<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 18:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 18:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยืน หยุด ขัง&#039; วันที่ 8 นักวิชาการ มธ. หนุนยกเลิก 112 โผล่ร่วมกิจกรรมวันแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค.64 - เมื่อเวลา 17.00 น. ที่บริเวณด้านหน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นำโดยนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ แกนนำกลุ่ม พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 10 กว่าคน เข้าร่วมกิจกรรม &amp;quot;ยืน หยุด ขัง 1.12 ชั่วโมง&amp;quot; เป็นวันที่ 8 โดยยืนเป็นเวลา 1 ชั่วโมง 12 นาที พร้อมห้อยป้าย ปล่อยเพื่อเราเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมที่โดนจับกุม พร้อมห้อยป้าย ปล่อยเพื่อเราเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมที่โดนจับกุมทั้ง 11 คน โดยวันนี้ มีนายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าร่วมกิจกรรมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อเริ่มกิจกรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาอ่านประกาศหน้าหน้าผู้รับผิดชอบสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เรื่องการห้ามชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสคิวด-19 ฉบับที่ 8 ข้อ 2, ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ข้อ 8 และประกาศของกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 36 ข้อ 7&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายพันธ์ศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการดำเนินกิจกรรมเป็นวันที่ 8 เพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัวให้กับนักกิจกรรม และผู้ต้องขังทางการเมือง สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือมีผู้เข้าร่วมที่หลากหลายมากขึ้น ช่วงที่ผ่านมานักกิจกรรมยังไม่ได้รับการประกันตัว บางรายติดเชื้อโควิด ซึ่งวันนี้คุณแม่ของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ได้ยื่นจดหมายร่วมกับทนายความ จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และเครือข่ายนักวิชาการ &amp;nbsp;คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถึงกระทรวงยุติธรรม ให้นายพริษฐ์ และนายสิริชัย นาถึง ได้เข้ารับรักษาตัวที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งต้องรอดูว่าจะได้รับผลตอบรับอย่างไร อาการเท่าที่ติดตาม นายพริษฐ์อาการหนัก เพราะมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว &amp;nbsp;ซึ่งการรักษาของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ก็เหมือนกับห้องพยาบาลในโรงเรียน ไม่มีเครื่องมือต่อสู้กับการระบาดของโรคขนาดนั้น เรามองว่าเขามีสิทธิ์ที่จะได้รับการรักษาพยาบาลที่ดีกว่าอยู่แล้ว มีกฎหมายรองรับให้ทำได้ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมของเราจะจัดไปเรื่อยๆ จนกว่านักกิจกรรมทั้ง 11 ราย จะได้รับการประกันตัว สิทธิการประกันตัวเป็นสิทธิ์ที่ทุกคนควรจะได้รับอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอนุสรณ์ กล่าวว่า ตนมาสนับสนุนกิจกรรมนี้ ถือเป็นระลอกสองที่จัดขึ้น ครั้งแรกเป็นกระแสไม่มาก แต่ก็นำไปสู่การปล่อยตัวชั่วคราวทุกคนในที่สุด ครั้งนี้ก็เหมือนเป็นการกลับมาทำกิจกรรมอีกครั้ง หลังจากมีการจับแกนนำ เราก็เห็นว่าเป็นสิ่งที่ผิด ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะข้อหาไม่ควรจะถูกตั้งตั้งแต่ต้น รวมถึงสิทธิการประกันตัวชั่วคราวมันมีอยู่ ข้ออ้างที่ใช้เป็นการก้าวล่วงอำนาจในการพิพากษาเพราะคดียังไม่เข้าสู่กระบวนการพิจารณา แล้วจะบอกว่าสิ่งที่ทำคือความผิดได้อย่างไร รวมถึงเรื่องเงื่อนไขไม่ให้ปล่อยตัวชั่วคราว ส่วนใหญ่ก็ไม่เข้าข่าย คิดว่าจำเป็นที่จะต้องออกมาเรียกร้องอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ต้องอาศัยเวลา เพราะช่วงนี้มีกิจกรรมทางการเมืองเกิดขึ้น 2 กลุ่มควบคู่กัน ทำให้ความสนใจของสังคม แม้กระทั่งเราเอง ยังไปในส่วนนั้นอยู่ เช่น การชุมนุมของกลุ่มทะลุฟ้า และกลุ่มที่เน้นแนวปะทะ สื่อและสังคมก็ไปสนใจส่วนนั้น ทำให้การเรียกร้องตรงนี้ อาจใช้เวลาให้คนตระหนักว่ามีปัญหานี้เกิดขึ้นอยู่ และต้องแบ่งทรัพยากรมาให้กับกิจกรรมนี้ ไม่อย่างนั้น แนวโน้มของคนที่อยู่ข้างใน ค่อนข้างจะนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 18.12 น. หลังจากครบ 1 ชั่วโมง 12 นาที นายพันธ์ศักดิ์ กล่าวว่า เราไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาล จึงมาแสดงออกด้วยการยืน หยุดขังหน้าศาลอาญาแห่งนี้ และจะแสดงความไม่เห็นด้วยในวันต่อๆ ไปในเวลาเดิม ที่หน้าศาลอาญานี้ ขอเชิญชวนทุกท่าน จากนั้นนายพันธ์ศักดิ์ ได้บอกให้ผู้ชุมนุม หันหน้าเข้าหาป้ายศาลอาญา ชู 3 นิ้วด้วยมือข้างซ้าย และตะโกนพร้อมกัน 3 ครั้งว่า &amp;quot;ปล่อยเพื่อนเรา ปล่อยผู้บริสุทธิ์ คืนสิทธิการประกันตัว&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114278</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มพลเมืองโต้กลับ, มาตรา112, ยืนหยุดขัง, อนุสรณ์ อุณโณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_61238c3ee0532.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 20:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 20:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยืน หยุด ขัง&#039; วันที่ 5 &#039;แม่กวิ้น-รุ้ง&#039; ร้องปล่อยผู้ต้องขัง ชี้เหตุปะทะดินแดง ปชช.แค่มือเปล่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.64 - เมื่อเวลา 17.00 น. ที่บริเวณด้านหน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นำโดยนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ แกนนำกลุ่ม พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 20 กว่าคน เข้าร่วมกิจกรรม &amp;quot;ยืน หยุด ขัง 1.12 ชั่วโมง&amp;quot; เป็นวันที่ 5 โดยยืนเป็นเวลา 1 ชั่วโมง 12 นาที พร้อมห้อยป้าย ปล่อยเพื่อเราเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมที่โดนจับกุม โดยในวันนี้มี น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง เเละนางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ แม่ของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำราษฎร มาร่วมยืนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย น.ส.ปนัสยา กล่าวว่า เมื่อวันก่อนนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ก็ได้ยื่นขอประกันใหม่แต่ก็โดนยกคำร้องทั้งที่ไม่ได้ผิดเงื่อนไขที่กำหนดไว้ก็คือไม่ได้พูดพาดพิงสถาบันฯ ให้เสื่อมเสียเลย แต่ศาลบอกว่านายจตุภัทร์ กลับไปจัดการชุมนุมต่อ แล้วใช้พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นใหม่มาถอนประกัน ซึ่งมันก็น่าสงสัย ตอนนี้มีเพื่อนเรา 5 คนแล้ว ที่ติดโควิดจากในเรือนจำ เเละไม่ได้รับการดูแลอย่างดีเท่าที่ควร อย่างเพนกวิน เป็นผู้ป่วยระดับสีเหลืองแล้ว และเป็นหอบหืดด้วย ซึ่งจากที่คุยกับเเม่เพนกวิน ตอนนี้เพนกวินอาการค่อนข้างน่าเป็นห่วงมีไข้ และมีเสมหะ เอ็กซเรย์ปอดมีฝ้าขาวเเล้ว ที่เพนกวินฝากบอกเรามาคือเหนื่อยอยู่แต่ก็ยังไหวยิ่งทำให้เราเป็นห่วง เพราะตอนตนติดโควิดเราก็ว่าการหายใจไม่ออกมันทรมานแล้ว เเต่สำหรับคนเป็นโรคหอบหืดอย่างเพนกวิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ปนัสยา กล่าวว่า เราได้ติดต่อกับทางโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ไว้แล้วว่าจะขอส่งตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยที่เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปรักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เเต่สุดท้ายทางราชทัณฑ์ก็ปฏิเสธ โดยหมอบอกกับตัวเพนกวินว่ารอให้อาการหนักกว่านี้ค่อยว่ากัน &amp;nbsp;นี่คือสิ่งที่คนเป็นหมอควรจะทำหรือไม่ ถ้าคุณดูแลไม่ได้ก็ควรจะโอนย้ายเพื่อนเราไปที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เพื่อให้ได้รับการดูเเลที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกระเเสข่าวว่านายสิริชัย นาถึง หรือนิว อดอาหารมา 4 วัน คาดว่าเป็นเพราะเครียด เพราะเคยเข้าไปในเรือนจำครั้งแรก ซึ่งนิวเองก็ไม่ควรจะติด เพราะออกมาเรียกร้องเรื่องเหล่านี้ เขากำลังแกล้งให้เพื่อนเราไปติดโควิด ซึ่งเพื่อนเราก็ติดจากเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในเรือนจำที่เขาได้ไปส่งอาหารให้เพื่อนเรา อยากถามว่ากระทรวงยุติธรรม ราชทัณฑ์ กำลังทำอะไรอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์เหตุปะทะกันที่สามเหลี่ยมดินแดง เป็นห่วงมากทั้งคนที่ไปชุมนุม และประชาชนที่อยู่โดยรอบ แต่ยืนยันว่าการตอบโต้ของทั้งสองฝั่งไม่เคยเท่ากัน ประชาชนมีแค่มือเปล่า พลุ สี แต่เจ้าหน้าที่รัฐมีกระสุนยาง และแก๊สน้ำตา หรือกระทั่งกระสุนจริงที่ยังไม่รู้ว่ามาจากใคร แต่ยิงใส่เด็กอายุ 15 ซึ่งขณะนี้ยังไม่ฟื้น เราเป็นห่วงมากๆ แต่เราจะไม่กีดกันพวกคุณออกจากขบวน เราจะไม่ห้ามปราม แต่เป็นห่วงมากๆ ยืนยันว่าไม่ควรมีใครมาเจ็บแม้แต่นิดเดียว ซึ่งเราไม่กังวลว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มไหนจะทำให้น้ำหนักการชุมนุมของเราลดลงเพราะเราชัดเจนในการสื่อสาร ซึ่งคนที่ชุมนุมที่ดินแดงก็มีข้อเรียกร้องเดียวกับเราคือ 3 ข้อเรียกร้องและที่เร่งด่วนก็คือไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกไปในตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสุรีย์รัตน์ กล่าวว่า การที่เพนกวินกับเพื่อนถูกขังในครั้งนี้ ก่อนเข้าไปพวกเขาไม่ได้ติดโควิดแต่พอเข้าไปแล้วติดโควิด และก็มีคนที่ติดโควิดรอบ 2 วันนี้ตนเพิ่งไปเยี่ยมลูก และเพิ่งได้กลับจากเรือนจำรู้สึกเป็นห่วงนายสิริชัย เพราะอดอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานได้ทราบข่าวว่าสถานพยาบาลได้ให้ยารักษาโรคหอบหืดผิด พอมาวันนี้ได้ทราบว่าลืมให้ยารักษาโควิดกับเพนกวินจนต้องมีการทักเตือน มันเกิดความผิดพลาดอะไรขึ้นกันแน่ เมื่อคืนประมาณเวลา 01.00 น. เพนกวินมีอาการหอบหืดกำเริบไม่มีหมอมาดู ใช้วิธีเช็คปอดด้วยการให้ซิทอัพ ซึ่งเพนกวินทำได้เพียงหนึ่งครั้ง และหมอยังมาบอกตนว่าดูแลอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนได้รับการยืนยันจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ว่ามีความพร้อมในการรับเด็กเข้าไปดูเเล เหลือแค่ทางราชทัณฑ์ที่ยืนยันไม่ให้เพนกวินกับเด็กๆ ไป หมอก็ยังมาบอกกับตนว่าทุกวันดี เเต่หมอรู้หรือไม่ว่านายสิริชัยอดอาหารมา 4 วันเเล้ว เราไม่อยากเสียเวลาที่จะมาทดลองว่าอาการจะดีขึ้นในแต่ละวันหรือไม่ ชีวิตคนไม่ควรมาเสี่ยงว่าตาดีได้ ตาร้ายเสีย คนไข้เตียงรอบๆ ข้างของเพนกวินมีแต่คนที่มีอาการแทรกซ้อน และติดเชื้อหนัก เสียชีวิตไปหลายราย เพนกวินเองก็มีโอกาสที่จะติดเชื้อไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ที่ไปเยี่ยมลูก ลูกได้โชว์แผลที่หลังมือจากการถูกเข็มเจาะ ซึ่งต้องทำแผลเอง ลูกโชว์เเผลที่มือพร้อมพูดกับตนว่า ถ้าเเบบนี้ติดเชื้อจะทำอย่างไร ซึ่งมันก็มีกรณีแบบนี้เยอะ ที่มีข่าวออกมาว่าติดเชื้อในกระแสเลือด และเสียชีวิต หรือการให้ยาผิดแล้วตาย ถือว่าดีที่ลูกตนยังจำตัวยาได้ก็เลยยังไม่ได้กิน ลองคิดดูว่าถ้าหากเป็นยาฉีดลูกของตนไม่ตายไปแล้วหรืออย่างไร &amp;nbsp;แล้วยังมาบอกว่าดูแลได้ดี ในช่วงหลังก็เริ่มมีปัญหาในการเข้าเยี่ยมแล้วหลังจากที่เรารู้เยอะขึ้นว่าลูกตนสุขภาพเเย่ลง เเละก็เริ่มมีท่าทางไม่อยากให้ตนได้เยี่ยมเเล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เด็กต้องหาขวดในถังขยะมารองน้ำกิน เเละเด็กบอกว่ายุงเยอะมากจะเป็นไข้เลือดออก เพนกวินเคยอดอาหารมานานร่างกายยังไม่ฟื้น เพนกวินเคยเป็นไข้เลือดออกซึ่งเป็นซ้ำไม่ได้ ถ้าหากเป็นไข้เลือดออกซ้ำก็อาจจะตายเเบบคุณปอ ทฤษฎีได้คุณช่วยให้เด็กอนุญาตย้ายไปโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เด็กไม่ได้ไปไหนรักษาเสร็จก็กลับมาอยู่เรือนจำเหมือนเดิม เด็กไม่ได้หนีไปไหน การรักษามันลองไม่ได้ คุณบอกให้ลองก่อน ถ้าเป็นลูกคุณ คุณจะเสี่ยงไหม เอาคนที่คุณรักมารักษาที่โรงพยาบาลนี้กล้าหรือไม่ ลูกทุกคนมีค่ากับพ่อเเม่&amp;quot; นาง สุรีย์รัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114016</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มพลเมืองโต้กลับ, มาตรา112, ศาลอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611fb2d0ba7ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2019 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2019 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งปรับ &#039;ทนายแดง&#039; ผิดพรบ.ชุมนุมฯ ทำกิจกรรมยืนเฉยๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.62 - ที่ศาลแขวงดุสิต ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำพิพากษาฎีกาคดีหมายเลขดำ อ.1107/2559 ที่พนักงานอัยการคดีแขวงดุสิต เป็นโจทก์ฟ้องนายอานนท์ นำภา ทนายความและสมาชิกกลุ่มพลเมืองโต้กลับ เป็นจำเลย ในข้อหาผิด พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2559 จำเลยจัดชุมนุมโดยไม่แจ้งการชุมนุม จากเหตุทำกิจกรรม &amp;ldquo;ยืนเฉยๆ&amp;rdquo; ที่ลานวิคตอรี่พ้อยท์ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อเรียกร้องให้ คสช.ปล่อยตัวแอดมินเพจ &amp;ldquo;เรารัก พล.อ.ประยุทธ์&amp;rdquo; จำนวน 8 คน ที่ถูกคุมตัวไปสอบสวนในค่ายทหาร โดยคดีนี้ทั้งศาลชั้นต้นและอุทธรณ์พิพากษาให้ปรับจำเลยเป็นเงินจำนวน 1,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอานนท์ เปิดเผยหลังฟังคำพิพากษาว่า ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ปรับ 1,000 บาท ส่วนที่ตนฎีกาต่อสู้ในประเด็นเจ้าหน้าที่จับกุมโดยมิชอบนั้น ศาลเห็นว่าต้องดำเนินคดีแยกต่างหาก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44392</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มพลเมืองโต้กลับ, ทนายเสื้อแดง, อานนท์ นำภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190329/image_big_5c9d87b01c632.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11897</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2018 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2018 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฎีกายืนไม่รับฟ้อง&#039;บิ๊กตู่-คสช.&#039;ข้อหากบฏยึดอำนาจ22พ.ค.57</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.61- เมื่อเวลา 9.30น.ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลขดำ อ.1805/2558 ที่นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, นายอานนท์ นําภา กับพวกซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง กลุ่มพลเมืองโต้กลับ รวม 15 คน เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อายุ 64 ปี นายกรัฐมนตรีไทย คนที่ 29 และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.), พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย อายุ 64 ปี อดีตรองนายกรัฐมนตรีรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ และรองหัวหน้า คสช., พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง อายุ 64 ปี รองนายกฯ รมว.ยุติธรรม และรองหัวหน้า คสช., พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อายุ 64 ปี รมว.แรงงานและรองหัวหน้า คสช. และ พล.อ.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร อายุ 64 ปี อดีตรองนายกฯ และรองหัวหน้า คสช. ในความผิดต่อความมั่นคงต่อรัฐ ฐานร่วมกันกบฏ ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ หรือล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ หรือแบ่งแยกราชอาณาจักรโดยใช้กำลังประทุษร้าย และสะสมกำลังพลหรืออาวุธ ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบเป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 และ 114&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2558 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 20-24 พ.ค. 2557 จำเลยทั้งห้าร่วมกันใช้กำลังขู่เข็ญประทุษร้ายและล้มล้างเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ให้สิ้นสุดลง ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ อันเป็นความผิดฐานกบฏ และพวกจำเลยยังได้ออกคำสั่งในนาม คสช.หลายฉบับ อันเป็นการละเมิดสิทธิ์และเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน ทำให้โจทก์ทั้ง 15 คนได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ศาลอาญาได้พิจารณาคำฟ้องประกอบข้อกฎหมาย ในชั้นตรวจรับคำฟ้องแล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ลงวันที่ 22 ก.ค. 2557 บัญญัติยกเว้นความผิดและความรับผิดการกระทำทั้งหลายในการยึดอำนาจและการควบคุมอำนาจปกครองแผ่นดินของ คสช.ไว้ จึงพ้นจากความรับผิดโดยสิ้นเชิง ศาลอาญาซึ่งเป็นศาลชั้นต้น จึงมีคำสั่งเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2558 ไม่รับฟ้องคดีดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นโจทก์ยื่นอุทธรณ์ว่า ที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องโจทก์โดยไม่ไต่สวนมูลฟ้องเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย และที่ คสช. บัญญัติมาตรา 47, 48 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 เพื่อนิรโทษกรรมให้กับการทำรัฐประหารและการกระทำในรูปแบบต่างๆ นั้น เป็นการผิดระบอบประชาธิปไตยและละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวไม่มีสภาพเป็นกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายจะต้องมีสภาพเป็นข้อความคิดที่เชื่อมโยงและใช้ความยุติธรรม หรือเกิดขึ้นโดยปราศจากความยุติธรรมทางจิตวิญญาณ ความปรารถนาของสังคม จึงไม่สามารถอ้างมาตรา 47, 48 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเพื่อเป็นเหตุยกเว้นความผิด จึงชอบที่ศาลชั้นต้นชอบจะรับคำฟ้องของโจทก์ไว้ไต่สวนมูลฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 162&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีการอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2559 ซึ่งศาลอุทธรณ์เห็นว่า ในคดีอาญาที่ประชาชนเป็นโจทก์ ศาลต้องไต่สวนมูลฟ้องเพื่อวินิจฉัยคดีก่อน ซึ่งวัตถุประสงค์ของการไต่สวนมูลฟ้องให้ศาลได้ไต่สวนพยานหลักฐานของโจทก์ในเบื้องต้นว่า โจทก์มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ความผิดของจำเลยในชั้นพิจารณา แต่อย่างไรก็ตามในชั้นตรวจรับคำฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด และคดีขาดอายุความจึงเห็นควรตามกฎหมายที่จำเลยไม่ต้องรับโทษจึงชอบที่จะมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์ได้โดยไม่ต้องไต่สวนมูลฟ้อง และตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 48 ที่บัญญัติว่า การกระทำทั้งหลายเนื่องในการยึดอำนาจการปกครองเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 ของ คสช.รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้อง การกระทำต่างๆ จะไม่มีผลบังคับทางรัฐธรรมนูญ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ดังนั้นแม้จำเลยทั้งห้าจะกระทำตามโจทก์บรรยายฟ้อง ย่อมทำให้จำเลยทั้งห้ากับพวกพ้นจากความผิดโดยสิ้นเชิง ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าว ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคดีไม่มีมูลที่ศาลจะรับไว้พิจารณา โดยไม่รับคำฟ้องของโจทก์ไว้ไต่สวนมูลฟ้องนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายกฟ้องเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นโจทก์ได้ยื่นฎีกาอีก ขอให้ศาลฎีกาพิจารณาคำฟ้องและสั่งรับคดีไว้ไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ต่อไป ซึ่งศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว ที่จำเลยฎีกาว่ามาตรา 47, 48 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 บัญญัติเพื่อนิรโทษกรรม คสช. เป็นการออกกฎหมายรับรองการกระทำความผิด มีสภาพเป็นกฎเกณฑ์ที่ขัดต่อเสียงแห่งมโนธรรมและหลักการพื้นฐานแห่งความยุติธรรมของมนุษยชาติอย่างชัดแจ้งนั้น ศาลเห็นว่า สภาพของรัฐใดรัฐหนึ่งประกอบด้วยดินแดนที่แน่นอน ประชาชน รัฐบาล และอำนาจอธิปไตย กฎหมายต้องใช้บังคับได้ แม้จะอ้างว่ารัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวไม่ชอบ แต่ต้องตีความกฎหมายให้เกิดผลบังคับใช้ได้ ให้คงอยู่เป็นรัฐ มิฉะนั้นบ้านเมืองเสียหาย การยึดอำนาจในขณะนั้น คสช.ใช้อำนาจเป็นรัฏฐาธิปัตย์ แม้ว่าการได้มาซึ่งอำนาจจะไม่เป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตย ก็เป็นกรณีว่ากล่าวกันในด้านอื่น คสช.มีอำนาจในเชิงข้อเท็จจริง ดังนั้นรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวจึงมีสภาพเป็นกฎหมาย ตามที่มาตรา 48 ได้บัญญัติไว้ และต่อมารัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 279 ก็ได้รับรอง การกระทำของจำเลยทั้งห้าจึงพ้นผิดโดยสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าการยกฟ้องโดยไม่มีการไต่สวนมูลฟ้องเพื่อวินิจฉัยมูลคดีก่อนประทับฟ้อง เป็นการข้ามขั้นตอนนั้น ศาลเห็นว่า การยกฟ้องไม่จำเป็นต้องไต่สวนเพื่อรับไว้พิจารณาเสมอไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อเห็นว่าจำเลยพ้นความรับผิด ศาลยกฟ้องได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องไต่สวน ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นชอบแล้ว พิพากษายืนยกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโจทก์ทั้งหมด 15 คนที่ยื่นฟ้องคดีนี้ ประกอบด้วยนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ, นายวรรณเกียรติ ชูสุวรรณ, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, น.ส.ศรีไพร นนทรี, นายบารมี ชัยรัตน์, นายณัทพัช อัคฮาด, นายสิรภพ กรณ์อรุษ, นายสรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน, น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว, นายนัชชชา กองอุดม, นายอภิวัฒน์ สุนทรารักษ์, นายพายุ บุญโสภณ, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, นายกฤต แสงสุรินทร์ และนายอานนท์ นำภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังฟังคำพิพากษา นายอานนท์ นำภา ทนายความกลุ่มพลเมืองโต้กลับ กล่าวว่า ศาลมีคำสั่งให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า คสช. ที่ทำรัฐประหารในช่วงนั้นสามารถมาบริหารประเทศได้ ซึ่งเราก็เคารพคำพิพากษาของศาล โดยเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมไทยอยู่ในเงื่อนไขแบบเดิมที่เราต้องต่อสู้ทางการเมืองต่อไป อย่างน้อยเราก็ได้ใช้สิทธิในการฟ้องว่าการทำรัฐประหารเป็นการกระทำผิด โดยนัยยะของคำพิพากษาศาลเห็นว่ากระทำผิด แต่หลุดพ้นจากความผิดตามรัฐธรรมนูญที่ออกโดยคณะรัฐประหาร การที่เราพยายามพิสูจน์ว่าการรัฐประหารที่ผ่านมา 4 ปีแล้ว ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองอย่างไร คิดว่าเราก็ได้ประจักษ์แล้ว ถือว่าเป็นความสำเร็จร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ขณะเดียวกันก็เป็นความพ่ายแพ้ร่วมกันที่นำผู้กระทำความผิดในการรัฐประหารมาลงโทษไม่ได้ เราก็กังวลว่าในอนาคตหากสังคมและกระบวนการยุติธรรมยังเอื้อที่จะก่อให้เกิดรัฐประหารก็จะเป็นปมเงื่อนที่ประเทศไทยจะไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้ ทั้งนี้ สำหรับในหลายประเทศที่มีการเอาผิดการรัฐประหารมาลงโทษได้นั้น ก็ต่อเมื่อประเทศและสังคมตระหนักร่วมกันว่าการรัฐประหารเป็นภัยต่อสังคม ซึ่งเรารอได้ไม่ว่าจะ 10 หรือ 20 ปี เพื่อที่จะเห็นการนำผู้กระทำความผิดต่อบ้านต่อเมืองมาลงโทษ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากนี้จะดำเนินการทางการเมืองอย่างไรต่อไป นายอานนท์ กล่าวว่า เบื้องต้นกลุ่มเราซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่จะเคลื่อนไหวให้มีการเลือกตั้งและสนับสนุนนักการเมืองที่เป็นฝ่ายประชาธิปไตยเข้าไปยกเลิกผลพวงของการรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าคำพิพากษาของศาลในลักษณะนี้จะทำให้ยังมีโอกาสที่จะเกิดรัฐประหารในอนาคตต่อไปหรือไม่ นายอานนท์ กล่าวว่า จะทำให้เหล่านายทหารรู้สึกย่ามใจว่าทำรัฐประหารไปก็จะไม่ผิด ซึ่งในวันข้างหน้าเราก็จะได้เรียนรู้ร่วมกัน&amp;nbsp; ในวันนี้เราอาจจะไม่ชนะ แต่วันข้างหน้าสังคมไทยจะต้องชนะรัฐประหาร ซึ่งลำพังกฎหมายไม่สามารถเอาผิดรัฐประหารได้อยู่แล้ว นอกจากว่าผู้คนในสังคมนั้นจะต้องตื่นตัวและตระหนักอย่างมากจึงจะสามารถเอาผิดรัฐประหารได้ ตอนนี้สังคมไทยยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่ผมคิดว่าเรากำลังขับเคลื่อนไปสู่จุดนั้นร่วมกัน ทุกฝ่ายคงเห็นแล้วว่าการรัฐประหารไม่ได้นำพาประเทศสู่ความเจริญรุ่งเรืองตามที่คาดหวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11897</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏ, กลุ่มพลเมืองโต้กลับ, คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, คณะรัฐประหาร, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, พล.อ.ประุยุทธ์ จันทร์โอชา, พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ, ยึดอำนาจ, ศาลฎีกา, อานนท์ นำภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180622/image_big_5b2c7b4ae8adb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2018 19:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2018 19:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนายแดงนัดมวลชนลุ้น!ศาลฎีกาตัดสินคดีฟ้อง&#039;ประยุทธ์-คสช.&#039;ข้อหากบฏ 22 มิ.ย.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.61- นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ในฐานะทนายความและแกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ เปิดเผยถึงกรณีที่ศาลฎีกานัดพิพากษาคดีที่กลุ่มพลเมืองโต้กลับเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในวันที่ 22 มิ.ย. 2561 ว่า คดีนี้เป็นคดีที่ฟ้องเมื่อช่วงต้นปี 2558 ในช่วงครบรอบการรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 โดยในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากรัฐธรรมนูญได้นิรโทษกรรมให้กับคณะรัฐประหารแล้ว ต่อมาศาลอุทธรณ์ก็พิพากษายืนยกฟ้องตามศาลชั้นต้น ซึ่งในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ ศาลฎีกานัดตัดสิน เป็นไปได้ 2 แนวทางคือ 1.ยืนยกฟ้องเนื่องจากรัฐธรรมนูญได้นิรโทษกรรมแล้ว หรือ 2.สั่งให้ศาลชั้นต้นรับไว้พิจารณา ซึ่งหากผลออกมาแนวทางที่สอง โจทก์และจำเลยก็ต้องนำพยานหลักฐานมาร่วมพิจารณาต่อสู้คดีในศาลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. นายอานนท์โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเรื่องนี้ว่า &amp;ldquo;เรื่องฟ้องประยุทธ์กับพวกข้อหากบฎก่อการรัฐประหาร ตามมาตรา 113 ที่ศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษาวันที่ 22 มิถุนายน นี้เวลา 09.00 น. นั้น ผมในนามตัวแทนพลเมืองโต้กลับและเพื่อนที่ร่วมฟ้อง ขอขอบคุณทุกแรงใจและการสนับสนุน ไม่ว่าศาลฎีกาจะตัดสินอย่าง เราถือว่าเราได้ทำเต็มที่ในนามพลเมืองที่ต้องต่อสู้คัดค้านอำนาจอันป่าเถื่อนแล้ว ทั้งในกระบวนการยุติธรรมและบนท้องถนน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในบรรดาโจทก์ผู้ฟ้องคดี มีเพื่อนเรา 2 คนที่ร่วมฟ้องและตอนนี้อยู่ในคุกคือพี่สิรภพ และไผ่ดาวดิน วันศุกร์นี้จะไปยื่นคำร้องให้ศาลเบิกตัวทั้งสองมาฟังคำพิพากษาด้วย ส่วนพลเมืองท่านอื่นที่เห็นด้วยกับเราในการเอากบฎมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ก็พบกันศาลอาญา เพื่อฟังคำพิพากษาศาลฎีกา พร้อมกันเวลา 09.00 น. เชื่อมั่นและศรัทธา พลเมืองโต้กลับ&amp;rdquo;นายอานนท์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้กลุ่มพลเมืองโต้กลับ ประกอบด้วยนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ, นายอานนท์ นำภา กับพวกรวม 15 คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับพวกรวม 5 คน ซึ่งเป็น คสช. เป็นจำเลย ในข้อหากบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 จากกรณีที่ คสช.ยึดอำนาจทำการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 เป็นคดีหมายเลขดำ อ.1805/2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10972</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, กลุ่มพลเมืองโต้กลับ, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ, รัฐประหาร22พ.ค.2557, อานนท์ นำภา, ไผ่ ดาวดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180608/image_big_5b1a7a2184b01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
