<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43524</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2019 19:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2019 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มกบฏพม่าเหิม บุกโจมตีพร้อมกัน 5 จุด ตายอย่างน้อย 14 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองกำลังติดอาวุธชนกลุ่มน้อยในเมียนมาร่วมมือกันเปิดปฏิบัติการโจมตีพร้อมกัน 5 จุดในพื้นที่ภาคเหนือ เผาสถานีตำรวจ บุกถล่มโรงเรียนฝึกทหารช่างฆ่าเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจและพลเรือนรวมอย่างน้อย 14 คน กองทัพเผยเป็นการโจมตีตอบโต้ที่กองทัพทลายแหล่งผลิตยาเสพติดยึดยาไอซ์มูลค่ามหาศาลในรัฐชานเมื่อเดือนที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซากรถยนต์โดนเผาที่ด่านควบคุมยาเสพติดในเมืองนองโช รัฐชาน เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม 2562 อ้างคำแถลงของโฆษกกองทัพเมียนมา และตัวแทนของกลุ่มพันธมิตรภาคเหนือ ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรกองกำลังติดอาวุธชนกลุ่มน้อยที่เคลื่อนไหวในภาคเหนือของเมียนมา ยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายกำลังสู้รบกันอยู่ตั้งแต่เช้าวันเดียวกัน โดยกลุ่มพันธมิตรภาคเหนือยอมรับว่ากองกำลังพันธมิตรก่อการโจมตีเป้าหมาย 5 แห่ง ซึ่งรวมถึงสถาบันเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ (ดีเอสทีเอ) ที่เมืองปยีนอูลวีน ในรัฐชาน ซึ่งอยู่ภาคตะวันตกของเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองปยีนอูลวีนเป็นเมืองท่องเที่ยวและเป็นที่ตั้งของค่ายทหาร อยู่ใกล้กับเมืองมัณฑะเลย์ ที่ผ่านมาเมืองนี้ไม่เคยได้รับผลกระทบจากการสู้รบในภูมิภาคนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตุน ตุน ญี โฆษกกองทัพเมียนมา กล่าวกับรอยเตอร์ทางโทรศัพท์ว่า ทหารกำลังต่อสู้กับพวกกบฏที่เมืองนองโช ใกล้กับสะพานข้ามทางรถไฟโก๊ะเต๊ะที่สร้างในสมัยอังกฤษปกครองพม่า และมีสะพานอีกสะพานในเมืองที่ถูกทำลายด้วย นอกจากนี้พวกกบฏยังวางเพลิงด่านของตำรวจปราบยาเสพติดในเมืองนี้ ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเท่าใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเปิดเผยเช่นกันว่า มีรายงานการสู้รบที่ด่านเก็บค่าทางด่วนในเมืองล่าเสี้ยว ซึ่งเป็นเมืองใหญ่สุดในรัฐชาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเมียนมาประกาศหยุดยิงในรัฐชานเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว และได้ขยายเวลาต่อไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคมที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพจากสื่อของเมียนมาเผยให้เห็นสภาพความเสียหายจากการโจมตี มีซากรถยนต์ไหม้เกรียมหลายคันที่พรุนด้วยรูกระสุน และอาคารหลายหลังเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม ไอค์ จอ โฆษกกองทัพปลดปล่อยตะอ้าง (ทีเอ็นแอลเอ) กล่าวกับเอเอฟพีว่า กลุ่มของเขาเปิดการโจมตีเพื่อตอบโต้การรุกโจมตีของกองทัพ การต่อสู้เกิดขึ้น 5 จุดเมื่อช่วงเช้า เป้าหมายมีทั้งดีเอสทีเอและสถานีตำรวจใกล้สะพานโก๊ะเต๊ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกด้วยว่า ทีเอ็นแอลเอก่อการครั้งนี้โดยประสานกับกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (เอ็มเอ็นดีเอเอ) และกองทัพอาระกัน (เอเอ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการให้ข่าวกับรอยเตอร์ เขาอ้างว่า กองกำลังพันธมิตรภาคเหนือโจมตีครั้งนี้เพื่อตอบโต้ที่กองทัพพม่ารุกโจมตีพื้นที่ของกลุ่มชาติพันธุ์มากขึ้นในช่วงนี้ ทำให้พวกตนจำเป็นต้องเปลี่ยนสมรภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลที่อองซาน ซูจี เป็นผู้นำ กำลังพยายามสร้างสันติภาพ แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้หากกองทัพไม่มีส่วนร่วมด้วย&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศพนอนเรียงบนพื้นในรั้วของสถานีตำรวจโก๊ตทวิน ในรัฐชาน ภายหลังกลุ่มกบฏบุกโจมตี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านพลจัตวาซอ มิน ตุน โฆษกกองทัพเมียนมา ยืนยันว่า พวกกบฏโจมตีทั้งหมด 5 จุด และมีพลเรือนเสียชีวิต 1 คน ทหารเสียชีวิต 2 นาย และการต่อสู้ยังดำเนินอยู่ &amp;quot;เราสันนิษฐานว่าพวกนั้นโจมตี เพราะกองทัพยึดยาเสพติดได้หลายตันเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน&amp;quot; โฆษกกองทัพเมียนมากล่าวกับเอเอฟพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีที่ด่านของตำรวจซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายการโจมตี นับศพที่พบที่นั่นได้ 11 ศพ เป็นทหาร 7 ศพ และตำรวจ 4 ศพ ซึ่งทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตรวมเป็นอย่างน้อย 14 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตำรวจปราบปรามยาเสพติดเมียนมาเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดที่เมืองกุก่ายในรัฐชานเมื่อเดือนกรกฎาคม และถูกต่อต้านด้วยกระสุนปืนใหญ่ การบุกครั้งนั้นสามารถยึดสารเคมีปริมาณมหาศาลและยาไอซ์มูลค่าหลายล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสู้รบครั้งใหม่ยิ่งเพิ่มอุปสรรคขัดขวางความพยายามของนางซูจีที่ต้องการยุติการสู้รบยาวนานหลายทศวรรษระหว่างทางการเมียนมากับกองกำลังติดอาวุธกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รัฐบาลของนางซึ่งชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเมื่อปี 2559 ได้ทำข้อตกลงหยุดยิงกับหลายกลุ่มแล้ว แต่กลุ่มที่เคลื่อนไหวในรัฐกะฉิ่นและชานทางภาคเหนือ และรัฐยะไข่ในภาคตะวันตก ปฏิเสธทำข้อตกลงและยังคงสู้รบอย่างต่อเนื่อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43524</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มกบฏพม่า, กองทัพเมียนมา, รัฐชาน, เมียนมา, โรงเรียนฝึกทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190815/image_big_5d5544b14c5f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2019 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2019 21:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฟซบุ๊กแบนเพิ่ม 4 กลุ่มกบฏเมียนมา ชี้ก่อเหตุรุนแรงโจมตีพลเรือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เฟซบุ๊กขึ้นบัญชีดำกองกำลังติดอาวุธในเมียนมาเพิ่มอีก 4 กลุ่มจากการใช้โซเชียลมีเดียยอดนิยมแห่งนี้ คำแถลงเมื่อวันอังคารระบุว่าต้องการป้องกันไม่ให้องค์กรอันตรายเหล่านี้สร้างความเสียหายต่อสังคมที่นอกเหนือจากโลกออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการสั่งปิดบัญชีของกลุ่มติดอาวุธต่อต้านรัฐบาลเมียนมาเพิ่มเติมนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากสหรัฐ เพื่อควบคุมการใช้โซเชียลมีเดียนี้เผยแพร่วาทะสร้างความเกลียดชัง ข้อมูลเท็จ และการยุยงปลุกปั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนสิงหาคมเฟซบุ๊กได้แบนบัญชี, เพจ และกรุ๊ปที่เกี่ยวโยงหรือเป็นตัวแทนของกองทัพเมียนมา รวมถึงได้ปิดบัญชีของกลุ่มพระสงฆ์หัวรุนแรงของเมียนมาและกองกำลังติดอาวุธชาวโรฮีนจา ที่ส่งผลต่อความขัดแย้งระหว่างชุมชนและวิกฤติรุนแรงในรัฐยะไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การดำเนินการของเฟซบุ๊กเกิดขึ้นภายหลังโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมในเมียนมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ความขัดแย้งลุกลามมากขึ้นแห่งนี้ โดนวิจารณ์ว่าไม่ทุ่มเทมากพอเพื่อป้องกันการเผยแพร่เนื้อหาที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและความเกลียดชัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงเมื่อวันอังคารเปิดเผยว่า กลุ่มที่โดนแบนเพิ่มเติมประกอบด้วย กองทัพอาระกัน (เอเอ),&amp;nbsp; กองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (เอ็มเอ็นดีเอเอ), กองทัพเอกราชกะฉิ่น (เคไอเอ) และกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (ทีเอ็นแอลเอ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้กลุ่มติดอาวุธเหล่านี้ถูกห้ามจากเฟซบุ๊กแล้ว และเนื้อหาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการยกย่อง สนับสนุน และเป็นตัวแทนของกลุ่มเหล่านี้จะถูกลบออกโดยเร็วที่สุดทันทีที่บริษัทรับรู้&amp;quot; เฟซบุ๊กประกาศในเพจข่าวของบริษัท &amp;quot;มีหลักฐานชัดเจนว่าองค์กรเหล่านี้มีส่วนรับผิดชอบต่อการโจมตีพลเรือนและก่อความรุนแรงในเมียนมา พวกเราต้องการป้องกันองค์กรเหล่านี้ไม่ให้ใช้บริการของเราไปกระพือความตึงเครียดในพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มติดอาวุธ 4 กลุ่มที่โดนขึ้นบัญชีดำล่าสุดนี้เป็นกองกำลังติดอาวุธกลุ่มชาติพันธุ์ในเมียนมา ที่ต่อสู้กับรัฐบาลเมียนมามานานหลายสิบปีเพื่ออำนาจปกครองตนเอง ทั้ง 4 กลุ่มไม่ได้ลงนามในข้อตกลงหยุดยิงของรัฐบาลเมียนมา และช่วงหลายปีมานี้ได้ก่อเหตุปะทะกับกองทัพอยู่เนืองๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊กเผยกับเอเอฟพีว่า รัฐบาลเมียนมาเคยแจ้งเตือนเนื้อหาที่โพสต์โดยกลุ่มกบฏเหล่านี้มาแล้วหลายครั้ง แต่การตัดสินใจแบนครั้งล่าสุดนี้เกิดจากการพิจารณาภายในบริษัทเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โซเชียลมีเดียแห่งนี้พยายามกอบกู้ชื่อเสียงด้วยการปรับปรุงการลบเนื้อหาสร้างความเกลียดชังให้รวดเร็วขึ้น และเพิ่มทีมงานตรวจตราภาษาเมียนมามากขึ้น โดยตอนนี้จ้างพนักงานที่พูดภาษาเมียนมาไว้มากกว่า 100 คน บางคนรู้ภาษาชานและชินด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28413</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มกบฏพม่า, พม่า, เฟซบุ๊ก, เมียนมา, แบน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190205/image_big_5c599d51ccf49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
