<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟอร์ด ประเทศไทย เสริมทัพแนะนำเรนเจอร์ และ เอเวอเรสต์ รุ่นย่อยใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;ฟอร์ด ประเทศไทย ตอกย้ำตำแหน่งความเป็นผู้นำรถกระบะและรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลาง พร้อมส่งมอบตัวเลือกที่หลากหลายและครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ผ่านการขยายไลน์อัพ ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ด้วย ฟอร์ด เรนเจอร์ โอเพนแค็บ 2.2L XL+ สปอร์ต 4x2 Hi-Rider เกียร์ธรรมดา 6 สปีด รถกระบะพันธ์แกร่งสไตล์สปอร์ต ที่ตกแต่งกระจังหน้า ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว และกันชนหลัง เป็นสีดำแบบมันเงา เพิ่มความความโฉบเฉี่ยวบนท้องถนน และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนี่ยม พลัส กับสีภายในใหม่ด้วยเบาะสีน้ำตาลคอนยัค ยกระดับความหรูหราที่มาพร้อมประสบการณ์การขับขี่และความปลอดภัยเหนือชั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;วิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเผยว่า การเพิ่ม ฟอร์ด เรนเจอร์ โอเพนแค็บ 2.2L XL+ สปอร์ต และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนี่ยม พลัส เบาะหนังใหม่สีน้ำตาลคอนยัค ถือเป็นการมอบตัวเลือกที่หลากหลาย ตอบรับความต้องการของลูกค้าของรถทั้งสองประเภทได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการความโดดเด่นเฉพาะตัว เพื่อสะท้อนตัวตนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ตอกย้ำความเป็นผู้นำในเซกเมนต์รถกระบะและรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลางของฟอร์ด ในตลาดรถยนต์ประเทศไทย ที่มุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจและต่อยอดความแกร่งมาจาก ฟอร์ด เรนเจอร์ โอเพนแค็บ 2.2L XL+ 4x2 Hi-Rider เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ให้มีความสปอร์ตปราดเปรียวแต่ยังคงเอกลักษณ์กระบะพันธุ์แกร่ง ด้วยขุมพลังขนาด 2.2 ลิตร ดีเซล 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว VG เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ มอบกำลังสูงสุดถึง 160 แรงม้า และแรงบิด 385 นิวตันเมตร พร้อมซับแรงสะเทือนด้วยระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และระบบกันสะเทือนหลังแบบแหนบซ้อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;ฟอร์ด เรนเจอร์ โอเพนแค็บ 2.2L XL+ สปอร์ต 4x2 Hi-Rider เกียร์ธรรมดา 6 สปีด รุ่นใหม่ มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่เหนือชั้น เพื่อมอบประสบการณ์ขับขี่ที่สะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น เช่น พวงมาลัยพาวเวอร์ผ่อนแรงด้วยไฟฟ้ , เซ็นทรัลล็อก , กระจกมองข้างแบบปรับไฟฟ้า , กระจกหน้าต่างปรับไฟฟ้าพร้อมระบบเปิด-ปิดแบบสัมผัสเดียวด้านคนขับ , วิทยุพร้อมช่องต่อ AUX และ USB / ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ / ช่องต่อไฟ 12V , ถุงลมนิรภัย คู่หน้า , ระบบป้องกันล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD , ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer นอกจากนี้ ฟอร์ด เรนเจอร์ 2.2L XL+ สปอร์ต 4x2 Hi-Rider เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ตกแต่งกระจังหน้า ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว และกันชนหลัง เป็นสีดำแบบมันเงา ที่สะท้อนความเป็นรถกระบะพันธุ์แกร่งสไตล์สปอร์ตสุดโฉบเฉี่ยวได้อย่างแท้จริง โดยมีสีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาวอาร์กติก ไวท์ และสีแดงทรู เรด ซึ่งวางจำหน่ายในราคา 669,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ตอกย้ำผู้นำรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลาง ปรับลุคภายในด้วยการตกแต่งด้วยเบาะหนังสีน้ำตาลคอนยัค เฉพาะในฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นไทเทเนี่ยม พลัส เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ภายนอกสีขาวอาร์กติก ไวท์ เพื่อยกระดับความหรูหราและประสบการณ์การขับขี่รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลาง สะท้อนตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์ขึ้นไปอีกขั้น ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนี่ยม พลัส เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัย ที่มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่อย่างเหนือชั้นทั้งบนทางเรียบและแบบออฟโรด เช่น เครื่องยนต์ดีเซล 2.0L Bi-Turbo (เทอร์โบคู่) ระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ พร้อมระบบ Terrain Management เฟืองท้ายแบบ Electronic Locking Rear Differential ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน ผสานระบบเบรกแบบ Autonomous Emergency Braking (AEB) เข้ากับระบบตรวจจับคนเดินถนนและยานพาหนะอื่นๆ รอบตัวรถ ระบบซิงค์ 3 (SYNC 3) พร้อมระบบจดจำเสียง และระบบสั่งงานเสียงด้วยภาษาไทย รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบบลูทูธ จอทัชสกรีน ฟูลคัลเลอร์ ขนาด 8.0 นิ้ว และกล้องมองหลัง และระบบแผนที่นำทาง ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนี่ยม พลัส เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ภายนอกสีขาวอาร์กติก ไวท์ สีภายในใหม่ เบาะสีน้ำตาลคอนยัค วางจำหน่ายในราคา 1,799,000 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40779</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, thaipost, กลุ่มผู้ใช้รถยนต์ฟอร์ด, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ฟอร์ด ประเทศไทย, ฟอร์ด ประเทศไทย เสริมทัพแนะนำเรนเจอร์ และ เอเวอเรสต์ รุ่นย่อยใหม่, ฟอร์ด เอเวอเรสต์, ฟอร์ด., วิชิต ว่องวัฒนาการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190712/image_big_5d2810fd39929.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2019 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2019 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลดมลพิษทางเสียง ด้วยความเงียบจากรถยนต์ไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;มลภาวะทางเสียงจากการจราจรกลายเป็นภัยคุกคามอันดับสองต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน นิสสัน เอเชีย และโอเชียเนีย ได้เผยแพร่ผลศึกษามลภาวะทางเสียงที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น เพื่อสร้างความตระหนักถึง ซึ่งการใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% สามารถจัดการกับความเสี่ยงที่กำลังเพิ่มขึ้นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) การได้รับมลภาวะทางเสียงในระยะยาว จากการจราจรที่สูงกว่า 53 เดซิเบล (dB) อาจส่งผลให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ การสูญเสียการได้ยิน หรือแม้กระทั่งภาวะหัวใจวาย ซึ่งระดับเสียงรบกวนที่เกิดขึ้น ทั่วทั้งเอเชียและเมืองใหญ่ของโอเชียเนียอย่าง กรุงเทพ, โฮจิมินห์ซิตี้, จาการ์ตา, ฮ่องกง, มะนิลา, เมลเบิร์น, สิงคโปร์, และ โซล โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 76 เดซิเบล หรือเกือบ 4 เท่าของระดับเสียงที่เหมาะสม โดยเสียงรบกวนเหล่านี้ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่า ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในเมือง เมื่อเวลาผ่านไปและเทียบเท่ากับเสียงรบกวนจากนาฬิกาปลุกเสียงเรียกเข้า (ประมาณ 80 เดซิเบล) ในทางกลับกันระดับมลภาวะทางเสียงที่ลดลงจะสามารถลดความรู้สึกหงุดหงิดบนท้องถนน เพิ่มประสิทธิภาพด้านการรับรู้ และให้ผลดีหลายด้านเพิ่มมากขึ้น และเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพที่จะเพิ่มมากขึ้น นิสสันได้ทำการวัด และเปรียบเทียบระดับเสียงของถนนในเมืองทั่วไป กับถนนที่มีระดับเสียงจากรถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยใช้เครื่องวัดระดับเสียง ผลลัพธ์แสดงระดับเสียงรบกวนบนท้องถนนทั่วไปสูงสุดที่ 90 เดซิเบล เมื่อเทียบกับเสียงที่เกิดจากรถยนต์ไฟฟ้า อย่าง นิสสัน ลีฟ เกิดเสียงดังเพียง 21 เดซิเบล หรือมีความเงียบกว่าห้องสมุด (ประมาณ 30 เดซิเบล) และเมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของเสียงที่มาจากเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินหรือดีเซล ที่ประมาณ 76 เดซิเบล รถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นตัวเลือกที่ช่วยลดมลพิษทางเสียงจากการจราจร ประโยชน์ที่ได้รับในระดับสังคมอาจรวมถึงมูลค่าทรัพย์สินที่จะเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มจำนวนกิจกรรมต่างๆจากผู้ที่ใช้สัญจรไปมารวมถึงการปฏิสัมพันธ์ของสังคมที่เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;ยูตากะ ซานาดะ รองประธานอาวุโสประจำภูมิภาคของเอเชีย และโอเชียเนีย เปิดเผยว่า อัตราการขยายตัวของเมืองในเอเชียนั้นเพิ่มขึ้น ทำให้มลภาวะทางเสียงกลายเป็นปัญหาที่สำคัญ ซึ่งเราสามารถรวมตัวกันเพื่อลดปัญหานี้ และจากการทดสอบนี้ บ่งชี้ว่ารถยนต์ไฟฟ้า 100% อย่าง นิสสัน ลีฟ ซึ่งมีระบบขับเคลื่อนที่เงียบ และไร้มลพิษ จะมีศักยภาพในการลดปัญหามลพิษจากสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างสูงโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเอเชียและโอเชียเนีย ในขณะที่เราก้าวไปสู่อนาคต นิสสันมุ่งมั่นการเปลี่ยนวิธีการขับเคลื่อน การใช้พลังงาน และการเชื่อมต่ออย่างต่อเนื่องโดยมีเป้าหมายในการเพิ่มคุณค่า เพื่อสร้างแรงบันดาลใจกับเมืองให้มีความน่าอยู่และมีความสุขมากขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34927</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มผู้ใช้รถยนต์ฟอร์ด, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, นิสสัน, ยูตากะ ซานาดะ, รีวิว, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190502/image_big_5cca67b4b9d68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2019 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคล็ดลับ ลดความเครียดเมื่อรถติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ทุกวันนี้เราใช้เวลาบนรถมากกว่าวันลาพักร้อนเสียอีก บริษัทวิจัยด้านเทคโนโลยีอาริตี้ (Arity) พบว่าชาวอเมริกันใช้เวลาบนท้องถนนมากถึง 321 ชั่วโมงต่อปี ส่วนมากของเวลาที่เสียไปเป็นเวลาระหว่างนั่งรถไปกลับเพื่อไปทำงาน เทียบกับวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ใช้เพียงปีละ 120 ชั่วโมง แม้อาจฟังดูเยอะ แต่ตัวเลขนี้เรียกว่าเทียบไม่ได้เลยกับประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องรถติดอย่างกรุงเทพฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ งานวิจัยโดยบอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (บีซีจี) ในปี 2017 เผยว่า คนกรุงเทพฯ เสียเวลาไปกับรถติดถึง 18.2 วันต่อปี ยังไม่รวมเวลาหาที่จอดรถเพิ่มอีก 6 วัน โดยรวมแล้วคนกรุงเทพฯ เสียเวลาบนถนนไปถึง 24 วัน ไม่น่าแปลกใจที่เราจะรู้สึกเหนื่อยหน่ายขึ้นมาทันทีที่คิดถึงการเดินทางไปทำงาน การแก้ไขปัญหาในเร็ววันอาจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ดังนั้นแทนที่เราจะจดจ่ออยู่กับปัญหาที่ควบคุมไม่ได้ ลองหาวิธีที่จะเปลี่ยนจากความเข็ดขยาดการเดินทาง เป็นความรู้สึกเชิงบวกกันดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ส่วนหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกเครียดเมื่อติดอยู่บนท้องถนน คือ เวลาที่เสียไปเปล่าๆ ลองฟังพอดแคสต์หรือออดิโอ้บุ๊คแก้เบื่อ เพราะอย่างน้อยก็ช่วยให้ใช้เวลาในรถให้มีประโยชน์ บางหัวเรื่องอาจจะน่าสนใจมากจนคุณอยากให้รถติดไปนานๆ คุณจะได้มีเวลาฟังต่ออีกสักตอนด้วยซ้ำ การเลือกฟังเพลย์ลิสต์ที่ชอบและเพลงโปรดก็ช่วยให้คุณหายเครียดได้เหมือนกัน เพลงจังหวะช้าๆ ได้รับการทดสอบแล้วว่ามีผลต่ออารมณ์ของคนขับในแง่ดี เพียงแค่เปลี่ยนไปฟังเพลงจังหวะช้าๆ พฤติกรรมในการขับรถเปลี่ยนไปในทันที โดยมีอาการใจเย็นลงอย่างรวดเร็วและขับรถได้ดีขึ้น ดังนั้นเมื่อไรที่รู้สึกว่าคุณกำลังจะกลายเป็นมารร้าย ลองเร่งเสียงวิทยุให้ดังขึ้นดูอยิ่งเราใช้เวลากับการเดินทางไปมากเท่าไร การออกแบบรถให้รองรับเวลาที่ต้องใช้บนรถยิ่งสำคัญมากขึ้นเท่านั้น ฟอร์ดออกแบบรถโดยใช้ผู้ขับเป็นศูนย์กลาง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ ตัวอย่างเช่น ซิงค์ 3 ระบบความบันเทิงสุดชาญฉลาด ทำให้สามารถฟังเสียงข้อความ เปลี่ยนเพลง หรือปรับอุณหภูมิในรถได้ด้วยคำสั่งเสียง เทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะต่างๆ เช่น ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ ระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบตรวจจับคนเดินถนน หรือระบบช่วยจอดอัจฉริยะ ก็ได้รับการออกแบบขึ้นมาเพื่อช่วยลดความตึงเครียดของการขับรถในเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;หลายงานวิจัยศึกษาเรื่องกลิ่นและผลกระทบของกลิ่นต่ออารมณ์ พฤติกรรม และประสิทธิภาพในการทำงานของมนุษย์ นักวิจัยพบว่า กลิ่นเป็ปเปอร์มินท์ช่วยฟื้นฟูจิตใจ เพิ่มศักยภาพทางกีฬา และความตื่นตัวของสมองได้ กลิ่นซินนามอนช่วยเพิ่มสมาธิ และความเร็วในการตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า กลุ่มตัวอย่างลดความฉุนเฉียวและซึมเศร้าลง รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น หลังจากได้เดินในป่าสน กลิ่นเป็นเหตุผลเดียวกันกับที่ฟอร์ดลงทุนลงแรงพัฒนารถยนต์ เพื่อให้แน่ใจว่ารถยนต์ฟอร์ดไม่ได้เป็นเพียงแค่รถที่น่าใช้หรือนั่งสบายเท่านั้น แต่กลิ่นภายในรถก็จะต้องเป็นกลิ่นที่เหมาะสมอีกด้วย ในบรรดาสัมผัสทั้ง 5 กลิ่นเป็นสิ่งที่ทรงพลังและมีผลต่อความทรงจำกับอารมณ์ของเรามากที่สุด ฟอร์ดจึงมีห้องทดลองกลิ่นในอเมริกา ยุโรป และเอเชียแปซิฟิค ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ห้องแล็บของเราอยู่ที่เมืองนานกิง ประเทศจีน นักวิทยาศาสตร์ที่นั่นได้ทดลองกลิ่นมากกว่า 300 ชนิดในแต่ละปี เพื่อค้นหาวัตถุดิบและส่วนประกอบที่จะนำไปเป็นส่วนหนึ่งในรถฟอร์ดของภูมิภาค เพื่อมั่นใจได้ว่า ฟอร์ดได้ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกด้านให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร การนำกลิ่นหอมมาช่วยผ่อนคลายระหว่างรถติด นอกจากจะช่วยลดความเครียด ยังช่วยเพิ่มความสดชื่นได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้น้ำหอมดับกลิ่นในรถที่มีขายอยู่ทั่วไป หรือหยดน้ำมันหอมระเหยลงบนแผ่นน้ำหอมที่สามารถทำเองแบบง่ายๆ กลิ่นผลไม้รสเปรี้ยวอย่างส้มหรือมะนาว จะทำให้รู้สึกกระปรี่กระเปร่า ส่วนโรสแมรี่มีคุณสมบัติช่วยลดความเครียดและความกังวล อย่างไรก็ดี อย่าให้แผ่นน้ำหอมบดบังวิสัยทัศน์ในการขับรถ และอย่าลืมทดลองก่อนว่า กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยที่คุณเลือกใช้ไม่ทำให้รู้สึกเวียนหัว หรือผ่อนคลายมากเกินไป จนทำให้เสียสมาธิในการขับรถหรือเกิดอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ความคิดของเรามีอิทธิพลต่อสิ่งต่างๆ แค่การทำใจให้สบายก็อาจจะเป็นวิธีที่ได้ผลที่สุด เราไม่แนะนำให้ทำสมาธิระหว่างขับรถเพราะอาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอันตราย แต่การฝึกหายใจให้เป็นจังหวะสม่ำเสมอก็จะช่วยให้คุณมีสมาธิและใจเย็นลง วิธีหนึ่งที่ช่วยได้คือ เทคนิคหายใจเข้าออกสลับกัน โดยนับจำนวนวินาทีและหายใจลึกให้เท่ากัน การหายใจลึกๆ ทำให้สูดออกซิเจนได้เต็มปอดมากขึ้น ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจ และทำให้ความดันโลหิตคงที่ ตรงกันข้ามกัน การหายใจเร็วซึ่งจะทำให้อากาศเข้าไปถึงชั้นในของปอดได้ไม่เต็มที่ ทำให้รู้สึกหงุดหงิดและหายใจไม่ทัน การฝึกสมาธิบางวิธีก็ไม่ควรจะทำระหว่างขับรถ ควรหลีกเลี่ยงการฝึกหายใจที่ทำให้ขับรถลำบาก ต้องไม่ลืมมองถนนตลอดเวลา และอย่าเผลอนับลมหายใจจนเสียสมาธิในการขับรถ ถ้าชีวิตประจำวัน เราต้องใช้เวลาบนท้องถนนมากกว่าการไปเที่ยวพักผ่อน ก็ควรจะทำให้ช่วงเวลาในรถเป็นนาทีแห่งความสุข เพิ่มรอยยิ้มและคิดบวกเท่าที่จะทำได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33266</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มผู้ใช้รถยนต์ฟอร์ด, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ยานยนตไทยโพสต์, รีวิว, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190409/image_big_5cac2494ae723.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2019 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2019 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วางแผนพาผู้สูงวัย เที่ยวสไตล์โรดทริป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเดือนมีนาคมเป็นอีกเดือนที่ใครหลายคนเฝ้าคอย ทั้งเด็กนักเรียนที่เริ่มทยอยปิดภาคเรียนช่วงฤดูร้อนหลังจากที่ตั้งใจเรียนมาทั้งปี หรือจะเป็นผู้สูงอายุที่จะได้ใช้เวลาอยู่กับหลานมากขึ้น รวมถึงผู้ปกครองที่เตรียมตัววางแผนท่องเที่ยวกับครอบครัวและพักผ่อนคลายเครียดหลังจากการทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งปี แน่นอนว่าการท่องเที่ยวสไตล์โรดทริป หรือการขับรถเที่ยวเป็นอีกหนึ่งทางเลือกยอดนิยมของหลายครอบครัว เพราะครอบครัวได้ออกไปเที่ยวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา สามารถวางแผนเลือกสถานที่ท่องเที่ยวเองตามต้องการ ได้เปิดโลกทัศน์ตามเส้นทางที่ขับผ่าน แถมยังสามารถใช้เวลาร่วมกันกับสมาชิกในครอบครัวระหว่างการเดินทางอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;การเตรียมตัววางแผนขับรถเที่ยวจะต้องคำนึงถึงความต้องการของสมาชิกที่อาจมีหลายรุ่นหลายช่วงอายุที่เดินทางไปด้วยกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของแต่ละวัยได้อย่างเหมาะสม ทำให้ทุกคนสนุกสนานกับการเดินทาง และเป็นทริปที่น่าประทับใจสำหรับทุกคนในครอบครัว การเลือกรถที่เหมาะกับการเดินทางสำหรับครอบครัวจึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รถยนต์อเนกประสงค์ที่ชาญฉลาดและปลอดภัย ที่มอบความคุ้มค่าเกินราคา ด้วยสมรรถนะ ความนุ่มนวลในการขับขี่ ยังมาพร้อมความสะดวกสบายในห้องโดยสาร ด้วยพื้นที่กว้างขวาง นั่งได้ถึง 7 ที่นั่ง สามารถพับปรับเบาะที่นั่งแถวสามได้ด้วยระบบไฟฟ้าซึ่งตอบโจทย์เรื่องการเดินทางสำหรับทุกคนในครอบครัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;เผื่อเวลาในการเดินทาง การเดินทางกับผู้สูงอายุอาจต้องมีการเผื่อเวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้ผู้สูงอายุไม่ต้องรีบเร่งและเหนื่อยกับการเดินทางมากเกินไป อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการพลัดหลงและการเกิดอุบัติเหตุจากความเร่งรีบ นอกจากนี้ ยังควรเผื่อเวลาสำหรับการแวะพักเพื่อเดินยืดเส้นยืดสายและเข้าห้องน้ำอีกด้วย ซึ่งระบบแผนที่นำทาง (Navigation System) อันทันสมัยของฟอร์ด เอเวอร์เรสต์สามารถแสดงแผนที่ในรูปแบบสามมิติพร้อมชื่อถนนและสถานที่เป็นภาษาไทยบนหน้าจอแบบ Multi-Touch ขนาด 8 นิ้ว พร้อมระบบเสียงนำทางภาษาไทยสามารถพาคุณไปสู่จุดพักรถและจุดหมายได้อย่างแม่นยำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;เตรียมยาและของใช้ประจำตัวให้พร้อม ยาประจำตัวของผู้สูงอายุสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะหากไม่ทานยาอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลให้อาการของโรคประจำตัวกำเริบได้ ในบางกรณี อาจเตรียมใบรับรองแพทย์ที่ตรวจวินิจฉัยโรคประจำตัวติดตัวไปด้วย เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินหรืออาการกำเริบขณะเดินทาง จะได้สามารถแจ้งอาการหรือโรคของผู้สูงอายุกับหมอหรือเภสัชได้อย่างถูกต้อง นอกจากจะจัดเตรียมยาประจำตัวแล้ว ยังควรเตรียมเครื่องใช้ส่วนตัวให้พร้อมเหมาะกับสภาพอากาศและภูมิประเทศที่กำลังจะเดินทางเพื่อป้องกันการไม่สบายหรือเจ็บป่วยจากการไปเที่ยว เช่น เตรียมหมวก ร่ม และแว่นกันแดด เพื่อการท่องเที่ยวในหน้า รวมถึงรองเท้าที่เหมาะสำหรับการเดินทาง ดูแลเรื่องอาหารและกิจกรรมที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ เพราะผู้สูงอายุบางท่านมีข้อจำกัดในการรับประทานอาหารบางประเภท เช่น อาหารที่มีรสจัด หรืออาหารประเภทไขมันสูง ดังนั้น จึงควรเช็คให้ดีว่ามีอาหารประเภทใดบ้างที่ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยงก่อนการเดินทางและวางแผนเลือกร้านอาหารที่เหมาะสม กิจกรรมระหว่างทริปควรเป็นกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้กำลังหรือใช้ร่างกายหนักมากเกินไป ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมเสี่ยงอย่างการปีนเขา การดำน้ำลึก หรือการเดินขึ้นบันไดสูงชัน เพราะจะทำให้ผู้สูงอายุเกิดอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย และส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายหรืออาการของโรคประจำตัวได้ ควรเลือกสถานที่เที่ยวเพื่อผู้สูงอายุได้ผ่อนคลาย หรือมีบรรยากาศย้อนยุค ให้ผู้สูงอายุรู้สึกกระชุ่มกระชวยชวนย้อนวัยเหมือนได้กลับไปเป็นหนุ่มสาวอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการเดินทางกับผู้สูงอายุคือความราบรื่นและนุ่มนวลระหว่างการเดินทางเพิ่มความเพลิดเพลินในทางเดินทาง เพราะหากเกิดการกระแทกระหว่างเดินทางอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายของผู้สูงอายุได้ เนื่องจากการทำงานหรือโครงสร้างของเนื้อเยื่อของผู้สูงอายุเสื่อมถอยลงไปตามกาลเวลา ซึ่งส่งผลให้สภาพร่างกายเปราะบางกว่าคนวัยหนุ่มสาว ระบบกันสะเทือนช่วงล่างแบบคอยล์สปริงพร้อมวัตต์ลิงค์ ในฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ มอบการขับขี่ที่นุ่มนวลในทุกสภาพถนน จึงมอบความสะดวกสบายสำหรับผู้สูงอายุในทุกเส้นทาง การเลือกใช้รถสมรรถนะสูงที่มีเทคโนโลยีทันสมัยสามารถช่วยลดอุบัติเหตุทำให้การเดินทางราบรื่น ด้วยระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน ซึ่งผสานระบบเบรกแบบ Inter-Urban Autonomous Emergency Braking (AEB) เข้ากับระบบตรวจจับคนเดินถนน และระบบตรวจจับยานพาหนะบริเวณรอบตัวรถ เพื่อหยุดรถและช่วยลดอัตราการชนท้ายและการชนคนเดินถนนลง ระบบซิงค์ 3 (SYNC 3) ในฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ ยังรองรับการสั่งงานเสียงด้วยภาษาไทย เพื่อการโทรเข้า รับสาย ช่วยให้ผู้ขับไม่ต้องละสายตาจากการขับขี่ และยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบช่วยโทรฉุกเฉิน (Emergency Assistance) ซึ่งจะทำงานผ่านโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อผ่านบลูทูธภายในรถ เพื่อต่อสายไปที่เบอร์ 1669 เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัย ทำให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวอุ่นใจและเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวเดินทาง ไม่ว่าโรดทริปครั้งไหนๆ ก็เป็นเรื่องสนุก น่าตื่นตาตื่นใจ สะดวกสบาย และปลอดภัยสำหรับทุกคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32883</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มผู้ใช้รถยนต์ฟอร์ด, ข้อควรรู้, ทดลองขับ, ทดสอบ, ยานยนต์ไทยโพสต์, รถใหม่, รีวิว, เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย, ไทยโพสต์., ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190403/image_big_5ca434d7ba497.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2019 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2019 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟอร์ดจัดประชุมใหญ่ผู้จำหน่ายทั่วประเทศชู “เรนเจอร์” เป็นเรือธง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 2.25pt 0pt 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;ฟอร์ด ประเทศไทย จัดประชุมแถลงนโยบายทิศทางธุรกิจ กับผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศประจำปี 2562 โดยมีกลยุทธ์สร้างการเติบโตของธุรกิจด้วยการผลักดันยอดขายของกระบะพันธุ์แกร่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ได้สร้างความสำเร็จอย่างต่อเนื่องให้กับฟอร์ด ประเทศไทย รวมถึงมุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง พร้อมทั้งยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าฟอร์ด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;วิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปี 2562 จะเป็นอีกปีที่ท้าทายสำหรับเรา ฟอร์ดและผู้จำหน่ายจะร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจของเราให้เติบโต เพื่อต่อยอดจากความสำเร็จในปี 2561 ที่ฟอร์ดมีผลการดำเนินงานเติบโตขึ้น 18 เปอร์เซ็นต์ และยอดจำหน่ายสูงเป็นประวัติการณ์ 66,064 คัน นอกจากนี้ เรนเจอร์และเอเวอเรสต์ ก็ทำลายสถิติและมียอดขายสูงเป็นประวัติการณ์เช่นเดียวกันฟอร์ดให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับผู้จำหน่าย เพื่อพัฒนาการดำเนินงานและศักยภาพของผู้จำหน่ายทุกราย เพื่อให้ผู้จำหน่ายสามารถมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าฟอร์ด ด้วยจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ฟอร์ดให้ความสำคัญอย่างมากกับการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายฟอร์ดให้ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมทั้งพัฒนาการบริการหลังการขายด้วยการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า รวมถึงการพัฒนาศักยภาพและความสามารถของบุคลากรของผู้จำหน่าย ความพึงพอใจของลูกค้าถือเป็นสิ่งที่ฟอร์ดให้ความสำคัญสูงสุด ในปีนี้ เราจะทำงานร่วมกับผู้จำหน่าย เพื่อขยายจำนวนศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง ปรับเปลี่ยนการตกแต่งภายในโชว์รูมใหม่ให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น รวมถึงการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการสร้างความสะดวกสบายให้กับลูกค้า เพื่อยกระดับคุณภาพงานบริการของเรา ปัจจุบัน ฟอร์ดมีเครือข่ายผู้จำหน่าย 155 โชว์รูมทั่วประเทศ โดยฟอร์ดมีแผนที่จะขยายเครือข่ายเพิ่มอย่างต่อเนื่องในปี 2562 เพื่อมอบประสบการณ์และการบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29369</URL_LINK>
                <HASHTAG>ranger raptor, กลุ่มผู้ใช้รถยนต์ฟอร์ด, ข่าวรถ, ยอดขาย, ยานยนต์ไทยโพสต์, รีวิว, วิชิต ว่องวัฒนาการ, เรนเจอร์, แร๊พเตอร์, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6a3650451f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ใช้รถ&#039;ฟอร์ด&#039;เฮ!ศาลสั่งบริษัทชดใช้รายละ 2 หมื่นถึง 2 แสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p id=&quot;geom_inter_1537504662417_87_9&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย. 61 - ที่ห้องพิจารณา 1005 ชั้น 10 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 นายโอภาส อนันตสมบูรณ์ อธิบดีอัยการผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้, นายรัฐวิชญ์ อนันตวิทยานนท์ เลขานุการศาลแพ่งกรุงเทพใต้ พร้อมองค์คณะ 3 คน อ่านคำพิพากษาคดีผู้บริโภค หมายเลขดำ ผบ.492/2560 ที่กลุ่มผู้ใช้รถยนต์ฟอร์ด รุ่นเฟียสต้าและรุ่นโฟกัส จำนวน 308 ราย เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นจำเลย ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงในการเป็นผู้สั่งผลิตและจำหน่ายในประเทศไทย เป็นจำเลย เนื่องจากการผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ชำรุดบกพร่องไม่ได้มาตรฐาน ไม่เป็นไปตามคำโฆษณา และทำให้ผู้บริโภคเสี่ยงอันตราย เรียกค่าเสียหายเชิงลงโทษและจิตใจ รวมจำนวน 24,751,420.95 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดิมคดีนี้ผู้ใช้รถได้ยื่นฟ้องบริษัทฟอร์ด มอเตอร์ คัมปนี (ประเทศไทย) จำกัด,&amp;nbsp;บริษัทฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด,&amp;nbsp;บริษัทฟอร์ด โอเปอเรชั่นส์ จำกัด และบริษัท ฟอร์ด เซอร์วิส จำกัด เป็นจำเลยที่&amp;nbsp;1 - 4&amp;nbsp;โดยมีโจทก์ยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่มจำนวน&amp;nbsp;421&amp;nbsp;รายตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;แต่ระหว่างพิจารณาคดี&amp;nbsp;ศาลเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคกับตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ รวมทั้งกรรมการผู้มีอำนาจจัดการแทนของบริษัทเข้ามาร่วมเจรจา ซึ่งก็ใช้เวลา&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;เดือน โดยสามารถเจรจายุติได้ประมาณ&amp;nbsp;113&amp;nbsp;ราย คดีขณะนี้จึงมีโจทก์&amp;nbsp;308&amp;nbsp;ราย และได้มีการถอนฟ้องบริษัทฟอร์ด มอเตอร์ คัมปนี (ประเทศไทย) จำกัด,&amp;nbsp;บริษัทฟอร์ดโอเปอเรชั่นส์ จำกัด และบริษัท ฟอร์ด เซอร์วิส จำกัด จำเลยที่&amp;nbsp;1,&amp;nbsp;3,&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จในเวลา 11.15 น. พิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ได้รับความเสียหาย รายละตั้งแต่ 20,000 บาทเศษ - 200,000 บาท พร้อมชำระดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อไป ให้จำเลยชำระค่าทนายความแทนโจทก์ 1.5 แสนบาท พร้อมเงินรางวัลแก่ทนายความ 800,000 บาท ตามกฎหมายด้วย และให้บังคับคดีตามคำพิพากษาให้เสร็จภายใน 7 วัน ทั้งนี้ มีโจทก์ 12 รายใน 308 ราย ที่ศาลไม่สั่งให้จำเลยต้องชดใช้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18103</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มผู้ใช้รถยนต์ฟอร์ด, นายรัฐวิชญ์ อนันตวิทยานนท์, รุ่นเฟียสต้า, รุ่นโฟกัส, ศาลแพ่งกรุงเทพใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180921/image_big_5ba49f3e45f4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
