<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2021 12:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2021 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุดารัตน์&#039;ออกโรงเตือน&#039;นายกฯ&#039;หยุดเติมเชื้อไฟขัดแย้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค. 2564 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานกลุ่มสร้างไทย กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจ ปฏิบัติการสลายการชุมนุมกลุ่มรีเด็มเมื่อคืนนี้ ว่า การใช้ความรุนแรงไม่ควรจะเกิดขึ้น และทราบว่าเกิดขึ้นหลังจากยุติการชุมนุมแล้ว ซึ่งควรดูแลให้กลับบ้านด้วยความปลอดภัย ไม่มีใครต้องมาถูกทำร้าย หากมีการกระทำผิดตามกฎหมาย ก็ยึดหลักสากลดำเนินคดีไป ส่วนตัว ไม่ปรารถนาที่จะเห็นภาพความรุนแรงใดๆที่จะเกิดขึ้น หรือความสูญเสียแม้แต่ชีวิตเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ขณะนี้ ควรจะมีเวทีพูดคุยกันอย่างปลอดภัย เพื่อร่วมแก้ไขปัญหานี้ โดยมีรัฐบาลเป็นเจ้าภาพ อาจจะมีอาจารย์มหาวิทยาลัยเข้ามาช่วยเป็นคนกลาง เพื่อหาทางออก อย่าเติมไฟลงให้มากขึ้น อย่างเหตุการณ์ความวุ่นวายเมื่อวานนี้ หรือ ล้มการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ดังนั้นถ้าพูดคุยกันเพื่อหาทางออกได้อย่างสันติดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าคณะกรรมการสมานฉันท์ที่สภาตั้งขึ้นจะเป็นความหวังแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองได้หรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า เมื่อสัดส่วนคณะกรรมการไม่ตอบโจทย์ เพราะขาดส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะตัวของผู้ชุมนุม จึงไม่เป็นที่หวังจะหาทางออกของประเทศได้ หากนายกรัฐมนตรีจริงใจจะเปิดใจรับฟังความเห็นต่างจริง และแก้ไขอย่างสันติวิธีเชื่อว่ามีวิธีที่จะสามารถดำเนินการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอเดินหน้าแก้ไขรายมาตรานั้น ยอมรับว่าเสียดาย ที่มีการล้มการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้ประชาชนแก้ไข ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำความความเข้าใจได้ยาก ไม่เข้าใจว่าทำไปเพื่ออะไร ดังนั้นเรื่องของแนวทางนั้น ส่วนตัวยังคิดไม่ออกว่าจะเดินหน้าอย่างไร เพราะกระบวนการต่างๆที่เดินกันมาจนถึงวาระ 3 จะต้องกลับมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะสิ่งสำคัญที่ต้องคิดกัน คือ การยอมรับของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายไพบูลย์ &amp;nbsp;นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ระบุเตรียมพูดคุยกับพรรคเพื่อไทยและ ส.ว.เพื่อเดินหน้ายกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า อย่าไปหวังกับคนชื่อไพบูลย์ เพราะเขาทำทุกอย่าง เพื่อรักษาอำนาจให้กับผู้สืบทอดอำนาจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96766</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มสร้างไทย, คุณสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, สลายการชุมนุมกลุ่มรีเด็ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6056d88bde9c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2021 08:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2021 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หญิงหน่อย’มาแต่เช้าโชวกึ๋นแนะรัฐ7มาตรการด่วนฟื้นเศรษฐกิจไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค.2564 - &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานกลุ่มสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า กลุ่มสร้างไทยขอเสนอ 7 มาตรการเร่งด่วนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนไทยและต่างประเทศ ในการเร่งฟื้นเศรษฐกิจไทย ในขณะที่สภาพเศรษฐกิจไทยทรุดหนักกว่าประเทศต่างๆ ใน Asian ความสามารถในการแข่งขันแทบไม่มีเหลือ ข่าวเวียดนามโตแรงแซงไทย ทำให้คนไทยทุกคนต้องกลับมาทบทวนว่า ปัจจัยใดที่ถ่วงประเทศไทย ให้เติบโตได้ช้ากว่าที่ควรจะเป็น และเราจะหลุดออกจากกับดักประเทศรายได้ปานกลางด้วยวิธีการใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลของศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย รายงานว่า แนวโน้ม GDP ปี 2564-2568 ของเวียดนามอยู่ที่ 6.5-7.0% ส่วนไทยอยู่ที่ 3.0-3.7%, การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของเวียดนามมีมูลค่าอยู่ที่ 16,120 ล้านดอลลาร์ ส่วนไทยอยู่ที่ 4,816 ล้านดอลลาร์, การส่งออกของเวียดนามมีมูลค่า 282,655 ล้านดอลลาร์ ส่วนไทยอยู่ที่ 231,648 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เวียดนามยังประกาศเป้าหมายการพัฒนาประเทศอีกว่า ภายในปี 2573 จะเป็นประเทศกำลังพัฒนา มีรายได้ปานกลางระดับสูง&amp;rdquo; และภายในปี 2587 จะเป็น ประเทศที่พัฒนาแล้ว ดัชนีนวัตกรรมโลกพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ถือเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางค่อนข้างต่ำ แรงงานมีความรู้ในด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม ดึงดูดบริษัทข้ามชาติให้เข้ามาตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาในเวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเรียนย้ำว่า ประเทศไทยของเรา ได้ก้าวสู่การเป็นประเทศกำลังพัฒนา รายได้ปานกลางระดับต่ำ ในปี 2531 และตั้งเป้าหมายเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ภายในปี 2580 กล่าวคือ เราใช้เวลากว่า 49 ปี เพื่อไปถึงจุดนั้น ขณะที่เวียดนามตั้งเป้าหมาย และมุ่งมั่นขยับเส้นให้สำเร็จสามระยะ นับจากวันนี้ ก็คือภายใน 23 ปีข้างหน้า เพื่อก้าวสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ทั้งหมดนี้ เป็นกระจกส่องประเทศของเราอย่างเหลือเชื่อ ว่าปัจจัยใดถ่วงประเทศ จนขยับก้าวเดินต่อไปไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มสร้างไทย ขอเสนอ 7 มาตราการเร่งด่วน เพื่อกำหนดเป้าหมายการพัฒนาประเทศ ทั้งทางเศรษฐกิจ การพัฒนาคนและการฟื้นฟูความเชื่อมั่น ต่อความโปร่งใส และระบบนิติรัฐของประเทศไทย
ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ปฏิรูประบบคิดของราชการ จากการทำตัวเป็นผู้กำกับควบคุม (คือทั้งกำกับและควบคุม) มาเป็นผู้สนับ &amp;ldquo;สนุนส่งเสริม&amp;rdquo; ให้ประชาชนทำมาหากิน ได้อย่างสะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การ&amp;rdquo;ปฏิรูปกฎหมาย&amp;rdquo;ที่ซ้ำซ้อน และเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การออกกฎหมายใหม่ที่ส่งเสริมการค้าและการลงทุน สำหรับ #คนตัวเล็ก &amp;nbsp;ให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เร่งดำเนินการเรื่อง ข้อตกลงการค้าเสรี เพื่อโอกาสของการส่งออกสินค้าไทย เช่นในขณะนี้เวียดนามมีข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) 16 ฉบับกับ 53 ประเทศ ส่วนไทยมีเพียง 14 ฉบับกับ 18 ประเทศ
4.ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน &amp;nbsp;การพัฒนาระบบการศึกษา ส่งเสริมให้เด็กได้รับการศึกษาถ้วนหน้า
ต้องทำให้เด็กไทยมีความรู้ที่จะเป็น &amp;ldquo;พลเมืองของโลก&amp;rdquo; มีความรู้เรื่องภาษา เทคโนโลยีสมัยใหม่ และส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ส่งเสริมให้เกิดStat up &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.พัฒนาแรงงานไทย ให้มีความรู้และทักษะ ตรงความต้องการของผู้ประกอบการ บริษัทข้ามชาติต่างๆ จึงจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ต้องสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนเรื่องความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และความเป็นนิติรัฐของรัฐบาล และระบบราชการไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 7. เร่งปรับปรุงการบริหารราชการ เข้าสู่ &amp;nbsp;E-Government อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#สู้เพื่อคนตัวเล็ก #กลุ่มสร้างไทย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95564</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 มาตรการเร่งด่วน, กลุ่มสร้างไทย, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ประธานกลุ่มสร้างไทย, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201103/image_big_5fa17316ba43d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2021 18:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2021 18:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สร้างไทย&#039;อัดพาณิชย์เอื้อประโยชน์ขบวนการทุจริตน้ำมันปาล์ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค. 2564 นายภัชริ นิจสิริภัช สมาชิกกลุ่มสร้างไทย กล่าวถึงการบริหารงานในกระทรวงพาณิชย์ ที่ส่อไม่โปร่งใสอาจมีการทุจริต เอื้อประโยชน์นายทุน ว่า ขณะนี้ปาล์มทะลายปัจจุบันราคาเหลือเพียง 5 และมีแนวโน้มตกลงเรื่อยๆ ทั้งที่สต๊อกมีเพียง 1.4 แสนตัน แต่ปาล์มขวดกลับราคาสูงถึง50-55 บาท และมีสินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการ อีกทั้งยังมีขบวนการกดราคาอย่างชัดเจน โดยประเมินว่า วังวนการกดราคารับซื้อปาล์มจากเกษตรกรมีแนวโน้มอาจจะทำให้ปาล์มราคาตกเหลือ เพียง 2-3 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น ในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. และเป็นที่มา ที่ชาวบ้านสงสัยว่าเหตุใดน้ำมันปาล์มบรรจุขวด ที่มีการควบคุมราคาจึงขาดตลาด แต่น้ำมันปาล์มบรรจุปี๊บ ซึ่งแพงกว่าถึงร้อยละ50 กลับหาซื้อได้ทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มสร้างไทยจึงมองว่าอาจมีผู้มีอำนาจได้เข้ามาควบคุมราคาน้ำมันปาล์ม แบบตบตาผู้บริโภค เพราะควบคุมน้ำมันปาล์ม แบบบรรจุขวดเพียงอย่างเดียว และเปิดช่องให้พวกพ้องโดยไม่ควบคุมราคาน้ำมันปาล์มบรรจุปี๊บ ขณะที่ผู้ค้ารายใหญ่ก็กักตุนในปริมาณมาก พร้อมกดราคารับซื้อปาล์มจากเกษตรกร ในราคาถูก และนำมาสกัดเป็นน้ำมันปาล์มเก็บไว้ในคลัง ก่อนบรรจุลงขวดเพียงเล็กน้อยและควบคุมราคา ขณะเดียวกันได้เปิดโอกาสให้สามารถบรรจุ น้ำมันปาล์มลงปี๊บได้ในปริมาณมากเพื่อเป็นช่องทางโก่งราคา หรือขูดรีดชาวบ้าน โกยเงินเข้ากระเป๋าเป็นกอบเป็นกำ โดยไม่มีหน่วยงานใดของรัฐสามารถเอาผิดได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95284</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มสร้างไทย, ขึ้นราคาน้ำมันปาล์มขวด, ภัชริ นิจสิริภัช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210307/image_big_6044b3549d46d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94723</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กลุ่มสร้างเจ๊&#039;ร่อนแถลงการณ์วอนศาลรธน.วินิจฉัยปมอำนาจหน้าที่แก้รัฐธรรมนูญก่อนสภาลงมติวาระ3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.64- กลุ่มสร้างไทย ที่มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ เป็นแกนนำได้ออกแถลงการณ์ว่า จากการที่ภาคประชาชน ฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลเห็นพ้องร่วมกันว่า สมควรมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เป็นองค์กรยกร่างนั้น ในที่สุดได้มีการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมต่อรัฐสภาโดยให้มี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนจำนวน 200 คน เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งในที่สุดรัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบในวาระที่ 1 แต่มติเสียงข้างมากของรัฐสภา (สมาชิกวุฒิสภาเกือบทั้งหมดและ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ) กลับขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ารัฐสภามีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และรัฐสภาได้ลงมติเมื่อ 24 - 25 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมาผ่านวาระที่ 2 คงเหลือเพียงวาระที่ 3 ต้องรอไว้ 15 วันจึงจะลงมติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มสร้างไทยขอเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบว่าการที่รัฐสภาเสียงข้างมากขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเด็นข้างต้นเป็นเรื่องแปลกประหลาดและส่อให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการสมคบคิดเพื่อทำให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดย สสร. เป็นไปไม่ได้ ยิ่งศาลรัฐธรรมนูญขอความเห็นจากบุคคล 4 คน คือ นายมีชัย ฤชุพันธ์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ และนายอุดม รัฐอมฤต ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามีจุดยืนข้างฝ่ายประชาธิปไตยหรือไม่ยิ่งทำให้เกิดความกังวลมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่รัฐสภาลงมติในวาระที่ 1 และวาระที่ 2 ไปแล้วย่อมแสดงให้เห็นว่ารัฐสภามั่นใจว่ามีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยใช้ระบบ สสร. ซึ่งถ้าทุกอย่างเป็นไปตามปกติเมื่อผ่านวาระที่ 3 (จะมีการเปิดประชุมรัฐสภาในวันที่ 17 - 18 มีนาคม 2564 ) จะไปสู่การทำประชามติ หากผ่านประชามติจะมีการเลือก สสร. 200 คนโดยประชาชน เมื่อ สสร. ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จจะต้องทำประชามติอีกครั้งถ้าผ่านจึงทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงทรงพระปรมาภิไธย และจะมีการเลือกตั้งกันตามรัฐธรรมนูญใหม่ซึ่งถือเป็นฉบับประชาชนอย่างแท้จริงและจะเป็นฉบับแรกของประเทศไทยที่ประชาชนเป็นผู้สถาปนารัฐจะธรรมนูญขึ้นในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตย จึงไม่มีเหตุผลและความเหมาะสมใดเลยที่จะสมคบคิดกันหยุดยั้งการดำเนินการเช่นนี้ นอกจากต้องการจะปกป้องระบบเผด็จการอำนาจนิยมที่เกิดจากการรัฐประหารและการสืบทอดอำนาจเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจึงควรที่จะวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวให้เสร็จสิ้นก่อนการลงมติในวาระที่ 3 และถ้าศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าศาลไม่มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัย ก็จะทำให้ระบบรัฐสภาแข็งแรงขึ้น เพราะการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะแก้ไขเป็นรายมาตรา หลายมาตราหรือจัดทำใหม่ทั้งฉบับภายใต้ข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญเองเป็นอำนาจโดยเฉพาะของรัฐสภา หรือมิเช่นนั้นศาลรัฐธรรมนูญก็ควรจะยืนยันว่าเป็นอำนาจของรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ารัฐสภาไม่มีอำนาจก่อนการลงมติวาระที่ 3 ฝ่ายค้านก็ต้องคิดให้ดีว่าจะผ่านร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่มี สสร. เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีคำวินิจฉัยก่อนการลงมติดังกล่าว ฝ่ายค้านก็ควรหาวิธีการไม่ให้มีการลงมติจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่ารัฐสภามีอำนาจทำได้หรือไม่ หากฝ่ายค้านลงมติเห็นชอบ วาระที่ 3 โดยยังไม่มีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าส่วนที่เกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดย สสร. นั้นใช้ไม่ได้เพราะรัฐสภาไม่มีอำนาจ ก็จะทำให้รัฐบาลโดยความร่วมมือกับ สว.สามารถแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้ทุกประเด็นเว้นแต่จะไม่ผ่านประชามติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มสร้างไทยจึงขอวิงวอนทุกฝ่ายได้ร่วมมือกัน ผ่าทางตันของประเทศเพื่อให้มีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่แท้จริง อย่าเอาแพ้ชนะกันในสิ่งที่ในที่สุดแล้วไม่มีใครชนะแต่ทุกคนและประเทศแพ้หมด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94723</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มสร้างเจ๊, กลุ่มสร้างไทย, แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603da76c2d8ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94628</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หญิงหน่อย&#039; ฟันธง สสร.ไม่เกิด แต่พวกเผด็จการจะได้แก้รัฐธรรมนูญชิงความได้เปรียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค.64 - เวลา 10.00 น. ที่เบ็นซ์ ทองหล่อคลับ ย่านสุขุมวิท สถาบันสร้างอนาคตไทย จัดเสวนา &amp;quot;ฝ่าด่านอรหันต์ หยุดกระบวนการล้มรัฐธรรมนูญประชาชน&amp;quot; มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานกลุ่มสร้างไทย นายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภาฯ นายพงศ์เทพ เทพกาญจน อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2540&amp;nbsp;นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ตัวแทนจากโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ร่วมเสวนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวตอนหนึ่งว่า เหตุใดการรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญ จึงทำได้ง่ายและไม่เคยมีความผิด แต่เมื่อประชาชนจะแก้ไขรัฐธรรมนูญของของตนเองกลับยากเย็น สังคมอยู่ในช่วงเวลาที่ถูกหลอกให้มีความหวัง เช่นเดียวกับตอนร่างรัฐธรรมนูญปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ฝ่ายผู้มีอำนาจบอกให้ลงประชามติไปก่อน เพื่อจะได้มีการเลือกตั้ง รัฐบาลกำลังเล่น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หน้า สร้างความหวังอีกครั้งว่า จะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ท้ายที่สุดประชาชนจะไม่ได้เป็นผู้แก้ไขรัฐธรรมนูญ สสร. จะไม่เกิด แต่กลุ่มเผด็จการ และ สว.ที่มาจากเผด็จการจะเป็นผู้ได้แก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อความได้เปรียบและเสริมความแข็งแกร่งของตนเองให้มากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับ ส.ส.บางคนที่โยนอำนาจของตนเองให้ผู้อื่นวินิจฉัย เป็นสิ่งที่น่าอับอายมาก นับแต่ทำงานการเมืองมา&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ปี ไม่เคยเห็นว่า มีสมาชิกรัฐสภายุคไหนจะมีพฤติกรรมที่น่าอับอายเช่นนี้ จึงไม่แปลกที่หลายส่วนในสังคมจึงตั้งคำถามว่า ส.ว.มีไว้ทำไม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญได้ร่วมกันหาทางออกให้ประเทศ อย่าทำให้ประเทศถึงทางตัน เพราะประชาชนคนตัวเล็กๆ กำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส เกมที่ผู้มีอำนาจกำลังทำ จะให้ไม่มีใครชนะ ประเทศแพ้ ประชาชนแพ้ จึงขอเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยผลประโยชน์ประชาชน และควรมีคำวินิจฉัยออกมาก่อนการลงมติในวาระ&amp;nbsp;3&amp;rdquo;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงศ์เทพกล่าวว่า รัฐธรรมนูญ2560&amp;nbsp;ไม่มีมาตราใด บัญญัติว่า ไม่สามารถยกร่างฉบับใหม่ได้ ระบุเพียงแค่ห้ามเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐและระบอบการปกครองเท่านั้น จึงต้องตั้งคำถามว่า หากห้ามมิให้ยกร่างใหม่ทั้งฉบับเหตุใดไม่ระบุไว้ หรือหากมีการแก้ไขทุกมาตรายกเว้นเฉพาะเรื่องของรูปแบบของรัฐ รวมถึงรูปแบบการปกครอง มีความต่างกับการยกร่างใหม่ทั้งฉบับอย่างไร ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไรนั้น ศาลรัฐธรรมนูญ เข้าใจดีว่ารัฐสภาจะลงมติในวาระ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมื่อใด และมีเวลาพอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยให้แล้วเสร็จ ก่อนที่รัฐสภาจะลงมติในวาระ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเข้าใจถึงความจำเป็น ไม่เช่นนั้นก็เป็นเรื่องที่น่ากังวล ทั้งนี้ไม่ว่าระบบการเลือกตั้ง ส.ส.ร.จะเป็นอย่างไร แต่ส.ส.ร.ที่ได้จะน่าเชื่อถือ และสามารถยกร่างได้ดีกว่าที่ผ่านมา และสุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน เพราะหาก ส.ส.ร.ยกร่างไม่ดีพอ ประชาชนก็จะลงมติไม่เห็นชอบ เพื่อให้เกิดกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโภคิน กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังแก้ไขจะไม่ผ่านวาระ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ที่ผ่านมาตนเองได้ผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญมายาวนาน ตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี&amp;nbsp;2540&amp;nbsp;มีที่มาจากประชาชน ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดฉบับหนึ่งของประเทศ อย่างไรก็ตามจากวิกฤติทางการเมือง ที่ต่อเนื่องยาวนานกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี จึงจำเป็นที่ต้องขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เดินหน้าได้ตามกระบวนการ นำพาประเทศเดินออกจากทางตัน ผลักดันให้เกิดร่างรัฐธรรมนูญโดยประชาชน และผ่านความเห็นชอบโดยประชาชน กรณีที่มี ส.ว.และ ส.ส. ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูวินิจฉัย ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สามารถแก้ไขได้หรือไม่นั้น คงต้องรอศาลรัฐธรรมนูญ ว่าจะวินิจฉัยออกมาเมื่อใด หากรัฐสภาให้ความเห็นชอบวาระที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไปแล้ว จะไปสู่ขั้นตอนการลงประชามติ ซึ่งถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยหลังผ่านวานะ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทำไม่ได้ ผลที่ตามมาจะทำให้ฝ่ายรัฐบาลร่วมกับ สว. จะแก้ไขประเด็นใดก็ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;และจะแก้ไขประเด็นที่เป็นประโยชน์กับฝ่ายรัฐบาล เพราะฝ่ายค้านไม่มีอำนาจคานกับฝ่ายรัฐบาลและ สว.ได้อีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโภคิน ตั้งข้อสังเกตว่า นับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง สถาปนารัฐธรรมนูญฉบับแรก ทุกฉบับจะมีหมวดที่ว่าด้วย การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจตรงกันว่า สามารถแก้ไขรายมาตราหรือจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ สำหรับร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านวาระ1&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของรัฐสภาขณะนี้ ไม่ได้ไปแตะต้องหมวด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ซึ่งในอดีตก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สามารถยกร่างใหม่ได้เท่ากับเป็นการปกป้อง อำนาจของเผด็จการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยิ่งชีพ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง ส.ส.ร. ทั้งหมด&amp;nbsp;200&amp;nbsp;คน ส่วนกรณีใช้เขตเลือกตั้งแบบ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน รวม&amp;nbsp;200&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;200&amp;nbsp;คนนั้น ถือเป็นเรื่องน่าประหลาด เชื่อว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นอีกมาก แต่เพื่อเป็นทางออกของปัญหา ศาลรัฐธรรมนูญควรมีคำวินิจฉัยออกมา ก่อนรัฐสภาลงมติวาระ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กรณีที่ ส.ว.ยื่นคำร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญ ไม่แน่ใจว่า ส.ว.มีความกังวลในประเด็นใด หรืออาจกังวลว่าหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตนเองจะหมดอำนาจ อย่างไรก็ตามหาก ส.ส.หรือ ส.ว.บางคนเห็นว่าไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ได้ ก็ให้ลงมติไม่ผ่านในวาระ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แล้วชี้แจงกับสังคมให้ได้ว่าเพราะเหตุใด ขออย่าใช้วิธียืมมือศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาช่วยเหลือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94628</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มสร้างไทย, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603ca6678c8de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2021 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สร้างไทย&#039; ร่อนแถลงการณ์ประณาม  สส.-สว.บางกลุ่ม เล่นเกมถ่วงเวลาแก้รัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.พ.64 - กลุ่มสร้างไทยที่มี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นหัวหน้ากลุ่ม ได้ออกแถลงการณ์ มีเนื้อหาว่า ตามที่สมาชิกรัฐสภาจำนวนหนึ่งประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจากพรรคพลังประชารัฐและสมาชิกวุฒิสภา ได้เข้าชื่อเสนอญัตติต่อประธานรัฐสภาขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยอำนาจหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา กรณีเห็นว่าสมาชิกรัฐสภาไม่มีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นั้น กลุ่มสร้างไทย ขอเรียนว่า การขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยมี สสร. เป็นองค์กรในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ (ยกเว้นการแก้ไขในหมวด ๑ และหมวด ๒) ได้ใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. ๒๕๓๔ ทุกประการ และตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๒๑๑ (๑) ก็มิได้มีบทบัญญัติว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับเช่นกัน แต่สมาชิกรัฐสภาก็ได้ให้ความเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๓๙ อันเป็นที่มาของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ ดังนั้น การร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่โดย สสร. จึงกระทำได้และเป็นไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขทุกประการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มสร้างไทย เห็นว่า การใช้สิทธิของบุคคลจะต้องเป็นไปโดยสุจริต แต่พฤติกรรมที่ผ่านมาของสมาชิกรัฐสภากลุ่มนี้ส่อให้เห็นถึงความไม่สุจริตมาแต่แรก เริ่มจากการคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากนั้นถ่วงเวลาด้วยการขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญของรัฐสภาเพื่อพิจารณาศึกษาญัตติการขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และล่าสุดคือการขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจหน้าที่ของตน ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อตั้งสสร. ฉบับที่ถูกใช้เป็นร่างในการพิจารณาในรัฐสภาขณะนี้ ได้ถูกเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรพรรคร่วมรัฐบาลที่มีพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำและผู้ที่จะเสนอญัตติให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก็เป็นผู้ร่วมลงชื่อในร่างแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวด้วย อีกทั้งร่างดังกล่าวยังได้รับการลงมติเห็นชอบจากเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกรัฐสภาในวาระแรกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๒๔ ยังบัญญัติให้การออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกรัฐสภาเป็นเอกสิทธิ์เด็ดขาดที่ผู้ใดจะนำไปเป็นเหตุฟ้องร้องว่ากล่าวสมาชิกผู้นั้นในทางใดๆ มิได้ กรณีจึงไม่มีเหตุอันควรและล่วงเลยเวลาที่จะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยถึงอำนาจหน้าที่ในการลงมติแล้ว นอกจากจะเป็นไปเพื่อถ่วงขั้นตอนและเวลาการมีรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้กลุ่มสร้างไทย ยังเห็นว่า รัฐธรรมนูญได้กำหนดขั้นตอนการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญไว้แล้วตามมาตรา ๒๕๖ (๙) ที่ให้อำนาจสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกทั้งสองสภารวมกันจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบ มีสิทธิเข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกเพื่อให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย ดังนั้น การเพิ่มขั้นตอนจากที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้จึงเป็นการถ่วงเวลาการมีรัฐธรรมนูญของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มสร้างไทย เห็นว่าเมื่ออำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ประชาชนจึงย่อมมีอำนาจที่จะแต่งตั้งตัวแทนเพื่อร่างรัฐธรรมนูญอันเป็นหลักประกันการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของตนได้โดยชอบ โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันซึ่งถูกร่างขึ้นโดยคณะบุคคลที่ถูกแต่งตั้งโดยเผด็จการที่นอกจากจะไม่มีความชอบธรรมแล้ว เนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญยังขัดต่อหลักนิติธรรมและเป็นไปเพื่อสืบทอดอำนาจเผด็จการอันนำมาซึ่งความขัดแย้งและความล้มเหลวในการบริหารประเทศสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทุกหมู่เหล่าดังที่เกิดขึ้นแล้วจนถึงปัจจุบัน ยกเว้นเพียงกลุ่มคนที่ได้ประโยชน์จากการเกื้อหนุนของเผด็จการที่อยู่บนต้นทุนของประเทศและความเดือดร้อนของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มสร้างไทย จึงขอประณามสมาชิกรัฐสภาทุกคนที่ถ่วงเวลาการมีรัฐธรรมนูญของประชาชน พร้อมทั้งขอเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภาท่านอื่นๆ ได้ตระหนักว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย จึงควรรีบคืนอำนาจให้กับประชาชนเพื่อให้มีการเลือกตั้ง สสร. มาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ที่เป็นของประชาชนโดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92468</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มสร้างไทย, การเมือง, สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201218/image_big_5fdc65c95ad40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2021 12:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2021 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุก! &#039;ธนกร&#039; จ้วง &#039;เจ๊หน่อย&#039; โหนทุกเรื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ แกนนำกลุ่มสร้างไทย ระบุว่า จะยื่นฟ้องศาลปกครองให้ยกเลิกระเบียบเรียกคืนเงินเบี้ยผู้สูงอายุหากกระทรวงมหาดไทยไม่ยอมทำว่า อยากให้คุณหญิงสุดารัตน์ใจร่มๆ อย่าโหนกระแสไปทุกเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาอยู่ จะไม่ทำให้ผู้สูงอายุเดือดร้อนเด็ดขาด และล่าสุดนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก็ยืนยันแล้วว่าไม่มีใครต้องติดคุก โดยจากการคัดกรองมีผู้สูงอายุทีมีปัญหารับเบี้ยซ้ำซ้อนแค่ 6000 คนเท่านั้น และมีผู้สูงอายุนำเงินมาคืนแล้ว 130 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้จะได้ข้อยุติแน่นอน ซึ่งคงต้องเข้าครม. ไม่ต้องเป็นห่วง และผู้สูงอายุไม่ต้องกังวล เพราะพล.อ.ประยุทธ์ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์เรียกร้องให้รัฐจ่ายเงินเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา33ทุกคนนั้น รัฐบาลดูแลทุกคนอย่างเสมอภาค ส่วนที่มีเงื่อนไขต้องไม่มีเงินฝากในบัญชีเกิน 5 แสนบาทนั้น จะมีการตรวจสอบเฉพาะบัญชีเงินฝากเท่านั้น หากผู้ประกันตนเคยนำเงินไปลงทุนในกองทุน พันธบัตรรัฐบาล หรือสลากออมสินจะไม่รวมในส่วนนี้ สำหรับเกณฑ์เงินฝาก 500,000 บาทนั้นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เป็นการคำนึงถึงเงินออมที่สามารถบรรเทาภาระการใช้จ่ายได้ในระดับหนึ่งที่ไม่ได้ทำให้ประชาชนมีความลำบาก โดยประเมินว่าตัวเลขเงินฝากดังกล่าวอยู่ในระดับที่รองรับการดำรงชีพในกรณีที่หากรายจ่ายสูงกว่ารายได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม อยากฝากไปยังคุณหญิงสุดารัตน์ว่า อย่าติงรัฐบาลทุกเรื่องเอาเวลาลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านเป็นสิ่งที่ดีแล้ว ถ้าคุณหญิงสุดารัตน์อยากสร้างไทยจริงๆ ก็ควรเข้าใจในสิ่งที่รัฐบาลทำด้วย ไม่ใช่ออกมาค้านทุกเรื่อง ทุกมาตรการรัฐบาลกลั่นกรองมาดีแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ประเทศเดินหน้า อยากให้คุณหญิงสุดารัตน์คิดใหม่ทำใหม่ เสนอแนะอย่างสร้างสรรค์ เตือนด้วยใจเป็นธรรม ไม่ใช่หวังผลการเมืองทุกเรื่องโดยไม่สนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92185</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มสร้างไทย, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์, ธนกร วังบุญคงชนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200815/image_big_5f374fedb6d62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
