<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039; เอนก&#039; มอบนโยบายกลุ่ม มทร.พัฒนาในแนวทางที่ชัดเจนเข้าใจตนเอง ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
10 มิ.ย.64-นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) เข้าร่วมการประชุมนายกสภามหาวิทยาลัยและอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปนอ.มทร.) ผ่านโปรแกรม ZOOM Meeting เพื่อมอบนโยบายให้กับกลุ่ม มทร.ทั้ง 9 แห่งในการช่วยขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวง ร่วมกันแก้ไขปัญหาของประเทศ โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ผู้นำองค์กรจะต้องเป็นต้นแบบที่ดี ต้องบริหารจัดการองค์กรให้ดี ควบคู่คุณธรรม สามารถทำให้บุคลากรและคนในสังคมมีความสุข เนื่องจากผู้นำเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งในการขับเคลื่อนและนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมาย จากการได้ทำงานและสัมผัสใกล้ชิดกับกลุ่ม มทร. นับว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ใกล้ชิดชุมชน สังคม ทำงานได้รวดเร็ว และเกิดผลในทางปฏิบัติชัดเจน ต้องการให้พัฒนามหาวิทยาลัยต่อไปด้วยแนวทางที่ชัดเจนของตนเอง บนพื้นฐานของเทคโนโลยีที่เหมาะสมควบคู่กับเทคโนโลยีขั้นสูง ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ ไม่เพียงมุ่งแต่เรื่องราวในอนาคตอย่างเดียว แต่จะต้องเข้าใจและสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อรักษาหรือธำรงอยู่ของศิลปะวัฒนธรรมของชาติได้ด้วยเช่นกัน รวมถึงการขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจ BCG Model หรือโมเดลเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งกลุ่ม มทร.ขับเคลื่อนอยู่แล้วและอยากให้ทำต่อไป โดยมองโจทย์ต่าง ๆ เป็นโอกาสในการพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า มทร.ธัญบุรี ได้ให้ความสำคัญและมองเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่ โดยตั้งเป้าจะพา มทร.ธัญบุรี ก้าวหน้าต่อไปด้วยนวัตกรรม เพื่อมุ่งสู่ Innovative University หรือมหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรม บนพื้นฐานของแนวคิด BCG Model คือ Bio Economy Circular Economy และ Green Economy ซึ่งจะสามารถส่งเสริมให้นักศึกษาของเราจะมีความเป็นนวัตกร เพื่อไปผลักดันนวัตกรรมของประเทศ เพื่อสร้างรายได้ที่ดีให้กับประเทศไทย โดยมุ่งเน้นนวัตกรรมหลัก 4 ด้านด้วย ทั้งเกษตรและอาหาร โลจิสติกส์ ไอที รวมถึงท่องเที่ยว และวิทยาศาสตร์สุขภาพ และข้อสำคัญคือการเน้นให้มีเพิ่มพูนความรู้อยู่ตลอดเวลา ปรับตัวและรับมือกับสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105928</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มมทร., ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d577c54f18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93355</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>9มทร.ผนึกกำลังสร้างเพจขายสินค้าออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17ก.พ.64-ผศ.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวว่า จากสภาพเศรษฐกิจประกอบกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ทำให้นักศึกษา ผู้ปกครอง ศิษย์เก่าได้รับผลกระทบเรื่องค่าใช้จ่าย ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น มทร.ธัญบุรี จึงได้จัดตั้ง RMUTT Marketplace เพื่อเป็นศูนย์กลางให้สมาชิกซึ่งเป็นทั้งศิษย์เก่า-ปัจจุบัน และบุคลากรของมหาวิทยาลัย นำสินค้า บริการ เข้ามาจำหน่ายโดยเป็นกลุ่มปิด เพื่อป้องกันมิจฉาชีพ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างมาก มีสมาชิกเกือบ 40,000 คน ซึ่งจากการติดตามข้อมูลจากศิษย์เก่า จำนวนมากของมทร.ธัญบุรีได้รายได้หลักจากการขายของใน RMUTT Marketplace โดยบางรายลาออกจากงานประจำมาประกอบธุรกิจผ่านเพจดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีรายได้ดีกว่างานประจำ และตนได้มอบโยบายให้ในการประชุมคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยสั่งซื้อขนมและอาหารจากเพจดังกล่าวอีกด้วย ซึ่งนโยบายที่มหาวิทยาลัยสนับสนุนอย่างเต็มที่ทำให้ได้รับผลตอบรับที่ดี และคาดว่า RMUTT Marketplace จะเป็นตลาดออนไลน์อย่างถาวรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น จากความสำเร็จที่เกิดขึ้น ตนจึงได้นำเสนอต่อที่ประชุมอธิการบดี 9 ราชมงคล จัดตั้ง 9RMUT Marketplace เพื่อให้เป็นศูนย์รวมสินค้าและบริการของชาวราชมงคล โดยจะมีการจัดตั้งคณะทำงานจากตัวแทน 9 ราชมงคลขึ้น และจะจัดการประชุมผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อกำหนดหน้าที่ ขอบข่ายการทำงาน ซึ่งเบื้องต้นจะให้แต่ละมหาวิทยาลัย ประชาสัมพันธ์ไปยังศิษย์เก่าและปัจจุบันที่มีความประสงค์จะหารายได้ ให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกใน 9RMUT Marketplace ซึ่งจะเป็นกลุ่มปิดเช่นเดิมเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น โดยคาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในเร็ว ๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่เราเป็นลูกราชมงคลเหมือนกัน 9RMUT Marketplace จะเป็นช่องทางของชาวราชมงคลทุกคนวันนี้ชาวราชมงคลจะต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การเปิดเพจดังกล่าวจะทำให้ช่องทางการตลาดสินค้าและบริการมีมากขึ้น จำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นจากจำนวนศิษย์เก่าราชมงคลมีหลายแสนคน เชื่อว่าจะเป็นช่องทางหนึ่งที่จะสร้างรายได้ให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน และคาดว่า 9RMUT Marketplace จะเป็นตลาดออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดออนไลน์ของมหาวิทยาลัย เพราะเป็นการผนึกกำลังของ 9 มทร.ทั่วประเทศ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93355</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มมทร., ผู้ค้าขายสินค้าออนไลน์, มทร.ธัญบุรี, สมหมาย ผิวสอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f60b899e4b15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2019 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2019 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มมทร.อย่าเพิ่งตกใจ &quot;หมอธี&quot;ชี้ประกาศ วท.เพิ่มเติมชื่อหน่วยงานรับทุนได้ภายหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
11เม.ย.62-ตามที่กลุ่มที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เรื่อง กำหนดหน่วยงานอื่นของรัฐที่อยู่ในกำกับของฝ่ายบริหาร โดยในประกาศฉบับนี้มีการกำหนดหน่วยงาน 46 หน่วยงานอยู่ในกำกับประกาศฉบับนี้ แต่ไม่มีรายชื่อของมหาวิทยาลัยในกลุ่ม มทร.และกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ซึ่งอาจจะตีความได้ว่า กลุ่ม มทร.และ มรภ.จะหมดสิทธิที่จะของบประมาณการวิจัยโดยตรงจาก วท. เพื่อสร้างนวัตกรรมนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เรื่องนี้ตนคิดว่าการประกาศดังกล่าว คงมีอีกหลายหน่วยงานที่ไม่ได้ปรากฎรายชื่อในประกาศฉบับนี้ เช่น สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็นต้น และเรื่องนี้เป็นอำนาจของทาง วท.ที่จะพิจารณา ดังนั้น ตนจึงไม่ทราบถึงเหตุในการพิจารณากำหนดหน่วยงานในประกาศฉบับนั้น เพราะ ส่วนตัวตนเองเมื่อได้เห็นหน่วยงานในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) อย่างสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) มีชื่ออยู่ในประกาศดังกล่าวด้วยก็ยังรู้สึกแปลกใจ แต่ตนคิดว่าอย่าไปวิตกกังวลในเรื่องนี้ เพราะการออกประกาศกระทรวงฯ สามารถมีการประกาศกำหนดหน่วยงานอื่นเพิ่มเติมได้ ดังนั้นหากมีการตกหล่นหรืออย่างไร ทาง วท.ก็อาจจะพิจารณาเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33439</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มมทร., ทุนวิจัยนวัตกรรม, น.พ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, ประกาศวท., วท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190228/image_big_5c77de1180b07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2018 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2018 20:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทปอ.ไม่ละความพยายาม เล็งขอพบกรรมการ ป.ป.ช.อีกรอบ บอร์ดมหา&#039;ลัย ไม่ต้องแจงทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19พ.ย.61- ทปอ. เตรียมประสานขอเข้าพบคณะกรรมการ ป.ป.ช. อีกรอบ หวังชี้แจงผลกระทบจากประกาศให้นายก-กรรมการสภาฯ ยื่นบัญชีทรัพย์สิน &amp;ldquo;สุชัชวีร์&amp;rdquo; เผยยังไม่มีตัวเลขลาออกชัดเจน คาดรู้หลังจากประชุมสภามหา&amp;rsquo;ลัย ปลายพ.ย. นี้ แย้ม มหา&amp;rsquo;ลัยพยายามวิงวอนขอให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ช่วยต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) - ตัวแทนที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) อธิการบดีมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ สถาบันอาชีวศึกษา สังกัด สำนักงานคณะกรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) และ สถาบันวิทยาลัยชุมชน(วชช.) ได้มีการประชุมหารือประเด็นประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่อง กําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ. 2561 ที่กำหนดให้นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย และอธิการบดี มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธาน ทปอ. กล่าวภายหลังหารือว่า ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วันนับตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;2 ธันวาคม 2561&amp;nbsp;ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562&amp;nbsp;นั้น ที่ผ่านมา ทปอ.มีการแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าสนับสนุน ป.ป.ช.ในเรื่องที่อธิการบดีและรองอธิการบดีจำเป็นต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินจึงอยากสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง แต่ในส่วนของนายกและกรรมการสภาฯ อาจจะส่งผลกระทบต่อมหาวิทยาลัย เนื่องจากนายกและกรรมการสภาฯ หลายคนแสดงความต้องที่จะลาออกจากตำแหน่ง เพราะกฎหมายดังกล่าวประกาศใช้ภายหลังจากการรับตำแหน่ง ซึ่งเหตุผลในการลาออกคงเป็นเรื่องส่วนบุคคล ว่าแต่ละคนจะมีความพร้อมในการยื่นบัญชีทรัพย์สินอย่างถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ ไม่ได้เกี่ยวกับการปกปิดทรัพย์สินหรือเกี่ยวข้องกับการทุจริตแต่อย่างใด และการหารือครั้งนี้ยังมีกลุ่มสถาบันอาชีวะและวิทยาลัยชุมชนก็ได้รับผลจากประกาศดังกล่าวเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม เร็วๆนี้ ทปอ.จะประสานขอเข้าพบคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อชี้แจงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากประกาศให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินฉบับนี้ เพื่อหาหนทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ยังไม่มีตัวเลขชัดเจน ว่า มีการขอลาออกจำนวนเท่าไร แต่คาดว่าจะรู้ตัวเลขที่ชัดเจนหลังจากที่มีการประชุมสภามหาวิทยาลัยไปแล้ว โดยส่วนใหญ่จะมีการประชุมในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยก็พยายามวิงวอนขอให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ช่วยมหาวิทยาลัยต่อไป ส่วนกรณีที่มีข่าวว่านายมีชัย ฤชุพันธุ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกสภา มรภ.ราชนครินทร์ นั้น ซึ่งก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละบุคคล ทั้งนี้ ขอย้ำว่าอธิการบดี รองอธิการบดี ม.รัฐทุกแห่งพร้อมปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ&amp;rdquo;ประธาน ทปอ. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายจิตรนรา นวรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานคณะปราบปรามการทุจริตภาค 2 กล่าวว่า ตามประกาศ ป.ป.ช. ดังกล่าว ได้กำหนดว่า ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามประกาศ ซึ่งรวมถึงผู้บริหารที่มีตำแหน่งเทียบเท่า อย่างผู้อำนวยการสถาบันอาชีวศึกษานั้น ตามพ.ร.บ.การอาชีวศึกษา กำหนดว่าเป็นตำแหน่งที่เทียบเท่ากับอธิการบดี รวมถึงรองผู้อำนวยการสถาบันอาชีวศึกษาก็เป็นฝ่ายบริหาร ซึ่งกลุ่มน่าจะรู้ตัวอยู่แล้วว่าต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน แต่ก็ยังมีอีกหลายตำแหน่งที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองว่าอยู่ในเงื่อนไขที่จะต้องยิ่นบัญชีด้วย เช่น นายกและกรรมการสภาสถาบันอาชีวศึกษา 23 แห่ง รวมถึง วชช.ด้วย ดังนั้นผู้บริหารกลุ่มนี้จึงมาคุยกัน และเชื่อว่าหลังจากนี้กลุ่มอาชีวศึกษาจะออกมาแสดงท่าทีที่ชัดเจนขึ้น

&amp;ldquo;ต้องเข้าใจด้วยว่า นายกและกรรมการสภาสถาบันอาชีวศึกษา นั้นจะดูเรื่องทางวิชาการเท่านั้น โดยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องงบประมาณ รวมถึงการโยกย้ายผู้บริหาร เพราะเรื่องนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็นผู้ดูแล ดังนั้นจึงเป็นอีกกรณีที่ ป.ป.ช.จะต้องมาทบทวนด้วย&amp;rdquo;นายจิตรนรา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22294</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มมทร., กลุ่มมรภ., การยื่นบัญชีทรัพย์สินของกรรมการ สภามหาวิทยาลัย, ทปอ., ป.ป.ช., วชช., สอศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180706/image_big_5b3f46d40eb50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17740</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 07:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 07:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมออุดม&quot;วาง&quot;โรดแมป&quot;มหา&#039;ลัยตามกลุ่ม เล็งยกระดับ&quot;พระจอมเกล้าฯ&quot;ผู้นำเทคโนฯขั้นสูง/ม.ชั้นนำต้องขึ้นระดับโลก     </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
17ก.ย.61-&amp;quot;หมออุดม&amp;rdquo; วางแผนกำหนดบทบาท มหาวิทยาลัยแต่ละกลุ่ม เล็งยกระดับกลุ่มพระจอมเกล้า เป็นผู้นำขับเคลื่อนเทคโนโลยีขั้นสูง ส่วนมทร.เข้ามาแทนที่พระจอมเกล้าและเป็นพี่เลี้ยงให้กับอาฃีวะ กลุ่มราชภัฎทำหน้าที่ผลิตครู ส่วนมหา&amp;#39;ลัย ชั้นนำต้องมุ่งสู่ระดับโลก โดยจะเชิญทุกสถาบันมาหารือเร็วๆนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวว่าขณะนี้ประเทศไทยถือว่ากำลังขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ดังนั้นมหาวิทยาลัยจะต้องเข้ามามีบทบาทกับเรื่องนี้ &amp;nbsp;ซึ่งเร็วๆ นี้ ตนจะเชิญมหาวิทยาลัยทุกกลุ่มเข้ามาหารือ และทำให้เห็นเป้าหมายของประเทศ รู้ว่ามหาวิทยาลัยแต่ละกลุ่มอยู่ตรงไหน มีบทบาทอย่างไรในการขับเคลื่อนประเทศให้ไปถึงไทยแลนด์ 4.0 เพราะทุกมหาวิทยาลัยจะต้องมีวิสัยทัศน์เป็นของตัวเอง ว่าคุณถนัดอะไร จะเก่งด้านไหน เช่น กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ก็ต้องเน้นเรื่องการผลิตครู และการพัฒนาท้องถิ่น กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) เน้นเรื่องการสร้างเทคโนโลยี กลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำก็มุ่งที่จะไปในระดับโลก ส่วนกลุ่มมหาวิทยาลัยระดับกลางก็จะเน้นเรื่องการทำวิจัย เพื่อจะตอบโจทย์การพัฒนาประเทศให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เบื้องต้นผมวางแผนไว้ว่าในกลุ่มมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้า ทั้ง 3 แห่ง จะต้องยกระดับให้ขับเคลื่อนในเรื่องเทคโนโลยีชั้นสูง ส่วนกลุ่ม มทร. ก็จะต้องยกระดับตัวเองขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง เพื่อเข้ามาทดแทนกลุ่มมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้า และเป็นพี่เลี้ยงให้กับสถานศึกษาของอาชีวศึกษาทั่วประเทศ ทำงานในแบบที่เชื่อมโยงกัน ดังนั้นการที่กลุ่ม มทร.มองว่าพันธกิจไม่ตรงกับกลุ่มงานของกระทรวงอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม และจะเสนอขอแยกตัวออกไปนั้น ผมมองว่าไม่ควรจะแยก เพราะ กลุ่ม มทร.ก็ถือว่าเป็นกลุ่มเดียวกับกลุ่มมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้า แต่กลุ่ม มทร.จะต้องพยายามยกระดับตัวเองให้มีศักยภาพมากขึ้นเท่านั้น&amp;rdquo;รมช.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.ศธ.กล่าวอีกว่า ส่วนบัณฑิตที่จบจากสายสังคมศาสตร์ ที่ปัจจุบันมีจำนวนมากและล้นตลาด ตนจึงได้ให้นโยบายกับมหาวิทยาลัยว่าควรที่จะนำคนกลุ่มนี้ มาพัฒนาทักษะใหม่ให้เป็นวิทยาศาสตร์ ซึ่งตนคิดว่าเรื่องนี้สามารถทำได้ และภายใน 1 ปี เราจะสามารถผลิตกำลังคนได้ตามความต้องการของตลาดแน่นอน เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ถือว่ามีพื้นฐานด้านสังคมศาสตร์อยู่แล้ว เพียงแต่เพิ่มทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไป เพื่อให้ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมศธ. ก็มุ่งมั่นที่จะผลักดันในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17740</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, กลุ่มพระจอมเกล้าฯ, กลุ่มมทร., นพ.อุดม คชินทร, มหาวิทยาลัยชั้นนำ, โรดแมปมหาวิทยาลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180804/image_big_5b65a385b747f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
