<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2020 11:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2020 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.เผยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่ง 11 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัส หรือ โควิด-19 ในประเทศไทย โดยมีรายงานดังนี้ พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ 11 &amp;nbsp;ราย จากสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ รักษาหายเพิ่มขึ้น 2 รายกลับบ้านแล้ว 3,800 &amp;nbsp;รายยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 117 รายไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ยอดผู้เสียชีวิต 60 ศพยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,942 ราย &amp;nbsp;เป็นอันดับที่ 151 ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสเดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกันของรัฐ หรือ State Quarantine มีดังนี้ สหรัฐอเมริกา 1 ราย ลิเบีย 2 ราย โมซัมบิก 1 ราย อิตาลี 1 ราย ฝรั่งเศส 1 ราย ปากีสถาน 1 ราย เกาหลีใต้ 2 ราย โอมาน 1 ราย และคูเวต 1 ราย ขณะที่ผู้ติดเชื้อในประเทศไม่มีรายงาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85370</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มผู้ติดเชื้อ COVID-19, ศบค., ศูนย์ข้อมูล COVID-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201129/image_big_5fc3224c4b6c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 10:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ภูเก็ต พบผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่เพิ่มอีก 4 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อวันที่ &amp;nbsp;10 พฤษภาคม &amp;nbsp;2563 &amp;nbsp;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ขอแจ้ง สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูล ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม &amp;ndash; 9 พฤษภาคม 2563 จังหวัดภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 224 ราย (รายใหม่ 4 ราย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ติดเชื้อได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน 191 ราย (เพิ่มขึ้นจากเดิม 6 ราย) &amp;nbsp;เสียชีวิต 3 ราย (ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม) จำหน่าย 1 ราย (จำหน่าย เนื่องด้วยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์) &amp;nbsp;กำลังรักษาพยาบาลอยู่ &amp;nbsp;29 ราย &amp;nbsp;ทุกรายอาการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้มีอาการเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 5,621 ราย (รายใหม่ 62 ราย) โดยยังคงรักษาพยาบาล 75 ราย &amp;nbsp;(เป็นผู้ติดเชื้อยืนยัน 29 ราย อยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 46 ราย) กลับบ้านแล้ว 5,546 ราย จำนวนผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฎิบัติการทั้งหมด &amp;nbsp;9,656 ราย ( พบเชื้อ 224 ราย ) เป็นผู้มีอาการเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสะสม 5,621 ราย &amp;nbsp;(พบเชิ้อ 186 ราย) และ เป็นผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อจากการคัดกรองเชิงรุก 4,035 ราย &amp;nbsp;(พบเชิ้อ 38 ราย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 รายใหม่ &amp;nbsp;4 ราย มีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ลำดับที่ 1 &amp;nbsp; รายที่ 221 &amp;nbsp; หญิงไทย &amp;nbsp; อายุ 23 ปี &amp;nbsp; อาชีพผู้ช่วยเลขานุการ
อาศัยอยู่ในพื้นที่ ซอยป่าสัก 4 &amp;nbsp;ม.4 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต
โดยเริ่มมีอาการป่วยวันที่ 2 พฤษภาคม 2563&amp;nbsp;
รอผลการสอบสวนโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ลำดับที่ 2 &amp;nbsp; รายที่ 222 &amp;nbsp; หญิงไทย &amp;nbsp; อายุ 29 ปี &amp;nbsp; อาชีพผู้ช่วยผู้จัดการร้านสะดวกซื้อ
อาศัยอยู่ในพื้นที่ ซอยนาเสือ ม.4 ถ.เจ้าฟ้าตะวันตก ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต
โดยเริ่มมีอาการป่วยวันที่ 7 พฤษภาคม 2563&amp;nbsp;
รอผลการสอบสวนโรค
มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง จำนวน 12 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ลำดับที่ 3 &amp;nbsp; รายที่ 223 &amp;nbsp; ชายไทย &amp;nbsp; อายุ 19 ปี &amp;nbsp; อาชีพนักศึกษา
อาศัยอยู่ในพื้นที่ ม.3 &amp;nbsp;ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต
โดยเริ่มมีอาการป่วยวันที่ 6 พฤษภาคม 2563&amp;nbsp;
รอผลการสอบสวนโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ลำดับที่ 4 &amp;nbsp; รายที่ 224 &amp;nbsp;ชายไทย &amp;nbsp; อายุ 29 ปี &amp;nbsp; อาชีพรับราชการ
อาศัยอยู่ในพื้นที่ บ้านพัก ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต
โดยเริ่มมีอาการป่วยวันที่ 2 พฤษภาคม 2563&amp;nbsp;
รอผลการสอบสวนโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต และผู้เกี่ยวข้องได้ดำเนินการสอบสวน ควบคุม ป้องกันโรค &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 ที่พบเพิ่มในวันนี้ ทั้งหมดมีประวัติสัมผัสกับพื้นที่เสี่ยง สำหรับผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 ทั้งหมด ยังคงรับการรักษาที่โรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ขอแจ้งให้ทราบถึงมาตรการป้องกันด้วยเข้าสู่ในช่วงถือศีลอดของผู้นับถือศาสนาอิสลาม อยากจะเน้นย้ำเรื่องการปฏิบัติตัวโดยเฉพาะการงดกิจกรรม รวมตัวทั้งในมัสยิดและสถานที่อื่น อยู่แต่ในที่พักอาศัยและสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา การรับประทานอาหารละศีลอดควรทานในบ้านและห่างกันมากกว่า 1 เมตรและงดการพูดคุยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ &amp;nbsp; ประชาชนทั่วไป &amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ยังคงเน้นย้ำให้ประชาชนทุกคนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า กินร้อน ช้อนกลาง(ส่วนตัว) ล้างมือบ่อย ๆ &amp;nbsp;และเว้นระยะห่าง 1 &amp;ndash; 2 เมตร &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หากพบว่ามีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ จมูกไม่ได้กลิ่น หายใจเร็ว หายใจเหนื่อย &amp;nbsp;หายใจลำบาก &amp;nbsp;มีไข้หรือไม่มีไข้ก็ให้ รีบไปพบแพทย์ เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด 19ได้ทันที
.......&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65512</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มผู้ติดเชื้อ COVID-19, ภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb7785172eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2020 08:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2020 08:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกพุ่งทะยาน 2.3 ล้านคน สหรัฐมียอดผู้เสียชีวิตใกล้ 40,000 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เมษายน 2563 Worldometer ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก &amp;nbsp;ระบุว่า ขณะนี้จำนวนผู้ติดไวรัสโควิด-19 สะสมทั่วโลก อัพเดทล่าสุด &amp;nbsp;ยอดทะลุ 2,330,856 ราย เสียชีวิตแล้ว 160,754 ราย และมีผู้ที่รักษาหายแล้วจำนวน 596,488 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสหรัฐอเมริกา ยังคงเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้ออันดับ 1 มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สะสมจำนวน 738,792 ราย และมีผู้เสียชีวิตรวม 39,014 ราย ทั้งนี้ &amp;nbsp; สเปน มีผู้ติดเชื้อ 194,416 ราย เสียชีวิต 20,639 ราย &amp;nbsp;และอันดับ 3 คือ อิตาลี มีผู้ติดเชื้อสะสม 175,925 &amp;nbsp;ราย เสียชีวิต 23,227 ราย &amp;nbsp;ฝรั่งเศส ผู้ติดเชื้อ 151,793 ราย ผู้เสียชีวิต 19,323 ราย และเยอรมัน ผู้ติดเชื้อ 143,724 ราย เสียชีวิต 4,538 ราย อังกฤษผู้ติดเชื้อทะลุ 1 แสน ด้วยจำนวน 114,217&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63571</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มผู้ติดเชื้อ COVID-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200419/image_big_5e9ba38888feb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2020 01:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2020 21:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลองฟังข้อมูลอีกด้าน &#039;ลุงเสียชีวิตบนรถไฟ&#039; ติดเชื้อโควิด ถูกโซเชียลด่วนสรุปเพียงแค่เห็นคลิป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.63 - จากกรณีพบนายอนันต์ สาเหาะ อายุ 57 ปี ชาวนราธิวาส เสียชีวิตบนรถไฟอย่างกะทันหันที่สถานีทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;ระหว่างเดินทางขบวนรถด่วนที่ 37 สายบางซื่อ - สุไหงโกลก เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ต่อมาผลตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และมีการเผยแพร่คลิปจากกล้องวงจรปิดภายในสถานีรถไฟบางซื่อ จากภาพทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่าผู้เสียชีวิตตั้งใจไอรดใส่ชายหนุ่มที่รอซื้อตั๋วรถไฟ แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามเจอตัวชายหนุ่มในคลิปแล้ว ซึ่งเขายืนยันว่า&amp;nbsp;ลุงไม่ได้ไอใส่ตนเองเพียงแต่เดินเข้ามาถามเวลาเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Abu Gibrel Jacob เปิดเผยว่ารู้จักกับผู้เสียชีวิต และอยากจะบอกข้อมูลอีกด้านให้สังคมรับรู้ความจริงโดยระบุว่า&amp;nbsp;#นายช่างเปาะยาที่ผมรู้จัก เมื่อวานทุกคนคงได้อ่านข่าวจากหลายๆสำนัก ที่ลงข่าวของ &amp;quot;ลุง&amp;quot; คนหนึ่งที่เสียชีวิตบนรถไฟที่ทับสะแก ขณะเดินทางกลับบ้านที่สุไหงโกลก ผมอาจจะเขียนยาวหน่อยและขอให้ทนอ่านจนจบเพราะจะได้เข้าใจระบบนิเวศทางสังคมของสามจังหวัดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนแรกว่าจะไม่เขียนเพราะถือเป็นเรื่องส่วนตัวของผู้ที่จากไปแล้ว แต่พอดูคอมเม้นท์ในหลายๆที่ ทำให้อยากเขียนขึ้นมา บุรุษผู้นี้ชื่อตามบัตรคือนายอนันต์ แต่ในหมู่เพื่อนสนิทจะเรียกเปาะยา (เปาะ+ซาการียา) เป็นคนสุไหงโกลก อายุรุ่นเดียวกับผม สมัยเด็กๆไม่ได้สนิทกัน แค่ทักทายกันธรรมดาเพราะเคยเรียนอัลกุรอ่านที่เดียวกันแต่ในระดับร.ร ประถม เรียนคนละโรง คนสุไหงโกลกที่เกิดปี 05-06 ทั้งเจ้กจีนแขกสีแย จะรู้จักเขาดีในเรื่องความฉลาด เขาจะสอบได้อันดับต้นๆ ยังไม่ทันจบประถม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนุ่มเปาะยาข้ามฝั่งไปเรียนอีกประเทศ ( อันนี้เป็นความสามารถพิเศษของคนชายแดนที่ข้ามฝั่งไปเรียนได้ คนที่อื่นเลียนแบบไม่ได้) ทำให้เราห่างเหินและขาดการติดต่อกันตั้งแต่นั้นมา และเขาจบประถมด้วยคะแนนข้อสอบกลางแบบดีเยี่ยม จนได้รับคัดลือกให้เข้าเรียนมัธยมmrsm pengkelan chepa เป็นร.ร ประจำชั้นเยี่ยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อนร่วมรุ่นคนหนึ่งก็คือ ดาโต้ะสรี มุคริส มาฮาเดร์ มุขมนตรีรัฐกือดาห์ สุดท้ายเปาะยาไปจบวิศวกรรมเครื่องกลที่สหรัฐอเมริกา ผมมาเจอกับเปาะยาอีกครั้งเมื่อปึค.ศ.1991 ในไซต์งานซ่อมทางสายจือลี - กือริก คือถนนที่ตัดผ่านยอดเขาตีตีวังษา (สันกาลาคีรี) ถนนที่เต็มไปด้วยโค้งปราบเซียนและยังมีช้างป่าเดินเพ่นพ่านตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปาะยามาเป็นวิศวกรเครื่องจักรกล แต่ที่ทำให้ผมแปลกใจก็คือเขาต้องใช้ไม้พยุงใต้รักแร้ทั้งสองข้างในการเดินเหิน ผมเพิ่งรู้ก็คราวนี้แหละว่าเขาประสบอุบัติเหตรถจักรยานยนต์ล้มจนขาหักหัวเข่าเสีย ทั้งๆที่ใช้ไม้เท้าไม้พยุงนี่แหละ นายช่างเปาะยาก็ยังสามารถที่จะปีนขึ้นไปตรวจถังไซโลปูนซีเมนต์และไซโลยางมะตอยได้ด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมได้ร่วมงานกับนายช่างเปาะยาอีกสองไซต์งานในงานก่อสร้างถนนสายอีโปห์- คาเมรอนไฮแลนด์ ตอนนั้นตำแหน่งผมเริ่มใหญ่ขึ้นก็เลยมีโอกาศร่วมประชุมระดับบริหารไซต์งาน ก็เลยได้รับรู้ถึงระดับความสามารถในภาษาอังกฤษของนายช่างเปาะยาแบบแจ่มแจ้ง เวลาเขาพูด ถ้าเราปิดตาฟัง คงคิดว่ามีอเมริกันอัฟริกันมาร่วมประชุมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราแยกกันอีกครั้งใน ปี 2000 นายช่างเปาะยาลาออกจากบริษัทในเครือที่ผมทำงานด้วยเพื่อร่วมงานก่อสร้างเขื่อนทีอุตรประเทศในอินเดียที่อิตาเลี่ยนไทยได้งาน ถ้าจำไม่ผิดตามด้วยงานที่ลาวและจบด้วยงานเหมืองถ่านหินที่กาลิมันตันในอินโดนิเซีย(ถ่านหินน่าจะเตรียมมาป้อนที่เทพา) และแล้วนายช่างเปาะยาก็ลาออกจากงานทั้งหมดกลับมาอยู่บ้านและเริ่มทำงานดะวะห์ประมาณสัก 5 ปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปาะยาเป็นคนโลว์โปรไฟล์ แม้จะจบนอกทำงานมีหน้ามีตา แต่เขาทำตัวสบายๆ นุ่งยีนส์เก่าๆใส่เสื้อยืดตราห่านและคาดผ้าขาวม้าที่เอวใว้ซับเหงื่อ ไม่สูบซิกาแร้ต แต่สูบยาเส้นห่อใบจากแบบคนงาน #นายช่าง น่าจะมีโรคเบาหวานมาตั้งแต่อายุ30ต้นๆเพราะดื่มชากาแฟไม่ใส่นํ้าตาลตลอด ถ้าไม่รู้จักเขาดี เปาะยาจะดูเป็นคนที่คบยาก แต่สำหรับผม เขาคือคนที่น่าคบคนหนึ่งและคบง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปาะยาทำอาหารได้รสชาดมากโดยเฉพาะแกงเขียวหวาน พอเปาะยากลับมาอยู่บ้าน เราก็เจอกันบ่อยขึ้น เจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณสัก 2 เดือนที่ผ่านมา แกแวะมาละหมาดมัฆริบที่มัสยิดที่ผมไปบ่อย เรายืนอยู่แถวหน้าสุด เปาะยาพิงไม้เท้าของเขาที่ตู้ข้างหน้า ขณะกำลังซูยุด ไม้เท้าเกิดล้มดังครืน ต้กใจกันทั้งแถว ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้เจอกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในคลิปวิดิโอที่เอามาแชร์กันที่เปาะยาเดินเข้าช่องขายตั๋วรถไฟ บางคนถึงกับใส่ร้ายว่าเปาะยาจงใจใอหรือจามใส่คนที่ยืนอยู่ข้างหน้า ผมเป็นคนคิดบวก ลองเราเป็นเปาะยาบ้าง มือข้างหนึ่งจับกำถือไม้คํ้าซึ่งเป็นมือข้างที่ถนัด แล้วเวลาจะจามนี่ จะคิดได้ทันหรือ เราคนปกติบางทีก็ปล่อยแม่งออกมาแบบนั้นแหละ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และอีกอย่างก็คือ มุมกล้องทำให้ดีเป็นร้ายได้ทันที อันนี้คนใช้กล้องเขาจะเข้าใจดี ตอนที่ได้รับข่าวการเสียชีวิตของเขา ยังคิดว่าเขากลับมาจากโยที่อินโดนีเซีย เพิ่งรู้จากข่าวนี่แหละว่าเขาเดินทางมาจากปากีสถาน พร้อมกับเอกสาร fit to fly แต่ก็มีคอมเม้นท์เหยียดๆตามกันมา #เพราะท่านผิดมาตั้งเกิดแล้ว #ผิดที่เกิดมาเป็นแขก หลับให้สบายน่ะนายช่างเปาะยา อัลลอหรักท่าน จึงดึงท่านมาทำงานดะวะห์ในบั้นปลายชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61867</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มผู้ติดเชื้อ COVID-19, ผู้โดยสารเสียชีวิตบนรถไฟ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200402/image_big_5e85efaba87e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.แจ้งผู้โดยสารรถไฟเสียชีวิตบนขบวน 37 ติดเชื้อโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.63-นายฐากูร อินทรชม ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเดินรถของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่าจากกรณีเกิดเหตุ บนขบวนรถไฟ ขบวนที่ 37 กรุงเทพ-สุไหงโกลก เมื่อวันที่ &amp;nbsp;30 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา มีผู้โดยสารเสียชีวิตปริศนาบนขบวนรถ &amp;nbsp;จนต้องมีการนำศพลงที่สถานีทับสะแก และประสานแพทย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตว่าจากโรคประจำตัว หรือ เสียชีวิตจาก covid- 19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามล่าสุดได้รับรายงานสำหรับผู้เสียชีวิตบนขบวนรถไฟจากกรุงเทพฯ-ปลายทางสุไหงโกลก พบว่า ผู้เสียชีวิตบนขบวนรถนอน &amp;nbsp;มีผลสรุปเกิดจากโรคประจำตัวเบาหวานความดันโลหิตสูง และขณะเดียวกันพบข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการว่า ผู้เสียชีวิต มีเชื้อโควิด-19 แต่ต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการซ้ำอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้เสียชีวิตได้ขึ้นรถไฟที่สถานีบางซื่อ ซึ่งขณะที่เดินทางยังมีอาการปกติ แต่ระหว่างทางมีอาหารไอ อาเจียน เมื่อถึงช่วงสถานีหัวหิน เจ้าหน้าที่ประจำรถไฟได้ประสานเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมาตรวจสอบ พบว่ามีอาการไอ และอาเจียนลดลง และตรวจวัดอุณหภูมิได้ที่ 36 องศาเซลเซียส จึงแนะนำให้ผู้เสียชีวิตลงพักรักษาตัวที่หัวหิน แต่ผู้เสียชีวิตต้องการเดินทาง เมื่อถึงบริเวณสถานีทับพบว่า ผู้โดยสารล้มลงและเสียชีวิตหน้าห้องน้ำ จึงให้ขบวนรถหยุดเพื่อให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้ามาตรวจสอบ โดยเมื่อตรวจสอบพบว่า ผู้เสียชีวิต เดินทางมาจากปากีสถานและมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศปากีสถาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในของส่วนผู้โดยสารที่อยู่ในขบวนดังกล่าว การรถไฟฯ ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทับสะแก เพื่อเรียกตัวมาตรวจสอบแล้ว โดยวันดังกล่าวมีผู้โดยสารรรวมผู้เสียชีวิต 16 คน และการรถไฟฯ ยังได้กักตัว พนักงานตู้นอน และตำรวจรถไฟแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น การรถไฟฯได้มีการคัดกรองการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนใช้บริการที่สถานีรถไฟทุกครั้ง หากพบอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ขอให้ผู้โดยสารหลีกเลี่ยงการเดินทาง หากจําเป็นต้องเดินทางขอให้มีใบรับรองแพทย์แสดง และกรอกแบบประเมินและรับรองตนเองเพื่อคัดกรองและยืนยันตนก่อนการเดินทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้ข้อความร่วมมือในกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ เช่น ผู้ใช้บริการที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป กลุ่มคนที่มีโรคประจําตัว และกลุ่มเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปีลงมา ควรงดการเดินทาง เว้นแต่บุคคลกลุ่มดังกล่าวมีความจําเป็นตามข้อกําหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการใน สถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61686</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มผู้ติดเชื้อ COVID-19, การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), ผู้โดยสารเสียชีวิตบนรถไฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e84329c74f8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60891</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 17:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอชิต 2 วุ่น ผงะพบผู้โดยสารมีไข้สูงเร่งหาแพทย์สาธารณสุขช่วยคัดกรอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 มี.ค.63-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 จตุจักร ยังมีแรงงานต่างชาติ ทั้งเมียนมาร์ และ ลาว รวมถึงประชาชนในต่างจังหวัดที่กังวลเรื่องการจำกัดการเดินทาง หลังรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.สถานการ์ฉุกเฉิน &amp;nbsp;ท่ามกลางมาตรการคัดกรองผู้โดยสารอย่างเข้มข้น โดยในวันนี้ ที่จุดคัดกรองผู้โดยสารพบว่ามีผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงอุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 37.5 องศา ต้องพบแพทย์ อย่างน้อย 3 คน &amp;nbsp; ในจำนวนนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางต่อแล้ว 1 ราย โดยผู้โดยสารรายดังกล่าวยอมรับว่ามีไข้ และมีประวัติการเดินทางไปในหลายพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้ บขส. ได้ประสานไปยังสถานพยาบาลที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ &amp;nbsp;คือบุคลากรทางการแพทย์ที่จะเข้ามาทำการตรวจวัดไข้ &amp;nbsp;และวินิจฉัยเพื่อทำการตัดสินใจว่าจะเดินทางต่อได้หรือไม่ &amp;nbsp;หรือต้องส่งตัวไปให้แพทย์ วินิจฉัยว่าอาการเข้าข่ายผู้ป่วยที่ต้องเฝ้าระวังเป็นกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะ &amp;nbsp;กลุ่มผู้ติดเชื้อ COVID-19 &amp;nbsp; ซึ่งการจัดการขณะนี้ บขส &amp;nbsp;. &amp;nbsp;ต้องทำการกักตัวไว้ชั่วคราว จนกว่าอุณหภูมิจะลด หรือ มีแพทย์ หรือสถานพยาบาลมารับตัวไปรับการรักษาต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสำหรับพื้นที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 ก็ยังมีประชาชนผู้เดินทางทั่วไปสัญจรอยู่ภายในอาคาร โดยบริเวณชั้น 1 ฝั่งสำนักงาน ของหมอชิต 2 &amp;nbsp;ถูกกันเป็นพื้นที่ติดตามอาการ ผู้โดยสารที่มีไข้ &amp;nbsp;ทำให้ผู้โดยสารอื่น ที่ผ่านมาพบเห็นเกิดความกังวลไม่สบายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีพนักงาน และผู้บริหารรถร่วมบริการหลายราย ที่เปิดจำหน่ายตั๋วและให้บริการอยู่ในสถานีขนส่งหมอชิต 2 ออกมาระบุว่า วันนี้มีการออกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพื่อแก้ไขสถานการณ์ระบาด COVID-19 แล้ว แต่ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องการจำกัดการเดินทางคมนาคมว่า &amp;nbsp;จะให้การเดินทางยังเป็นปกติหรือไม่ โดยเฉพาะพื้นที่สถานีขนส่งทั่วประเทศ &amp;nbsp;จะยังเปิดให้บริการหรือจำกัดการเดินทางอย่างไร ทำให้มีแรงงานต่างชาติและผู้โดยสารกลุ่มหนึ่ง รีบเดินทางก่อนที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จะมีผลพรุ่งนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามมีผู้โดยสารหลายๆยอมรับว่า สถานีขนส่งทั่วประเทศ เป็นพื้นที่เปิด &amp;nbsp;เป็นพื้นที่เสี่ยง เช่นเดียวกับประกาศของกรมควบคุมโรคที่ระบุมาก่อนหน้านี้ และอยากให้รัฐบาลรีบสร้างความชัดเจน &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้สถานีรถโดยสาร กลายเป็นจุดก่อให้เกิดการระบาดของไวรัส COVID ในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60891</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มผู้ติดเชื้อ COVID-19, สถานีขนส่งหมอชิต 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7b2c90cf7ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
