<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 10:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถอดบทเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายสถาบันจัดอันดับให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับต้นๆ ของกลุ่มประเทศที่ประสบความสำเร็จในการรับมือการระบาดของไวรัสโควิด-19 อาทิ สำนักข่าวบลูมเบิร์ก จัดให้ไทยอยู่อันดับ 4 ของประเทศที่จัดการกับโควิดได้ดี ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนา 75 ประเทศ สภาผู้เชี่ยวชาญระดับวิชาชีพในระดับนานาชาติ ให้ไทยเป็นประเทศที่ฟื้นตัวจากการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ดีที่สุดอันดับหนึ่ง 1 จาก 184 ประเทศองค์การอนามัยโลกเลือกไทยกับนิวซีแลนด์ถ่ายทำสารคดีเกี่ยวกับการรับมือการระบาดของไวรัสโควิด-19 สถาบันโลวีจากออสเตรเลีย จัดอันดับให้ไทยเป็นประเทศที่รับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ดีที่สุดอันดับ 4 ของ โลกเป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องหลังความสำเร็จในการรับมือกับสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบแรกมาจากหลายปัจจัย ในมุมของ &amp;ldquo;อาจารย์ยง&amp;rdquo; ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิตและหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า &amp;ldquo;ระบบสาธารณสุขของเราค่อนข้างดี เรามีระบบที่แยกลงไปลึกสุด อสม.(อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน)ในต่างจังหวัด การเฝ้าระวังการเกิดการระบาดในบ้านเราทำได้ค่อนข้างดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจาก &amp;ldquo;ระบบสาธารณสุขที่ดีแล้ว&amp;rdquo; อาจารย์ยง ยังกล่าวด้วยว่า ความมีวินัย (ประชาชน) ทั้งเรื่องสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือ นโยบาย (การรับมือกับสถานการณ์ระบาด) ที่ตัดสินใจตามนักวิชาการไม่ใช่นักการเมือง &amp;ldquo;เราซัคเซส(ประสบความสำเร็จ)เพราะเรามีนักวิชาการไปช่วยกันค่อนข้างมากในช่วงเวฟแรก&amp;rdquo; (การระบาดระลอกแรกระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม2563) รวมถึงการมีแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มุมมองอีกด้านจาก ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองและการต่างประเทศ วิเคราะห์ว่า สาเหตุที่ประเทศไทยหรือเอเชียอีกหลายๆประเทศประสบความสำเร็จในการรับมือกับการระบาด&amp;nbsp; มากกว่ายุโรปและสหรัฐอเมริกามาจากหลาย ปัจจัยๆ แรกคือ กลุ่มประเทศในยุโรปไม่ว่า สเปน ฝรั่งเศส อิตาลี หรือ อังกฤษ ประมาทเมื่อเกิดการระบาด (ไวรัสโควิด-19) ใหม่ มองเป็นเรื่องของเอเชีย เรื่องของจีน ปัจจัยที่สอง คือระบบสาธารณสุขของยุโรป สหรัฐฯ ไม่เหมือนบ้านเรา คือเวลาอยู่ในยุโรปการพบแพทย์เป็นเรื่องยากมาก แต่เมืองไทยเป็นเรื่องอัศจรรย์ที่หมอเยอะมีคลินิกมากมาย ปัจจัยที่สาม คือสถานการณ์ระบาดมาเร็วจนทุกประเทศตั้งตัวไม่ทัน ในช่วงแรก ขาดแคลนทั้งหน้ากากอนามัย เตียงไม่พอ เครื่องช่วยหายใจไม่พอ และปัจจัยสุดท้ายคือวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน หากรัฐบาลขอให้ กักตัวอยู่บ้าน สวมหน้ากากในที่สาธารณะ คนในยุโรป สหรัฐฯมักไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมยุโรปหรือสหรัฐฯสถานการณ์ระบาดจึงรุนแรงทั้งที่มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทางสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน นพ.ธนรักษ์&amp;nbsp; ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขขณะนั้น ได้สรุปปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการรับมือการระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบแรกว่า มาจาก 7 ปัจจัยคือ หนึ่ง ประเทศไทย เริ่มปฏิบัติการด้านสาธารณสุขทันที ที่มีข่าวระบาดตั้งแต่ปลายปี 2562 สอง ไทยมีระบบควบคุมโรคที่เข้มแข็งอยู่ในอันดับต้นของเอเชียและโลก สาม ใช้ความรู้ทางวิชาการเป็นตัวนำนโยบาย สี่ มีภาวการณ์นำในทุกระดับ ห้า มีความร่วมทุกภาคส่วน หก การสื่อสาร(สู่ประชาชน)ดี และ เจ็ด ความร่วมมือร่วมใจของคนไทยทุกคนมุมมองที่ลำดับมาข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยๆ ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการรับมือการระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบแรกให้อยู่ในวงจำกัดและไทยอยู่ในกลุ่มประเทศแรกๆ ที่เริ่มแง้มประตูรับนักท่องเที่ยว นักลงทุนให้เข้าประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การที่คนไทยอยู่กับ &amp;ldquo;วิกฤติโควิด&amp;rdquo; มากว่า 1 ปี&amp;nbsp; การสวมหน้ากากในที่สาธารณะ ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง 2 เมตร จนกลายเป็นพฤติกรรมปกติ เช่นเดียวกับระบบธุรกิจที่การทำงานที่บ้าน ไม่ใช่เรื่องแปลกของคนทั่วไปอีกต่อไป&amp;nbsp; แนวโน้มดังกล่าวเป็นปัจจัยเพิ่มอัตราเร่งในการปรับตัวเข้าสู่ยุค 4.0 ที่มีเทคโนโลยีเป็นตัวนำทั้งของคนและองค์กร ซึ่งจะนำไปสู่ ชีวิตวิถีใหม่ .&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนับสนุนโดย: กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหนึ่งของโครงการจัดทำหนังสือ &amp;ldquo;ถอดบทเรียนไทยสู้โควิด&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96327</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มประเทศที่ประสบความสำเร็จในการรับมือการระบาดของไวรัสโควิด-19, อันดับ 4 ของประเทศที่จัดการกับโควิดได้ดี, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_605189fb845c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
