<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2020 18:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2020 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039;โพสต์คลิปสบายดี แต่หมอเผยยังไม่พ้นอันตราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์วิดีโอจากโรงพยาบาลทหารที่เข้ารักษาอาการป่วยโควิด-19 ยืนยันรู้สึกดีขึ้นแล้วและจะหายในเร็ววันนี้ แต่ยอมรับ 1-2 วันข้างหน้าเป็นบททดสอบที่แท้จริง ด้านแพทย์ประจำตัวเผยผู้นำสหรัฐยังไม่พ้นอันตราย ขณะที่ผู้ติดเชื้อในกลุ่มก้อนเดียวกันจากทำเนียบขาวยังเพิ่มจำนวนไม่หยุด&lt;/p&gt;





&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิดีโอความยาวประมาณ 4 นาทีที่ทรัมป์เผยแพร่ทางทวิตเตอร์เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม มีออกมาภายหลังการให้ข่าวอย่างสับสนจากทำเนียบขาวเกี่ยวกับอาการของประธานาธิบดีสหรัฐวัย 74 ปีผู้นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมาที่นี่โดยรู้สึกไม่ค่อยสบายนัก แต่ตอนนี้ผมดีขึ้นมากแล้ว&amp;quot; ทรัมป์กล่าวจากห้องชุดภายในศูนย์การแพทย์แห่งชาติวอลเตอร์รีดใกล้กรุงวอชิงตัน ทรัมป์มีท่าทีผ่อนคลายแต่ดูอ่อนเพลีย โดยสวมเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเปิดคอและเสื้อสูทสีน้ำเงิน เขาบอกด้วยว่า เริ่มรู้สึกดีแล้ว แต่ไม่รู้ว่า 1-2 วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร &amp;quot;ผมเดาว่าจะเป็นบททดสอบที่แท้จริง เราจะได้เห็นกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นใน 1-2 วันข้างหน้านี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำยืนยันจากปากทรัมป์มีออกมาไม่กี่ชั่วโมงไล่หลังการให้ข่าวและคำแถลงที่ขัดแย้งกันจากทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเกี่ยวกับอาการของทรัมป์ นับตั้งแต่เขาประกาศเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม ว่าตนเองติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แล้วในวันศุกร์ก็ถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลทหารแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเช้าวันเสาร์ คณะแพทย์ประจำทำเนียบขาวกล่าวว่า อาการของทรัมป์ทุเลาลง และทรัมป์พูดถึงเรื่องกลับมาทำเนียบขาวแล้ว นายแพทย์คนหนึ่งบอกว่า ผู้นำสหรัฐกล่าวกับทีมแพทย์ว่า เขารู้สึกว่าวันนี้น่าจะออกจากโรงพยาบาลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่าไม่กี่นาทีหลังจากนั้น มาร์ก เมโดวส์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ของทำเนียบขาว ให้ข่าวกับนักข่าวโดยประเมินอาการของทรัมป์ไม่ดีนัก โดยบอกว่าช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา อาการของทรัมป์น่าเป็นห่วงมาก และ 48 ชั่วโมงนับจากนี้จะเป็นช่วงเวลาวิกฤติของการรักษา ทรัมป์ยังไม่อยู่บนเส้นทางชัดเจนที่จะหายเป็นปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำวันเสาร์ นายแพทย์ฌอน คอนลีย์ หัวหน้าคณะแพทย์ประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า ทรัมป์ &amp;quot;ยังไม่พ้นอันตราย&amp;quot; แต่ทีมแพทย์ &amp;quot;มองในแง่ดีอย่างระมัดระวัง&amp;quot; ขณะที่่เมโดวส์บอกกับฟ็อกซ์นิวส์ว่า อาการของทรัมป์เมื่อเช้าวันศุกร์น่าวิตกจริงๆ เขามีไข้และระดับออกซิเจนในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวผู้นี้ยืนยันว่าไม่มีความเสี่ยงถึงขั้นที่ทรัมป์ต้องส่งมอบอำนาจให้รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ซึ่งผลตรวจเมื่อวันศุกร์ไม่พบการติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่หลายคนกล่าวว่า การส่งทรัมป์เข้าโรงพยาบาลเมื่อวันศุกร์เป็นเพียงการป้องกันไว้ก่อน แต่แหล่งข่าวที่ได้ฟังรายงานสรุปอาการของทรัมป์เผยว่า ทรัมป์ต้องรับออกซิเจนก่อนถูกส่งเข้าโรงพยาบาล โดยการตัดสินใจส่งตัวทรัมป์ไปโรงพยาบาลนั้นเป็นเพราะเขาหายใจลำบากและระดับออกซิเจนลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่ด้านนอกโรงพยาบาลเมื่อวันเสาร์ นายแพทย์คอนลีย์ปฏิเสธข่าวที่ว่าทรัมป์มีปัญหาหายใจลำบาก และยืนยันว่าทรัมป์ไม่ได้รับออกซิเจนที่โรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพทย์ผู้นี้ปฏิเสธจะกำหนดกรอบเวลาว่าทรัมป์จะออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อใด หลังจากนั้นเขายังออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อมูลที่เขาให้ข่าวไปก่อนหน้านี้ เรื่องการตรวจเชื้อไวรัสของทรัมป์ โดยอ้างว่าเขาพูด
ผิดที่บอกว่าทรัมป์ตรวจพบว่ามีอาการป่วยตั้งแต่วันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์ได้รับยาต้านไวรัส เรมเดซิเวียร์ ทันทีที่ถึงโรงพยาบาลเมื่อวันศุกร์ คอนลีย์เผยเมื่อวันเสาร์ว่า ทรัมป์ได้รับยาโดสที่ 2 ในคอร์ส 5 วัน รวมถึงยาแอนติบอดีสูตรผสมที่ยังอยู่ในขั้นตอนทดลอง 1 โดสขนาด 8 กรัม แต่เขาและทีมแพทย์รวมถึงทำเนียบขาวไม่ชี้แจงเหตุผลว่าทำไมทรัมป์จึงรับยาแอนติบอดีที่ยังอยู่ในขั้นทดลองในเมื่ออาการของเขาน่าพอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังทรัมป์และนางเมลาเนีย ภริยาของเขา ประกาศว่าติดไวรัสนี้ ก็มีผู้ใกล้ชิดอีกหลายคนถูกตรวจพบว่าติดเชื้อ ซึ่งรวมถึง ส.ว.ไมค์ ลี, ส.ว.ทอม ทิลลิส, ส.ว.รอน จอห์นสัน, เคลลีแอนน์ คอนเวย์ อดีตที่ปรึกษาอาวุโสของทำเนียบขาว, บิล สเตเปียน ผู้จัดการหาเสียง และคริส คริสตี อดีตผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ซึ่งเป็นที่ปรึกษาการหาเสียงของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุคคลเหล่านี้ถูกเรียกว่า &amp;quot;กลุ่มก้อนทำเนียบขาว&amp;quot; ซึ่งรวมถึงโฮป ฮิกส์ คนสนิทของทรัมป์ ที่ตรวจพบว่าติดเชื้อก่อนคนแรกเมื่อวันพุธ โดยทั้งหมดอยู่ร่วมในงานแถลงข่าวที่โรสการ์เดนของทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่ทรัมป์ประกาศเสนอชื่อผู้พิพากษาเอมี โคนีย์ แบร์เรต เป็นตุลาการศาลฎีกา แบร์เรตตรวจเชื้อเมื่อวันศุกร์ แต่ผลเป็นลบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79459</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มก้อนทำเนียบขาว, โควิด-19, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201004/image_big_5f79b3eb96c1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
