<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รมว.อว.&#039;ระบุกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฎเป็น&#039;มหา&#039;ลัย ในกำกับ&#039;ได้ แต่ต้องใช้คำหน้า&#039;มรภ.&#039;เท่านั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
30ก.ย.64-มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส.)ในฐานะเจ้าภาพ นำโดย รศ.ดร.สมบัติ คชสิทธิ์นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา และ ผศ.ดร.ลินดา เกณฑ์มาอธิการบดี มบส. ร่วมกับ มูลนิธิมหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่งจัดงาน &amp;ldquo;ครบรอบ 129 ปี วันคล้ายวันสถาปนากรมการฝึกหัดครูและการสถาปนาการฝึกหัดครูไทย&amp;rdquo; เมื่อวันที่ &amp;nbsp;29 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยซึ่งได้รับเกียรติจาก ศ. พิเศษดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว) เป็นประธานในพิธี พร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อพลังครูไทยในยุค New Normal &amp;nbsp;ผ่านทางแอพพลิเคชั่น &amp;nbsp;ZOOM โดยมีผู้ร่วมประชุมทางออนไลน์ครั้งนี้ ประมาณ 2,000 คนประกอบด้วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการอาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา นักศึกษาระดับปริญญาตรี ระดับบัณฑิตศึกษาและศิษย์เก่า มบส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศ.พิเศษ ดร.เอนก กล่าวว่าขอชื่นชมชาวมหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯผ่านการจัดการมายาวนานถึงร้อยกว่าปี และแม้ว่าสถานการณ์ โรคระบาดโควิด 19 จะทำการใช้ชีวิตของคนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงในแบบ New Normalที่มักใช้เทคโนโลยีมาเป็น เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก แต่ตนคิดว่าเทคโนโลยีไม่สามารถมาทดแทนครูได้ ดังที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงมีพระราชดำรัสพระราชทานเนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2539 ว่า &amp;ldquo;...สมัยนี้มีเทคโนโลยีสูง ทำให้สามารถที่จะทำกิจการโรงเรียนกิจการสั่งสอน แพร่ออกไปได้มากกว่าแต่ไม่มีอะไรแทนการอบรมไม่มีผู้ที่บ่มนิสัย...แม้จะมีเทคโนโลยีชั้นสูง แต่ว่าที่จะอบรมโดยใช้สื่อที่ก้าวหน้า ที่มีเทคโนโลยีสูงนี่ยากที่สุดที่จะอบรมบ่มนิสัยด้วยเครื่องเหล่านี้ฉะนั้นไม่มีอะไรแทนคนสอนคน...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รมว.อว.กล่าวต่ออีกว่า ความสำคัญของมหาวิทยาลัยราชภัฎต่อระบบการศึกษาของไทยด้วยจุดแข็งด้านการสอน การศึกษา และมีความใกล้ชิดกับท้องถิ่นและชุมชนมหาวิทยาลัยราชภัฎจึงเหมาะสำหรับอยู่ในกลุ่ม การพัฒนาท้องถิ่นและชุมชน ซึ่งเป็น1 ใน 6 กลุ่มสถาบันอุดมศึกษา ที่ อว.ได้แบ่งประเภทไว้ และได้มอบนโยบายให้นำจุดแข็งดังกล่าวไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมโดยเฉพาะประโยชน์ต่อท้องถิ่นและสังคม ซึ่งแม้ว่าประโยชน์ต่อท้องถิ่นและสังคมบางอย่างนั้น ไม่เหมาะในการนำมาเขียนเป็นตำราหรือทำเป็นงานวิจัยแต่ผลงานที่เป็นรูปธรรมในชุมชนพื้นที่อาจจะ มีประโยชน์มากกว่างานที่เป็นตำราหรือเป็นงานวิจัยเสียอีก
นอกจากนี้ในส่วนของนโยบายที่ให้อาจารย์วิทยาลัยราชภัฎใช้ผลงานที่ทำประโยชน์ให้แก่ชุมชนหรือพื้นที่ ผลงานด้าน ศาสนาและปรัชญา ผลงานศิลปะ งานสร้างสรรค์ นวัตกรรมและการสอน มาขอตำแหน่งศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์แทนการใช้ตำราหรืองานวิจัยในรูปแบบเดิมขณะนี้ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาแล้ว ขั้นตอนต่อไปทางอว.จะจัดทำเกณฑ์และคู่มือในรายละเอียดเพื่อประกาศใช้ เห็นได้ว่าทั้งการแบ่งประเภทของมหาวิทยาลัย และการขอตำแหน่งทางวิชาการรูปแบบใหม่ล้วนเอื้อต่อความเจริญก้าวหน้าของ มหาวิทยาลัยราชภัฏ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมให้นโยบายว่าให้มหาวิทยาลัยราชภัฏเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับได้ แต่ต้องใช้ชื่อมหาวิทยาลัยราชภัฎต่อไป ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็รับทราบและเห็นด้วยอย่างยิ่ง&amp;rdquo; รมว.อว. ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน ผศ.ดร.ลินดา เกณฑ์มา อธิการบดี มบส.ในฐานะผู้ได้รับมอบหมายจากมหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่งให้เป็นเจ้าภาพการจัดงานในปีนี้ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ว่าเพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5ผู้ทรงสถาปนาโรงเรียนการฝึกหัด อาจารย์ ในปี พ.ศ. 2435และพระมหากรุณาธิคุณแห่ง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงพระราชทานนาม &amp;quot;ราชภัฏ&amp;quot; ในปีพ.ศ. 2535 และตราพระราชลัญจรซึ่งเป็นตราประจำ พระองค์ให้ป็นสัญลักษณ์ของสถาบันราชภัฏในปี พ.ศ. 2538และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทาน พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยราชภัฏในปีพ.ศ. 2547 และเพื่อสืบสานวัฒนธรรมของการฝึกหัดครู รวมถึงรับฟังแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกี่ยวกับ แนวคิดและสาระสำคัญในบทบาทหน้าที่ของครูในสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต ที่จะนำมาพัฒนาคณาจารย์และเจ้าหน้าที่ของ มบส.ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมที่สำคัญ คือพิธีสงฆ์พิธีถวายเครื่องราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พิธีเปิดงาน และกิจกรรมเชิงวิชาการ โดยศ.ดร.พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยูรวงศาวาส วรวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม อาจารย์ประจำหลักสูตรปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิตสาขาสันติศึกษา มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์และ รศ.ดร.สมบัติ คชสิทธิ์ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จ เจ้าพระยาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118359</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., กลุ่มมรภ., ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์, มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_6155912f10562.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2019 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2019 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สุวิทย์&quot;เตรียมเดินสายพบ23สถาบันผลิตครู ปรับทิศทางการผลิตบัณฑิตสายนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16ก.ย.62- อว. พร้อมหารือร่วม ศธ. วางแผนการผลิตครู &amp;ldquo;สุวิทย์&amp;rdquo; เผยเบื้องต้นเตรียมเดินสายไปยัง 16สถาบัน + มรภ.7 &amp;nbsp;แห่ง &amp;nbsp;เพื่อรับทราบทิศทางการผลิคครู &amp;nbsp;ยกมศว มาเป็นต้นแบบพัฒนา ย้ำการใช้งานครูที่ผลิตอย่างมีคุณภาพ ต้องไม่ผิดฝาผิดตัว หรืออยู่ผิดที่ เพื่อจะได้แสดงศักยภาพได้เต็มที่

นายสุวิทย์ &amp;nbsp;เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า ตามที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กำลังเดินหน้าปฏิรูปการผลิตครู รวมทั้งจะหารือร่วมกับตนในฐานะ รมว.อว. เพื่อวางแผนการผลิตครูร่วมกันนั้น ขณะนี้ ตนยังไม่ได้รับการติดต่อจาก รมว.ศธ. แต่หากติดต่อมาตนก็พร้อมที่จะหารือ ส่วนกรณีที่ รมว.ศธ.ต้องการให้กระบวนการผลิตครูในสถาบันอุดมศึกษามีความเข้มข้นมากขึ้น เพื่อที่หน่วยงานรับครูมาใช้จะได้ไม่ต้องเสียงบประมาณมาพัฒนาครูเพิ่มอีกนั้น ในส่วนนี้ตนมองว่าที่ผ่านมามหาวิทยาลัยที่ผลิตครูจะอยู่ในสังกัด ศธ. ดังนั้น ถ้าการผลิตครูได้มาตรฐานแล้ว ศธ.ก็อาจจะไม่ต้องไปอบรมครูเพิ่มเติมทุกอย่างก็จบ เพราะอยู่ในกระทรวงเดียวกัน &amp;nbsp;แต่ตอนนี้หน่วยงานผลิตครูแยกออกมาอยู่ อว. เพราะต้องตอบโจทย์ด้านอื่นๆ ด้วย ดังนั้น ศธ.กับอว. คงต้องมาคุยกัน โดยเฉพาะการผลิตครูแห่งอนาคตจะต้องเป็นอย่างไร &amp;nbsp;ครูต้องมีคุณภาพได้มาตรฐาน และตอบโจทย์โลกในศตวรรษที่21

&amp;quot; ที่ผ่านมา ผมกับ รมว.ศธ.มีการพูดคุยกันเรื่องการผลิตครูมาตลอด &amp;nbsp;และระหว่างนี้ผมก็กำลังเดินสายไปพูดคุยกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตครู เช่น &amp;nbsp;ที่ประชุมคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์กลุ่มมหาวิทยาลัยดั้งเดิมของรัฐ 16สถาบัน+7สถาบัน &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) &amp;nbsp;เป็นต้น &amp;nbsp;เพื่อชี้แจงนโยบาย อว. พร้อมรับฟังปัญหา อุปสรรคในการทำงาน หรือแผนการผลิตครู รวมถึงความต้องการครูในอนาคต &amp;quot;
นายสุวิทย์กล่าวอีกวาส &amp;nbsp;ที่สำคัญตนยังได้ขอให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ผลิตครูให้มาเป็นต้นแบบการผลิตครูให้แก่หน่วยผลิตครู &amp;nbsp;โดยเฉพาะการผลิตครูของมรภ. ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ของการผลิตครูด้วย เพราะตนมองว่าการผลิตครูจะต้องมองในเชิงระบบและคุณภาพ &amp;nbsp;ต้องดูว่าหน่วยงานที่ต้องการใช้ครูนั้นต้องการครูแบบไหน ครูสาขาไหนที่ขาดแคลน เพราะบางครั้งมหาวิทยาลัยผลิตครูที่มีคุณภาพไป &amp;nbsp;แต่ไปอยู่ในที่ไม่เหมาะสม ไม่ตรงกับที่เรียนมาก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี &amp;nbsp;ดังนั้น การผลิตครูต้องดูทั้งระบบ ดูปริมาณการผลิต ให้ตรงกับความต้องการและเมื่อผลิตออกมาแล้วก็ต้องให้ครูได้ปลดปล่อยศักยภาพด้วย &amp;nbsp; เพราะบางครั้งการไปบรรจุผิดฝาผิดตัวก็ไม่มีประโยชน์คงต้องคุยด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45861</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มมรภ., นายสุวิทย์ เมษินทรีย์, สถาบันผลิตครู, อว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190913/image_big_5d7b67786bbaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2019 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2019 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;รมว.อว.&quot; ระบุมรภ.เลิกผลิตบัณฑิตป.โท-เอก และภาพรวมมหา&#039;ลัย ต้องสร้างครูเพื่อผู้สูงวัย สอนทักษะชีวิตหลังเกษียณ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13ก.ย.62- ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - นายสุวิทย์ เมษิณทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับที่ประชุมคณบดีคณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (กลุ่มสถาบัน 16) ว่า ครูในศตวรรษที่ 21 จะต้องเข้าใจการใช้ชีวิต การเรียนรู้ในยุคปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี และสอนเด็กให้รู้ถึงการเรียนรู้และกระบวนการเรียนรู้ โดยต้องสอนให้เด็กกล้าที่จะล้มเหลว รู้จักการทดลองผิด ทดลองถูก ปลูกฝังวัฒนธรรมการสร้างนวัตกรรมให้เด็กสามารถปลดปล่อยศักยภาพของตนเองออกมาได้ ขณะเดียวกันสังคมไทยได้เข้าสู่ยุคสังคมสูงสัย เราก็จะต้องสร้างครู เพื่อผู้สูงวัย ซึ่งจะต้องเข้าใจจิตวิทยา สอนทักษะอาชีพหลังเกษียนในลักษณะของการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยส่วนตัวตนเห็นว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ควรจะเลิกเปิดสอนระดับปริญาโทและปริญญาเอก แต่ให้เน้นผลิตปริญญาตรี ให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ทั่วประเทศ และมหาวิทยาลัยที่พอจะมีศักยภาพ ก็ควรที่จะลดการผลิตปริญญาตรี ให้เน้นผลิตปริญญาโทและเอกเพิ่มขึ้น ควรแบ่งหน้าที่กันทำ &amp;nbsp;ไม่ใช่แย่งหน้าที่กันทำเหมือนทุกวันนี้ อว.มีนโยบายที่ชัดเจนและกบ้าที่เปลี่ยนแปลงเรื่องการบริหารจัดการ โดยใช้งบประมาณเป็นตัวขับเคลื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ผมอยากให้คณะครุศาตร์/ศึกษาศาสตร์ มีการทำวิจัยเชิงระบบการศึกษาของประเทศ เพื่อจะได้เห็นภาพรวมปัญหาการศึกษา และแก้ให้ถูกจุด และให้ร่วมมือกับคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ของ มรภ.ในการพัฒนาครู ให้ช่วย มรภ. เพราะ มรภ.ดูแลคนส่วนใหญ่ของประเทศ หาก มรภ.ผลิตครูที่ไม่ดีพอ การศึกษาของประเทศก็เป็นเรื่องที่น่าห่วง จึงต้องมีการให้การสนับสนุนและเป็นพี่เลี้ยงในการผลิตและพัฒนาครู&amp;quot;รมว.อว.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45680</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มมรภ., นายสุวิทย์ เมษินทรีย์, ผลิตครูเพื่่อผู้สูงอายุ, อว., แนะมรภ.เลิกสอนป.โท-เอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190913/image_big_5d7b67786bbaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2018 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2018 20:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทปอ.ไม่ละความพยายาม เล็งขอพบกรรมการ ป.ป.ช.อีกรอบ บอร์ดมหา&#039;ลัย ไม่ต้องแจงทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19พ.ย.61- ทปอ. เตรียมประสานขอเข้าพบคณะกรรมการ ป.ป.ช. อีกรอบ หวังชี้แจงผลกระทบจากประกาศให้นายก-กรรมการสภาฯ ยื่นบัญชีทรัพย์สิน &amp;ldquo;สุชัชวีร์&amp;rdquo; เผยยังไม่มีตัวเลขลาออกชัดเจน คาดรู้หลังจากประชุมสภามหา&amp;rsquo;ลัย ปลายพ.ย. นี้ แย้ม มหา&amp;rsquo;ลัยพยายามวิงวอนขอให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ช่วยต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) - ตัวแทนที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) อธิการบดีมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ สถาบันอาชีวศึกษา สังกัด สำนักงานคณะกรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) และ สถาบันวิทยาลัยชุมชน(วชช.) ได้มีการประชุมหารือประเด็นประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่อง กําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ. 2561 ที่กำหนดให้นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย และอธิการบดี มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธาน ทปอ. กล่าวภายหลังหารือว่า ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วันนับตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;2 ธันวาคม 2561&amp;nbsp;ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562&amp;nbsp;นั้น ที่ผ่านมา ทปอ.มีการแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าสนับสนุน ป.ป.ช.ในเรื่องที่อธิการบดีและรองอธิการบดีจำเป็นต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินจึงอยากสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง แต่ในส่วนของนายกและกรรมการสภาฯ อาจจะส่งผลกระทบต่อมหาวิทยาลัย เนื่องจากนายกและกรรมการสภาฯ หลายคนแสดงความต้องที่จะลาออกจากตำแหน่ง เพราะกฎหมายดังกล่าวประกาศใช้ภายหลังจากการรับตำแหน่ง ซึ่งเหตุผลในการลาออกคงเป็นเรื่องส่วนบุคคล ว่าแต่ละคนจะมีความพร้อมในการยื่นบัญชีทรัพย์สินอย่างถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ ไม่ได้เกี่ยวกับการปกปิดทรัพย์สินหรือเกี่ยวข้องกับการทุจริตแต่อย่างใด และการหารือครั้งนี้ยังมีกลุ่มสถาบันอาชีวะและวิทยาลัยชุมชนก็ได้รับผลจากประกาศดังกล่าวเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม เร็วๆนี้ ทปอ.จะประสานขอเข้าพบคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อชี้แจงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากประกาศให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินฉบับนี้ เพื่อหาหนทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ยังไม่มีตัวเลขชัดเจน ว่า มีการขอลาออกจำนวนเท่าไร แต่คาดว่าจะรู้ตัวเลขที่ชัดเจนหลังจากที่มีการประชุมสภามหาวิทยาลัยไปแล้ว โดยส่วนใหญ่จะมีการประชุมในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยก็พยายามวิงวอนขอให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ช่วยมหาวิทยาลัยต่อไป ส่วนกรณีที่มีข่าวว่านายมีชัย ฤชุพันธุ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกสภา มรภ.ราชนครินทร์ นั้น ซึ่งก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละบุคคล ทั้งนี้ ขอย้ำว่าอธิการบดี รองอธิการบดี ม.รัฐทุกแห่งพร้อมปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ&amp;rdquo;ประธาน ทปอ. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายจิตรนรา นวรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานคณะปราบปรามการทุจริตภาค 2 กล่าวว่า ตามประกาศ ป.ป.ช. ดังกล่าว ได้กำหนดว่า ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามประกาศ ซึ่งรวมถึงผู้บริหารที่มีตำแหน่งเทียบเท่า อย่างผู้อำนวยการสถาบันอาชีวศึกษานั้น ตามพ.ร.บ.การอาชีวศึกษา กำหนดว่าเป็นตำแหน่งที่เทียบเท่ากับอธิการบดี รวมถึงรองผู้อำนวยการสถาบันอาชีวศึกษาก็เป็นฝ่ายบริหาร ซึ่งกลุ่มน่าจะรู้ตัวอยู่แล้วว่าต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน แต่ก็ยังมีอีกหลายตำแหน่งที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองว่าอยู่ในเงื่อนไขที่จะต้องยิ่นบัญชีด้วย เช่น นายกและกรรมการสภาสถาบันอาชีวศึกษา 23 แห่ง รวมถึง วชช.ด้วย ดังนั้นผู้บริหารกลุ่มนี้จึงมาคุยกัน และเชื่อว่าหลังจากนี้กลุ่มอาชีวศึกษาจะออกมาแสดงท่าทีที่ชัดเจนขึ้น

&amp;ldquo;ต้องเข้าใจด้วยว่า นายกและกรรมการสภาสถาบันอาชีวศึกษา นั้นจะดูเรื่องทางวิชาการเท่านั้น โดยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องงบประมาณ รวมถึงการโยกย้ายผู้บริหาร เพราะเรื่องนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็นผู้ดูแล ดังนั้นจึงเป็นอีกกรณีที่ ป.ป.ช.จะต้องมาทบทวนด้วย&amp;rdquo;นายจิตรนรา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22294</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มมทร., กลุ่มมรภ., การยื่นบัญชีทรัพย์สินของกรรมการ สภามหาวิทยาลัย, ทปอ., ป.ป.ช., วชช., สอศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180706/image_big_5b3f46d40eb50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
