<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ทีเส็บ&quot;เตรียมเสนอศบค.ไฟเขียวให้&quot;ต่างชาติกลุ่มพิเศษ&quot;  เข้าประเทศได้ กักตัวแค่ 6-8ชั่วโมง  มีจนท.ติดตามโดยเฉพาะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2 ก.ย.63 -สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ &amp;nbsp;แถลงข่าวเปิดงาน &amp;ldquo;จัดงานทั่วไทยภูมิใจช่วยชาติ&amp;rdquo; กระตุ้นเศรษฐกิจทั่วประเทศ &amp;nbsp;โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประธานในพิธี กล่าวว่า นโยบายรัฐบาลกับการส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการไมซ์ไทย ดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจทสร้างความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน ร่วมผลักดันให้การจัดประชุมและนิทรรศการเป็นวาระแห่งชาติ ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ภายหลังสถานการณ์โควิด -19 เพราะประเทศไทยได้วางแผนรับมือในสถานการณ์โควิด-19 จนดีขึ้น เปิดให้ผู้คนได้เดินทาง รวมถึงการวางมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการวิจัยพัฒนายา วัคซีน อื่นๆ ตลอดจนให้ความรู้กับผู้ประกอบการถึงแนวทางการจัดงานไมซ์อย่างปลอดภัย กระตุ้นให้เกิดการจัดงานทั่วประเทศส่งเสริมเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ประเทศไทยรองรับสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;ได้เป็นอย่างดี แต่ยังมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ก็หวังว่าหลายธุรกิจจะก้าวผ่านวิกฤตไปได้ หลังจากที่คล้ายล็อคมาตรการต่างๆ &amp;nbsp;ทำให้ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก็จะสามารถทำให้เกิดธุรกิจการประชุม สัมนาหรือไมซ์ขึ้น ได้ &amp;nbsp;เพราะต้องยอมรับว่า เรามีความสามารถและศักยภาพในการจัดงานสัมมนา ประชุมหรือนิทรรศการ &amp;nbsp;อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อม ทั้งแหล่งท่องเที่ยว อาหาร ผู้คน และบริการ และสำคัญคือสาธารณสุข ที่แพทย์ พยาบาล บุคลากร เจ้าหน้าที่ต่างๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโควิด-19 ได้พิสูจน์ฝีมือ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไข้ในการรักษา และเดินหน้าพัฒนาวิจัยวัคซีน ยา ต่างๆ ดังนั้นเราจึงต้องสร้างความเข้มแข็งในประเทศ และแสดงความพร้อมในทุกภาค เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนในประเทศ&amp;quot; รมว.สธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เผยว่า ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจได้รับผลกระทบ จึงเป็นแนวคิดว่าจะทำอย่างไรให้การจัดงานและการประชุมดำเนินต่อไปได้ เพราะโรงแรมต่างๆ ในไทยพึ่งพาตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง &amp;nbsp;30% เมื่อเทียบกับออสเตรเลียพึ่งนักท่องเที่ยวเพียง 10% ดังนั้น ตอนนี้ตลาดหลัก คือตลาดคนไทย แต่เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชน ในการเข้าถึงอุตสาหกรรมไมซ์ในชุมชนและคนที่ตกงาน &amp;nbsp; ส่วนสำคัญคือการเตรียมความพร้อม มาตรฐานสาธารณสุขเพื่อให้อยู่ในระดับปลอดภัย &amp;nbsp;และให้การสนับสนุนการจัดงานที่ต้องพบปะกันในแบบ New Normal&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ทีเส็บ &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;ส่วนแผนการให้ชาวต่างชาติเข้าประเทศ ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่มย่อยก่อน โดยทีเส็บได้ทำงานร่วมกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ซึ่งทีเส็บ ได้เสนอการจัดงานในกลุ่มงานแสดงหรือนิทรรศการ โดยในเดือนกันยายน &amp;nbsp;มีแผนการจัดงานอาเซียน อินเตอร์แมท, ไทยแฟกซ์ ที่ภาคเอกชนยังยืดหยัดจัดงานตามมาตรการสาธารณสุข และอีกส่วนหากประเทศไทยการ์ดยังไม่ตก ก็จะนำกลุ่ม Special Arrangement ที่ไม่ต้องกักตัว 14 วัน &amp;nbsp; ในการเข้าประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน &amp;nbsp; และต้องมีข้อปฏิบัติ อาทิ ต้องมีใบตรวจโควิด-19 ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย 3 วัน &amp;nbsp;และเมื่อเข้าไทยกักตัว 6-8 ชั่วโมง ในโรงแรมที่เป็นโรงแรมสถานที่กักตัว(ASQ) &amp;nbsp; พร้อมกับรับการตรวจ RT-PCR &amp;nbsp; รวมทั้งต้องลงทะเบียนใน แอปพลิเคชัน &amp;quot;หมอชนะ &amp;quot;เพื่อให้ติดตามได้ ที่สำคัญต้องเซ็นยินยอมที่จะอยู่ภายใต้กฎระเบียบของไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับ ในการติดตามต่างชาติกลุ่มนี้ จะมีการอบรมเจ้าหน้าที่ขึ้นโดยเฉพาะ &amp;nbsp; เราจะอบรมในวันที่ 10 กันยายน 2563 &amp;nbsp; &amp;nbsp;และแน่นอนว่าในทีมเจ้าหน้าที่ติดตาม จะมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุข รวมอยู่ด้วย &amp;nbsp;2 คน ข้อเสนอดังกล่าวขณะนี้อยู่ในการประเมินของสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม (สปค.) &amp;nbsp;และหากผ่านก็จะเข้าสู่การเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ที่เราจะต้องดำเนินการอย่างรัดกุม เพราะอาจจะเป็นแนวทางในการจัดงานต่างๆได้ แต่ส่วนสำคัญคือ การสร้างความมั่นใจ ในส่วนการจัดงานแบบอื่นๆ จะครอบคลุมทุกรูปแบบทั้งการจัดงานในรูปแบบปกติ (Face to Face), การจัดงานรูปแบบปกติร่วมกับออนไลน์ (Hybrid Event) และการจัดงานออนไลน์ (Virtual Event) มุ่งทำการตลาดล่วงหน้าเน้นการรักษางานเดิมที่เคยจัดอยู่ให้ยังคงจัดในประเทศไทย (Existing Shows) รวมถึงการดึงงานใหม่ (New Shows) ให้กระจายไปยังเมืองไมซ์ซิตี้และเมืองไมซ์ที่มีศักยภาพ &amp;nbsp;&amp;quot;ผอ.ทีเส็บกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการจัดงานทั่วไทยภูมิใจช่วยชาติ ขณะนี้ มีการยืนยันจัดงานไม่ต่ำกว่า 10 งานต่อหนึ่ง บริษัท ภายในเดือนธันวาคม 2563 และใช้แพ็กเกจ ประชุมเมืองไทยปลอดภัยกว่า ซึ่งมีรายนาม บริษัท ทั้งสิ้น 5 หน่วยงาน ได้แก่ บริษัท โตโยต้าแก่นนคร จำกัด , หอการค้าจังหวัดขอนแก่น, โรงแรมเดอะเปียโนรีสอร์ทเขาใหญ่มิวสิคเคิลรีสอร์ท, บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และโรงแรมบุรีศรีภูบูติกโฮเต็ล นอกจากนี้กิจกรรมภายในงานเปิดตัว ประกอบด้วย ไมซ์มาร์ท (MICE Mart) เวทีเจรจาซื้อขายธุรกิจการจัดงานไมซ์ระหว่างผู้ขายจำนวน 120 ราย จากผู้ประกอบการโรงแรมสายการบิน บริษัท จัดงานจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และผู้ซื้อจำนวนไม่ต่ำกว่า 300 ราย จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ . สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์กรมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวเสริมว่า ในการส่งเสริมหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทุกภาคส่วน ร่วมจัดประชุมสัมนาและนิทรรศการ กระจายการจัดงานไปทั่วทุกภูมิภาค สำหรับอุตสาหกรรมไมซ์นับว่ามีความสำคัญกับเศรษฐกิจไทย โดยในปี 2562 ภาวะปกติ ประเทศไทยมียอดพื้นที่จัดแสดงสินค้านานาชาติเป็นอันที่ 1 ของอาเซียน และอันดับที่ 27 ของโลก &amp;nbsp;ทั้งนี้ยังเป็นประเทศที่มีแนวโน้มการจัดประชุมโดยใช้นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์เป็นอันดับ 4 ของอาเชียแปซิฟิก สร้างรายได้ให้ประเทศกว่า &amp;nbsp;2 แสนล้านบาท/ปี กลยุทธ์อีกอย่างที่สำคัญคือ การนำการประชุมและงานแสดงสินค้ามาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำของรายได้ในระหว่างภูมิภาค และไมซ์ซิตี้ที่ผ่านมาตราฐานเพิ่มขึ้นในปีนี้อีก 2 จังหวัด คือ นครราชสีมา ที่มีบรรยากาศที่ผ่อนคลายและอาหารรสจัดจ้าน ซึ่งได้ครอบคลุมไปยังชุมชนบ้านสามัคคี ชุมชนปักธงชัย ชุมชนจะโปะ ชุมชนประโดก ชุมชนบ้านโนนสูง และ สงขลา &amp;nbsp;เมืองพหุวัฒนธรรม และเป็นศูนย์กลางทั้งการค้า การศึกษา และราชการ คลอบคลุมเพื่อชุมชนคลองแห-หนองทราย ชุมชนสมิงหม้อ ชุมชนโบราณสีหยัง เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมไมซ์ ให้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 7 แพ็กเกจพิเศษของทีเส็บ ตลาดในประเทศจัดให้ 3 แพ็กเกจ ได้แก่ 1. ประชุมเมืองไทยปลอดภัยกว่า &amp;nbsp;แพ็กเกจสำหรับการจัดประชุมและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล luusin (Meetings &amp;amp; Incentives) 2. ประชุมเมืองไทยร่วมใจขับเคลื่อนชาติ แพ็กเกจสำหรับการจัดประชุมภายในประเทศ (Conventions) 3. งานแสดงสินค้าในประเทศนำเศรษฐกิจไทยไปไกลกว่า แพ็กเกจสำหรับการจัดงานแสดงสินค้าภายในประเทศ (Domestic Exhibitions) ด้านตลาดต่างประเทศใน 4 กลุ่มตลาดประกอบด้วย 1. Ease Up แพ็กเกจสำหรับการจัดประชุมและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลนานาชาติ (Meetings &amp;amp; Incentives) 2. Convene Plus แพ็กเกจการจัดงานประชุมนานาชาติ &amp;nbsp;(Conventions) 3. Re-Energizing &amp;nbsp;แพ็กเกจการจัดงานแสดงสินค้า &amp;nbsp;(Exhibitions) 4. Thailand Power Up แพ็กเกจสนับสนุนการจัดงานเมกะอีเวนท์และเทศกาลนานาชาติ (Mega Events &amp;amp; World Festivals)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76296</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กลุ่มต่างชาติเข้าไทย, จิรุถต์ อิศรางกูร  ณ อยุธยา, ทีเส็บ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4f718141c67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถกผ่อนคลายเปิด4กลุ่มเข้าไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;คกก.เฉพาะกิจฯ&amp;quot; เตรียมชง &amp;quot;ศบค.ชุดใหญ่&amp;quot; 22 ก.ค. ถกผ่อนคลายเฟส 6 เปิด 4 กลุ่มต่างชาติเข้าไทย &amp;quot;หมอทวีศิลป์&amp;quot; เผยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 1 คนกลับจากสิงคโปร์ &amp;quot;ระยอง-กทม.&amp;quot; อุ่นใจผลตรวจ 6,651 คนไร้โควิด &amp;quot;ผู้ตรวจฯ&amp;quot; เล็งเชิญ &amp;quot;ศบค.-กต.-สมช.&amp;quot; แจงปรับเกณฑ์คุมเข้มวีไอพีเข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 20 ก.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี? กล่าวถึงการพิจารณาผ่อนคลายกิจกรรม/กิจการสถานการณ์โควิด-19 ในระยะที่ 6 ว่า เห็น ศบค.ชุดเล็กประชุมกันในวันเดียวกันนี้ เพื่อที่จะนำเข้าที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในวันพุธที่ 22 ก.ค.นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าหากจะปลดล็อกในช่วงเวลานี้ถือว่าเหมาะสมหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าไม่ทราบ เขาต้องมีการประเมินกันก่อน ซึ่งเขาประเมินกันมากว่า 20 วันแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยรายวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 1 รายจากสิงคโปร์ ซึ่งเข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,250&amp;nbsp; ราย หายป่วยสะสม 3,096 ราย ผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 96 ราย ซึ่งไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม&amp;nbsp; ทำให้ยอดสะสมคงที่ 58 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยรายใหม่จากสิงคโปร์เป็นชายไทยอายุ 52 ปี อาชีพช่างไฟฟ้า&amp;nbsp; เดินทางมาถึงไทยวันที่ 6 ก.ค. เที่ยวบินเดียวกับผู้ติดเชื้อที่รายงานไปก่อนหน้านี้ 1 ราย เข้าพักในสถานที่กักกันของรัฐในกรุงเทพฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ตรวจเชื้อรอบแรกแล้วในวันที่ 4 ของการเข้าพัก แต่ไม่พบเชื้อ ผ่านมา 11 วันคือวันที่ 17 ก.ค.เป็นการตรวจเชื้อรอบที่สอง ผลตรวจพบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ สำหรับสถานการณ์ทั่วโลกยอดผู้ติดเชื้อรวม 14,641,819 ราย รักษาหายแล้ว 8,735,158 ราย เสียชีวิต&amp;nbsp; 608,902 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า ในส่วนรายงานการตรวจตัวอย่างโควิด-19 กรณีการสอบสวนโรคในพื้นที่จังหวัดระยองและ กทม. เคสเด็กหญิงชาวซูดานนั้น พื้นที่จังหวัดระยองมีการตรวจโรคไปแล้วทั้งสิ้น&amp;nbsp; 6,501 ราย ไม่พบเชื้อ 6,287 ราย อยู่ระหว่างรอผล 214 ราย และจะครบระยะเพาะเชื้อในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ขอให้สบายใจได้ ขณะที่พื้นที่ กทม.ตรวจไปแล้ว 364 ราย ไม่พบเชื้อ ถ้าให้พูดภาษาชาวบ้านคือพื้นที่ กทม.เราปิดเคสได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากในอนาคตมีการติดเชื้อภายในประเทศก็ไม่เกินความคาดหมาย เราจะได้ระมัดระวัง เพราะสถานการณ์มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ก่อนหน้านี้เราเคยมีผู้ติดเชื้อหลักหน่วย หลักสิบไปถึงหลักร้อย ที่สำคัญเราต้องรับมือให้ได้ เพราะจะทำให้เราสบายใจ และเมื่อวันนี้ทุกคนต่างกลัวสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; ทำให้เศรษฐกิจทรุดไปทั้งโลก ดังนั้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจวิถีใหม่จะพึ่งกระแสการท่องเที่ยวจากต่างประเทศอย่างเดียวไม่ได้ เพราะชัดเจนแล้วว่าเราเองก็ไม่อยากให้เขาเข้า เขาเองก็ไม่อยากจะเดินทาง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นต้องเป็นวิถีใหม่อื่นๆ ที่เราจะคิดและทำกัน&amp;quot; โฆษก ศบค.กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการผ่อนคลายระยะที่ 6 ที่จะให้ชาวต่างชาติเข้ามาเพิ่มเติม รวมถึงกองถ่ายภาพยนตร์จะเป็นรูปแบบใดบ้าง นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) พิจารณาจะอนุญาต 4 กลุ่ม คือ 1.ต่างชาติจัดการแสดงสินค้าในราชอาณาจักร โดยเป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้มาก เข้ามาในวันเวลาที่กำหนด 2.อนุญาตต่างชาติถ่ายทำภาพยนตร์ โดยมีตารางกำหนดแผน วันและเวลา สามารถควบคุมได้ 3.แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติที่จะเข้ามาเป็นแรงงาน เนื่องจากขณะนี้เราขาดแรงงานในภาคอุตสาหกรรมอาหารและการก่อสร้าง ซึ่งจะต้องใช้คนจำนวนมาก จึงต้องเปิดให้บุคคลเหล่านี้เข้ามาทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อน และ 4.กลุ่มที่เข้ามารักษาพยาบาล เช่น เสริมความงามและปรึกษาเรื่องการมีบุตร เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งหมดที่เข้ามาจะต้องอยู่ในสถานที่กักตัวของรัฐ 14 วัน หรือกักตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลา 14&amp;nbsp; วัน อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการเฉพาะกิจฯ เตรียมเสนอที่ประชุมใหญ่ ศบค.พิจารณาในการประชุมวันที่ 22 ก.ค.นี้&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวอีกว่า ล่าสุดที่นิตยสารนิวยอร์กไทมส์ตั้งคำถามกับทั้งโลกว่า เป็นที่วัฒนธรรมการไม่สวมกอด ภูมิต้านทานของคนไทย หรือการสวมหน้ากากอนามัยหรือไม่ ที่เป็นสาเหตุทำให้ผลการดูแลโควิด-19 ของเราดีจนเป็นที่ชื่นชมของคนทั้งโลก แต่ตนในฐานะโฆษก ศบค.ขอบอกว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศเป็นเพราะผลการปฏิบัติตัวของไทยที่ให้ความร่วมมือกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า จากกรณีปัญหาทหารอียิปต์และครอบครัวของอุปทูตซูดานติดเชื้อโควิด-19 เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยนั้น ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นอย่างมาก จนทำให้ ศบค.ต้องปรับปรุงการทำงานของตนเอง ดังนั้นในสัปดาห์หน้าผู้ตรวจการแผ่นดินจะเชิญตัวแทนจาก ศบค. กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) และสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มาชี้แจงว่าได้มีการปรับปรุงกฎเกณฑ์การทำงานอย่างไรบ้างหลังเกิดปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากพบว่ายังมีช่องโหว่ในการปฏิบัติหน้าที่ และขาดการประสานงานกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ตรวจการแผ่นดินก็จะนำเสนอข้อแนะนำส่งตรงไปถึงนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. เพื่อให้พิจารณาปรับแก้ไขต่อไป และพร้อมจะใช้อำนาจที่มีอยู่ ประสานการทำงานของแต่ละหน่วยงานให้เกิดความราบรื่น และเป็นไปอย่างละมุนละม่อม&amp;quot; พล.อ.วิทวัสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินกล่าวว่า บทเรียนที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและความเชื่อมั่นของรัฐบาล ซึ่งก็ถือว่าเป็นโทษหนักที่สุดที่รัฐบาลได้รับแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องลงโทษทางอาญาหรือทางวินัยกับเจ้าหน้าที่รัฐ แต่จากนี้ต้องปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพกว่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีกในอนาคต &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในเรื่องของสิทธิทางการทูตกับความเข้มข้นการในการป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดของเชื้อโควิด-19 ผมก็เห็นว่าเรื่องสิทธิทางการทูตรัฐบาลก็ต้องละมุนละม่อม เพราะการบังคับใช้กฎหมายอย่างเดียวอาจทำให้เกิดความไม่สบายใจ แต่สิ่งไหนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เจ้าหน้าที่ทางการทูตก็ต้องเข้าใจเหมือนกัน เพราะถ้ามาตรการที่รัฐบาลกำหนดทำให้บ้านเมืองเกิดความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ทูตเข้ามาในประเทศก็จะมีความมั่นใจและสบายใจในการที่จะอยู่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย&amp;quot; ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.วิทวัสเชื่อว่า การจัดประชุมดังกล่าวไม่ทำให้รัฐบาลรู้สึกกดดันว่าถูกจับผิด ตรงข้ามน่าจะสบายใจมากขึ้นว่ามีองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐมาตรวจสอบ ว่ามาตรการป้องกันที่รัฐบาลทำนั้นครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งหากภาคประชาชนที่เห็นว่ารัฐบาลยังมีช่องโหว่ในจุดใด หรือดำเนินการในเรื่องนี้ไม่ครบถ้วน ก็สามารถเสนอความเห็นมาให้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ เราพร้อมพิจารณา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลหนองคาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี&amp;nbsp; พระราชทานเครื่องช่วยหายใจ พร้อมอุปกรณ์ประกอบการใช้งาน 1 เครื่อง ซึ่งเป็นเครื่องช่วยหายใจชนิดควบคุมปริมาตรและความดัน เหมาะสำหรับผู้ป่วยวิกฤติและผู้ป่วยที่มีความจำเป็นเร่งด่วน แก่โรงพยาบาลหนองคาย โดยมีนายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานในพิธีรับมอบเครื่องมือแพทย์พระราชทาน ร่วมกับ นพ.วิศณุ วิทยาบำรุง นายแพทย์สาธารณสุข จ.หนองคาย&amp;nbsp; และ นพ.สุรกิจ ยศพล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองคาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โรงพยาบาลหนองคายเป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาด 350 เตียง ให้การรักษาประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp; จ.หนองคายและจังหวัดใกล้เคียง ตลอดจนประชาชนชาวลาวที่เดินทางเข้ามารักษาอาการเจ็บป่วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72049</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กลุ่มต่างชาติเข้าไทย, คุมเข้มวีไอพีเข้าประเทศ, จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด, ผ่อนคลายเฟส 6, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f15a29c2a5b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
