<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2019 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานบอร์ด พอช.-ผู้ว่าฯ ประจวบฯ เยี่ยมชุมชนนำร่อง ‘อ่าว ก ไก่’ เคลื่อน 6 ยุทธศาสตร์แผนพัฒนาภาคประชาชนเพื่อความมั่นคงทุกมิติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ.ประจวบคีรีขันธ์/ ไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานบอร์ด พอช. และผู้ว่าฯ จ.ประจวบคีรีขันธ์เยี่ยมชุมชนประมงพื้นบ้านนำร่องแผนพัฒนาภาคประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp; &amp;lsquo;อ่าว ก ไก่&amp;rsquo; 4 จังหวัด ประจวบฯ-เพชรบุรี-สมุทรสงคราม-สมุทรสาคร &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ใช้ยุทธศาสตร์&amp;nbsp; 6 ด้านสร้างความมั่นคงในที่ดินทำกิน-ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง ส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์&amp;nbsp; ท่องเที่ยว&amp;nbsp; พัฒนาคุณภาพชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและหลุดพ้นความยากจน&amp;nbsp; ก่อนขยายผลไปยังพื้นที่ชายฝั่งทะเลทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ขบวนองค์กรชุมชน 4 จังหวัดในพื้นที่ภูมินิเวศ &amp;lsquo;อ่าว ก ไก่&amp;rsquo; (อ่าวไทยตอนบนที่มีลักษณะ 4 เหลี่ยมคล้ายพยัญชนะ &amp;lsquo;ก ไก่&amp;rsquo;) คือ&amp;nbsp; ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; เพชรบุรี&amp;nbsp; สมุทรสงคราม&amp;nbsp; และสมุทรสาคร &amp;nbsp;ได้ร่วมกันจัดทำแผนพัฒนาภาคประชาชนระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ.2562-2565) เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินที่ไม่มั่นคงเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่งเสื่อมโทรม&amp;nbsp; ตลอดจนปัญหาด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; รายได้&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันหน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมกันให้การสนับสนุน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและการพัฒนาด้านต่างๆ&amp;nbsp; กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่อนผันให้ประชาชนอยู่อาศัยในพื้นที่ป่าชายเลน (อยู่อาศัยก่อนปี 2557) ตามนโยบายของรัฐบาลนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนนำร่องอ่าว ก.ไก่&amp;nbsp; แก้ปัญหาที่อยู่อาศัย-อนุรักษ์ทรัพยากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดระหว่างวันที่ 22-23 กันยายน&amp;nbsp; นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; และคณะ&amp;nbsp; ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการดำเนินการตามแผนพัฒนาภาคประชาชนที่ชุมชนบ้านปากคลองหมู่ที่ 5 ตำบลแม่รำพึง&amp;nbsp; อ.บางสะพานน้อย&amp;nbsp; จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; เพื่อเยี่ยมชมการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยของชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;การรักษาทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp; การจัดตั้งธนาคารปูม้าเพื่อขยายพันธุ์&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมตรีเยี่ยมชุมชนบ้านปากคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ชุมชนบ้านปากคลองมี 4 หมู่บ้าน&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 247 ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยในที่ดินป่าชายเลนตามโครงการบ้านมั่นคงชนบทของ พอช. &amp;nbsp;โดย พอช.สนับสนุนการซ่อมแซมปรับปรุงบ้านเรือนที่ทรุดโทรมจำนวน 11.9 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; ดำเนินการตั้งแต่ปี 2560&amp;nbsp; ขณะนี้ซ่อมแซมบ้านไปแล้วประมาณ 70 %&amp;nbsp; จากจำนวนครัวเรือนทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันชุมชนได้ร่วมกันเพาะพันธุ์และขยายสัตว์น้ำ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จัดทำธนาคารปูเพื่อขยายพันธุ์ปูทะเลมาตั้งแต่ปี 2551 สามารถนำแม่พันธุ์ปูมาเพาะพันธุ์ได้ประมาณปีละ 1,500-1,700 ตัว&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังทำ &amp;lsquo;ซั้ง&amp;rsquo; ในทะเลเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน&amp;nbsp; ทำให้มีสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น&amp;nbsp; ชาวประมงพื้นบ้านสามารถจับปูได้มากขึ้น&amp;nbsp; จากเดิมวันละ 3-4 กิโลกรัม&amp;nbsp; เพิ่มเป็น 7-8 กิโลกรัมต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 23 กันยายน&amp;nbsp; นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; พร้อมด้วยนายพัลลภ &amp;nbsp;สิงหเสนี &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; และผู้แทนจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp; พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) และนายอำเภอบางสะพานน้อย&amp;nbsp; ได้เดินทางที่ชุมชนบ้านหนองเสม็ดซิตี้&amp;nbsp; ต.บางสะพาน &amp;nbsp;อ.บางสะพานน้อย&amp;nbsp; ซึ่งเป็นชุมชนชายฝั่งทะเลที่กำลังดำเนินโครงการบ้านมั่นคงชนบท&amp;nbsp; ขณะเดียวกันชาวชุมชนได้ร่วมกันจัดตั้งธนาคารปูเพื่อเพาะพันธุ์ปูทะเล&amp;nbsp; และปล่อยพันธุ์ปูลงสู่ทะเลปีละหลายล้านตัว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ต้นปี 2562 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; ปล่อยปูประมาณ 3 ล้านตัวคืนสู่ทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายไมตรีได้มอบงบประมาณสนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงชุมชนหนองเสม็ดซิตี้&amp;nbsp; จำนวน 29&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; งบประมาณรวม 1,443,627 บาทให้แก่ผู้แทนชุมชน&amp;nbsp; และได้เยี่ยมชมธนาคารปูม้า&amp;nbsp; การแปรรูปอาหารทะเล&amp;nbsp; รวมทั้งร่วมกิจกรรมการซ่อมแซมบ้านตามโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; โดยมีเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน 4 จังหวัด&amp;nbsp; และชาวชุมชนเข้าร่วมงานประมาณ 120 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพัลลภ&amp;nbsp; ผวจ.ประจวบฯ และนายไมตรีร่วมกันเทปูนซ่อมบ้านให้ชาวหนองเสม็ดฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าฯ ประจวบหนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.ทำงาน 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องใหญ่&amp;nbsp; คือ 1.การสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลให้ทำงานพัฒนาภาคประชาชน&amp;nbsp; มีการสร้างเครือข่ายต่างๆ เพื่อให้เกิดพลังในการพัฒนา&amp;nbsp; 2.กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล&amp;nbsp; เพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือสมาชิกในตำบล&amp;nbsp; ตั้งแต่เรื่องเกิด เจ็บป่วย&amp;nbsp; ทุนการศึกษา การพัฒนาเด็กและเยาวชน&amp;nbsp; ครอบครัว&amp;nbsp; ดูแลสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ช่วยยามภัยพิบัติ&amp;nbsp; เสียชีวิต&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ขณะนี้มีการจัดคตั้งกองทุนแล้วทั่วประเทศประมาณ&amp;nbsp; 6,000 กองทุน&amp;nbsp; มีเงินรวมกันประมาณ 15,600 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.สนับสนุนการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; &amp;lsquo;โครงการบ้านมั่นคงชนบท&amp;rsquo; เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; &amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo; เพื่อสนับสนุนการซ่อมแซมบ้านเรือนครัวเรือนยากจนที่มีสภาพทรุดโทรม&amp;nbsp; ไม่ปลอดภัย&amp;nbsp; ให้มีความมั่นคงแข็งแรง&amp;nbsp; ขณะนี้ซ่อมแซมบ้านเรือนยากจนทั่วประเทศไปแล้วประมาณ 41,000 หลัง และปี 2563 จะดำเนินการอีกประมาณ 14,000 หลัง&amp;nbsp; และ 4.สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน&amp;nbsp; เพื่อให้ชุมชนมีเศรษฐกิจเข้มแข็ง&amp;nbsp; สามารถพึ่งพาตัวเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่ทั้งหมดนี้ พอช.ไม่ได้ทำงานเอง&amp;nbsp; พอช.มีบทบาทในการสนับสนุนการทำงานของขบวนพี่น้องประชาชน&amp;nbsp; โดยพี่น้องต้องไปขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง&amp;nbsp; โดย พอช.และหน่วยงานต่างๆ จะร่วมกันสนับสนุน&amp;nbsp; ช่วยกระตุ้นการทำงานของพี่น้อง&amp;nbsp; เช่นเดียวกับแผนการพัฒนาภาคประชาชนในพื้นที่อ่าว ก.ไก่ ที่พี่น้องลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เริ่มจากเรื่องที่อยู่อาศัย และขยายผลไปยังสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; การดูแลรักษาป่าชายเลน&amp;nbsp; และเรื่องอื่นๆ ต่อไป&amp;rdquo; นายไมตรีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันผู้แทนเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน 4 จังหวัดในพื้นที่ภูมินิเวศอ่าว ก&amp;nbsp; ไก่ &amp;nbsp;คือ&amp;nbsp; ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; เพชรบุรี&amp;nbsp; สมุทรสงคราม&amp;nbsp; และสมุทรสาคร &amp;nbsp;ได้ยื่นหนังสือเสนอแผนพัฒนาภาคประชาชนระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ.2562-2565) ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้แทนภาคประชาชนมอบแผนพัฒนาอ่าว ก ไก่ ให้แก่ ผวจ.ประจวบฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพัลลภ &amp;nbsp;สิงหเสนี &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;จังหวัดประจวบฯ มีทรัพยากรที่สำคัญ&amp;nbsp; ทั้งทะเลและภูเขาที่สวยงาม&amp;nbsp; มีวิสัยทัศน์ 4 ด้าน&amp;nbsp; คือ 1.เมืองท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่า&amp;nbsp; 2.เป็นเมืองหลวงของสับปะรด&amp;nbsp; มะพร้าว&amp;nbsp; ประมง&amp;nbsp; เป็นเมืองเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp; ได้มาตรฐาน&amp;nbsp; 3.มีด่านสิงขรเป็นด่านชายแดนเชื่อมอ่าวไทยกับฝั่งทะเลอันดามัน&amp;nbsp; เป็นระเบียงเศรษฐกิจในอนาคต&amp;nbsp; และ 4.สังคมผาสุก&amp;nbsp; มีการดูแลสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นการทำงานของ พอช.ที่สนับสนุนเรื่องการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนให้เกิดความมั่นคง&amp;nbsp; การร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อม รักษาป่าชายเลน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายของจังหวัดประจวบฯ ในการสร้างสังคมผาสุก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งทางจังหวัดพร้อมที่จะให้การสนับสนุนทุกวิถีทาง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผวจ.ประจวบฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จังหวัดประจวบฯ มีพื้นที่ที่ พอช. ดำเนินโครงการบ้านมั่นคงในพื้นที่ป่าชายเลนและพื้นที่สาธารณะ&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 17 โครงการ&amp;nbsp; ดำเนินการเสร็จแล้ว&amp;nbsp; 9 โครงการ&amp;nbsp; อยู่ระหว่างการดำเนินการ 8 โครงการ&amp;nbsp; ใช้งบประมาณ รวม 76 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; มีผู้ได้รับประโยชน์รวม&amp;nbsp; 1,198 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินหน้าเคลื่อนแผนพัฒนาภาคประชาชนอ่าว ก ไก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงษ์ศักดิ์ คำทรัพย์&amp;nbsp; คณะทำงานพัฒนาที่อยู่อาศัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; กล่าวถึงแผนพัฒนาภาคประชาชนฯ ว่า&amp;nbsp; เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ภูมินิเวศอ่าว ก ไก่&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; มีปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้รับผลกระทบจากการทำประมงพาณิชย์&amp;nbsp; การจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมชายฝั่งทะเล&amp;nbsp; อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว&amp;nbsp; และผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน&amp;nbsp; ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทะเลและชายฝั่งถูกทำลาย&amp;nbsp; ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำในอ่าว ก.ไก่ ที่เคยเป็นแหล่งอาหารสำคัญของประเทศลดน้อยลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกิดผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; รวมทั้งเกิดผลกระทบโดยรวมต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ดังนั้นพวกเราในนามของผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนทั้ง 4 จังหวัด&amp;nbsp; จึงได้รวบรวมข้อมูลและปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; นำมาจัดทำเป็นแผนพัฒนาภาคประชาชน&amp;nbsp; เพื่อเป็นทิศทางในการพัฒนาและแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; โดยมียุทธศาสตร์ 6 ด้าน&amp;nbsp; คือ 1.การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; 2.การฟื้นฟู&amp;nbsp; อนุรักษ์&amp;nbsp; การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ยกระดับการแปรรูปสินค้าและการตลาดของชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; 4.ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; 5.ฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; และ 6.การปรับตัวเพื่อบรรเทาปัญหาของชาวประมงพื้นบ้านจากภาวะโลกร้อน&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายคือการจัดการพื้นที่ชายฝั่งอ่าวทะเล ก ไก่ อย่างยั่งยืน&amp;nbsp; เพื่อชาวประมงพื้นบ้านจะได้มีที่อยู่อาศัยและทำกินมั่นคง และหลุดพ้นจากปัญหาความยากจน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนฯ ยกตัวอย่างการฟื้นฟู&amp;nbsp; อนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วมตามยุทธศาสตร์ที่ 2 ว่า&amp;nbsp; จะมีการจัดตั้งคณะทำงานและสร้างภาคีเครือข่ายขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การจัดการขยะและน้ำเสียไม่ให้ไหลทิ้งลงทะเล&amp;nbsp; โดยร่วมมือกับโรงงานอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ร่วมกันฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ เช่น&amp;nbsp; จัดตั้งธนาคารปู&amp;nbsp; ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำต่างๆ&amp;nbsp; และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในอ่าว ก ไก่&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาคารปูที่ชุมชนบ้านปากคลอง&amp;nbsp; อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช้ที่อยู่อาศัยเป็นเครื่องมือพัฒนาทุกมิติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยในพื้นที่ป่าชายเลน 4 จังหวัด ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญของแผนดังกล่าว&amp;nbsp; มีเป้าหมาย&amp;nbsp; คือ จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp; รวม 616 ครัวเรือน&amp;nbsp; จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 76 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 89&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; รวม 502 ครัวเรือน&amp;nbsp; รวมทั้งหมด&amp;nbsp; 1,283 ครัวเรือน&amp;nbsp; ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในกรณีที่ดินป่าชายเลน&amp;nbsp; กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ผ่อนผันให้ประชาชนที่อยู่อาศัยในป่าชายเลนก่อนปี 2557&amp;nbsp; อยู่อาศัยได้&amp;nbsp; แต่ไม่อนุญาตที่ดินทำกิน&amp;nbsp; &amp;nbsp;(ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งแต่ คสช.เข้ามาบริหารประเทศในปี 2557) โดยมีคณะกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด (คทช.จังหวัด) มีผู้แทนจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp; หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องที่และท้องถิ่น&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ร่วมเป็นคณะทำงาน&amp;nbsp; มีหน้าที่สำรวจข้อมูล&amp;nbsp; แปลงที่ดิน&amp;nbsp; จำนวนครัวเรือน&amp;nbsp; ตรวจสอบ&amp;nbsp; การบริหารจัดการ&amp;nbsp; และเสนออนุมัติ&amp;nbsp; โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ลงนามการอนุญาตให้ใช้ที่ดินป่าชายเลนเพื่อการอยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปฏิภาณ&amp;nbsp; จุมผา&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;กล่าวว่า&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยในป่าชายเลนตามแผนพัฒนาภาคประชาชน 4 จังหวัดนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอช.ให้การสนับสนุนชุมชนต่างๆ ที่ต้องการแก้ไขปัญหาตามโครงการบ้านมั่นคงชนบท&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้ส่วนใหญ่อยู่ในระหว่างการสำรวจข้อมูล&amp;nbsp; แปลงที่ดิน&amp;nbsp; จำนวนครัวเรือนที่เดือดร้อน&amp;nbsp; และตรวจสอบสิทธิ์ผู้ที่เดือดร้อน&amp;nbsp; ก่อนเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยอย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่บางชุมชนอยู่ในระหว่างการดำเนินโครงการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนบ้านปากคลอง&amp;nbsp; และชุมชนหนองเสม็ดซิตี้&amp;nbsp; อ.บางสะพานน้อย&amp;nbsp; จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุนงบประมาณซ่อมแซมตามโครงการบ้านมั่นคงชนบท&amp;nbsp; เนื่องจากบ้านเรือนส่วนใหญ่ปลูกสร้างมานาน&amp;nbsp; มีสภาพทรุดโทรมเพราะถูกน้ำทะเลกัดเซาะ&amp;nbsp; เพื่อให้บ้านเรือนมีความมั่นคง&amp;nbsp; แข็งแรง&amp;nbsp; ผู้อยู่อาศัยมีความปลอดภัย&amp;nbsp; และนำไปสู่การพัฒนาด้านต่างๆ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แนวทางการพัฒนาชุมชนในพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อการอยู่ร่วมกันของ&amp;nbsp; &amp;lsquo;คน&amp;nbsp; ป่า และทะเล&amp;rsquo; นั้น&amp;nbsp; พอช.ใช้เรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องบ้านหรือที่อยู่อาศัยเป็นเครื่องมือในการพัฒนา&amp;nbsp; เพราะนอกจากจะทำให้ชาวบ้านมีที่อยู่อาศัยและที่ดินที่มั่นคงแล้ว&amp;nbsp; ยังจะนำไปสู่การพัฒนาด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การสร้างเครือข่ายประมงพื้นบ้านขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันฟื้นฟู&amp;nbsp; ดูแล&amp;nbsp; อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp; พัฒนาอาชีพประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; ต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp; เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp; โดยความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคีเครือข่ายในท้องถิ่นต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งการบูรณาการแผนงานและงบประมาณเข้าด้วยกัน&amp;nbsp; นอกจากนี้จะนำไปสู่การผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหาเชิงนโยบายด้วย&amp;nbsp; โดยใช้พื้นที่อ่าว ก ไก่&amp;nbsp; เป็นต้นแบบ&amp;nbsp; ขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายปฏิภาณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46407</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มประมงพื้นบ้าน, ชุมชน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., ไมตรี  อินทุสุต, ‘อ่าว ก ไก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d885b120ac18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2019 11:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2019 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อลงกรณ์” โพสต์เฟซบุ๊กโต้ “บรรจง”ย้ำจุดยืนรัฐบาลจริงใจแก้ปัญหาชาวประมงพื้นบ้านแบบยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย. 2562 จากกรณีนายบรรจง &amp;nbsp;นะแส &amp;nbsp; ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย &amp;nbsp;ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;ldquo;บรรจง นะแส&amp;rdquo; ระบุถึงการที่นายอลงกรณ์ &amp;nbsp;พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดประชุมชาวประมงเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาผลกระทบต่อพี่น้องประมงพาณิชย์ จากกรณีมาตรการ IUU &amp;nbsp;FISHING ของสหภาพยุโรปในทำนองประเทศนี้ไม่ได้มีแต่ประมงพาณิชย์นั้น &amp;nbsp; ล่าสุดนายอลงกรณ์ พลบุตร &amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เขียนโพสต์ เฟสบุ๊กส่วนตัวตอบข้อกังขาของนายบรรจง &amp;nbsp;นะแส เกี่ยวประเด็นเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาประมงในทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอลงกรณ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้กล่าวขอบคุณที่เขียนถึงตนเองพร้อมตอบคำถามนายบรรจงใน 6ประเด็นดังนี้ &amp;nbsp;1. การประชุมปรึกษาหารือประจำสัปดาห์ทุกวันพุธผ่านมา6ครั้งเพื่อแก้ปัญหาประมงของทุกกลุ่มโดยเร็วตามความเร่งด่วนโดยไม่ชักช้าตอบโจทย์ความเดือดร้อนของชาวประมงถึง6ครั้งซึ่งที่ผ่านมาได้เกิดบรรยากาศของความร่วมมือทุกฝ่ายดีขึ้นตามลำดับซึ่งมีตัวแทนประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์ ประมงนอกน่านน้ำเข้าร่วมด้วย ไม่ได้มีเฉพาะประมงพาณิชย์ครับ และท่านรัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพประมงไทยเมื่อ10 กันยายน 62 ที่ผ่านมาเป็นคณะกรรมการที่ประกอบด้วยทุกกลุ่มซึ่งจะต่อเนื่องการทำงานจากการประชุมที่ผ่านมาครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นโยบายการอนุรักษ์ทรัพยากรในทะเลเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายเช่นเดียวกับการรักษามาตรฐานIUUซึ่งได้แถลงชัดเจนตั้งแต่การประชุมครั้งแรกและในทุกครั้งของการประชุมเพื่อเตือนทุกฝ่ายให้ตระหนักถึงนโยบายของท่านรัฐมนตรีเกษตรฯ นอกจากนี้รัฐบาลยังได้ริเริ่มผลักดันให้เกิดความร่วมมือในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยการจัดตั้งเครือข่าย ASEAN IUUจนคืบหน้าเป็นที่ยอมรับเพื่อให้การปฏิรูปทรัพยากรทางทะเลและการค้ามนุษย์รวมทั้งปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคนี้ได้รับการพัฒนาแก้ไขให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและประเทศไทยจะเป็นตัวอย่างต้นแบบของเรื่องเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.จุดยืนการทำงานของท่านรัฐมนตรีเกษตรฯและผมคือความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ใช้เมตตาธรรมและหลักนิติธรรม ยึดประโยชน์ประเทศไม่เอาเอียงฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่มีผลประโยชน์ใดๆเกี่ยวข้อง โปรดอย่าใช้วิธีใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ข้อกล่าวอ้างที่คุณบรรจงนำเสนอมาเป็นเพียงข้อเสนอปัญหาของทุกกลุ่มทั้งประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์และประมงนอกน่านน้ำ เราเปิดกว้างรับฟังความทุกข์ร้อนโดยไม่แบ่งแยกและจะพิจารณาบนหลักการที่ได้กล่าวมา และไม่ได้คิดแก้ปัญหาเท่านั้นแต่จะนวย เช่น โครงการเสริมสภาพคล่องก็เพื่อประมงทุกกลุ่มรวมทั้งประมงพื้นบ้านด้วย สิ่งที่คุณบรรจงบอกว่าเพื่อประมงพาณิชย์เท่านั้นจึงเป็นเรื่องไม่จริงครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.การนำเรือประมงพาณิชย์ออกจากระบบกว่า2พันลำคือการจ่ายชดเชยที่รัฐตกลงไว้ก่อนหน้านี้และเริ่มทยอยจ่ายชุดแรก305ลำ ไม่ใช่เอาเรือกลับมาในระบบซึ่งคงเป็นความเข้าใจผิดของคุณบรรจง เจ้าของเรือประมงเหล่านี้และครอบครัวคือคนไทยที่ไม่มีอาชีพมาหลายปี พวกเขายอมปฏิบัติตามกฎหมายและIUUจนประเทศของเราได้ธงเขียว ดังนั้นหน้าที่ของเราคือต้องเร่งเยียวยาให้เร็วที่สุด ไม่ใช่ซ้ำเติม หลายคนฆ่าตัวตาย หลายครอบครัวสิ้นเนื้อประดา ขอให้คุณบรรจงคิดถึงอกเขาอกเราด้วยนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ฝากถึงคุณบรรจงว่า วันนี้ต่างจากในอดีต เราต้องลดละเลิกความมีอคติต่อกันไม่ว่าประมงพื้นบ้านหรือประมงพาณิชย์ ขอให้คิดว่าชาวประมงคือครอบครัวเดียวกัน ทะเลคือแหล่งทำกินที่ต้องช่วยกันฟื้นฟูอนุรักษ์ การกล่าวหากันและกัน ใส่ร้ายกันและกันควรเลิกได้แล้วครับ ประเทศบอบช้ำกับความแตกแยกมามากแล้ว ผมมาแก้ปัญหาให้ประเทศชาติและประชาชนของเรานะครับ โปรดเข้าใจด้วยและทุกปัญหาไม่ว่าจากคุณบรรจงหรือกลุ่มใดได้รับการรับฟังและเอาใจใส่อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน &amp;nbsp;โดยเฉพาะประมงพื้นบ้านคือหัวใจหลักในการดูแลและสนับสนุนส่งเสริมครับ &amp;nbsp;ถ้าคุณบรรจงมาร่วมประชุมบ้างหรืออ่านรายงานประชุมจากสมาคมประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทยที่มาร่วมประชุมคงจะเข้าใจดีขึ้นนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้นายบรรจง &amp;nbsp;นะแส ได้เคยเดินทางมายื่นข้อเสนอทางออกในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทะเลไทยให้ยั่งยืนต่อนายอลงกรณ์ พลบุตร &amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่กระทรวงเกษตรฯเมื่อ 2เดือนที่แล้ว &amp;nbsp;ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวนายเฉลิมชัย &amp;nbsp;ศรีอ่อน &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯกำลังศึกษาและพิจารณาให้เพื่อความช่วยเหลือปัญหาพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านทั่วประเทศอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งเปิดรับฟังปัญหาจากกลุ่มชาวประมงทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46328</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มประมงพื้นบ้าน, นายอลงกรณ์ พลบุตร, บรรจง นะแส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180910/image_big_5b96372e00c7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2019 14:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2019 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ที่ปรึกษากป.อพช.ใต้เตือนอนาคตใหม่ยืนให้ถูกทาง&#039;ใครคือผู้ทำลาย ใครคือผู้รักษาทะเล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Somboon Khamhang&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.62 - นายสมบูรณ์ คำแหง ที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้)&amp;nbsp; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Somboon Khamhang&amp;nbsp; หัวข้อ อนาคตใหม่ต้องทำความเข้าใจปัญหาทะเลไทยให้ชัดเจน จึงจะแก้ไขได้ถูกจุด (เพราะรัก จึงตักเตือน 2)&amp;nbsp; มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจำเป็นต้องขยายความเรื่องนี้เพิ่มเติมอีกนิดหน่อย เพราะมีเพื่อนพี่น้องพลพรรคอนาคตใหม่เข้ามาแลกเปลี่ยน ให้ข้อมูล ทักท้วง ติติงผมกันหลายคน ในโพสเรื่องนี้ที่ผ่านมา ซึ่งในท่าทีที่เป็นมิตรต่อกันผมไม่ติดใจครับ เพราะเจตนาที่ชัดเจนของผมที่ต้องการตักเตือน หรือแนะนำเพื่อให้พรรคอนาคตใหม่ได้รับรู้และเข้าใจถึงข้อผิดพลาดต่อเรื่องนี้ ด้วยเพราะยอมรับว่าพรรคมีความตั้งใจดีที่จะคลี่คลายเรื่องนี้ให้ดีขึ้นจริง แต่อาจจะด้วยเพราะจังหวะจะโคนที่อาจจะผิดพลั้งไปบ้าง จึงทำให้หลายคนมองไม่เห็นความตั้งใจนั้นได้ชัดเจนนัก และผมยังยืนยันว่าการตักเตือนจากผมยังตั้งอยู่บนความรักและห่วงใย ด้วย เพราะพรรคนี้คือพรรคแรกที่ทำให้ผมเสียความบริสุทธิ์ทางการเมือง (ฮ่าๆๆๆ) ผมจึงน่าจะได้รับสิทธิ์นี้นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอเรียบเรียงความคิดเพื่อบอกกับพรรคอนาคตใหม่ดังนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การเข้าใจเนื้อแท้ หรือรากเหง้าของปัญหาทะเลไทยเสียก่อน คือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะถ้าเราเข้าใจแบบคลาดเคลื่อน หรือรับรู้ข้อมูลเพียงบางท่อน บางตอน ก็อาจจะส่งผลผิดพลาดต่อเจตนาได้ (อย่างน่าเสียดาย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ต้องแยกแยะว่าข้อเท็จจริงที่รับฟังนั้นได้จากใคร อย่างไร รู้จริงเรื่องปัญหานี้แค่ไหนหรือจะรู้จริงมีระสบการณ์เกี่ยวข้องกับเรื่องทะเลมาบ้าง แต่อยู่ที่เจตนาของผู้ให้ข้อมูลนั้นว่าบิดเบือนหรือไม่ อย่างไร และเพื่อผลประโยชน์ของใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ต้องใช้วิธีการรับรู้ หรือเข้าใจปัญหาที่หลากหลาย ที่ไม่ใช่แค่ฟัง แต่ต้องเข้าไปสังเกต หรือเข้าไปขลุกอยู่กับปัญหาอย่างตั้งใจ อย่างเช่นการเข้าไปสัมผัสชีวิต หรือเข้าไปร่วมใช้ชีวิตในวิถีของกลุ่มปัญหานั้นๆ ก็จะทำให้ได้ข้อมูลอีกระดับหนึ่ง ที่จะมากกว่าการฟังเพียงอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. หัวใจของปัญหาทะเลไทย คือ &amp;quot;ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรทางทะเล ที่ถูกใช้อย่างเกินกำลัง &amp;quot; มานานนับหลายปี ในขณะที่รัฐไทยไม่เคยสนใจเรื่องนี้ แต่กลับภาคภูมิใจว่าเราเป็นที่หนึ่งในการทำประมงที่สามารถจับสัตว์น้ำได้มากเป็นอันดับต้นของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. &amp;ldquo;ใครคือผู้ทำลาย ใครคือผู้รักษาทะเล&amp;rdquo; ต้องอ่านให้ออก แม้คำถามเช่นนี้จะมีภาพของการแบ่งแยก แต่ถ้าเราไม่เข้าใจเราก็จะคิดว่านี่คือการแย่งชิงทรัพยากร แต่คำนี้สะท้อนให้เห็นถึงจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อการใช้ทรัพยากรที่ไม่เท่ากัน และเมื่อเราอ่านออกก็จะทำให้ยืนอย่างถูกที่ถูกทางของปัญหา อันจะไม่ทำให้เราตกเป็นเครื่องมือของใครบางกลุ่มบางฝ่ายโดยรู้ไม่เท่าทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. นอกจากนี้แล้วยังมีประเด็นเรื่องการใช้แรงงานประมงที่สหภาพยุโรปนำมาอ้างในการให้ใบเหลืองประเทศไทย ซึ่งมีมูลความจริงต่อเรื่องนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้ว่ามีการละเมิดสิทธิต่อเรื่องนี้อย่างหนักของการประมงไทย และเป็นที่รับรู้ว่าแรงงานต่างด้าวคือเหยื่อส่วนใหญ่ต่อเรื่องนี้ และล้วนเป็นปัญหาที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับเรือประมงพื้นบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ปัญหาทะเลไทยที่ชาวประมงพื้นบ้านพยายามเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ไม่เคยถูกหยิบขึ้นมาแก้ไขอย่างเป็นระบบ และอย่างจริงจัง ซึ่งต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาการวางตัวของรัฐ(ทั้งนักการเมือง และเจ้าหน้าที่ราชการ)มักเอนเอียงไปข้างกลุ่มประมงพาณิชย์ ที่มีกำลังต่อรองทางการเมืองสูงกว่าชาวประมงพื้นบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. การเข้ามาใช้มาตรการบังคับของสหภาพยุโรปต่างได้รับผลกระทบกับชาวประมงทั้งหมดทุกระดับ ทั้งเรือเล็ก เรือใหญ่ ซึ่งต่างฝ่ายต่างพยายามนำเสนอ เรียกร้อง และหาทางเข้าไปแก้ไขช่องว่างของปัญหาดังกล่าวบนพื้นฐานของเหตุผล และเชื่อว่าจะยังต้องมีการกดดันให้รัฐแก้ไขต่อไป ซึ่งฝ่ายของนักอนุรักษ์ยืนยันว่าหลักการใหญ่ต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาจะต้องตั้งอยู่บนฐานคิดเรื่องความยั่งยืนของทรัพยากรประมงเป็นที่ตั้ง หาใช่สร้างอำนาจการต่อรองเพียงเพื่อขอทำประมงอย่างไม่รับผิดชอบได้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การอาสาของพรรคอนาคตใหม่จึงต้องยืนให้ถูกจุด ถูกทิศถูกทางอย่างเข้าใจไม่เช่นนั้นแล้วก็จะกลายเป็นเครื่องมือของบางฝ่ายที่ไม่เคยรู้สำนึกผิดชอบต่อทรัพยากรส่วนรวมอย่างแท้จริง ดังเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาที่เขาต้องขึ้นศาลากลางจังหวัด เพื่อให้ราขการยึดหละกกฎหมายการทำประมงผิดกฎหมายอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่อาจจะไล่เรียงรายละเอียดของปัญหานี้ได้หมด ซึ่งเรื่องนี้วิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทยคนปัจจุบันได้นำเสนอผ่านเฟสบุ๊คของตนไว้แล้วอย่างน่าสนใจ ซึ่งผมคิดว่าพรรคคงได้รับข้อมูลชุดนั้นไปแล้ว หากแต่ที่ผมนำเสนอในลักษณะนี้ก็เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีคิดต่อเรื่องนี้ เพื่อจะได้ไม่สับสนตนเองว่าพรรคผิดพลาดอะไรต่อเรื่องนี้ จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกตีโต้จากข้าราชการกรมประมง หรือจากสังคมจำนวนหนึ่งอย่างไม่ควรจะเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจะเปิดใจรับฟัง พรรคจะเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น เพื่อนำไปปรับปรุงรูปแบบวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39122</URL_LINK>
                <HASHTAG>กป.อพช.ใต้, กลุ่มประมงพื้นบ้าน, ปัญหาทะเลไทย, สมบูรณ์ คำแหง, สมาคมรักษ์ทะเลไทย, อนาคตใหม่-ทะเลไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0ca22da3aca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2019 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2019 19:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประมงพื้นบ้านอนุรักษ์ปูม้า&#039; ซัด รองอธิบดี ทช.เอาดีใส่ตัว ยันคว่ำบาตรไม่ร่วมมือภาครัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บังเดียร์&amp;quot; ซัด รองอธิบดี ทช. บุกมาสร้างภาพถึงศูนย์ศึกษาเรียนรู้ศาสตร์พระราชา แฉแหลกจนท.ป่าชายเลนชุดจับกุมทำเกินกว่าเหตุ ยืนคว่ำบาตร ยังไม่ให้ความร่วมมือ ทช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.62 - ที่มูลนิธิอันดามัน นายหลงเฝียะ บางสัก หรือ บังเดียร์ ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้าน บ้านน้ำราบ ผู้บุกเบิกโครงการธนาคารปูม้า พร้อมด้วยสมาชิกเครือข่ายชี้แจงข้อเท็จจริง หลังจากคณะรองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)ได้ลงพื้นที่เพื่อเจรจาหาข้อยุติร่วมกับชุมชนบ้านน้ำราบเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ซึ่งกระจ่างชัดว่านายหลงเฝียะ มิได้เจตนาบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน แต่ได้ดำเนินการไปตามมติของกลุ่มในการจัดสร้างศูนย์เรียนรู้ด้านระบบนิเวศป่าชายเลน ซึ่งเป็นประโยชน์ในการศึกษาดูงานของนักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายไพฑูรย์ แพนชัยภูมิ ผอ.ส่วนอนุรักษ์ฟื้นฟู กรมฯทช. นายไมตรี แสงอริยนันต์ ผอ.สบทช.10 นายประจวบ. โมฆรัตน์ ผอ.ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล (สบทช.10) และนายบรรจง นฤพรเมธี นายกสมาคมการท่องเที่ยวและโรงแรมจังหวัดตรัง ได้ลงพื้นที่ร่วมปรึกษาหรือกับคณะกรรมการกลุ่มประมงพื้นบ้านน้ำราบ เพื่อแก้ปัญหาการจับกุมนายหลงเฝียะ บางสัก ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้าน บ้านน้ำราบ โดยมีข้อหารือดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีคำสั่งเร่งด่วนให้แก้ปัญหาคดีความจากการจับกุมนายหลงเฝียะ บางสัก ข้อหาก่อสร้างอาคารบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน โดยจัดทำศูนย์เรียนรู้ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งหลังใหม่ แทนหลังเดิมที่ชำรุด โดยการจัดทำร่วมกับอบต.เพื่อป้องกันข้อกล่าวหาหรือร้องเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.มีข้อตกลงร่วมกันว่าให้สั่งย้ายหัวหน้าสถานีพัฒนาป่าชายเลนที่ 40 นายเอกชัย ชาวนา ออกจากการทำงานในพื้นที่ เนื่องจากไม่สามารถทำงานร่วมกับชุมชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.จัดเวทีประชุมเครือข่ายอย่างเร่งด่วนทั้งโดยอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นประธาน เพื่อให้เครือข่ายได้สะท้อนปัญหาการทำงาน ตลอดจนข้อจำกัดและอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งในระดับพื้นที่ รวมทั้งกลไกจังหวัด และระดับนโยบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.จัดทำแผนงานร่วมกันในระยะยาว โดยทำพื้นที่บ้านน้ำราบเป็นพื้นที่นำร่อง ต้นแบบการจัดทำศูนย์เรียนรู้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทั้งระบบและเรื่องสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายหลงเฝียะ กล่าวว่า&amp;nbsp;มติการคว่ำบาตรของเครือข่ายชมรมประมงพื้นบ้าน จ.ตรัง และเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านยังคงเหมือนเดิม จนกว่าจะแก้ปัญหาและมีการหารือร่วมกับอธิบดีฯในระดับเครือข่ายอีกครั้ง&amp;nbsp;ซึ่งตนเองไม่สามารถตัดสินใจได้เนื่องจากทุกวันนี้เราทำงานกันเป็นกลุ่มเป็นเครือข่าย เครือข่ายเห็นชอบอย่างไรก็ว่ากันไปตามนั้น ส่วนในเรื่องคดีทาง ทช.ก็ช่วยกันพิจารณาในเรื่องของการจัดการก็ว่ากันเป็นนโยบาย ที่ผ่านมาเราจัดการในพื้นที่ก็จริง แต่ก็การชักไม้ที่อยู่อาศัยเรายังผิดกฎหมายอยู่ เพราะฉะนั้นในพื้นที่เราต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อน เพราะต่อไปทุกพื้นที่ก็เป็นแบบนี้ตลอดไม่ว่าเป็นบ้านน้ำราบหรือที่อื่นมันก็ส่งผลกระทบเหมือนๆกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมยังติดใจที่เจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุมครั้งนี้ ในส่วนของการจับกุมยังไม่รู้เรื่องไม่ชัดเจนว่าตนเองจะพ้นจากการโดนจับกุมหรือไม่ เพราะมันเป็นคดีไปแล้ว ผมยังเป็นห่วงอยู่ การที่เจ้าหน้าที่เข้าทำการจับกุม บางคำพูดของเจ้าหน้าที่ที่พูดออกมาบางคำพูดรับไม่ได้ หัวหน้าคนนี้สมควรจะออกจากพื้นที่เพราะคำพูดแต่ละคำแรงมาก ผมเคยพูดกับเขาว่า ถ้ามีอะไรตกลงให้มาคุยกันในพื้นที่ แต่นายเอกชัยบอกว่าไม่จำเป็นที่ต้องมาคุยกับชาวบ้านซึ่งตรงนี้แหละมันเกิดความเป็นคับแค้นใจ&amp;quot;นายหลงเฝียะ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36413</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, กลุ่มประมงพื้นบ้าน, ชุมชนบ้านน้ำราบ, นายหลงเฝียะ บางสัก, บังเดียร์, บุกรุกป่าชายเลน, มูลนิธิอันดามัน, โครงการธนาคารปูม้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190521/image_big_5ce3f0cc9f67c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
