<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป่าแก่งกระจาน&#039;คุณค่าที่คู่ควร10 ปีได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รอมานานกับการก้าวสู่ความสำเร็จเมื่อคณะกรรมการมรดกโลกประกาศให้พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานของประเทศไทยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกภายใต้เกณฑ์ข้อที่ 10 ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เมื่อวันที่ 26 ก.ค.2564 ที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนทำงานหนักพยายามรวบรวมข้อมูลชนิดพันธุ์สัตว์และพืชป่าเฉพาะถิ่นที่หายาก ศักยภาพของความเป็นผืนป่าขนาดใหญ่แห่งนี้ ยืนยันถึงความโดดเด่นด้านความหลากหลายทางชีวภาพของกลุ่มป่าแก่งกระจานต่อคณะกรรมการมรดกโลกนานกว่า 10 &amp;nbsp;ปี

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากย้อนดูไทม์ไลน์ประเทศไทย โดยกรมอุทยานแห่งชาติกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)นำเสนอพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่อุทยานแห่งชาติ 3 แห่ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 1 แห่ง คือ อุทยานแห่งชาติป่าแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจันและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี รวมพื้นที่กว่า 2.5 ล้านไร่ กินพื้นที่ 3 จังหวัด ประกอบด้วยราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้นต่อศูนย์มรดกโลกที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ตั้งแต่ปี 2554 อย่างไรก็ตาม ยูเนสโกให้ประเทศไทยปรับแก้ข้อมูลในเอกสารหลายครั้งเพื่อให้มีความสมบูรณ์และเข้ากับหลักเกณฑ์มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คณะทำงานจึงมุ่งมั่นเร่งจัดทำเอกสารนำเสนอให้คณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาอีกครั้ง ในปี พ.ศ. 2558 พ.ศ. 2559 และในปี พ.ศ. 2562 คณะกรรมการมรดกโลกที่พิจารณาการเสนอกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก ให้โอกาสไทยกลับมาทบทวนประเด็นข้อห่วงใยและนำเสนอเพื่อพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป โดยมี 3 ข้อห่วงใย คือ การปรับแนวเขตพื้นที่ที่เสนอให้เป็นที่ยอมรับร่วมกันระหว่างไทยกับเมียนมาร์ ทำข้อมูลวิเคราะห์ให้เห็นและยอมรับได้ว่า ขอบเขตใหม่ที่ตกลงกันแล้วนั้นยังคงคุณค่าในเชิงนิเวศ ตามเกณฑ์ข้อที่ 10(แหล่งที่อยู่อาศัยของพันธุ์ไม้และสัตว์ป่าหายากหรืออยู่ในภาวะอันตราย)ควบคู่กับการนำเสนอมาตรการในการดูแลคุ้มครองพื้นที่ด้วยและให้นำเสนอผลการแก้ไขปัญหาสิทธิชุมชนในพื้นที่ตามข้อห่วงกังวลของคณะกรรมการมรดกโลกแล้วสรุปว่ากลุ่มป่าแก่งกระจานยังไม่ได้รับประกาศเป็นมรดกโลก

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากนั้น คณะทำงานได้ปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการฯ หลายเรื่อง และประสบความสำเร็จ อาทิ การลงนามเรื่องเขตแดนกับพม่าการจัดการแบบมีส่วนร่วมจากคนในพื้นที่ทำงานร่วมกับชนเผ่าพื้นเมืองในแก่งกระจาน จัดให้ประชาชนในท้องถิ่นได้รับที่ดิน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นรวมถึงส่งเสริมการศึกษา อบรมเรื่องอาชีพ มีหน่วยงานเข้าไปปรับปรุงฟื้นฟูเพื่อแสดงศักยภาพในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของไทยเพราะที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่าเส้นทางสู่มรดกโลกแก่งกระจานไม่ราบรื่นจากข้อกังวลและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นชาติพันธุ์พื้นเมืองตามข้อเสนอของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนและการยินยอมต้องเกิดจากคำยินยอมของประชาชนอย่างแท้จริง

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ คณะผู้เชี่ยวชาญขององค์การสหประชาติ หรือ UNได้ส่งคำเตือนถึงคณะกรรมการมรดกโลกขอให้มีมติยกเลิกการขอขึ้นทะเบียนผืนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ เหตุผลหลัก คือ มีชนพื้นเมืองกะเหรี่ยงถูกละเมิดสิทธิอย่างต่อเนื่องทั้งการบังคับอพยพ การเผาบ้าน รวมถึงแกนนำชาวบ้านถูกฆาตรกรรมหลังการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่อุทยานรวมทั้งกรณีการจับกุมชาวบ้าน 28 รายเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาในข้อหาบุกรุกแผ้วถางที่ดินดั้งเดิม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในประเทศ ก็มีความเคลื่อนไหวคัดค้าน โดย&amp;quot;กลุ่มภาคี Save บางกลอย &amp;quot;ออกมาคัดค้านแสดงความไม่เห็นด้วยที่จะขึ้นทะเบียนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก และหยิบยกประเด็นการต่อสู้ของสิทธิชุมชนในพื้นที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขมาเป็นเหตุผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวบางกลอยมีความกังวลว่า การพิจารณาให้กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกในครั้งนี้ จะเป็นการปฏิเสธสิทธิการอยู่อาศัยบนผืนดินบรรพบุรุษของชาวกะเหรี่ยงบางกลอยและชุมชนอื่น ๆ ชาวบางกลอย เรียกร้องว่า การเป็นมรดกโลกของป่าแก่งกระจาน ควรเป็นไปในแนวทาง ในการอนุรักษ์ธรรมชาติที่ควบคู่ไปกับการดำรงของชุมชนดั้งเดิม ซึ่งจะทรงไว้ทั้งคุณค่าทางวัฒนธรรมและวิถึชีวิตของผู้คนในพื้นที่ และต้องการให้ระบบการเกษตรแบบไร่หมุนเวียน ที่ทำกันมายาวนาน จนเป็นมรดกตกทอดที่ส่งต่อมาแต่บรรพบุรุษ ได้รับการยอมรับรวมถึงต้องการความชัดเจนในแนวทางการปฏิบัติต่อชาติพันธุ์ ในพื้นที่ป่าแก่งกระจานตามหลักการสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด เมื่อวาระป่าแก่งกระจานเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 44 ปี 2564 ซึ่งเป็นการจัดประชุมผ่านระบบทางไกลระหว่างวันที่ 16 -31 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยการประชุมครั้งนี้ มีประเทศจีนเป็นเจ้าภาพ ผลสรุปการประชุมคณะกรรมการเห็นชอบให้พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานตีตราเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 6 ของประเทศไทย และเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ แห่งที่ 3 ของไทย ต่อจากการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ -ห้วยขาแข้ง ปี พ.ศ. 2534 และ กลุ่มป่าดงพญาเย็น - เขาใหญ่ ปี พ.ศ. 2548
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีรายงานว่า ประเทศภาคีสมาชิกอื่นๆที่โหวตสนับสนุนยกมือให้กลุ่มป่าแก่งกระจานขึ้นเป็นมรดกโลก ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สเปน ออสเตรเลีย มาลี บราซิล จีน ไนจีเรีย เมียนมา และกัวเตมาลา มีเพียงประเทศนอร์เวย์ประเทศเดียวที่คัดค้าน เพราะยังติดใจในประเด็นการจัดการเรื่องสิทธิมนุษยชนของชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ป่าแก่งกระจาน

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุผลหลักที่ทำให้คณะกรรมการยอมรับ ให้พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้นก็คือ การเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ ที่ใกล้สูญพันธุ์และมีคุณค่าโดดเด่นระดับโลก  รวมไปถึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำปราณบุรีและแม่น้ำภาชี เป็นป่าผืนใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีเนื้อที่ประมาณ 2.5 ล้านไร่หรือราว 4,089 ตารางกิโลเมตรมีความยาวตั้งแต่เหนือสุดถึงใต้สุดของพื้นที่มากกว่า 200 กิโลเมตร

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากข้อมูลส่วนมรดกโลกทางธรรมชาติ กรมอุทยานฯ ระบุว่า กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกของไทยและของโลก เพราะถือว่าเป็นบ้านหลังใหญ่ของสัตว์ป่า ที่มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่อุทยานแห่งชาติถึง 3 แห่งและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอีก 1 แห่ง ซึ่งมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์การพิจารณาเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ข้อที่ 10 กล่าวคือเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดสัตว์และพันธุ์พืชที่หายาก หรือที่ตกอยู่ในสภาวะอันตราย แต่ยังคงดำรงชีวิตอยู่ได้ ซึ่งรวมถึงระบบนิเวศอันเป็นแหล่งรวมความอุดมสมบูรณ์ของพืชและสัตว์ที่ทั้งโลกให้ความสนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ กลุ่มป่าแก่งกระจานยังไม่ได้มีแค่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเพียงแห่งเดียวที่เป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาตะนาวศรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีพื้นที่ครอบคลุม 3 จังหวัด แต่ด้วยตำแหน่งที่ตั้งอยู่ในเขตนิเวศอินโดมาลายันซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างภูมิศาสตร์ย่อยของพืชพันธุ์สัตว์ป่าหลายเขตมาประจบกันอีกทั้งยังเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่ต่อเนื่องไปกับเทือกเขาตะนาวศรี ทำให้กลุ่มป่าแก่งกระจาน เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปเอเชีย

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งการเป็นต้นแม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ที่หายากและใกล้สูญพันธ์อย่างจระเข้น้ำจืด (Siamese Crocodile)ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเป็นสัตว์หายาก โดยเมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมานักอนุรักษ์ ได้พบจระเข้น้ำจืดสัตว์ป่าหายากของไทยในป่าธรรมชาติครั้งนี้ผ่านภาพจากกล้องดักถ่ายสัตว์ป่าบันทึกภาพจระเข้ไว้ได้ในเขตพื้นที่อุทยานฯ แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การพบ&amp;ldquo;จระเข้น้ำจืด&amp;rdquo;หรือ &amp;ldquo;จระเข้สายพันธุ์ไทย&amp;rdquo; (Crocodylus siamensis) บริเวณพื้นที่แม่น้ำเพชรตอนบนเหนือบ้านโป่งลึกและบ้านบางกลอยมากกว่า 1 ตัว เป็นหลักฐานยืนยันสถานภาพความสมบูรณ์ของป่า ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีการตรวจพบภาพจระเข้มานานกว่า 5-6 ปี จนคิดว่าจระเข้น้ำจืด อาจจะสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติแล้ว ทั้งที่มีการเฝ้าติดตามมาตลอดหลายปี ปัจจุบันในอนุสัญญาไซเตสได้ขึ้นบัญชีจระเข้น้ำจืดไว้อยู่ในบัญชีหมายเลข 1แล้ว

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากจระเข้น้ำจืดที่พบแล้วในเขตอุทยานฯ แก่งกระจาน ยังพบเสือโคร่งเพิ่มขึ้นจากเดิม รวมถึงช้างป่าเป็นการส่งสัญญาณที่ดีในการอนุรักษ์ผืนป่าจนประสบความสำเร็จที่สำคัญเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินงานพิทักษ์ป่าและปกป้องชีวิตสัตว์ป่าหายากอย่างมุ่งมั่นสู่ความเป็นมาตรฐานมรดกโลกอยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากปณิธานอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่ตั้่งมั่นว่า &amp;ldquo; รักษาป่าต้นน้ำ 1.8 ล้านไร่ให้แม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปราณบุรีในมาตรฐานมรดกโลกอย่างมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน &amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จะเข้ามาดำเนินการ จัดตั้งคณะกรรมการ ที่มีภาคส่วนต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วม ในการบริหารจัดการผืนป่าแก่งกระจาน เนื่องจาก ป่ามีพื้นที่กว้างใหญ่ครอบคลุมพื้นที่มากถึง 3 จังหวัด ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการ เป็นไปตามหลักเกณฑ์มรดกโลก และเป็นไปตามมาตรฐานสากลมากขึ้น และโจทย์สำคัญอีกประการก็คือ การจัดการดูแลให้ราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานดั้งเดิม อย่างไร ถึงจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสอดคล้องกับกฎหมาย และระเบียบต่าง ๆ ของการเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. กล่าวว่า การที่กลุ่มป่าแก่งกระจานได้ขึ้นบัญชีมรดกโลกเราคนไทยในฐานะเจ้าของแหล่งจะต้องปกป้องรักษาป่าที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกให้คงคุณค่าโดดเด่นเป็นสากลไว้ให้ลูกหลาน นอกจากเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศและเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยแล้ว ยังทำให้ภาครัฐ ภาคประชาชนคนในประเทศ คนในพื้นที่ เกิดการตระหนักในการดูแลผืนป่าเพราะแก่งกระจานเป็นมรดกของคนทั้งโลกที่ต้องช่วยกันดูแลอีกทั้งทำให้คนหลายจังหวัดรู้สึกเป็นเจ้าของและหวงแหนทรัพยากรที่มีอยู่ด้วย

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การขึ้นทะเบียนยังมีประโยชน์ส่งเสริมการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพชนิดพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ ที่มีคุณค่าโดดเด่น เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษาวิจัยในระดับสากลช่วยยกระดับการอนุรักษ์พื้นที่ด้วยการบริหารจัดการที่เป็นไปตามมาตรฐานสากลให้คงคุณค่าของแหล่งเพื่อส่งต่อยังคนรุ่นต่อไปจะเป็นประโยชน์ทั้งในระดับประเทศ และระดับท้องถิ่นส่งเสริมการสร้างรายได้ให้แก่ประเทศโดยเฉพาะด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การพัฒนาอย่างยั่งยืนและส่งผลดีต่อเศรษฐกิจชุมชนและสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากกองทุนมรดกโลกได้ &amp;ldquo; ปลัด ทส. กล่าว

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ทุกภาคส่วนต่างดีใจหลังป่าแก่งกระจานขึ้นมรดกโลก โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดรวมถึงผู้แทนไทยที่อยู่ในคณะกรรมการมรดกโลกทั้งยังกำชับให้มีการดำเนินการตามมติของคณะกรรมการมรดกโลกทั้งเรื่องการดูแลชุมชนกะเหรี่ยง เรื่องของสิทธิมนุษยชนการรับฟังความคิดเห็นต่างๆ ซึ่ง กลุ่มคนต่างๆที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าแก่งกระจานจะได้ดูแลเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยในการบริหารจัดการอนุรักษ์และพัฒนาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111846</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มป่าแก่งกระจาน, จระเข้ป่าแก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_6106596ee3982.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 18:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 18:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ปลื้ม &#039;แก่งกระจาน&#039; ขึ้นมรดกโลก ยันส่งเสริมชาวบ้านให้มีส่วนร่วมจัดการพื้นที่ร่วมกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.64 - พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า &amp;quot;แก่งกระจาน มรดกโลก&amp;quot; ครม.ได้รับทราบข่าวดีที่น่าภูมิใจ นั่นคือผลการพิจารณาขององค์การยูเนสโก มีมติเห็นชอบให้ &amp;ldquo;พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน&amp;rdquo; เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ภายใต้เกณฑ์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นความสำเร็จของการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ที่หายาก ใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด มีความโดดเด่นระดับโลก หลังจากที่เราพยายามผลักดันมาแล้ว 3 ครั้ง เป็นเวลาถึง 6 ปี ซึ่งถือเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่ 3 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ต่อจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง ในปี 2534 และกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ในปี 2548&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนี้รัฐบาลดำเนินการยกระดับการอนุรักษ์พื้นที่ด้วยการบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล จะมุ่งมั่นส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า ควบคู่ไปกับการดูแลพัฒนาคุณภาพชีวิต และสิทธิมนุษยชน ของประชาชนในพื้นที่ ที่อาศัยอยู่ร่วมกับป่า ให้ทุกภาคส่วนร่วมจัดการพื้นที่มรดกโลกร่วมกัน (Co-Management) และเกิดความตระหนักในคุณค่าของการเป็นเจ้าของมรดกโลกนี้ร่วมกัน (Sense of Ownership) เพื่อให้เกิดความสมดุลและประโยชน์อย่างยั่งยืนสูงสุด และยุติธรรมต่อทั้งธรรมชาติและมนุษย์ทุกคน เพื่อเป็นมรดกทั้งของโลกและของประเทศไทย ที่จะส่งต่อให้กับคนรุ่นลูกรุ่นหลานช่วยกันดูรักษาร่วมกันต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111301</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มชาติพันธุ์, กลุ่มป่าแก่งกระจาน, บางกลอย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มรดกโลก, สิทธิมนุษยชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ffec39edaaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111292</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ก้าวไกล หวังรัฐคุ้มครองชาวบางกลอย ข้องใจขึ้นมรดกโลกทั้งที่มีปัญหาละเมิดสิทธิฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.64 - ที่รัฐสภา นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) เพื่อพิจารณาศึกษาด้านผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มชาติพันธุ์ ในคณะกมธ.กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายสุรพงษ์ กองจันทึก เลขานุการคณะอนุกมธ.เพื่อพิจารณาศึกษาด้านผู้สูงอายุฯ แถลงกรณีองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ขึ้นทะเบียนผืนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพล กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกต และข้อกังวลใจของกลุ่มชาติพันธุ์ คณะกรรมการ 21 ชาติ รวมถึงประเทศไทยได้เป็นกรรมการในการพิจารณาครั้งนี้ด้วย โดยการพิจารณาประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตัวแทน และผู้เชี่ยวชาญเรื่องสิทธิมนุษยชน ขององค์การสหประชาชาติ ให้ข้อเสนอแนะว่าควรชะลอการขึ้นทะเบียนผืนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก เนื่องจากในพื้นที่ยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอย จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในฐานะประธานคณะอนุกมธ.ฯ ขอให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา คณะอนุกมธ.ฯ ของเราไปหารือร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยกสม.มีข้อสังเกต เสนอแนะรัฐบาลให้ชะลอการเสนอการขึ้นทะเบียนมรดกโลก แต่รัฐบาลโดย รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ยังนำเสนอ จนท้ายที่สุดเป็นที่มาในการรับรองป่าแก่งกระจายเป็นมรดกโลก และข้อสังเกตในรายงานของกมธ.กิจการเด็กฯ ได้มีรายงานนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งครม.ได้พิจารณาและตอบรับมา หนึ่งในนั้นให้ชะลอและยุติการดำเนินคดีกับประชาชนในพื้นที่ที่ยังมีปัญหากว่า 80 คน จึงกังวลว่าเมื่อประกาศให้เป็นมรดกโลก รัฐไทยจะดูแลและเยียวยา เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อเสนอไม่ได้ร้องขอเกินกว่าอภิสิทธิ์หรือเกินกว่าสิทธิ์ที่ควรจะได้ แต่เป็นข้อเสนอที่มาจากรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น มาตรา 70 ระบุว่า รัฐควรส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ดังนั้น การประกาศผืนป่าแก่งกระจานให้เป็นมรดกโลก เราจะเฝ้าติดตามในหลายประเด็น และหวังว่ารัฐบาลจะใช้คำว่ามรดกโลก เพื่อการพัฒนากลุ่มชาติพันธุ์อยางยั่งยืน ไม่ใช่เพื่อการกดเราไว้&amp;rdquo; นายณัฐพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ตั้งข้อสังเกตหรือไม่ว่าเหตุใดการพิจารณาขึ้นทะเบียนผืนป่าแก่งกระจานครั้งนี้ผ่านอย่างง่ายดาย นายณัฐพล กล่าวว่า การพิจารณาครั้งนี้มีกรรมการจากประเทศไทยร่วมอยู่ด้วย อีกทั้งมีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าหากไม่ได้เป็นการพิจารณาที่ประเทศจีน จะได้รับการทะเบียนหรือไม่ และประเทศใหญ่ที่เคยให้ข้อสังเกตเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนบางประเทศ ไม่ได้พูดถึงประเด็นดังกล่าวในการพิจารณาครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวว่า แก่งกระจานถือเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพค่อนข้างสูง นอกจากพืช และสัตว์ ยังมีมนุษย์อาศัยที่นี่นับพันปี ซึ่งพบว่าที่บ้านใจแผ่นดิน มีขวานหินสมัยโบราณ อายุประมาณ 3 พันปี เป็นสิ่งบ่งบอกว่ามีการสร้างชุมชนตรงนี้มา 2 &amp;ndash; 3 พันปีแล้ว สิ่งที่คณะกรรมการมรดกโลกให้ข้อสังเกตกับไทยมา 3 ข้อ คือ 1.ต้องสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการปรับปรุงพื้นที่รอบขอบเขตมรดกโลก 2.ต้องรับประกันว่าจะจะมีการคุ้มครองการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเต็มที่ และ 3.ต้องรับประกันว่าจะมีการปรึกษาหารือร่วมกับชุมชนท้องถิ่น และสนับสุนนการมีส่วนร่วมในท้องถิ่น ซึ่งรัฐต้องทำให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ธ.ค.64 ในส่วนนี้เรากังวลว่าชาวบ้านอยู่มานานแล้ว แต่การดูแลยังไม่ดีนัก โดยหลายประเทศตั้งข้อสังเกตถึงการไม่ดูแลเรื่องการละมิดสิทธิมนุษยชน แม้ในปึ 2532 ทุ่งใหญ่นเรศวร - ห้วยขาแข้ง ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก รัฐให้กะเหรี่ยงในพื้นที่อยู่ได้ตามวิถีชีวิตของเขา โดยอยู่กันอย่างสงบสุข ตนอยากให้เกิดภาพนี้ขึ้นมาอีกครั้งกับผืนป่าแก่งกระจาน โดยจะต้องให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมจริงๆในการบริหารจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ขอเสนอไปยังรัฐบาล 1.รัฐต้องยอมรับการมีตัวตน และการมีอยู่ของชุมชนกะเหรี่ยงในเขตมรดกโลกแก่งกระจาน ในฐานะชุมชุนท้องถิ่นดั้งเดิม 2.ต้องให้ความคุ้มครอง พัฒนาคุณภาพชีวิตชาวกะเหรี่ยงให้ดำรงชีวิตตามวิถีวัฒนธรรม ตามมติครม. เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2553 3.รัฐต้องยุติการจับกุมดำเนินคดีชาวกะเหรียงดั้งเดิม 28 คน ที่เป็นชนเผ่าพื้นเมืองเดิมในพื้นที่มรดกโลก ตลอดจนสนับสนุนให้คนเหล่านี้มีส่วนร่วมในการจัดการพื้นที่ และ 4.รัฐต้องเร่งรัดเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ที่อยู่ระหว่างการยกร่างให้เข้าสู่การพิจารณาของสภาโดยเร็ว หวังว่ารัฐจะให้ความสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111292</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มชาติพันธุ์, กลุ่มป่าแก่งกระจาน, ณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์, บางกลอย, มรดกโลก, ส.ส.ก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ffd64248fc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 20:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป่าแก่งกระจาน&#039;มรดกโลกแห่งใหม่ของไทย ความหลากหลายชีวภาพโดดเด่นระดับสากล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ - ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 44 ได้หยิบยกวาระแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม ขึ้นมาพิจารณา จากนั้นเข้าสู่วาระแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ&amp;nbsp; โดยกลุ่มป่าแก่งกระจานของประเทศไทย เข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 3 ก่อนที่เย็นวันเดียวกันคณะกรรมการมรดกโลกมีมติขึ้นทะเบียนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;กว่า 6 ปี ที่ประเทศไทยมุ่งมั่นผลักดันพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน และเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลก โดยมีการนำเสนอมาแล้วถึง 3 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2558 พ.ศ. 2559 และ พ.ศ. 2562 จนเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญครั้งที่ 44 ในปี พ.ศ. 2564 นี้ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นการจัดประชุมผ่านระบบทางไกล ระหว่างวันที่ 16 -31 กรกฎาคม 2564 โดยสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเจ้าภาพ และเป็นที่น่ายินดีว่าในปีนี้พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ภายใต้เกณฑ์ข้อที่ 10 ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งนับเป็นความสำเร็จในการดำเนินการอนุรักษ์พื้นที่ถิ่นที่อยู่อาศัยที่มีความสำคัญสูงสุดสำหรับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในถิ่นกำเนิด รวมไปถึงการเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ ที่มีคุณค่าโดดเด่นเชิงวิทยาศาสตร์ หรือ เชิงอนุรักษ์ระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานนั้น เป็นแหล่งมรดกโลก แห่งที่ 6 ของประเทศไทย และเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ แห่งที่ 3 ของไทย นับตั้งแต่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ - ห้วยขาแข้ง ในปี พ.ศ. 2534 และ กลุ่มป่าดงพญาเย็น - เขาใหญ่ ในปี พ.ศ. 2548 ซึ่งพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เนื่องจากเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ ที่ใกล้สูญพันธุ์ และมีคุณค่าโดดเด่นระดับโลก &amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมไปถึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำปราณบุรี และแม่น้ำภาชี เป็นป่าผืนใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีเนื้อที่ประมาณ 2.5 ล้านไร่ หรือ 4,089 ตารางกิโลเมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีความยาวตั้งแต่เหนือสุดถึงใต้สุดของพื้นที่มากกว่า 200 กิโลเมตร การได้ตีตรามรดกโลกทางธรรมชาติครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ยืนยันว่า&amp;nbsp; ประเทศไทยในฐานะเจ้าของแหล่งจะต้องปกป้องรักษาแหล่งที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกให้คงคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลไว้ให้ลูกหลานต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ กล่าวอีกว่า การที่พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนี้ นอกจากเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศ และเป็นความภาคภูมิใจของคนในประเทศแล้ว ยังทำให้คนในประเทศเกิดการตระหนัก รู้สึกเป็นเจ้าของและหวงแหนทรัพยากรที่เรามีอยู่ด้วย ประโยชน์หลัก ๆ อีกด้วย เช่น 1.&amp;nbsp;ส่งเสริมการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ชนิดพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ ที่มีคุณค่าโดดเด่น เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ และศึกษาวิจัยในระดับสากล &amp;nbsp;2.&amp;nbsp;ยกระดับการอนุรักษ์พื้นที่ด้วยการบริหารจัดการที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ให้คงคุณค่าของแหล่ง เพื่อส่งต่อไปยังอนุชนรุ่นต่อไป ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งในระดับประเทศ และระดับท้องถิ่น 3.&amp;nbsp;ส่งเสริมการสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ โดยเฉพาะด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การพัฒนาอย่างยั่งยืน และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจชุมชน และ 4.&amp;nbsp;สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากกองทุนมรดกโลกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ รมว.ทส. ระบุว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมที่จะดำเนินการร่วมกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนการสร้างสมดุลในการใช้ประโยชน์จากป่าอย่างยั่งยืน ยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่ให้เป็นมาตรฐานสากลมากขึ้น รวมทั้ง ให้ราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยสอดคล้องกับกฎหมาย นโยบาย มติ และระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า ไทยจะรักษาแหล่งมรดกโลกพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน ให้คงไว้ และสามารถส่งต่อไปยังอนุชนรุ่นหลังสืบไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111209</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มป่าแก่งกระจาน, แก่งกระจานมรดกโลกทางธรรมชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210726/image_big_60feb914b62e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
