rdquo; เปิดให้บริการในรูปแบบของ Hospitel กระจายไปในหลายโรงแรมในกรุงเทพฯ จำนวนกว่า 1,000 เตียง รองรับผู้ป่วยที่ส่งต่อมาจากหน่วย คัดกรองอย่างเป็นระบบ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;สำหรับผู้ป่วยระดับ &amp;ldquo;สีเหลือง&amp;rdquo; คือผู้ป่วยที่มีอาการในระดับหนักขึ้น เปิดให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ มีเตียงผู้ป่วยจำนวน 300 เตียง มีระบบออกซิเจน ต่อ Direct Tube ส่งตรงถึงทุกเตียงผู้ป่วย พร้อมเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมของกลุ่ม ปตท. เพื่อให้การดูแล คนไข้ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เตียงพลาสติกรับน้ำหนักสูง หุ่นยนต์ CARA เป็นหุ่นยนต์ลำเลียงเพื่อช่วยบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลคนไข้ รวมถึงหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อ Xterlizer UV Robot &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;และโรงพยาบาลสนาม สำหรับผู้ป่วยระดับ &amp;ldquo;สีแดง&amp;rdquo; จัดสร้างโรงพยาบาลสนาม ICU บนพื้นที่ 4 ไร่ สำหรับผู้ป่วยจำนวน 120 เตียง ให้บริการสำหรับผู้ป่วยอาการหนัก โดยปรับพื้นที่โล่งของโรงพยาบาลปิยะเวท เป็นสถานที่ก่อตั้ง โดยจัดทำห้องรักษาความดันลบแยกรายผู้ป่วย ห้องละ 1 เตียง พร้อมระบบ Direct Tube ส่งท่อออกซิเจน ตรงทุกห้องผู้ป่วย และมีการติดตั้งถังออกซิเจนเหลวขนาด 10,000 ลิตรพร้อมห้องฉุกเฉินให้บริการ ตลอด 24 ชั่วโมง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin: 0cm;&quot;&gt;โควิด-19 ยังอยู่กับสังคมมนุษย์ไปอีกสักระยะหนึ่ง แม้หลายเมืองหลายประเทศจะมีการควบคุมได้อย่างดีและไม่มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่สามารถลดความเสี่ยงจนเป็น 0% ได้ ขณะที่หลายๆ&amp;nbsp; ประเทศยังคงต้องรับผลกระทบที่รุนแรงจากวิกฤตนี้อยู่ เช่นเดียวกับประเทศไทยที่ยังต้องเผชิญกับปัญหาดังกล่าว ซึ่งเชื่อว่าด้วยความร่วมแรงร่วมใจของคนในสังคม รวมถึงการเข้ามามีส่วนร่วมของบริษัทชั้นนำของประเทศเพื่อต่อสู่กับวิกฤตดังกล่าว จะเป็นส่วนสำคัญที่จะผลักดันประเทศไทยสามารถผ่านพ้นปัญหาไปได้ด้วยดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115108</URL_LINK>
                <HASHTAG>End-to-End, กลุ่ม ปตท., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612d82bbd3402.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ธุรกิจยักษ์ใหญ่ไทยตั้งเป้า Net Zero  การผลิตไร้&quot;คาร์บอน&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธุรกิจยักษ์ใหญ่ของไทยที่ร่วมเสวนาออนไลน์ ถึงแผนการผลิตขององค์กร ที่ตั้งเป้าที่จะให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็น 0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในยุคนี้ภาคธุรกิจส่วนใหญ่ต้องมีการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งในวงเสวนาเรื่อง &amp;ldquo;ภาคธุรกิจไทย TBCSD : พลังความร่วมมือ มุ่งสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ สู้วิกฤตสภาพภูมิอากาศ สู่อนาคตที่ยั่งยืน&amp;rdquo; โดยองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) ได้จัดขึ้นเพื่อให้ภาคธุรกิจได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินงานที่ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึง บทบาทของภาครัฐ ในการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ (Country Issue) ด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน(TBCSD) กล่าวว่า ปัจจุบันมีสมาชิกใน TBCSD กว่า 40 องค์กร ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทย อาทิ ยานยนต์ พลังงานและสาธารณูปโภค ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ อสังหาริมทรัพย์และวัสดุก่อสร้าง อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภค และการเงินการธนาคาร เพื่อร่วมกันส่งเสริมและขับเคลื่อนให้ภาครัฐและภาคธุรกิจมีบทบาทสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย และมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายระดับประเทศ โดยเฉพาะเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในปัจจุบันภาคธุรกิจไทยความตื่นตัวและมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและพัฒนาธุรกิจบนพื้นฐานของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลอันจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

&amp;nbsp; ในภาพรวมการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทย ดร.พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์ รองผู้อํานวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เผยว่า ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 354 ล้านตัน ในจำนวนนี้มาจากภาคพลังงาน 71% ภาคพลังงานผลิตไฟฟ้า 42% ภาคขนส่ง 28% ภาคพลังงานที่ใช้ในอุตสาหกรรม 20% ภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ 8.9% โดยทั้งหมดเป็นปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมประมาณกว่า 80% จากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของทั้งประเทศ ซึ่งแนวทางในการทำธุรกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน เป็นการทำธุรกิจที่ตอบสนองต่อผู้บริโภคยุคใหม่ที่กังวลถึงผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ดังนั้นภาพจำใหม่ที่เกิดขึ้นต่อภาคธุรกิจคือ เศรษฐกิจของประเทศเติบโตขึ้นได้พร้อมกับการลดก๊าซเรือนกระจก ตัวอย่างที่ประเทศสวีเดน ตั้งแต่ปี 1990-2013 มีจีดีพีเพิ่มขึ้น 58% ในขณะเดียวกันมีการลดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 23% ดังนั้นหากมีการลดใช้พลังงานในภาคพลังงานหรืออุตสาหกรรมก็เท่ากับลดต้นทุนในการผลิต ไทยก็จะเดินหน้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และการใช้เศรษฐกิจหมุนเวียน&amp;rdquo; ดร.พงษ์วิภา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กราฟแสดงแผนการลดคาร์บอนของปตท.

ด้าน อรวดี โพธิสาโร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กร บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า &amp;nbsp;ปตท.ได้ให้ความสำคัญกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก โดยในกลุ่มบริษัท ปตท.ด้านพลังงาน ทั้งในและต่างประเทศ มีการปลดปล่อยคาร์บอนประมาณ 39 ล้านตัน &amp;nbsp;จึงต้องเน้นการดำเนินธุรกิจแบบ Net Zero ปรับวิสัยทัศน์ให้สอดรับกับทิศทางอนาคต โดยขับเคลื่อนทุกชีวิตด้วยพลังแห่งอนาคต (Powering Life with Future Energy and Beyond) ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความยั่งยืนในด้านต่าง ๆ ในมิติของสิ่งแวดล้อม และได้กำหนดกลยุทธ์ PTT Group Clean and Green Strategy ในการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดําเนินธุรกิจ โดยอยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดเป้าหมายการในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี 2030 ลงร้อยละ 15 จากระดับปี 2020 &amp;nbsp;การดำเนินงานตามกลยุทธ์ดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ควบคู่กับการดําเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพและใช้พลังงานหมุนเวียนในกระบวนการผลิต การปลูกและดูแลป่าเพื่อช่วยในการดูดซับก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง

นําพล ลิ้มประเสริฐ ผู้อํานวยการ สํานักงานพัฒนาอย่างยั่งยืน เอสซีจี ได้ให้มุมมองว่า โดยรวมแล้วในภาคธุรกิจของเอสซีจี มีการปล่อยคาร์บอนประมาณ 23.34 ล้านตัน ดังนั้นเป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 คือ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 20% ในปี 2568 &amp;nbsp;และ 28% ในปี 2573 &amp;nbsp;และลดการใช้พลังงานลง 13% ในปี 2568 เทียบกับ BAU ในปี &amp;nbsp;2550 และตั้งเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 ผ่านการดำเนินงานด้านกลไกราคาระบบซื้อขายการปล่อยมลพิษ (ETS) เพิ่มส่วนแบ่งของชีวมวลและพลังงานหมุนเวียน เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน การวิจัยและพัฒนา (R&amp;amp;D) ของเทคโนโลยี &amp;nbsp;รวมไปถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และแนวทางแก้ไขปัญหา และการให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานและความยืดหยุ่นของสภาพอากาศ การฟื้นฟูสภาพป่า และแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน คือ &amp;nbsp;ผลิต-ใช้-วนกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกของเอสซีจี

สำหรับบทบาทของคนรุ่นใหม่ จรินทร์พร จุนเกียรติ ดารานักแสดง และ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท อีอีซี (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า ปัจจุบันสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ความสมดุลที่ควรจะมีก็สั่นคลอน เกิดการย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ สัตว์บก อย่างเต่าก็อาจจะมีโอกาสในการวางไข่ในน้ำน้อยลงได้ จึงมีความสนใจและศึกษาอย่างลึกซึ้งเพราะแต่ละคนก็มีหนทางในการช่วยสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมือนกัน &amp;nbsp;โดยอีอีซีจะทำให้การเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่สนุก บูรณาการ Education &amp;amp; Entertainment เข้าด้วยกัน ขยับไปถึงภาคส่วนอื่นๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งผู้ประกอบการ ภาครัฐ เอกชนที่ต้องช่วยกันดูแลและขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111122</URL_LINK>
                <HASHTAG>Net Zero Emission, กลุ่ม ปตท., นําพล ลิ้มประเสริฐ, ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม, องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD), อรวดี โพธิสาโร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210726/image_big_60fe1e4ca425e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่ม ปตท.เดินหน้า ‘โครงการลมหายใจเดียวกัน’  เร่งจัดตั้งหน่วยคัดกรองและโรงพยาบาลสนามครบวงจร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ก.ค. 2564 - พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รับมอบยาเรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) นำเข้าจากต่างประเทศ จำนวน 2,000 ขวด เพื่อใช้กับผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่สามารถใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ได้ โดยเฉพาะผู้ตั้งครรภ์ที่มีภาวะปอดอักเสบ จากคณะผู้บริหารกลุ่ม ปตท. นำโดย ศาสตราจารย์พิเศษ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานกรรมการ ปตท. นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และนายบุรณิน รัตนสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ปตท. ที่ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัด เร่งหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนในวิกฤตโควิด-19 อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในจุดที่เป็นความจำเป็นสูงสุดในช่วงนี้ ซึ่ง กลุ่ม ปตท. อยู่ระหว่างเร่งจัดตั้งหน่วยคัดกรองและโรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End) นำร่องเป็นต้นแบบของภาคธุรกิจที่จะเข้ามาร่วมมือกับภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข ร่วมช่วยเหลือสถานการณ์ COVID-19 ของประเทศในปัจจุบัน ที่ยังมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของภาครัฐ หลังจากที่สนับสนุนการนำเข้ายาเรมเดซิเวียร์เพื่อเพิ่มสำรองคงคลังภายในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท. มีความตั้งใจที่จะร่วมสนับสนุนการแก้ปัญหาวิกฤตโควิด-19 ของประเทศมาอย่างต่อเนื่องภายใต้ &amp;lsquo;โครงการลมหายใจเดียวกัน&amp;rsquo; ซึ่งยาเรมเดซิเวียร์ดังกล่าว ปตท. ได้มอบให้ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด จัดหาและนำเข้าเพื่อสนับสนุนภาครัฐ รวมทั้งเตรียมการจัดหาอย่างต่อเนื่องเพิ่มเติม เพราะประเทศยังมีความจำเป็นต้องใช้มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการให้ความช่วยเหลือในขั้นถัดไป กลุ่ม ปตท. ได้เตรียมการเพิ่มกำลังการดูแลผู้ป่วยโควิดครบวงจร (End-to-End) เพื่อเป็นอีกแรงสนับสนุนแก้ปัญหาวิกฤตเร่งด่วนของประเทศในขณะนี้ มุ่งเน้นการตรวจเร็ว แยกเร็ว รักษาเร็ว โดยจะร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและพันธมิตรทางการแพทย์ ในการเพิ่มการตรวจคัดกรองเชิงรุก เพื่อคัดแยกผู้ติดเชื้อ การดูแลผู้ติดเชื้อที่ดูแลตัวเองเบื้องต้นที่บ้าน หรือ ในชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่ม ปตท. จะมอบ &amp;lsquo;กล่องพลังใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน&amp;rsquo; ที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ ยา และ ของใช้ที่จำเป็น พร้อมระบบติดตามอาการทางไกล ตลอดจนการส่งต่อผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลสนามเขียวและเหลืองตามระดับความรุนแรงของอาการ โดยร่วมจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในระดับสีเขียวประมาณ 1,000 เตียง ระดับสีเหลือง 350 เตียง รวมทั้งจัดตั้งโรงพยาบาลสนามไอซียู รองรับผู้ป่วยขั้นวิกฤต ระดับสีแดง จำนวน 120 เตียง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ดูแลทั้งระบบโดยบุคลากรทางการแพทย์ของพันธมิตรกลุ่ม ปตท. ทั้งนี้คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในปลายเดือนก.ค.นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110808</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่ม ปตท., ยาเรมเดซิเวียร์ (Remdesivir), อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์, โครงการลมหายใจเดียวกัน, ใช้กับผู้ป่วยโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa35d96157a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มปตท. โชว์ไตรมาสแรกปี 64 กวาดรายได้เพิ่ม17%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.2564 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เผยรายได้ของกลุ่ม ปตท. ในไตรมาส 1 ปี 2564 อยู่ที่ 477,837 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 70,663 ล้านบาท หรือร้อยละ 17.4 จากไตรมาส 4 ปี 2563 &amp;nbsp;โดยกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ (EBITDA) ในไตรมาส 1 ของปี 2564 อยู่ที่จำนวน 102,997 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31,383 ล้านบาท หรือร้อยละ 43.8 จากไตรมาสก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องด้วยผลการดำเนินงานของทุกกลุ่มธุรกิจปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ซึ่งเป็นผลจากราคาปิโตรเลียมและปิโตรเคมีในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมที่ฟื้นตัวหลังจากการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง (Lockdown) รวมถึงการใช้วัคซีนป้องกัน COVID-19 เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ &amp;nbsp;ทั้งนี้ &amp;nbsp;กำไรสุทธิของ ปตท. และบริษัทย่อย ในไตรมาส 1 ของปี 2564 &amp;nbsp;มีจำนวน 32,588 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19,441 ล้านบาท หรือมากกว่าร้อยละ 100.0 จาก 13,147 ล้านบาท ในไตรมาสก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพิ่มเติมงบการเงิน และสรุปผลการดำเนินงานของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อยสำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102877</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่ม ปตท., บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f9ec51b7f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
