<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่วน‘3จว.’ใต้! ซุ่มยิง‘โรงพัก’ ถล่มค่ายทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ชายแดนใต้ป่วน ก่อเหตุรวดเดียว 3 จังหวัด ที่ยะลาคนร้ายยิงใส่สถานีตำรวจภูธรจะกว๊ะ ปัตตานียิงลูกระเบิดวิถีโค้งหวังถล่มค่ายทหารแต่พลาดเป้า นราธิวาสยิงทหารพรานเจ็บ 2 นาย คาดเป็นฝีมือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 00.00 น. พ.ต.ต.ทวีศักดิ์ ทองชะนะ สารวัตรสอบสวน สภ.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา รับแจ้งเหตุมีคนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่สถานีตำรวจภูธรจะกว๊ะ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงรายงาน พ.ต.ท.ชฎิล กาญจนจำรูญศรี หน.สภ.จะกว๊ะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทราบ เหตุเกิดบริเวณสถานีตำรวจภูธรจะกว๊ะ ถ.4060 รือเสาะ- กะพ้อ ต.ตะโล๊ะหะลอ อ.รามัน จ.ยะลา จากนั้นจึงวิทยุให้กำลังเจ้าหน้าที่ยิงตอบโต้ตามทิศทางที่คาดว่าเป็นจุดคนร้ายที่ซุ่มยิง และยังสั่งให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านทุกจุดตรวจสอบรถยนต์ รถจักรยานยนต์ทุกคัน เพื่อหาตัวคนร้ายใช้เส้นทางหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 08.45 น. พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รอง ผบช.ภาค 9, พล.ต.ทินกร รังมาตย์ ผบก.ยะลา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน ศปก.ตร.ส่วนหน้า กำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองรุดไปที่เกิดหตุ พร้อมสั่งกระจายกำลังโดยรอบๆ สภ.จะกว๊ะ พบว่าจุดเกิดเหตุบริเวณแฟลตชั้นบน มีรอยกระสุน 1 นัด กระจกแตก 1 บาน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จะกว๊ะกำลังอยู่เวรบน สภ.จะกว๊ะตามปกติ และส่วนหนึ่งพักผ่อนอยู่บนแฟลตตำรวจ ได้มีคนร้ายคาดว่าประมาณ 3 คน เดินเท้ามาด้านหลังของ สภ.จะกว๊ะซึ่งเป็นสวนยางพาราและเป็นเนิน ใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่แฟลตตำรวจจำนวน 2 นัด จากนั้นคนร้ายยังยิงใส่อีกจำนวนหลายนัด ทำให้ตำรวจที่กำลังเข้าเวรบน สภ.จะกว๊ะและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่พักผ่อนบนแฟลตตำรวจได้ยิงตอบโต้จำนวนหลายชุด ทำให้คนร้ายที่ชำนาญพื้นที่หลบหนีไป ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการยิงก่อกวนของกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่เพื่อสร้างสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก สภ.จะกว๊ะเคยถูกคนร้ายยิงมาแล้ว 5 ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รอง ผบช.ภาค 9 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบดูจากกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้ให้ได้ และวางแผนหามาตรการในการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุคนร้ายยิงใส่ สภ.จะกว๊ะซ้ำขึ้นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 00.35 น. วันเดียวกัน ที่ ม.1 บ้านโคกนิบง ต.ไทรทอง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และ จนท.ทหารพราน ร้อย.ทพ.นย.ที่ 10 ขณะปฏิบัติหน้าที่ ปรากฏว่าได้ยินเสียงคล้ายระเบิดจำนวน 2 ครั้ง สร้างความตกใจและเป็นกังวลมาก แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่กล้าเข้าไปตรวจสอบเนื่องจากเป็นช่วงเวลากลางดึก และเกรงว่าอาจจะเป็นกับดักของคนร้ายเพื่อล่อให้เจ้าหน้าที่ออกมาและหวังลอบทำร้าย จากนั้น จนท.ทหารพราน ร้อย.ทพ.นย.ที่ 10 จึงแจ้งไปยัง สภ.ไม้แก่นให้รับทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 10.30 น. วันที่ 13 กพ. สภ.ไม้แก่นได้จัดกำลังพลจำนวนหนึ่งพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี ให้รุกเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ&amp;nbsp; ม.1 บ้านโคกนิบง ต.ไทรทอง อ.ไม้แก่น เบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบหลุมคล้ายหลุมระเบิด คาดว่าเป็นเครื่องยิงอาวุธวิถีโค้งจำนวน 2 จุด บริเวณสวนมะพร้าวของชาวบ้าน ซึ่งจุดแรกอยู่ที่รั้วสวนมะพร้าว จุดที่ 2 อยู่กลางสวนมะพร้าว ทั้งสองจุดห่างกันประมาน 7 เมตร อีกทั้งพื้นที่เกิดเหตุยังห่างจากกองร้อย ทพ.นย.ที่ 10 ประมาณ 100 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นหลุมระเบิดชนิดใด&amp;nbsp; และเชื่อว่าการกระทำครั้งนี้อาจจะเป็นการก่อเหตุการณ์ความไม่สงบของผู้ก่อการร้าย เนื่องจากล่าสุดก็เกิดเหตุระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพรานเจ็บ 2 นาย จ.นราธิวาส และยิงถล่มแฟลตตำรวจในพื้นที่ จ.ยะลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ด้านหน่วยความมั่นคงได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ด่านทุกด่านที่อยู่เขตรอยต่อของจังหวัดปัตตานี มีการระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งให้มีการตรวจรถจักรยานยนต์และรถยนต์อย่างเข้มงวด เนื่องจากได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวความมั่นคงว่าได้มีผู้ก่อการร้ายเคลื่อนไหวและเตรียมที่จะก่อเหตุในพื้นที่
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถัดมาเวลา 13.58 น. พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ นาคมรกต สารวัตรสอบสวน สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4904 บริเวณหัวสะพานบ้านกอแนะเหนือ ม.6 ต.ตันหยงมัส ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิยภัทร ทองพันเลิศกุล ผกก.สภ.ระแงะ นายวิมุตติ อำนักมณี ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อ.ระแงะ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดอโณทัย และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารและฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบที่บริเวณเสาของหัวสะพานมีร่องรอยถูกสะเก็ดระเบิดกะเทาะแตกหลุดจำนวนหลายจุด และที่บริเวณแผงเหล็กกั้นหัวสะพานมีร่องรอยถูกสะเก็ดระเบิดจนโค้งงอ โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิค หนัก 25 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกกระจายเกลื่อนพื้นที่ถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย เพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลระแงะไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อคือ อส.ทพ.พชรพงศ์ ทองเนื้อสุข อายุ 32 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณหน้าผาก ใต้รักแร้ขวาและท้องน้อย ส่วน อส.ทพ.สหชัย บุญจันทร์ อายุ 27 ปี ถูกอานุภาพของระเบิดมีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อ เมื่อแพทย์ทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ขณะผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 นายจากจำนวนกำลังรวม 5 นาย นั่งรถยนต์กระบะหุ้มเกราะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไปติดต่อราชการที่ต้นสังกัดกรมทหารพรานที่ 49 ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดศรีสาคร อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส หลังแล้วเสร็จกำลังพลทั้งหมดรวม 5 นาย ได้นั่งรถยนต์เพื่อกลับฐานซึ่งตั้งอยู่บ้านบือจ๊ะ ม.2 ต.ผดุงมาตร อ.จะแนะ โดยผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 นายนั่งกระบะหลัง เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่นำไปพิงไว้ข้างหัวสะพานจนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ อส.ทพ.พชรพงศ์ และ อส.ทพ.สหชัย ซึ่งนั่งกระบะหลังได้รับบาดเจ็บ เพื่อนทหารจึงได้ขับรถยนต์ส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลระแงะดังกล่าว ก่อนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดีเพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92936</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ, คนร้ายยิงใส่สถานีตำรวจ, ถล่มค่ายทหาร, สถานีตำรวจภูธรจะกว๊ะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74756</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> หวั่นถูกล้างแค้น สั่งมั่นคง3จว.ใต้ ป้องกันขั้นสูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;มทภ.4&amp;quot; สั่งหน่วยความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนใต้และ 4 อำเภอ จ.สงขลา เพิ่มมาตรการป้องกันขั้นสูงสุด หลังเหตุปะทะเดือดวิสามัญ 7 ศพ จ.ปัตตานี หวั่นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบแก้แค้น กำชับกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวทุกหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ หลังเกิดเหตุปะทะพื้นที่ป่าละเมาะในหมู่บ้านบือแนจือแล ม.2 ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 3 นาย และกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 7 รายนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 ส.ค.63 พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้แจ้งเตือนหน่วยความมั่นคงใน 3 จังหวัดและ 4 อำเภอใน จ.สงขลา เพิ่มมาตรการป้องกันขั้นสูงสุด และแจ้งเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายให้สนธิกำลังทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ระดมกำลังเพิ่มมาตรการเข้มงวดตรวจค้นยานพาหนะทุกชนิดที่ผ่านเข้าออกจุดตรวจต่างๆ และให้เพิ่มความเข้มงวดเส้นทางเข้าเมืองปัตตานี 4 มุมเมืองเป็นหลัก รวมทั้งตั้งจุดตรวจรอง จุดตรวจสกัดเฉพาะกิจเสริมอีกทางหนึ่งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กำชับให้วางกำลังจุดตรวจร่วมตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองในพื้นที่ตามแยกต่างๆ&amp;nbsp; โดยด่านตรวจค้นต่างๆ ในจังหวัดปัตตานีให้ตรวจสอบข้อมูลของบุคคลที่เดินทางเข้าสู่จังหวัดปัตตานีอย่างเข้มงวด รวมทั้งออกตรวจตามบ้านต่างๆ บริเวณที่เกิดเหตุดังกล่าว เพื่อป้องกันการลอบเข้ามาก่อเหตุหวังตอบโต้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ซึ่งได้มีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะตลอดสัปดาห์นี้ที่มีการปะทะอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำสั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเฝ้าระวังเป็นพิเศษตลอดสัปดาห์นี้ หลังเกิดเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง เพราะมีแหล่งข่าวแจ้งว่ากลุ่มคนร้ายมีการเคลื่อนไหวในการที่จะสร้างสถานการณ์เพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ&amp;quot; แหล่งข่าวกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี อ.เมืองปัตตานี พล.ท.พรศักดิ์พร้อมด้วย พล.ต. เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เดินทางมาพบปะกำนันผู้ใหญ่บ้านเพื่อสร้างความเข้าใจ หลังเกิดเหตุปะทะที่บ้านกอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี คนร้ายถูกวิสามัญ 7&amp;nbsp; ราย และเน้นย้ำผู้นำท้องถิ่นว่าหัวใจสำคัญที่จะร่วมกันสร้างสันติสุข คือต้องดูแลปกป้องพี่น้องประชาชนให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต โดยมีนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาร่วมประชุมกว่า 500 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์กล่าวว่า ขอบคุณทุกฝ่ายที่ทำให้สถานการณ์การเข้าพิสูจน์ทราบและบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลกอลำ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานีคลี่คลาย วันนี้ตั้งใจมาพบกับกำนันและผู้ใหญ่บ้าน เพื่อพูดคุยสร้างความเข้าใจในการร่วมกันสร้างสันติสุข&amp;nbsp; ดูแลปกป้องพี่น้องประชาชน เพราะทุกคนเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า การแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การใช้ความรุนแรงไม่ก่อให้เกิดความสันติสุข การพูดคุยเพื่อสันติสุขผ่านสภาสันติสุขตำบลเท่านั้นที่จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp; แต่สำหรับกลุ่มที่ยังคงก่อเหตุกระทำผิดกฎหมาย ทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ ก็จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด รวมไปถึงผู้ที่ให้การช่วยเหลือหรือให้ที่พักพิงผู้ก่อเหตุรุนแรงด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ายังมีความเคลื่อนไหวอยู่ในหมู่บ้านจะต้องมีการสอบสวน ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน เพื่อดูแลพื้นที่ สร้างความปลอดภัยให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ ทั้งนี้ที่ผ่านมาต้องขอบคุณกำนันผู้ใหญ่บ้านที่ช่วยดูแลประชาชน ทั้งเรื่องโควิดและเรื่องสถานการณ์ความไม่สงบ การดูแลรักษาป่าไม้ รวมถึงปัญหายาเสพติด&amp;nbsp; แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังมีอีกส่วนน้อย 1-2 เปอร์เซ็นต์ที่อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการสูญเสีย ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขเอาน้ำดีไล่น้ำเลวให้ได้ อยากให้กำนันผู้ใหญ่บ้านช่วยกันดูแลอย่างต่อเนื่อง ช่วยกันสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ให้เกิดความมั่นใจ ไว้ใจ และเชื่อมั่น เพื่อร่วมกันสร้างความปลอดภัยและสร้างสันติสุขให้แก่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;quot; แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์กล่าวว่า ถ้าพื้นที่ปลอดเหตุประชาชนปลอดภัย ความสันติสุขก็จะตามมา และหากพบเห็นสิ่งปกติ บุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่รับผิดชอบของตน ขอให้แจ้งมายังเจ้าหน้าที่&amp;nbsp; หรือแจ้งไปยังหมายเลขโทรศัพท์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ยังเข้าควบคุมพื้นที่หมู่บ้านบือแนจือแล ม.2 ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี โดยวางกำลังกระชับวงล้อมเข้าพื้นที่ตามยุทธวิธี เน้นตรวจค้นตามจุดต่างๆ รอบพื้นที่เกิดเหตุในรัศมี 1-5 กิโลเมตร เพื่อตรวจค้นและหาหลักฐานอย่างละเอียด ให้มั่นใจว่าในพื้นที่จุดปะทะไม่มีคนร้ายหลบซ่อนอยู่อีก หรือจนกว่าจะแน่ใจแล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวปลอดภัยแล้วจึงจะถอนกำลังเจ้าหน้าที่ออกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้นำ 2 ศพสุดท้ายจากเหตุปะทะที่ไม่ทราบชื่อส่งโรงพยาบาลปัตตานี โดยมีญาติเดินทางมาติดต่อเพื่อยืนยันศพ ซึ่งหนึ่งในญาติที่มาแสดงตัวระบุว่าต้องการมาติดต่อรับศพของนายลุดฟี บาเหะ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87/1 ม.2 ต.กอลำ อ.ยะรัง&amp;nbsp; จ.ปัตตานี และนายอิสมาแอ แลแร อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105 ม.3 ต.คลองมานิง อ.เมืองปัตตานี ซึ่งเชื่อว่าทั้ง 2 ศพที่ส่งมาที่โรงพยาบาลน่าจะเป็นญาติของตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ญาติที่มารับศพทั้งสองระบุว่าการยืนยันศพนั้นลำบากมาก เนื่องจากศพมีสภาพที่บวมยากต่อการจำได้ อีกทั้งไม่ได้เจอมาหลายปีแล้ว แต่โชคดีที่มีบางจุดทำให้จำได้ว่าเป็นศพญาติตนจริงๆ โดยตำรวจ สภ.โสร่ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้ให้ญาติเซ็นชื่อรับศพนำกลับไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74756</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จังหวัดชายแดนใต้, กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน่วยความมั่นคง, เฝ้าระวังความเคลื่อนไหว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f3a8c95d57d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่าแก๊งฆ่า4อส.ปัตตานี! ปะทะเดือดวิสามัญ2ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ปะทะเดือดที่ปัตตานี เจ้าหน้าที่วิสามัญฯ &amp;nbsp;กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ 2 ศพ หลังปะทะเดือด พบเป็นกลุ่มก่อเหตุบุกยิง 4 อส.ในโรงเรียน &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; ชี้ผู้เห็นต่างตั้งใจก่อการร้าย สร้างความหวาดกลัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 12 มกราคม พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี, พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ทพ.43, พ.ท.สมคิด คงแข็ง ผบ.ทพ.42 ได้นำกำลังร่วมกว่า 100 นาย เข้าทำการปิดล้อมบ้านเลขที่ 152/2 บ้านท่าด่าน ม.3 ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวว่ามีกลุ่มก่อความไม่สงบเข้ามาหลบซ่อนตัวภายในบ้านหลังดังกล่าว และอาจจะเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุบุกยิงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน อ.ยะรัง เสียชีวิต 4 นาย ขณะรักษาความปลอดภัยภายในโรงเรียนบ้านบูโกะ ต.ประจัน อ.ยะรัง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงยังบ้านหลังดังกล่าว ขณะที่กำลังจะจอดรถกระบะ คนร้ายไม่ทราบจำนวนซึ่งหลบอยู่ในบ้านเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ทันที ทำให้รถถูกยิงจนเสียหาย เจ้าหน้าที่ต้องกระโดดลงจากรถกระจายกำลังปิดล้อมบ้าน แล้วเกิดการยิงปะทะกันขึ้นอย่างดุเดือดประมาณ 10 นาที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ อส.ทพ.ธิตา บัวงาน เจ้าหน้าที่กรมทหารพรานที่ 43 ถูกกระสุนปืนที่แขนและขาได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังมีเด็กถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อ ด.ญ.ฆอยรูอิบบาตีซาน อาแว อายุ 9 ขวบ ถูกกระสุนเฉี่ยวบริเวณลำตัว เจ้าหน้าที่ได้รีบนำทั้งสองส่ง รพ.ปัตตานี ล่าสุดปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานผู้นำศาสนาและผู้นำชุมชนเข้ามายังจุดเกิดเหตุเพื่อเจรจากับคนร้าย เนื่องจากแม่ทัพภาคที่ 4 กำชับให้ดำเนินตามกรรมวิธีจากเบาไปหาหนัก แต่คนร้ายไม่ได้สนใจ และได้เปิดฉากยิงอีกครั้ง ทำให้สถานการณ์เพิ่มความตึงเครียดและมีการยิงปะทะกันอีกระลอก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อคนร้ายทั้งสองใช้จังหวะเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดเส้นทางหลบหนี ก่อนจะวิ่งหนีออกจากหลังบ้าน ปรากฏว่าได้ประจันหน้ากับเจ้าหน้าที่อีกชุดที่ปิดล้อม จึงยิงปะทะดุเดือด จนกระทั่งคนร้ายถูกวิสามัญฯ เสียชีวิตทั้ง 2 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบทราบชื่อ 1.นายอับดุลเลาะ เจะหลงอายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/3 ม.3 ต.ตันหยงลุโละ อ.เมืองปัตตานี มีหมายจับ 1 หมาย 2.นายอับดุลเลาะ สาแม อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 167 ม.3 ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง มีหมายจับ จำนวน 6 หมาย และพบอาวุธปืนอาก้า 1 กระบอก ปืนพกสั้นขนาด 9 มม. 1 กระบอก เจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้เป็นหลักฐาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหลังเกิดเหตุ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 รุดมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกนาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจากการไล่ล่าคนร้ายที่ก่อเหตุบุกยิง อส.เสียชีวิต 4 นายที่ อ.ยะรัง จนทราบว่าไล่ติดตามรู้เบาะแสว่าคนร้ายทั้งสองคนนี้ได้หลบหนีกบดานอยู่ในพื้นที่บ้านท่าด่าน จึงได้ส่งกำลังเข้าตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว แต่เมื่อมาถึงคนร้ายได้ยิงใส่เจ้าหน้าที่ทันที จนกระทั่งเกิดการยิงปะทะ ส่งผลให้คนร้ายถูกวิสามัญฯ ทั้งสองคน ซึ่งในทางสืบสวนมั่นใจว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุยิง อส. 4 นาย แต่ต้องรอผลตรวจดีเอ็นเออีกครั้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ก่อนการยิงปะทะทางเจ้าหน้าที่พยายามใช้วิธีการตามยุทธวิธีเบาไปหาหนัก เพื่อลดการสูญเสียตามนโยบายที่แม่ทัพภาคที่ 4 แต่คนร้ายพยายามยิงต่อสู้จนทำให้ถูกวิสามัญฯ เสียชีวิต สำหรับคนร้ายทั้งสองถือว่าเป็นบุคคลตามหมายจับคดีความมั่นคงหลายคดี และเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุยิง อส.อ.ยะรัง เสียชีวิต 4 นาย ขณะที่คนร้ายที่ร่วมก่อเหตุพอจะรู้ตัวแล้ว กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายหลังเกิดเหตุความรุนแรงต่อเนื่องว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผู้เห็นต่างใช้วิธีตอบโต้ โดยเลือกเป้าหมายที่มีความอ่อนแอหรืออ่อนไหวมากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทั้งนี้ ทางกองทัพภาคที่ 4 ได้มีการติดต่อสื่อสารกับตนตลอดเวลา ทั้งการสื่อสารระบบทางไกล หรือวีทีซี และติดต่อสื่อสารโดยตรงในการสั่งการ สำหรับการให้ความระมัดระวังและการใช้อาวุธตามสถานการณ์ เพราะบางครั้งจะเห็นว่าเรานั่งดูแลความปลอดภัยอยู่ในโรงเรียน หรือฐานปฏิบัติการ เราต้องมีความพร้อมในการใช้อาวุธได้ในทุกอิริยาบถ ไม่ใช่ว่าจะฝึกในสนามยิงปืนอย่างเดียว เพราะฉะนั้นการฝึกตามสถานการณ์ขณะนี้ กองทัพภาคที่ 4 ได้ขยายผลมาสู่อาสาสมัคร ชุดคุ้มครองหมู่บ้าน ชุดคุ้มครองตำบล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า สำหรับพื้นที่เป้าหมายที่เป็นจุดอ่อนต่างๆ นั้น ทางฝ่ายตรงข้ามได้ใช้ยุทธวิธีที่มีความหลากหลาย เช่น การแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่เพื่ออำพรางตัว เมื่อเจ้าหน้าที่เผลอก็ลอบทำร้าย ซึ่งตนดูแล้วว่ามันเป็นการก่อการร้าย และจงใจที่จะก่อการร้ายโดยทำร้ายเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เกิดความหวาดกลัว อีกทั้งปัจจุบันหน่วยทหารในพื้นที่ได้มีการลาดตระเวนและตั้งฐานปฏิบัติการนอกฐานอีกครั้ง โดยไปอยู่ตามภูมิประเทศ เพื่อกดดันฝ่ายตรงข้าม ส่วนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นก็ดำเนินการต่อไป แต่ในส่วนของกำลังทหาร ถ้าอ่อนเมื่อใดจะทำให้การพูดคุยฯ ประสบความสำเร็จได้ยาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26418</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ, ปัตตานี, ผู้เห็นต่างตั้งใจก่อการร้าย, สร้างความหวาดกลัว, หนังสือพิมพ์, เจ้าหน้าที่วิสามัญฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190112/image_big_5c39e7456bda0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
