<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2020 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2020 06:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึก 10 ปีแห่งชีวิต &#039;ภรรยาพล.อ.ร่มเกล้า&#039; หวังภัยโควิดจะทำให้เราไม่ทำร้ายเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.63 - นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และภรรยาพล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม อดีตรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ เสียชีวิตจากการปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ที่แยกคอกวัว เมื่อคืนวันที่ 10 เม.ย.2553 โพสต์ข้อความผ่านเฟบุ๊กส่วนพร้อมหนังสือ &amp;quot;ในความรัก&amp;quot; มีเนื้อหา ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๐ ปีของชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๙ เมษา ๕๓ ทำงาน ศอฉ. ราบ ๑๑ อยู่ในสงครามกลางเมืองที่มีเลือดสีแดง อาวุธ ระเบิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๙ เมษา ๖๓ ทำงานศูนย์โควิด ทำเนียบฯ อยู่ในสงครามที่ศัตรูร้ายไม่ใช่คนและมองไม่เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้อนกลับไป ๑๐ ปีก่อน เคยเขียนหนังสือ ในความรักว่า &amp;ldquo;เราต้องสามัคคีกันเพื่อเตรียมเผชิญกับภัยพิบัติร้ายแห่งธรรมชาติ&amp;rdquo; และวันนี้ก็มาถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความทุกข์ของมนุษย์เราใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนไม่รู้ว่าผ่านชีวิต ๑๐ ปีมาได้อยางไร แต่เมื่อย้อนกลับไปอ่านบันทึก พบว่าความคิดยังเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องทำความดีให้มากพอจึงจะตายได้ ต้องทำความดีให้มากพอจึงจะได้พบพี่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่ร่มเกล้าเป็นแรงบันดาลใจในการทุ่มเททำงานหนักตลอด ๑๐ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางความทุกข์ ที่ไม่เคยรู้จักสุข งานเป็นอย่างเดียวที่ทำให้ชีวิตยังพอมีคุณค่า แม้จะเป็นงานที่ไม่มีใครอยากทำ งานที่อยู่เบื้องหลัง งานที่เต็มไปด้วยปัญหา งานที่ไม่มีใครรู้ว่าทำ งานที่ทำร้ายสุขภาพ งานที่กดดันทำไปร้องไห้ไป...แต่ก็เป็นสิ่งเดี่ยวที่ทำให้ชีวิตดำเนินไปได้ในแต่ละวันไม่มีเวลาเหลือให้ต้องคิดถึงอะไร (แม้แต่เวลานอน เลยไม่ค่อยได้เขียน FB เพราะหมดแรงหลับก่อนทุกวัน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดำเนินชีวิตโดยไม่ปรารถนาสุข เพียงแค่พยายามประคองให้ฝ่าฟันอุปสรรคและทุกข์ที่เข้ามาไม่สิ้นสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๐ ปีขอบันทึกจากใจไว้สักครั้ง เพื่อประกาศให้รู้ว่า การเอาชนะโดยใช้ความรุนแรงที่แลกมาด้วยความสูญเสียไม่ได้ให้อะไรกับใครเลย นอกจากจะทำลายชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งและอีกหลายๆ คนให้จมทุกข์แล้ว ในที่สุด เราท่านทุกคนต่างก็ต้องมาเผชิญกับมหันตภัยที่จ้องทำลายมนุษย์ทุกคนโดยไม่เลือกว่าเป็นฝักฝ่ายใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังว่าภัยโควิด19 ครั้งนี้ จะทำให้เราไม่เสียเวลาหันมาทำร้ายเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเองอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิชา
๙ เมษายน ๖๓&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62684</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มนปช., การระบาดของไวรัสโควิด-19, นิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม, พล.อ.ร่มเกล้า, หนังสือในความรัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200410/image_big_5e8fb3fe64365.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2019 08:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2019 21:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039; แนะฝ่ายประชาธิปไตย เป็นฝ่ายค้านที่ยิ่งใหญ่ดีกว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ร้านกาแฟพีซคอฟฟี่แอนด์ไลบรารี่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5 ได้มีการจัดรายการ ลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์ ซึ่งออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม พีซทีวี โดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. พร้อมแกนนำ นปช. สลับสับเปลี่ยนกันมาให้ความสนุก สนานกับพี่น้องประชาชน ผู้ร่วมอุดมการณ์กันเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยในสัปดาห์นี้ ตรงกับวันที่ 19 พฤษภาคม จึงมีพี่น้องเดินทางกันมาร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุม เดือนเมษา &amp;ndash; พฤษภา 2553 กันเป็นจำนวนมาก

นายจตุพร กล่าวว่า 9 ปี 99 ศพ 9ปี เมษายน - พฤษภาคม 2553&amp;nbsp; มีเรื่องราวมากมายกับการปราบปรามประชาชนที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่ประเทศไทยเคยมีมา เมษายน -พฤษภาคม 2553 นั้น 99 ชีวิตและผลพวงหลังจากนั้น เช่นได้รับแก๊สน้ำตาและก็ไปเป็นมะเร็งอีกหลายชีวิตถัดจากนั้น&amp;nbsp; บาดเจ็บ 2,000 ชีวิต สิ้นอิสรภาพมากที่สุด ไม่มี คดีจากการชุมนุมใดที่จะมีคนติดคุกเท่ากับเหตุการณ์เมษา พฤษภาคม 2553&amp;nbsp; หลายเรื่องตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา ที่เราได้พยายามต่อสู้และอธิบายความว่า พวกเราไม่ใช่พวกเผาบ้านเผาเมือง พวกเราไม่ใช่พวกล้มล้างสถาบัน พวกเราไม่ใช่พวกก่อการร้าย ตลอดระยะเวลาของการชุมนุมนั้น เพียงแค่ใช้สิทธิพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย นั่นคือการเรียกร้องให้ยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชน&amp;nbsp; เพราะเห็นว่า ที่มาของรัฐบาลมาโดยมิชอบ&amp;nbsp;

นายจตุพร กล่าวอีกว่า วันนี้เป็นโอกาสดี ที่ตนขอส่งสัญญาณไปยังหมู่มิตรทั้งหลาย ในซีกของการเป็นนักการเมือง&amp;nbsp; ว่าในสถานการณ์ในปัจจุบันนี้นั้น&amp;nbsp; ถ้าฝ่ายประชาธิปไตยเรา ไม่รู้จักอดเปรี้ยวไว้กินหวาน&amp;nbsp; ท้ายที่สุด แล้วปีหน้า ในงาน รำลึก 10 ปีเมษายน -พฤษภาคม 2553&amp;nbsp; เราไม่รู้เราจะพูดเรื่องอะไรกันอีกแล้ว ประวัติศาสตร์จะถูกทำลายอย่างย่อยยับที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ถามว่า ฝ่ายประชาธิปไตยเราจำเป็นจะต้องเป็นรัฐบาลเท่านั้นหรือไม่&amp;nbsp; ตนเองก็เห็นว่าไม่จำเป็น&amp;nbsp; เป็นฝ่ายค้านก็เป็นได้ แล้วรอมาเป็นรัฐบาลในวันที่เราชนะอย่างเต็มรูปแบบ&amp;nbsp; ถ้าเป็นเช่นนั้น จะยิ่งใหญ่มากกว่า การคบคนไม่เลือกหน้า ในทางการเมือง&amp;nbsp;

นายจตุพร ยังกล่าวด้วยว่า ตนอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงเสมอ พรรคการเมืองที่ยังไม่ตัดสินใจ ถ้าเขาจะมาร่วมด้วย เขามาตั้งแต่แรกแล้ว เราไม่ควรรอให้เราอายตัวเอง เราควรยืนหยัดอย่างมีเกียรติ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดนั้น เสียงระหว่าง 245 -253 นั้น ในสภาผู้แทนราษฎร อยู่ไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเล่นเป็น เพราะในจำนวน 253 คนนี้ 3 คนต้องเป็นประธาน รองประธานสภา เราควรรอโอกาส บ้านเมืองเรา ที่ไม่รู้จักอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ทำให้เราเสียโอกาส เหตุการณ์ที่เรามาชุมนุมเมื่อ 9 ปีที่แล้ว เราอยู่จนกระทั่งครบ 9 ปี คนในกระบวนการของเราต้องไปยกมือให้กับคนที่เราต่อสู้กันมา เพื่อเราจะได้เป็นรัฐบาล ตนขอให้คิดดีๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะครั้งนี้นอกจากคิดเห็นแก่ได้แล้ว มันจะไม่ได้เพราะถึงอย่างไรก็ตามนั้น&amp;nbsp; ไม่มีทางจะเดินไปถึง 376 เสียง เพราะมันถูกล็อคด้วยตัวเลขอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ยกแรกเขาชนะอยู่แล้ว การต่อสู้ทางการเมืองต้องไม่หลอกตัวเอง ถ้าหลอกตัวเองเมื่อไหร่ก็แพ้ทันที แม้กระทั่งการคิดแบบเพ้อฝัน เอาอีกฝ่ายหนึ่งมารวมกัน ก็ไม่ถึง 376 อยู่ดีแต่ว่าผลลัพธ์สุดท้ายก็คือ ความรู้สึกของเราที่ต่อสู้กันมาครบรอบ 10 ปี เมษายน พฤษภาคม เราต้องมากระทืบพวกเดียวกันเองในปีหน้า

นายจตุพร กล่าวอีกด้วยว่า ตนพยายามอธิบายว่าการให้นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันใน&amp;nbsp; พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ หัวหน้า คสช. ที่ตลอด 5 ปีนี้ มีมาตรา 44 เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ไม่มีใครสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ ไม่มีใครสามารถตรวจสอบได้ โอกาสของบ้านเมืองจะเสียไปเลย หากพลเอกประยุทธ์ตัดสินใจยุติบทบาททางการเมือง&amp;nbsp; ประชาชนจะไม่มีโอกาสได้รับรู้เลยว่า 5 ปีที่ผ่านมาทำอะไรเอาไว้บ้าง&amp;nbsp; แต่ทันทีที่เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐบาลเรียบร้อย ไม่มีมาตรา 44 อีกต่อไป การตรวจสอบในสภา การอภิปรายในสภา สามารถตรวจสอบได้หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดมันจะเป็นผลลัพธ์ให้กับการเลือกตั้งครั้งต่อไป เพราะฉะนั้นถ้าอยากจะกินหวานในขณะที่มันเปรี้ยว อย่างไรก็ไม่ได้กินหวาน แต่เราจะสิ้นโอกาสที่จะกินความหวาน คือสัมผัสกับประชาธิปไตยโดยสิ้นเชิง วันนี้สิ่งที่ คนไทยอยากได้รัฐบาลมาแก้ไขปัญหาแต่เมื่อเราเห็นว่าอย่างไรก็ไปไม่ได้ ทำไมเราไม่ใช้สภาผู้แทนราษฎรไปตรวจสอบสิ่งที่ผ่านมาแทน วันนี้ถ้าเราอยู่แบบหลอกตัวเอง เราคิดว่าเราจะเป็นรัฐบาล แต่สว.พูดชัดว่าตั้งเองก็ต้องคุยกันได้ ถ้าเราคิดอะไรไปมากกว่านั้น ว่าเรา&amp;nbsp;จะมีส.ว.ที่เป็นกลางมาโหวตให้กับฝ่ายเรา&amp;nbsp;ตนว่า เราไม่ควรกินข้าวกันอีกต่อไป

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36240</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มนปช., จตุพร  พรหมพันธุ์, ฝ่ายค้าน, ฝ่ายประชาธิปไตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190426/image_big_5cc2d6e39c0f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตู่ จตุพร&#039; ยอมขัดใจพี่น้องนปช. หวังบ้านเมืองเดินหน้าไปได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.61 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า เมื่อตอนที่สถาบันพระปกเกล้ามาทำวิจัยเกี่ยวกับ การสร้างความสมานฉันท์ภายในชาติ ได้มีการสัมภาษณ์นักโทษในเรือนจำทุกฝ่ายพบว่า กว่า 80% ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มการเมืองไหน ต่างมีความเห็นเหมือนกัน โดยเฉพาะความรักที่มีต่อชาติบ้านเมืองในทุกมิติ อย่างไรก็ดี การพูดคุยระหว่างตนกับอดีตพระพุทธอิสระ และ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้น ไม่ได้พุดคุยอย่างเจาะจงเป็นเหตุการณ์ แต่เป็นการคุยในภาพรวมระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งทุกฝ่ายเข้าใจเหมือนกันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกหรือผิดทั้งหมด ทุกคนมีส่วนทำให้เกิดทั้งสิ้น แต่หนทางข้างหน้า เราต้องเอาเรื่องของชาติบ้านเมืองเป็นเรื่องหลักมากกว่าเรื่องของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราต้องเข้าใจแผ่นดินในยุคนี้ ทุกฝ่ายต่างรู้ว่าแผ่นดินรัชกาลที่ 10 จะมีการชุมนุมลักษณะเดิมอีกไม่ได้ ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำหลายครั้ง ส่งผลให้องค์กรภาคประชาชนจะทำเหมือนเดิมไม่ได้อีกต่อไป เพราะฉะนั้น อะไรเป็นทางที่สร้างความสงบสุข โดยเฉพาะความสามัคคี และ ความยุติธรรม ผมเชื่อว่าหากทุกฝ่ายนำเอากระแสรับสั่งเป็นธงนำแล้ว ความสงสุขทางการเมืองจะเกิดขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะมีการทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างกลุ่มผู้เห็นต่างทั้งสองฝั่งหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า ทุกคนต่างแบกรับภาระทางความรู้สึกกันทั้งนั้น ทั้งตนและอดีตพระพุทธอิสระนำเสนอเป็นการคลี่คลายอย่างหนึ่ง หากไม่คิดแบบนี้บ้านเมืองจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ทั้งนี้ เราไม่ได้พยายามเปลี่ยนความคิดคนที่เห็นต่าง แต่ต้องการให้เห็นว่า เราอยู่ร่วมกันได้แม้ความเห็นต่างกัน แต่จะทำอะไรร่วมกันหรือไม่นั้น คงเป็นเรื่องของอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บางคนบอกว่าผมเปลี่ยนไปรึเปล่า ผมยืนยันว่าไม่ได้เปลี่ยนไป แต่ด้วยสังขารและอิสรภาพลดน้อยถอยลงอยู่ตลอด โดยเฉพาะแกนนำ พธม.และ นปช. ที่ป่วยและร่วงโรยเป็นจำนวนมาก เมื่อเวลาเหลือจำกัด อะไรที่สามารถแก้ปัญหาชาติได้ แม้ว่าเราต้องขัดใจกับพี่น้องเราบางคน ก้ต้องพยายามทำให้พวกเขาเข้าใจว่านี่คือหนทางที่ดีที่สุด ที่จะทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร ยังกล่าวถึงอนาคตในแวดวงการเมืองของตัวเองด้วย ว่า ตอนนี้ตนถูกตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี หลังประกาศไม่ลงเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ แต่ในอนาคตหนทางยังคงยาวไกล และไม่รู้ว่าตอนนั้นเราจะคิดอะไร คงเป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจกันใหม่ แต่ในตอนนี้ตนมีความสุขกับบทบาทที่เป็นอยู่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22020</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มนปช., จตุพร พรหมพันธุ์, ตู่ จตุพร, สมานฉันท์ ปรองดอง, แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181115/image_big_5bed0581e80e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2018 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2018 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนีตาย!เพื่อไทยสายแดงเตรียมย้ายพรรค&#039;ก่อแก้ว&#039;ชี้โอกาสเป็นส.ส.ง่ายขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
13 พ.ย.61- &amp;nbsp;นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำนปช.และอดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความชัดเจนเรื่องท่าทีทางการเมืองของกลุ่มนปช. ในการจะอยู่กับพรรคเพื่อไทยต่อไปหรือไม่ ว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 12พ.ย.ที่ผ่านมา ก็ได้มีการหารือร่วมกันของคนในซีกนปช.เช่นนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เกี่ยวกับเรื่องอนาคตของทางกลุ่ม แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่ได้ข้อสรุป ยังไม่ได้ตัดสินใจ อยู่ระหว่างการพิจารณา ข้อดีข้อเสีย เพราะเรื่องรธน.กับเรื่องปาร์ตี้ลิสต์ มันก็มีปัญหาอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาอยู่กับพรรคเพื่อไทยมาตลอด ก็สบายใจดี ไม่มีปัญหาเป็นพรรคที่ทำงานด้วยกันมานานราบรื่น แต่ถ้าย้ายไปที่พรรคอื่น อาจได้มีโอกาสได้เป็ส.ส.ง่ายขึ้น ตอนนี้จึงอยู่ระหว่างตัดสินใจที่ทั้งหมดจะได้ข้อสรุปในสัปดาห์นี้ บนหลักว่า การต่อสู้ต่อไปยังไงต้องอยู่บนหลัก ประชาธิปไตย ต้องดำเนินการทุกทางเพื่อไม่ให้มีการสืบทอดอำนาจเผด็จการ ก็ต้องเน้นวิถีทางรัฐสภาเป็นหลัก ที่ยังไม่ตัดสินใจเพราะกำลังประเมินภาพรวมอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า กลุ่มอดีตส.ส.เพื่อไทย สายนปช. ได้มีการหารือกันทางการเมืองถึงเรื่องอนาคตของกลุ่ม เพราะพบว่าหลายคนเป็นอดีตส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ไม่ว่าจะเป็นเช่นนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ &amp;nbsp;นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ นายวิภูแถลง พัฒนภูไท นายชินวัฒน์ หาบุญพาด นพ.เหวง โตจิราการ นายพายัพ ปั้นเกตุ นายธนิก มาศรีพิทักษ์ นายก่อแก้ว พิกุลทอง เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลายคนตอนอยู่ในรายชื่อผู้สมัครเพื่อไทยตอนปี 2554 ก็อยู่ในอันดับที่ไม่ใช่อันดับต้นๆ 20 คนแรก &amp;nbsp;ซึ่งหากยังอยู่กับเพื่อไทยต่อไป แล้วพรรคจัดอันดับที่ไม่ได้อยู่ในอันดับต้นๆ ให้ ก็มีโอกาสสูงจะไม่ได้กลับมาเป็นส.ส. ทำให้หลายคนก็พยายามหาทางออกเช่นนายธนิก แกนนำนปช.ขอนแก่น ก็ขอพรรคลงสมัครส.ส.เขต ขอนแก่น รวมถึงนายพายัพ ปั้นเกตุ ที่จะกลับมาลงส.ส.เขต สิงห์บุรี แต่ทางพรรคยังไม่มีคำตอบให้เพราะต้องรอให้ทุกอย่างนิ่งก่อน คือรอหลัง 26พ.ย. ที่จะเป็นวันสุดท้าย ในการต้องสังกัดพรรคการเมืองก่อนเลือกตั้ง ไม่น้อยกว่า90 &amp;nbsp;วัน หากมีการเลือกตั้ง 24 ก.พ.2562.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21894</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มนปช., ก่อแก้ว พิกุลทอง, พรรคเพื่อไทย, ย้ายพรรค, หนีตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a65bc9baa601.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
