<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพนตากอนถอดทหาร12นายพ้นงานพิธีไบเดน พบโยงขวาจัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงกลาโหมสหรัฐเผยผลการตรวจคัดกรองทหารเนชันแนลการ์ดหลายหมื่นนายที่มาช่วยรักษาความปลอดภัยพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีของโจ ไบเดน พบทหาร 12 นายเกี่ยวโยงกลุ่มขวาจัด และได้ถอดพวกเขาออกจากภารกิจนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกแดเนียล โฮแคนซัน ผู้บัญชาการกองกำลังเนชันแนลการ์ด เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า ทหาร 2 นายในจำนวน 12 นายที่ตรวจพบความเชื่อมโยงกับแนวคิดขวาจัด ถูกถอดออกจากภารกิจนี้เนื่องจากพบว่าพวกเขาแสดงทัศนะหรือลงข้อความที่ไม่เหมาะสม ทั้งคู่ถูกส่งกลับบ้านแล้ว เพื่อป้องกันไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเหตุผลที่ทหารอีก 10 นายโดนถอfจากภารกิจนี้ไม่มีการชี้แจงชัดเจน แต่โจนาธาน ฮอฟฟ์แมน โฆษกเพนตากอน กล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่อาคารรัฐสภาวันนั้น หรือเกี่ยวกับความวิตกที่หลายคนตั้งข้อสังเกตเรื่องลัทธิหัวรุนแรงสุดโต่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คริส มิลเลอร์ รักษาการรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า สำนักสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) กำลังช่วยกองทัพตรวจคัดกรองทหารจากกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิหรือเนชันแนลการ์ด มากกว่า 25,000 นายที่ถูกวางกำลังในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อช่วยคุ้มครองอาคารรัฐสภาจากภัยคุกคามความปลอดภัยก่อนถึงพิธีสาบานตนของโจ ไบเดน วันที่ 20 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตรวจคัดกรองของเพนตากอนเกิดขึ้นท่ามกลางความวิตกว่ากลุ่มขวาจัดสุดโต่งที่เข้าร่วมการก่อจลาจลที่อาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคม อาจมีเพื่อนหรือผู้ที่ฝักใฝ่แนวคิดนี้อยู่ในกองทัพด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90430</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มขวาจัด, พิธีสาบานตน, เนชันแนลการ์ด, เพนตากอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210117/image_big_60041f4e71d68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 21:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2020 21:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐสกัดแผนขวาจัดลักพาตัวผู้ว่าฯมิชิแกน ปลุกปั่นสงครามกลางเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เอฟบีไอจับกุมชาย 13 คน รวมถึงสมาชิกกองกำลังขวาจัดต่อต้านรัฐ ฐานวางแผนลักพาตัว &amp;quot;เกรตเชน วิตเมอร์&amp;quot; ผู้ว่าการรัฐมิชิแกนคู่ปรับของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บุกโจมตีสภาของรัฐ เพื่อกระตุ้นให้เกิดสงครามกลางเมือง วิตเมอร์ซัดทรัมป์เหมือนสมรู้ร่วมคิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกรตเชน วิตเมอร์ ผู้ว่าการรัฐมิชิแกน ปราศรัยต่อที่ประชุมแห่งชาติพรรคเดโมแครตผ่านระบบไลฟ์สตรีม เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของอัยการรัฐมิชิแกนและคำฟ้องดำเนินคดีอาญาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยกลุ่มนี้ซึ่งโดนเอฟบีไอและตำรวจมิชิแกนจับกุมเมื่อวันพุธ วางแผนลักพาตัวเกรตเชน วิตเมอร์ ผู้ว่ารัฐมิชิแกนจากพรรคเดโมแครต ซึ่งขัดแย้งกับทรัมป์เรื่องนโยบายควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาโดยการใช้มาตรการล็อกดาวน์รัฐนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการกล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยเหล่านี้หารือกันเรื่องการเกณฑ์กำลังคนราว 200 คนเพื่อบุกโจมตีอาคารรัฐสภาของมิชิแกนในเมืองแลนซิง และจับตัวประกันหลายราย แต่ภายหลังแผนนี้เปลี่ยนเป็นแผนลักพาตัววิตเมอร์ที่บ้านพักตากอากาศของเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิตเมอร์แถลงข่าวในวันพฤหัสบดี กล่าวโทษทรัมป์ว่าปลุกระดมลัทธิสุดโต่งทางการเมือง เช่นระหว่างการดีเบตกับโจ ไบเดน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์ปฏิเสธจะประณามพวกที่มีแนวคิดคนขาวเป็นใหญ่ และยังบอกให้สมาชิกกลุ่มขวาจัดพราวด์บอยส์ &amp;quot;ถอยหลังและรอคำสั่ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อพวกผู้นำของเราพบปะ ให้กำลังใจ และสร้างสัมพันธ์กับผู้ก่อการร้ายในประเทศ พวกเขาทำให้การกระทำของคนพวกนั้นเป็นเรื่องถูกกฎหมาย พวกเขาถือเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดด้วย&amp;quot; วิตเมอร์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ทรัมป์ย้อนวิตเมอร์ทางทวิตเตอร์ โดยบอกว่าผู้ว่าการรัฐหญิงผู้นี้ทำงานได้แย่มาก และไม่สำนึกบุญคุณรัฐบาลของเขา กระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายประกาศว่าสามารถขัดขวางแผนสร้างอันตรายต่อเธอ แต่แทนที่จะขอบคุณ เธอกลับเรียกเขาว่าพวกนิยมแนวคิดคนขาวเป็นใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บันทึกช่วยจำของหน่วยงานด้านความมั่นคงภายในเมื่อไม่กี่เดือนมานี้เตือนว่า กลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่งในประเทศอาจคุกคามเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และคริสโตเฟอร์ เรย์ ผู้อำนวยการสำนักสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) กล่าวเมื่อเดือนกันยายนว่า หน่วยงานของเขากำลังสอบสวนพวกคตินิยมสุดโต่งในประเทศ ซึ่งรวมถึงพวกนิยมคนขาวเป็นใหญ่และกลุ่มต่อต้านฟาสซิสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารคำฟ้องที่ยื่นต่อศาลกล่าวว่า เอฟบีไอเริ่มตื่นตัวเมื่อกลุ่มเหล่านี้หารือกันผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อต้นปีนี้ เกี่ยวกับแผนใช้ความรุนแรงล้มล้างรัฐบาลระดับรัฐ และใช้แหล่งข่าวในทางลับติดตามความเคลื่อนไหวของคนเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาย 6 คนที่ระบุชื่อในคำฟ้อง ซึ่งได้แก่ อดัม ฟ็อกซ์, แบร์รี ครอฟต์, ไท การ์บิน, คาเล็บ แฟรงส์, แดเนียล แฮร์ริส และแบรนดอน คาเซอร์ตา อาจโดนจำคุกตลอดชีวิตหากถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาพยายามลักพาตัววิตเมอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอนดรูว์ เบิร์จ อัยการเขตตะวันตกของรัฐมิชิแกน กล่าวว่า ฟ็อกซ์และครอฟต์หารือกันเรื่องวางระเบิดเพื่อเป็นยุทธวิธีเบี่ยงเบนความสนใจ โดยฟ็อกซ์ถึงขั้นไปสำรวจใต้สะพานทางหลวงสายหนึ่งเพื่อติดตั้งระเบิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนชายอีก 7 คน ดานา เนสเซล อัยการรัฐระบุว่าเป็นสมาชิกกองกำลังวูล์ฟเวอรีนวอตช์แมน ถูกตั้งข้อหาละเมิดกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายของรัฐด้วยการสมรู้ร่วมคิดกับแผนลักพาตัวผู้ว่าการรัฐและขยายความรุนแรง พวกเขาพยายามหาที่อยู่ของเจ้าหน้าที่หลายคนที่เป็นเป้าหมายของการโจมตี เพื่อกระตุ้นให้เกิดสงครามกลางเมือง และมีแผนโจมตีอาคารรัฐสภาของรัฐและลักพาตัวเจ้าหน้าที่รัฐบาลหลายคน รวมถึงวิตเมอร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80003</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มขวาจัด, ผู้ว่าการรัฐมิชิแกน, สงครามกลางเมือง, เกรตเชน วิตเมอร์, แผนลักพาตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201009/image_big_5f806e3d69598.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2019 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2019 21:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะเจอมิสไซล์ ตำรวจอิตาลีทลายคลังแสงกลุ่มขวาจัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจอิตาลีบุกค้นคลังแสงของกลุ่มขวาจัดสุดโต่งเมื่อวันจันทร์ ผงะเจอมิสไซล์ชนิดยิงจากอากาศสู่อากาศพร้อมใช้งาน 1 ลูก พร้อมอาวุธปืนกล เครื่องกระสุน และเครื่องยิงจรวดอีกจำนวนมาก รวมถึงป้ายสัญลักษณ์ของนาซีและฮิตเลอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากตำรวจตูริน ตำรวจตรวจสอบมิสไซล์ชนิดยิงจากอากาศสู่อากาศ ที่พบในโกดังของกลุ่มขวาจัดนิยมนาซี เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / AFP / ITALIAN POLICE&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562 กล่าวว่า อาวุธที่ยึดได้ในครั้งนี้เป็นการยึดคลังแสงขนาดใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในอิตาลี ตำรวจจับผู้ต้องสงสัยไว้ 3 คน หนึ่งในนั้นคือ ฟาบีโอ เดล แบร์โจโล อายุ 50 ปี อดีตผู้สมัครของพรรคฟอร์ซา นูโอวา พรรคการเมืองแนวฟาสซิสต์ใหม่ การตรวจค้นบ้านของเขาพบอาวุธจำนวนมาก รวมถึงโฆษณาชวนเชื่อของลัทธินาซีใหม่และของที่ระลึกเกี่ยวกับอดอล์ฟ ฮิตเลอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการบุกค้นโกดังหลังหนึ่งใกล้กับสนามบินขนาดเล็ก รีวานัซซาโน แตร์เม ในจังหวัดปาวีอา&amp;nbsp; ตำรวจยังพบมิสไซล์แมทรา ชนิดยิงจากอากาศสู่อากาศ ขนาด 245 กิโลกรัม ที่ยังสามารถใช้งานได้ โดยมีเครื่องหมายประทับว่าเป็นของกองทัพกาตาร์ และยังพบอาวุธปืนไรเฟิลจู่โจมอัตโนมัติ &amp;quot;เจเนอเรชันล่าสุด&amp;quot; รวมอยู่ในคลังแสงนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จูเซปเป เด มัตเตอีส ผู้บังคับการตำรวจตูริน กล่าวว่า ปริมาณของอาวุธที่ยึดได้เยอะขนาดนี้เกิดขึ้นน้อยครั้งมากในอิตาลี ตำรวจมีความคิดบางประการว่าอาวุธเหล่านี้จะใช้ทำอะไร แต่ตอนนี้จะยังไม่ตั้งประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อของอิตาลีกล่าวกันว่า มิสไซล์ยาว 3.54 เมตรลูกนี้ผลิตในฝรั่งเศส และเดล แบร์โจโล หวังว่าจะขายได้ในราคา 470,000 ยูโร (ราว 16.3 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจกล่าวว่า มิสไซล์ลูกนี้ไม่ได้ติดหัวรบ แต่ผู้ที่ชำนาญการในสนามรบสามารถนำหัวรบมาติดได้ ด้านยูจีนีโอ สปีนา ตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายกล่าวว่า ตำรวจยังไม่มีเหตุให้ต้องสงสัยในตอนนี้ว่าพวกเขามีแผนจะใช้มิสไซล์ลูกนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องสงสัยอีก 2 รายที่โดนจับกุมฐานต้องสงสัยว่าครอบครองและพยายามขายมิสไซล์ลูกนี้ คือ&amp;nbsp; อเลสซานโดร มอนติ ชายชาวสวิสอายุ 42 ปี และฟาบีโอ แบร์นาดี ชาวอิตาลีวัย 51 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิสไซล์แมทรา ซูเปอร์ 530 เอฟ เป็นรุ่นปรับปรุงใหม่ให้ทันสมัยขึ้นของมิสไซล์อาร์ 530 ที่เคยใช้ในปี 2523 โดยมีพิสัย 25 กิโลเมตร และสามารถบรรทุกระเบิดน้ำหนัก 30 กิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านมิสไซล์รายหนึ่งเผยกับเอเอฟพีโดยไม่ประสงค์ออกนามว่า การจะเปลี่ยนมิสไซล์ชนิดนี้ให้ยิงจากภาคพื้นดินนั้นเสี่ยงและอันตรายสุดขีด เว้นแต่ว่าจะทำโดยวิศวกรมือดีและมีอุปกรณ์พร้อม และด้วยอายุของมิสไซล์นี้ก็เช่นกัน ทำให้การใช้งานแทบเป็นไปไม่ได้ แต่ก็สามารถเปลี่ยนประโยชน์ใช้สอยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการบุกค้นครั้งนี้เป็นผลจากการสอบสวนพวกชาวอิตาลีแนวคิดสุดโต่งที่เคยเข้าร่วมกลุ่มกบฏยูเครนที่ฝักใฝ่รัสเซีย สู้รบกับกองทัพยูเครนในภาคตะวันออกของยูเครน ตำรวจดักฟังข้อความและการสื่อสารที่นำไปสู่การสอบสวนเดล แบร์โจโล ซึ่งส่งภาพถ่ายของมิสไซล์ลูกนี้เพื่อขายผ่านแอปพลิเคชันวอตส์แอป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจติดตามสอดแนมเขาก่อนจะบุกไปที่บ้านและพบคลังอาวุธ ที่ยังรวมถึงปืนกลสกอร์เปียน 1&amp;nbsp; กระบอก, ชิ้นส่วนอาวุธปืน 306 ชิ้น และดาบปลายปืน 20 เล่ม ตำรวจยังพบของสะสมของเขาที่เกี่ยวข้องกับยุคนาซี เช่น ป้ายถนน ซึ่งชิ้นหนึ่งคือป้าย &amp;quot;อดอล์ฟ-ฮิตเลอร์ ปลาตซ์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โกดังในจังหวัดปาวีอา ตำรวจยังพบห้องนักบินของเครื่องบินทหารลำหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการครั้งนี้มีตำรวจหน่วยต่อต้านก่อการร้ายและองค์กรอาชญากรรมของตูรินเป็นผู้นำ โดยได้รับความช่วยเหลือจากตำรวจฟอร์ลี, มิลาน, โนวารา และวาเรซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจอิตาลีบุกตรวจค้นสถานที่เป้าหมายหลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มขวาจัดโดยรอบเมืองตูริน และเมื่อต้นเดือนนี้ตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งฐานต้องสงสัยว่าสนับสนุนลัทธิฟาสซิสม์และครอบครองอาวุธผิดกฎหมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41154</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มขวาจัด, นิยมนาซี, มิสไซล์แมทรา, อิตาลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190716/image_big_5d2dd9507d8cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
