<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2018 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2018 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กกุ้ย&#039;เสียงแข็งกก.สภามหาวิทยาลัยต้องแจ้งทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย.61-พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงการแก้ปัญหากรณีนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยเตรียมยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่พอใจประกาศ ป.ป.ช. ที่ให้ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินว่า กรณีดังกล่าว ป.ป.ช.ได้ส่งตัวแทนไปหารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) แล้ว โดยรัฐบาล และ สนช.เป็นห่วงกรณีนี้พอสมควร อย่างไรก็ตาม ในการประชุม ป.ป.ช.ในวันที่ 13 พ.ย.นี้ จะมีการหยิบยกประเด็นปัญหา รวมถึงข้อห่วงใยมาพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า มีการขอให้ ป.ป.ช.ทบทวนบางตำแหน่งที่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน พล.ต.อ.วัชพลกล่าวว่า ผู้บริหารระดับสูงมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินตามกฎหมาย แต่เมื่อ ป.ป.ช.ออกประกาศไปแล้ว ก่อให้เกิดผลกระทบ ทำให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยบางคนประสงค์ที่จะลาออก ดังนั้นจึงต้องมาพิจารณาขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวทั้งฉบับ ไม่ใช่เฉพาะกรรมการสภามหาวิทยาลัย นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายประเด็นที่จะต้องพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้อกฎหมาย แนวทางการปฏิบัติ ความเสมอภาค รวมถึงหลักการของกฎหมายที่มุ่งไปที่ความโปร่งใส และมองถึงผลกระทบที่จะตามมา เพราะประกาศครั้งนี้แตกต่างจากประกาศตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2542 ที่ ป.ป.ช.สามารถระบุได้ว่าจะให้ใครมาแสดงบัญชีทรัพย์สินบ้าง แต่กฎหมายใหม่ ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจดังกล่าว ดังนั้น เราจึงมีหน้าที่ประกาศให้ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงทั้งหมดมาแสดงบัญชีทรัพย์สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธาน ป.ป.ช.กล่าวว่า จากนี้ ป.ป.ช.จะมีการแก้ไขประกาศเพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การประชุม ป.ป.ช.ในวันที่ 13 พ.ย.จะยังไม่ตกผลึกในแนวทางการแก้ไขปัญหา แต่จะมีความชัดเจนมากขึ้นว่าจะขยายเวลาในการยื่นบัญชีทรัพย์สินออกไปเท่าไรเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ เพราะจากเดิมจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 ธ.ค. หากขยายเวลาออกไปอีก 30 วัน รวมเป็น 60 วัน จะมีเวลาเหลือเฟือ เพื่อให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยที่มีความประสงค์ที่จะลาออกได้เตรียมตัว เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยที่จะต้องหาคนมาทดแทนกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ลาออก แนวทางนี้จะทำให้การดำเนินการตามกฎหมายไม่เกิดความสะดุด เพราะเราต้องดูเหตุผลความจำเป็นที่ต้องออกประกาศฉบับนี้มา การจะทบทวนตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง เพื่อจะได้ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินนั้นต้องมีเหตุผลที่สามารถรับฟังได้ และสังคมเองก็มีความเห็นเป็นสองด้าน ที่สุดแล้วต้องดูว่าเกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การจะแก้ไขประกาศหรือไม่นั้น ไม่ได้อยู่ที่กรรมการสภามหาวิทยาลัยหรือใครจะลาออก การจะลาออกหรือไม่เป็นการตัดสินใจของแต่ละคน เป็นดุลยพินิจของแต่ละคน เพราะการจะทำงานหรือไม่อยู่ที่ความสมัครใจ เราไม่ได้ออกกฎหมายบังคับว่าท่านต้องเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย คิดว่าจะขยายเวลาไปไม่ต่ำกว่า 60 วัน เพื่อให้คนที่คิดจะลาออกได้มีเวลาคิดว่าจะอยู่ต่อหรือไม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงกรณีสมเด็จพระสังฆราช ในฐานะนายกสภามหาวิทยาลัยสงฆ์ ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินตามประกาศดังกล่าว พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ประเด็นนี้ ป.ป.ช.ได้วินิจฉัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีความชัดเจนว่าสมเด็จพระสังฆราชไม่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินตามประกาศ ป.ป.ช. เนื่องจากสมเด็จพระสังฆราชเป็นประธานสงฆ์ที่โปรดเกล้าโดยพระมหากษัตริย์ แต่ไม่รวมถึงพระเถระชั้นผู้ใหญ่ในสภามหาวิทยาลัย ดังนั้น พระเถระหลายๆ รูปจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งไม่ได้มีปัญหาอะไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21795</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก, การแจ้งบัญชีหนี้สินและทรัพย์สิน, ป.ป.ช., พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b51722842bce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2018 19:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2018 19:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สกอ.-ทปอ. &quot;สรุปกก.สภามหา&#039;ลัยไม่ควรต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน เตรียมส่งป.ป.ช.ทบทวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ห้องประชุมศาสตราจารย์วิจิตร ศรีสอ้าน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) - นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบัน เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้ประชุมหารือร่วมกับ ตัวแทนที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) และอธิการบดีมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐ เกี่ยวกับกรณีที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ. 2561 ซึ่งกำหนดให้นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย และอธิการบดี มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินด้วยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยนายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ซึ่งที่ประชุมเห็นด้วยในหลักการป้องกันและตรวจสอบไม่ให้มีการทุจริตในภาครัฐ ดังนั้นผู้บริหารระดับสูง ได้แก่ &amp;nbsp;อธิการบดี และรองอธิการบดีจึงควรยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ตามที่กำหนดในประกาศ แต่การที่ให้นายกสภาฯ และกรรมการสภาฯ ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับด้านวิชาการเป็นหลัก ไม่ได้มีอำนาจเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐโดยตรง อันจะทำให้เกิดการทุจริตในตำแหน่งหน้าที่ กรรมการสภาฯ ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียในการบริหาร หรือเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กร จึงไม่มีความจำเป็นที่จะกำหนดให้กรรมการสภาฯ ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ดังนั้นที่ประชุมจึงมีมติเสนอให้ ป.ป.ช.พิจารณาทบทวนประกาศ ดังกล่าวให้มีความเหมาะสมกับการบริหารงานของมหาวิทยาลัย เพราะตอนนี้กรรมการสภาฯ บางแห่งได้ยื่นลาออกแล้วจริงๆ ทำให้เกิดปัญหาและอาจส่งผลกระทบต่อนักศึกษา จากนี้จะทำหนังสือถึง ป.ป.ช.และเตรียมจะเข้าไปหารือกับประธานป.ป.ช.อย่างเป็นทางการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ผลกระทบจากประกาศฉบับนี้ ทำให้นายกสภาฯ และกรรมการสภาฯ บางแห่งไม่ประสงค์จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปเพราะการยื่นบัญชีทรัพย์สินแม้ว่าจะเป็นการแสดงความบริสุทธ์ใจ เพื่อธรรมาภิบาลแต่ก็เป็นการสร้างภาระให้แก่ผู้ที่ต้องยื่นทรัพย์สินมากเกินควร รวมทั้งต้องยื่นทรัพย์สินของคู่สมรสและบุตรด้วย ขณะเดียวกันระยะเวลาที่กำหนดไว้ในประกาศ เพียง 60 วัน ไม่เพียงพอต่อการดำเนินการยื่นบัญชีทรัพย์สินให้ถูกต้องและครบถ้วนได้ ดังนั้นหากยื่นบัญชีผิดพลาด แม้ไม่ได้เจตนาก็อาจมีโทษทางอาญาและถูกศาลพิพากษาจำคุกได้ จึงได้มีนายกสภาฯ และกรรมการสภาฯบางแห่งยื่นใบลาออกจากตำแหน่งแล้ว ส่งผลกระทบให้สภาฯ มีกรรมการสภาฯ ไม่ครบองค์ประชุมไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ส่งผลเสียต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัยและนิสิต นักศึกษา&amp;quot;ประธาน ทปอ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนายจงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวว่า ในส่วนของสภา มก. นั้น ขณะนี้มีกรรมการสภาฯ แสดงความกังวลในเรื่องดังกล่าว ประมาณ 1-2 คนเท่านั้น แต่ก็ยังรอฟังผลการตัดสินใจของ ป.ป.ช.ก่อน ซึ่งตนก็หวังว่า กรรมการสภา มก. จะไม่มีใครตัดสินใจที่จะแสดงความจำนงขอลาออก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21557</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก, ทปอ., ป.ป.ช., ยื่นบัญชีทรัพย์สิน, สกอ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180706/image_big_5b3f46d40eb50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2018 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2018 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธี&quot;ขอให้กก.สภามหาวิทยาลัยใจเย็นๆ ล่าสุดได้ข่าวจุฬาฯจะลาออกยกสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7พ.ย.61-นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ. 2561 โดยกำหนดให้นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย และอธิการบดี มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินด้วย ว่า ล่าสุดตนได้รับแจ้งข่าวว่าสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะลาออกยกทีม ซึ่งตนก็ยังไม่ทราบว่าเป็นความจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ฝากขอร้องว่าอย่าเพิ่งลาออก ขอให้ทุกคนใจเย็นๆ ขณะนี้รัฐบาลกำลังหาทางออกให้ เพราะหากมีการประกาศลาออกแล้วจะมีการตีความให้ถือว่าเป็นการลาออกเลย&amp;nbsp;
เนื่องจากมีการแสดงเจตจำนงแล้ว ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาการร้องเรียนขึ้นมาภายหลัง ส่วนกรณีที่นายดำรง พุฒตาล อดีตสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี และมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ประกาศลาออกจากกรรมการมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่งนั้น ตนยังไม่ทราบเรื่องนี้แต่ในอดีตเคยมีการถกเถียงกันในประเด็นดังกล่าว ดังนั้นตนจึงขอร้องกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกคนอย่าเพิ่งแสดงเจตจำนง ขอให้รัฐบาลได้หาทางแก้ไขปัญหาก่อน ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องมาดำเนินการสรรหาใหม่อาจจะเกิดปัญหาวุ่นวายตามมา และหากเป็นจำนวนมากก็อาจจะส่งผลให้บางมหาวิทยาลัยทำงานไม่ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21545</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก, นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, นายกสภามหาวิทยาลัย, ยื่นบัญชีทรัพย์สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b619cae968f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
