<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BRNใช้โซเชียลขู่ชรบ. คือกองกำลังติดอาวุธของสยาม &#039;ปาตานี&#039;จำต้องสังหารท่านโดยไม่ละเว้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ย.62- &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายกลุ่มบีอาร์เอ็น ซึ่งเป็นขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่ก่อการร้ายในพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ตั้งแต่ปี 2574 เป็นต้นมา ได้ส่งสารถึง ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านทางช่องทางโซเชียล &amp;nbsp;โดยเน้นไปยัง กองกำลังติดอาวุธภาคประชาชน ดังข้อความต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สารถึง &amp;nbsp;ชรบ. อรบ. อรม. ทสปช. และกองกำลังประชาชนในภาคส่วนอื่นและผู้ช่วยเหลือทางราชการงานความมั่นคงฝ่ายพลเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;BRN ในสถานะที่เป็นกองกำลังหลักในพื้นที่ยึดครองของสยามไทย ที่พยายามปกป้องและสร้างสถานะต่อตัวตนของชาติพันธุ์มลายูให้คงอยู่ในแผ่นดินปาตานี ในขณะที่สยามพยายามสลายความเป็นมลายูให้หายไปจากหน้าแผ่นดิน อย่างที่กระทำสำเร็จต่อชาติพันธุ์อื่นในเขตยึดครองอย่างอาณาจักรล้านนาฯลฯ และมลายูในพื้นที่อาณาจักรศรีวิจายา(ศรีวิชัย)อย่าง จ.นครศรีฯ,สุราษฯ,พัทลุงฯลฯ เหตุเพราะพื้นที่เหล่านี้นับถือศาสนาพุทธและไม่มีการเปลี่ยนนับถือศาสนาอิสลาม &amp;nbsp; นับจากการเข้ารับอิสลามของเจ้าผู้ครองอาณาจักรปาตานี ชาวปาตานีมีความเป็นอาณาจักรที่มีทั้งศาสนาอิสลาม,พุทธ และอื่นๆอยู่ร่วมกันตามปกติสุข จนการเข้ามาของชาติพันธุ์สยามและนำนโยบายสลายชาติพันธุ์ด้วยวิธีการนำประชาชนชาวสยามเข้ามาตั้งถิ่นฐานโดยการเปิดนิคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันสยามสามารถสลายชาติพันธุ์ประชาชนชาวมลายูที่นับถือศาสนาพุทธสำเร็จจนหลงลืมความเป็นมลายูหมดสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สำหรับประชาชนชาวมลายูที่นับถือศาสนาอิสลามยังคงยึดมั่นในสถานะความเป็นชาติพันธุ์มลายูอย่างมั่นคงและเหนียวแน่น เพราะความเป็นมุสลิมที่ต้องยึดถือและศรัทธามั่นว่าไม่มีผู้ใดที่จะนำความยุติธรรมอย่างเสมอภาคได้นอกจากอัลเลาะห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นโยบายนี้จึงไม่อาจสลายความเป็นปาตานีลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนำเข้านโยบาย &amp;quot;พหุวัฒนธรรม&amp;quot; เพื่อสลายความเป็นมุสลิมจึงถูกรังสรรค์ขึ้น เพื่อสร้างวัฒนธรรมของความเคยชินให้กลายเป็นศาสนาและพยายามสลายความแตกต่าง &amp;nbsp;ให้ประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามเห็นว่าอิสลามไม่ได้มีความแตกต่างจากพุทธ นโยบาย &amp;quot;พหุวัฒนธรรม&amp;quot; ประสบผลสำเร็จใน อ.เบตง ทุกวันนี้ในบ้านแต่ละหลังเรามิอาจตัดสินได้ว่าเป็นมุสลิมอย่างเต็มที่ เหตุเพราะพ่อแม่มุสลิม บุตรกลายเป็นพุทธ,คริสเตียน และไม่มีศาสนาด้วยซ้ำ &amp;quot;ในอิสลามได้เน้นถึงความเสมอภาคเท่าเทียมกันโดยที่ไม่มีการยกเว้นว่าใครเป็นใครมีตำแหน่งสูงหรือไม่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปัจจุบันความเหลื่อมล้ำของประชาชนเริ่มสูงขึ้น ผู้มีอำนาจต่างแก่งแย่งภาษีประชาชนเข้ากระเป๋าตนเองและพวกพ้อง &amp;nbsp;ไร้ซึ่งสิทธิความเท่าเทียมตามรัฐธรรมนูญที่สวยหรู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ BRN ขอให้ประชาชนที่สมัครใจในการช่วยเหลือทางการสยามตามที่อ้างถึง ท่านจงหยุดการกระทำเหล่านี้ทันที ณ ที่นี้ยกเว้นให้กับผู้ที่ไม่สมัครใจช่วยเหลือโดยถูกบังคับด้วยตำแหน่งจากทางการสยาม แต่ก็อยากให้บุคคลเหล่านี้พยายามทำเท่าที่กระทำได้ ทั้งนี้เราได้เฝ้าติดตามท่านอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอดเพียงแค่การกระทำของท่านยังไม่ถึงสิ้นสุด การตัดสินจึงมิอาจกระทำลงไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สำหรับกองกำลังทหารอาชีพ,ตร.,อส.ทพ.,อส.รักษาดินแดน,อส.นย และอส.ต่างๆ และสายลับ(ผู้ที่ทำงานสองหน้าในบุคคลเดียว)ที่สมัครใจปฏิบัติงานความมั่นคงต่างๆ #ท่านคือเป้าหมายของกองกำลังของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถือว่าท่านคือกองกำลังติดอาวุธของสยาม ซึ่งเราในฐานะกองกำลังป้องกันตนเองปาตานีจำต้องสังหารท่าน โดยไม่มีการละเว้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่ สารของ บีอาร์เอ็น ได้ถูกนำเสนอในพื้นที่ ได้สร้างความวิตกกังวลให้เกิดขึ้น กำลังภาคประชาชน ที่ติดอาวุธเพื่อป้องกันตนเอง และป้องกันหมู่บ้าน ชุมชนเป็นอย่างมาก เพราะเหมือนกับ บีอาร์เอ็น ได้ส่งสารแจ้งเตือนว่า จะมีการปฏิบัติการกับ ชรบ. อรบ. และ อาสาสมัครในรูปแบบอื่นๆ รวมทั้งต้องการให้ หน่วยงานที่รับผิดชอบ มีการตรวจสอบให้ชัดเจนว่า สารดังกล่าวที่อ้างว่าเป็น บีอาร์เอ็น เป็นของจริง หรือมือที่สามเป็นผู้สร้างขึ้น เนื่องจากตลอดระยะเวลา 16 ปี ที่ผ่านมา บีอาร์เอ็น ไม่เคยอ้างความรับผิดชอบ ในสถานการณ์ความรุนแรง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งสารดังกล่าว เป็น ฉบับที่ 2 หลังเกิดการละลายฐาน ชรบ. ที่ทางลุ่ม หมู่ 5 บ้านทุ่งสะเดา ต.ลำพยา อ.เมือง จ.ยะลา ที่ทำให้ ชรบ. เสียชีวิตถึง 15 คน และบาดเจ็บสาหัสอีก 5 คน และต่อด้วยการฆ่าโหด คนไทย 2 &amp;nbsp;ที่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50662</URL_LINK>
                <HASHTAG>3จว.ชายแดนภาคใต้, กลุ่มบีอาร์เอ็น, ปาตานี, โซเชียล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd3c9c2987af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2019 08:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2019 08:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวา!BRNส่งเยาวชนชุดปฎิบัติการพิเศษฝังตัวชายแดนใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:จนท.ตรวจป้อมจุดตรวจ ชรบ.ลำพะยา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย.62-หน่วยงานด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า จากข้อมูลการข่าวช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาขบวนการบีอาร์เอ็นได้ส่ง &amp;ldquo;ชุดปฏิบัติการพิเศษ&amp;rdquo; ที่ผ่านฝึกหลักสูตรการโจมตีแบบกองโจร RKKจากประเทศเพื่อนบ้านให้เข้ามาเปิดปฏิบัติการในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ถึงจำนวน 4 ชุด นั่นคือมีเป้าหมายให้เปิดปฏิบัติการใน จ.ปัตตานี จ.ยะลา จ.นราธิวาส และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา คือ จะนะเทพา นาทวีและสะบ้ายย้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ชุดปฏิบัติการพิเศษของบีอาร์เอ็นดังกล่าวได้ลงมือทำงานกันไปแล้วอย่างน้อย 2 เหตุการณ์คือ คาร์บอมบ์ที่หน้า สภ.ไม้แก่น จ.ปัตตานีเมื่อหลายวันก่อน กับล่าสุดการรวมตัวบุกโจมตีเพื่อละลายฐาน ชรบ.ที่บ้านทางลุ่ม ต.ลำพะยา อีกทั้งยังเชื่อว่าจะมีปฏิบัติการตามมาอีกหลายเหตุการณ์ในห้วงเวลา 2 เดือนที่เหลือของปี 2562 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข้อมูลด้วยว่าชุดปฏิบัติการพิเศษของบีอาร์เอ็นทั้ง 4 ชุดดังกล่าว มีการจัดกำลังไว้ชุดละ 6 คนที่ล้วนเป็น &amp;ldquo;PERMUDA&amp;rdquo; ทั้งสิ้น ซึ่งหมายถึงเป็นแนวร่วมเยาวชนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยมีประวัติก่อเหตุมาก่อน เพื่อให้ง่ายในการเคลื่อนไหว แต่ยุ่งยากสำหรับเจ้าหน้าที่ในการติดตามไล่ล่าหรือเข้าจับกุม โดยในการปฏิบัติการแต่ละครั้งจะมีมอบให้แนวร่วมระดับต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ประกอบกำลังเข้าร่วมด้วยครั้งละประมาณ 20 คนขึ้นไป ซึ่งก็แล้วแต่เป้าหมายว่าจะเล็กหรือใหญ่ หรือมีความสำคัญแค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ขบวนการณ์บีอาร์เอ็นได้บ่มเพาะเยาวชนเข้าสู่ขบวนการ เพื่อให้เป็นแนวร่วมในระดับต่างๆ ไว้ได้เพียงประมาณ 800 คน แต่เมื่อมาถึงวันนี้กลับมีเยาวชนที่ผ่านการบ่มเพาะจากขบวนการบีอาร์เอ็นเพิ่มเป็นกว่า 10,000 คนแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49979</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มบีอาร์เอ็น, จ.ยะลา, ชุดปฏิบัติการพิเศษ, หน่วยงานความมั่นคง, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191111/image_big_5dc8b3ad7b3af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2019 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2019 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โฆษกทภ.4ปัดประกาศเคอร์ฟิวล่าBRNชี้ตระกูล&#039;หลำโซ๊ะ&#039;นำทีมถล่มชรบ.15ศพ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8พ.ย.2562&amp;nbsp; เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองทัพภาค 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; เปิดเผยว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อต่างๆว่า กองทัพภาคที่ 4 ได้ประกาศเคอร์ฟิวทั่วพื้นที่เพื่อตามล่ากลุ่มโจร BRN ที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญสังหารหมู่ประชาชน 15 ศพ เมื่อวันที่ 5 พย. ที่ผ่านมานั้น การนำเสนอข่าวดังกล่าวอาจสร้างความสับสน และความตื่นตระหนกแก่พี่น้องประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยภายหลังเกิดเหตุ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้สั่งการให้บูรณาการกำลังเข้าบังคับใช้กฏหมายขั้นเด็ดขาดกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง โดยปัจจุบันหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สามารถระบุกลุ่ม และตัวบุคคลที่ร่วมก่อเหตุได้แล้วจำนวนหนึ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างเข้ากดดันและติดตามจับกุมในพื้นที่ต้องสงสัยในหมู่บ้านให้การสนับสนุน พื้นที่ป่าภูเขานางจันทร์ ช่วงรอยต่อ จ.สงขลา และบ้านเครือญาติ
โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พ.ย.2562 เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยได้ 1 รายเป็นราษฎรพื้นที่ ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับจุดที่คนร้ายก่อเหตุวางระเบิด โปรยตะปูเรือใบและเผายางรถยนต์เพื่อสกัดกั้นการเข้าช่วยเหลือ พร้อมยึดของกลางได้หลายรายการ ขณะที่หลบหนีไปซ่อนตัวที่ อ.ธารโต จ.ยะลา อยู่ระหว่างการซักถามเพื่อขยายเครือข่ายก่อเหตุที่หน่วยซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี
&amp;ldquo;กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่า จะใช้มาตรการทางกฏหมายภายใต้อำนาจที่มีอยู่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต่อสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ ปัจจุบันการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภายใต้อำนาจทางกฏหมายที่มีอยู่ไม่ได้ถูกจำกัดโดยบุคคล หรือกลุ่มบุคคลจึงไม่มีเหตุผลและความจำเป็นอันใดที่จะต้องประกาศใช้เคอร์ฟิวส์ในพื้นที่ตามที่เป็นข่าว อย่างไรก็ตามก็ต้องขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันตรวจสอบ และแจ้งเบาะแสกลุ่มคนร้ายให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อเข้าดำเนินการตามกฏหมายต่อไป สำหรับบุคลคลที่คอยให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนหรือให้ที่พักพิง มีความผิดตามกฏหมายในอัตราเดียวกับฐานความผิดของผู้ก่อเหตุรุนแรง&amp;rdquo; พ.อ.ปราโมทย์ กล่าว
โฆษก กองทัพภาค 4&amp;nbsp; กล่าวอีกว่า&amp;nbsp; สำหรับมาตรการในการรักษาความปลอดภัย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ปรับแผนให้รัดกุมมากยิ่งขึ้นด้วยการจัดเจ้าหน้าที่ทหารเข้าเสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และชุมชนให้รัดกุมมากขึ้น ทั้งนี้เพราะชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.)เป็นเพียงประชาชนจิตอาสา ที่เสียสละและอุทิศตน เข้ามาช่วยกันดูแลความปลอดภัยชุมชนของตนเอง ไม่ใช่เป็นกองกำลังติดอาวุธฝ่ายพลเรือนดังที่องค์กรแนวร่วมและกลุ่มเปอร์มาส นำมาบิดเบือนเพื่อสร้างความชอบธรรมในการก่อเหตุของกลุ่มขบวนการBRN ดังที่ปรากฏให้เห็นในช่วงที่ผ่านมา
&amp;ldquo;สำหรับหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ ในส่วนของปลอกกระสุนปืน เบื้องต้นเป็นกระสุนของปืนเอ็ม 16 และ อาก้า มีมากกว่า 100 ปลอก ซึ่งจากการตรวจสอบผลปืนเบื้องต้น พบว่าสามารถเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่หลายเหตุการณ์ เช่น ปล้นร้านทอง ที่ อ.นาทวี จ.สงขลา ปล้นเต้นท์รถยนต์ ที่ อ.เทพา จ.สงขลา&amp;nbsp; เหตุยิง สภ.นาปะดู่ จ.ปัตตานี&amp;nbsp; เหตุปล้นตู้เอทีเอ็มที่หน้ามหาวิทยาลัยฟาตอนี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี&amp;nbsp; ซึ่งเหตุการณ์ที่ผ่านมาดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถออกหมายจับได้ 21 คน เป็นทีมของตระกูลหลำโซ๊ะ&amp;nbsp; ที่เป็นแกนนำปฎิบัติการ ร่วมกับแกนนำก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ซึ่งฝ่ายเจ้าหน้าที่มีข้อมูลทั้งหมดแล้ว ส่วนผู้ต้องสงสัยที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 1 ราย ขณะนี้อยู่ในกระบวนการซักถามของเจ้าหน้าที่ ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้&amp;rdquo; โฆษกกองทัพภาค 4 กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49821</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มบีอาร์เอ็น, กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, ตระกูลหลำโซ๊ะ, พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, ยิงชรบ.15ศพ, เคอร์ฟิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191108/image_big_5dc4f802a6bd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บึ้มชายหาดสมิหลา2จุด ฝีมือกลุ่มบีอาร์เอ็นหวังทำลายเศรษฐกิจท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุการณ์ลอบวางระเบิดบริเวณชายหาดแหลมสมิหลา แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครสงขลา&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา โดยเกิดเหตุระเบิดขึ้น 2 จุดคือ&amp;nbsp;รูปปั้นนางเงือกทอง และรูปปั้นหนูกับแมว ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 200 เมตร ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันตั้งแต่เวลา 22.00 น.ของคืนวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยตรวจพบระเบิดรวมทั้งหมด&amp;nbsp;5 ลูกจากการตรวจสอบวัตถุระเบิดของเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดกองกำกับการปฏิบัติการปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจ.สงขลา พบว่า เป็นระเบิดแสวงเครื่องโดยพบชุดควบคุมการจุดระเบิดเป็นนาฬิกาข้อมือยี่ห้อคาสิโอ 1ชุด ภาชนะบรรจุดินระเบิดหลัก เป็นกล่องเหล็กกว้าง 4 นิ้ว ยาว 5นิ้ว หนา 2 นิ้ว ชิ้นส่วนสายไฟ ปลั๊กไฟตัวผู้ แบตเตอรี่ ขนาด AA จำนวน 3 ก้อนฝากล่องพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการประเมินสถานการณ์ของหน่วยข่าวด้านความมั่นคงคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มบีอาร์เอ็น เนื่องจากก่อนหน้านี้พบความเคลื่อนไหวของแกนนำมีการเข้ามาประชุมที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา และได้มีการแจ้งเตือนให้ทุกฝ่ายเตรียมพร้อมรับสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเป้าหมายของการก่อเหตุคนร้ายน่าจะมีเป้าหมายต้องการทำลายด้านเศรษฐกิจการค้าการท่องเที่ยวของจ.สงขลาในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะการวางระเบิดรูปปั้นนางเงือกที่เป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวจ.สงขลา ที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยมาเลเซียและสิงคโปร์ เพราะจะนิยมไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเมื่อมาเที่ยวที่จ.สงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งเป็นการตอบโต้มาตรการปราบปรามสินค้าหนีภาษีบริเวณแนวชายแดนไทยมาเลเซียที่ได้ผลทำให้กลุ่มก่อความไม่สงบเสียผลประโยชน์ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของขบวนการบีอาร์เอ็นที่มักจะก่อเหตุกับเมืองเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่เสี่ยงของจ.สงขลาสูงสุดโดยเฉพาะในอ.หาดใหญ่ ซึ่งจะมีการจัดงานเคาท์ดาวน์เพื่อเร่งสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบรรยากาศในพื้นที่เกิดเหตุขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดยังคงสแกนพื้นที่บริเวณชายหาดแหลมสมิหลาทุกตารางนิ้วทั้งบริเวณจุดเกิดเหตุและพื้นที่โดยรอบเพราะอาจจะมีระเบิดหลงเหลืออยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25203</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มบีอาร์เอ็น, ก่อการร้าย, จังหวัดสงขลา, ชายหาดแหลมสมิหลา, ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด, ระเบิดหาดสมิหลา, รูปปั้นนางเงือกทอง, หน่วยข่าวด้านความมั่นคง, เขตเทศบาลนครสงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c244a4d07e0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 21:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2018 08:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แกนนำBRNพึ่งพระบารมีร.10แก้ปัญหา3จังหวัดชายแดนภาคใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพบีบีซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.61-สุกรี ฮารี &amp;nbsp;สมาชิกบีอาร์เอ็นที่ร่วมโต๊ะพูดคุยกับรัฐไทย ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทย ถึงความหวังในการเจรจากับรัฐบาลไทยว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมมั่นใจในรัฐบาลทหารมากกว่ารัฐบาลประชาธิปไตย เพราะว่าเราคุยในรัฐบาลประชาธิปไตย การจะผ่านเรื่องใด ๆ เป็นเรื่องยาก ต้องมีขั้นตอน ต้องผ่านสภา แต่รัฐบาลทหาร ถ้าเขาจะให้ ก็ให้เลย อะไรทำได้ ทำเลย แต่ในวันนี้ รัฐบาลไม่นิ่ง นโยบายจากส่วนกลางกับส่วนภูมิภาคไม่ประสานงานกันเพื่อแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บางทีผมคิดไปคิดมา เป็นความหวัง... รัชกาลที่ 10 ทรงนี้มีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ถ้ารัฐบาลเป็นอย่างนี้ ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาได้ นอกจากรัชกาลที่ 10 พระองค์เดียวที่จะแก้ปัญหาให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด&amp;quot; สุกรีกล่าวทิ้งท้าย บทสนทนากับบีบีซีไทย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5673</URL_LINK>
                <HASHTAG>BRN, กลุ่มบีอาร์เอ็น, ดับไฟใต้, พึ่งพระบารมีร.10, สุกรี ฮารี, แก้ปัญหา3จังหวัดชายแดนภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab5ab5505bff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
