<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 15:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> 5แนวร่วมบุคลากรทางการแพทย์บุกสธ.เรียกร้องกระจายไฟเซอร์ให้โปร่งใส่-เป็นวัคซีนหลัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

30 ก.ค.64 - เมื่อเวลา 11.00น. ที่กระทรวง​สาธารณสุข​ 5 แนวร่วมบุคลากรทางการแพทย์ ประกอบด้วย​ หมอไม่ทน ภาคีบุคลากรสาธารณสุข&amp;nbsp; Nurses Connect DNA บุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัคร สมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์นานาชาติแห่งประเทศไทย (IFMSA Thailand) ยื่นหนังสือต่อกระทรวงสาธารณสุข​ผ่านนพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง (รก.11)​ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข​&amp;nbsp; เพื่อเรียกร้องให้เกิดความโปร่งใสในการกระจายไฟเซอร์ในไทย โดยตัวแทนกลุ่ม กล่าวว่า&amp;nbsp; บุคลากรทางการแพทย์เห็นพ้องว่าควรจะมีการชี้แจงความโปร่งใส และนำ mRNA วัคซีน เป็นวัคซีนหลักให้กับประชาชน ซึ่งตนได้หวังว่าทางรัฐบาลและกระทรวง​สาธารณะ​สุข​จะให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพของประชาชนมาเป็นอันดับหนึ่งก่อนในช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.รุ่งเรือง กล่าวว่า วันนี้ได้มารับข้อร้องทุกข์​ของพี่น้องบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งหมอ ทันตแพทย์​ และพยาบาล เรียนว่าเราให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชนมาเป็นอันดับแรกเสมอ โดยขอบคุณที่มาเรียกร้องในวันนี้ ซึ่งเป็นเสียงสะท้อนทีดีในการที่เราจะทำงานร่วมกัน ที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญต่อเรื่องวัคซีนโควิด-19 ตั้งแต่การจัดหาวัคซีน รวมถึงการลงไปฉีด เมื่อเช้านี้วัคซีนไฟเซอร์มาถึงประเทศไทย 1.5 ล้านโดส โดยกลุ่มแรกเราต้องดูแลบุคลากรด่านหน้า จำนวนไม่น้อยกว่า 5 แสนโดส เพราะกลุ่มนี้ทำให้ระบบสาธารณสุข​ยังอยู่ได้ ทั้งนี้บุคลากร​ของเราทุกคนทำงานหนักมาก มุ่งมั่น​ที่จะทำเพื่อประชาชน​ทุกคนให้ผ่านวิกฤติ​นี้ไปด้วยกัน นอกจากนี้ยังให้วัคซีนกับผู้ที่เป็นกลุ่ม​เสี่ยงสำคัญ และพื้นที่เสี่ยงที่มีความรุนแรงในขณะนี้ เรียนว่าการกระจายวัคซีน​จะมีระบบที่ดี โปร่งใส​ ตรวจสอบ​ได้​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การวิจัยต่างๆในประเทศ เพื่อเป็นแนวทางในการจัดหาวัคซีน จะสามารถเปิดเผยข้อมูล แนวทางการวิจัย ได้หรือไม่ นะ.รุ่งเรือง​ กล่าวว่า ข้อมูลเราเปิดเผยทั้งหมด โดยจะมีการเผยแพร่ให้มาก และชัดเจนมากขึ้น ข้อมูลทุกอย่างที่เราแสดงสามารถดูได้ว่ากลุ่มตัวอย่างเป็นใคร ทำเมื่อไหร่ การเปรียบเทียบเชื่อได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า บุคลากรที่ได้รับการฉีดแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​แบบบูสเตอร์โดส จะได้รับการฉีดแบบ mRNA หรือไม่ นพ.รุ่งเรือง กล่าวว่า ยืนยันว่าเราอยากให้บุคลากร​ได้รับวัคซีน​ที่มีคุณภาพ ดังนั้นในอนาคตจะมีช่วงที่วัคซีนไฟเซอร์เข้ามาอีกครั้ง กลุ่มเหล่านี้ก็จะอยู่ในการพิจารณา เชื่อว่าการให้วัคซีนโควิด-19 คงไม่ได้จบแค่เข็ม 3 เท่านั้น ในอนาคตน่าจะเป็นโรคประจำถิ่น และมีการให้วัคซีน​ทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามเพิ่มเติมว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการฉีดวัคซีนแอสตร้าฯเข็มแรก และเข็มสองเป็นรูปบบ mRNA นพ.รุ่งเรืองกล่าวว่า ข้อมูลทางวิชาการปัจจุบันคือการให้ซิโนแวค กับแอสตร้าฯ พบว่าลำดับภูมิคุ้มกันขึ้นสูง แน่นอนว่ามีคนเรียกร้องให้ฉีด mRNA ถ้าให้ไฟเซอร์สองเข็ม ระดับภูมิคุ้มกันใกล้เคียงกับแอสตร้าฯสองเข็ม อย่างไรก็ตามเราทำตามภายใต้ข้อมูลทางวิชาการ และการบริหารจัดการที่ดีที่สุด ดังนั้นมีปัจจัยด้านการจัดหาวัคซีนโดยกระทรวงสาธารณสุข​ เร่งในเรื่องดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นการตั้งคณะกรรมการ​เพื่อจัดหาวัคซีน และการบริการจัดการดารฉีดวัคซีน ขอให้มั่นใจว่าเราจะดูแลบุคลากรอย่างดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111639</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มหมอไม่ทน, นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ, วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า, วัคซีนไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_6103b3054ff8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอไม่ทน&#039;นำทีมบุกสถานทูตสหรัฐ  ช่วยตรวจสอบ&#039;ไฟเซอร์&#039;1.5 ล้านโดสเก็บไว้ให้ใคร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.64- กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ประกอบด้วย กลุ่มหมอไม่ทน, ภาคีบุคลากรสาธารณสุข, Nurses Connect, สมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์นานาชาติแห่งประเทศไทย (IFMSA-Thailand) และ DNA บุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัคร ออกแถลงการณ์เรื่องความโปร่งใสในการกระจายวัคซีน Pfizer ที่จะเข้ามาในวันที่ 29 กรกฎาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าบุคลากรการแพทย์ด่านหน้าจะได้รับการฉีดวัคซีน Pfizer มากกว่า 500,000 โดส โดยจะเริ่มฉีดต้นเดือนสิงหาคม ทว่าสถานการณ์ขณะนี้นับว่ามีความขัดแย้งกับคำกล่าวข้างต้นอย่างมาก เมื่อพิจารณาถึงความจริงที่ว่าขณะนี้บุคลากรทางการแพทย์จำนวนมากต้องเข้ารับการฉีดวัคซีน AstraZeneca เป็นบูสเตอร์โดสเข็ม 3 ทั้งด้วยความไม่มั่นใจในการมาถึงของ Pfizer การถูกทำให้เชื่อว่าจะไม่มีวัคซีน Pfizer เข้ามา และการคาดการณ์ว่า Pfizer จะเข้ามาไม่พอสำหรับบุคลากรฯ ทั้งหมด โดยมีหลักฐานและข้อยืนยันจำนวนมากที่พิสูจน์ว่าสภาพการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเวียนในโรงพยาบาลหรือการประกาศว่าจะไม่รับผิดชอบหากบุคลากรฯ ที่ยืนยันจะรอ Pfizer ติดโควิดในระหว่างรอวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพการณ์ดังกล่าว นำไปสู่การตั้งคำถามว่าขณะนี้มีบุคลากรทางการแพทย์ได้รับวัคซีน AstraZeneca ไปแล้วเท่าใด และยังมีเจตจำนงรอฉีดวัคซีน Pfizer ต้นเดือนหน้าดังที่กระทรวงสาธารณสุขกล่าวอ้างเท่าใด มีข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับการกระจายวัคซีนครั้งนี้ ทว่ากระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีข้อมูลของบุคลากรทางการแพทย์ทั้งหมดในมือกลับไม่เปิดเผยตัวเลขอย่างโปร่งใสชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากความคลุมเครือของข้อมูลเรื่องวัคซีน การออกแบบและจัดการเพื่อทำให้วัคซีนอยู่ในอุณหภูมิที่ถูกต้องเหมาะสม (Cold-chain tracking) ซึ่ง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้จัดทำ เพื่อติดตามการกระจายของวัคซีนยี่ห้อและล็อตต่างๆ ยังได้ปิดตัวลงตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม (ดูได้ที่ https://datastudio.google.com/.../731713b6.../page/JMn3B...) และถูกแทนที่ด้วยเว็บไซต์ที่ทางกระทรวงสาธารณสุขทำแทน (ดูได้ที่ https://dashboard-vaccine.moph.go.th/dashboard.html) ซึ่งไม่มีการแจ้งรายละเอียดยี่ห้อวัคซีนหรือล็อต มีเพียงข้อมูลว่า ประชาชนในแต่ละจังหวัดได้รับการฉีดวัคซีนเป็นจำนวนเท่าใด เพียงแค่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อความโปร่งใสและการกระจายวัคซีนให้ถึงมือผู้ควรได้รับโดยปราศจากเส้นสาย หมอไม่ทน, ภาคีบุคลากรสาธารณสุข, Nurses Connect , สมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์นานาชาติแห่งประเทศไทย (IFMSA Thailand Official) และ DNA บุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัคร จึงขอเรียกร้องต่อกระทรวงสาธารณสุขดังนี้
1. นำวัคซีน mRNA มาเป็นวัคซีนหลักให้คนไทยทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ชี้แจงและเปิดเผยข้อมูลว่ามีบุคลากรฯ ได้รับวัคซีน AstraZeneca เป็นบูสเตอร์โดสไปแล้วเท่าใด และยังเหลือบุคลากรฯ ที่ยืนยันจะรับไฟเซอร์เป็นจำนวนเท่าใด เพื่อให้จำนวนวัคซีนที่ได้รับพอดีกับบุคลากรฯ ไม่มีเศษตกหล่นติดตามไม่ได้นอกระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. นำข้อมูลสำคัญที่จะพิสูจน์ความโปร่งใสกลับมาบรรจุในระบบ Cold-chain tracking นั่นคือเส้นทางการกระจายวัคซีนโดยระบุยี่ห้อและล็อตต่างๆ ของวัคซีน และเปิดให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย เพื่อแสดงความรับผิดชอบของรัฐต่อประชาชน และให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการก้าวข้ามวิกฤต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ระบุผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจนกรณีเกิดการจัดสรรการกระจายวัคซีนผิดพลาดหรือทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น เรายังขอเชิญชวนประชาชนทุกคน ร่วมลงชื่อสนับสนุนการนำ mRNA มาเป็นวัคซีนหลักทาง change.org/vaccinewetrust และร่วมจับตามองการกระจายวัคซีนครั้งนี้ ด้วยการแจ้งเบาะแสมายัง &amp;ldquo;แบบรับรายงานความผิดปกติในการกระจายวัคซีนโดย สมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์นานาชาติแห่งประเทศไทย&amp;rdquo; (เข้าถึงได้ที่ shorturl.at/dkDHK หรือ QR code ด้านล่าง) หรือ ส่งเมลมาที่ mormaithon@protonmail.com หากท่านพบเห็นหรือทราบข้อมูลการได้วัคซีนมาอย่างไม่ถูกต้อง เราจะถามไปด้วยกันว่า #เก็บไฟเซอร์ไว้ให้ใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงวัคซีน และการปิดบังข้อมูลเส้นทางการกระจายวัคซีน คือการลดโอกาสการมีชีวิตรอดของประชาชน เพื่อเรียกร้องถามหาความโปร่งใสนี้ อีกไม่นาน ตัวแทนบุคลากรทางการแพทย์จะมีการเคลื่อนไหว ขอให้ประชาชนติดตามอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวแทนบุคลากรทางการแพทย์
27 กรกฎาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภาคีบุคลากรสาธารณสุข และหมอไม่ทน จะยื่นหนังสือถึงสถานทูตสหรัฐฯ ขอช่วยตรวจสอบและระบุเงื่อนไขการจัดสรรไฟเซอร์ 1.54 ล้านโดส ให้ถึงด่านหน้า และกลุ่มเสี่ยงอย่างแท้จริง วันนี้ (27 ก.ค.64) เวลา 10.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีการประกาศชัดเจนจากศบค.ไปแล้วว่า&amp;nbsp; 5&amp;nbsp;แสนโดส จะกระจายไปยังบุคลากรด่านหน้าทั่วประเทศ 8&amp;nbsp;&amp;nbsp;แสนโดส ให้กลุ่มผู้สูงอายุ-ผู้มีโรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์สัญชาติไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.5&amp;nbsp;แสนโดส ให้ชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทย &amp;nbsp;เน้นกลุ่มผู้สูงอายุและมีโรคเรื้อรัง 4.5&amp;nbsp;&amp;nbsp;หมื่นโดส ให้ผู้ที่มีความจำเป็นเดินทางไปต่างประเทศ นักเรียน นักศึกษา นักกีฬา นักการทูต&amp;nbsp; 2.5&amp;nbsp;พันโดส ทำการวิจัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; และ 4&amp;nbsp;หมื่นโดส สำรองไว้ส่วนกลางสำหรับตอบโต้การระบาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111228</URL_LINK>
                <HASHTAG>Pfizer, กลุ่มหมอไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ff557e13044.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบรกเข็ม3‘ส.ส.-ส.ว.’ ชวนหนุนฉีดสัปเหร่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ศบค.-สธ.&amp;quot; ประสานเสียง วัคซีนซิโนแวคยังมีประสิทธิภาพ ​&amp;quot;เลขาฯสมช.&amp;quot; บอกมีชนิดนี้ก็ต้องฉีดไปก่อน หากไฟเซอร์มาพิจารณาใหม่ แย้มกำลังให้ สธ.ศึกษาฉีดข้ามยี่ห้อได้หรือไม่ &amp;quot;ชวน&amp;quot; หนุนฉีดเข็ม 3 ให้แพทย์-พยาบาลก่อน พร้อมส่งหนังสือขอ มท.จัดวัคซีนให้มูลนิธิ-สัปเหร่อด่านหน้าโควิดด้วย &amp;quot;กลุ่มหมอไม่ทน&amp;quot; จี้นำเข้าวัคซีน mRNA ส่วน &amp;quot;กลุ่มเด็กปากแจ๋ว&amp;quot; บุก สธ.ขอวัคซีนเด็ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 ก.ค. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงความคืบหน้าการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดว่า การฉีดวัคซีนวันที่ 6 ก.ค. ฉีดไปได้ 269,653 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 223,268 ราย เข็มที่สอง 46,385 ราย ทำให้ขณะนี้มียอดฉีดสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 11,328,043 โดส ซึ่งเป้าหมายเราอยากฉีดให้ได้วันละ 300,000-500,000 โดส ตอนนี้ถือว่ายังน้อยกว่าแผน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ &amp;nbsp;เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ชี้แจงกรณีรัฐบาลยังสั่งวัคซีนซิโนแวคทั้งที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อมั่นว่า วัคซีนซิโนแวคเป็นไปตามที่สังคมรับรู้ และในแง่ประสิทธิภาพของวัคซีนก็ยังมีอยู่ ซึ่งในช่วงเวลาที่วัคซีนชนิดอื่นยังไม่สามารถจัดหาได้ ถ้ารอวัคซีนเหล่านี้ก็ไม่มีวัคซีนฉีดให้ประชาชนได้ เพราะเวลานี้มีแค่แอสตร้าเซนเนก้า ดังนั้นมีแค่วัคซีนชนิดนี้ก็ต้องฉีดไปก่อน เมื่อมีวัคซีนที่ดีกว่าเข้ามาจึงจะมาพิจารณาอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำลังพิจารณาว่าจะฉีดอย่างไร และสามารถฉีดข้ามชนิดและคนละยี่ห้อกันได้หรือไม่ โดย สธ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ และชี้แจงว่าวัคซีนที่เรามียังมีประสิทธิภาพอยู่ แต่อาจจะไม่เท่ากับสิ่งที่ประชาชนต้องการ&amp;quot; พล.อ.ณัฐพลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า การจัดหาวัคซีนไฟเซอร์ 20ล้านโดส จะฉีดให้บุคลากรด่านหน้าหรือประชาชนก่อน ผอ.ศปก.ศบค.กล่าวว่า ต้องแบ่งสัดส่วนกัน เพราะแพทย์บางส่วนบอกว่ายังพอคอยได้ บางส่วนหน้างานกังวลอยากขอฉีดก่อน รัฐบาลต้องคำนึงเรื่องนี้ โดยเฉพาะขวัญและกำลังใจบุคลากรที่อยู่หน้างานด้วย โดยจะรอผลการพิจารณาจากกรมควบคุมโรคว่าจะแบ่งอย่างไร เพราะเราห่วงทั้งบุคลากรทางการแพทย์ ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัวและประชาชนทั่วไป ส่วนวัคซีนที่รับบริจาคมาก็ต้องไปฉีดให้ชาวต่างชาติด้วย ถ้าฉีดให้คนไทยทั้งหมดโดยไม่แบ่งก็อาจจะกระทบความรู้สึกของคนต่างชาติ แต่ขึ้นอยู่กับ สธ.พิจารณาจำนวนที่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า กลุ่มหมอไม่ทนยื่นหนังสือถึงนายกฯ ในฐานะ ผอ.ศบค. ให้พิจารณาจัดหาวัคซีนเชื้อเป็น mRNA เป็นวัคซีนหลักให้ประชาชน รัฐบาลจะตอบสนองอย่างไร ผอ.ศปก.ศบค.กล่าวว่า ต้องรับฟังและให้ความสำคัญ เพราะทุกคนหน้างานมีความเหนื่อยล้า มีความเสี่ยง จึงต้องมองเรื่องขวัญกำลังใจด้วย จะมองแค่หลักวิชาการทางการแพทย์อย่างเดียวไม่ได้ และปัจจุบันเราต้องใช้บุคลากรการแพทย์จำนวนมาก ถ้าขวัญกำลังใจไม่ดีจะมีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานได้ โดยทั้งหมดต้องเป็นไปตามข้อเสนอของ สธ. โดยจะมีวัคซีนส่วนหนึ่ง ถ้าไม่มีอุปสรรคอะไรวัคซีนไฟเซอร์ที่จะเข้ามาในเดือน ก.ค.หรือ ส.ค.นี้ จะพิจารณาจัดสรรให้บุคลากรทางการแพทย์ตามความจำเป็น มีความเหมาะสม และความสมัครใจด้วย
ยันซิโนแวคมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบการจัดทำความตกลงกับสหรัฐอเมริกา เพื่อรับมอบความช่วยเหลือวัคซีนป้องกันโควิดจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งสหรัฐบริจาคให้กับประเทศต่างๆ รวมถึงที่ประเทศไทยจะได้รับยี่ห้อไฟเซอร์ ซึ่งการมอบวัคซีนของสหรัฐสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหรัฐ ที่มีมาอย่างใกล้ชิดยาวนาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วัคซีนชนิด mRNA มี 2 ตัวคือ โมเดอร์นาและไฟเซอร์ ซึ่งทั้ง 2 ยี่ห้อประสิทธิภาพและผลข้างเคียงนั้นมีความใกล้เคียงกัน โดยล่าสุด ครม.ได้อนุมัติให้กรมควบคุมโรคลงนามในสัญญาซื้อไฟเซอร์จำนวน 20 ล้านโดส และมีมติให้รับคำแนะนำของอัยการสูงสุดไปเจรจากับบริษัทไฟเซอร์ว่าสัญญาส่วนไหนที่จะสามารถปรับปรุงได้บ้าง ซึ่งกรมควบคุมโรคมีการนัดหมายกับไฟเซอร์วันที่ 8 ก.ค.นี้ และจะลงนามสัญญาภายในสัปดาห์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนที่สหรัฐจะบริจาคไฟเซอร์ให้ประเทศไทย 1.5 ล้านโดสนั้น มีการลงนามแล้วจะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป โดยวัคซีนจะเข้าสู่ประเทศไทยเร็วๆ นี้&amp;quot; นพ.โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงประสิทธิภาพวัคซีนซิโนแวคป้องกันโรคต่ำที่สุด แต่ทำไมรัฐบาลจึงยังมีมติสั่งซื้อเข้ามาเพิ่ม อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า การใช้วัคซีนต้องมอง 2 ส่วน คือเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัย ขณะนี้ประเทศไทยมีแผนการสั่งซื้อวัคซีนทั้งซิโนแวค แอสตร้าเซนเนก้าและไฟเซอร์ วันนี้มีการทบทวนข้อมูลก็ต้องชี้แจงว่าประสิทธิภาพของวัคซีนจะมีการตรวจ คือ 1.เจาะเลือดตรวจดูว่าภูมิคุ้มกันขึ้นเป็นตัวเลขเท่าไหร่ 2.การทดสอบในมนุษย์จำนวนมาก แต่ในความเป็นจริง เวลาฉีดวัคซีนในแต่ละประเทศนั้น จะมีการทดสอบวัคประสิทธิภาพจากการใช้จริงว่าป้องกันโรคได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้ง 3 ตัวที่ประเทศไทยใช้และมีแผนนำมาใช้นั้น ไม่มีตัวใดป้องกันการติดเชื้อได้ 100% แต่ยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันได้อยู่ บางตัวกันได้ 80%, &amp;nbsp;90% หรือ 60% ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ยืนยันว่าทุกตัวที่เราเอามาใช้นั้นมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรค ถ้าเทียบกับการไม่ฉีดวัคซีนเลยนั้น สามารถลดการติดเชื้อได้ ซึ่งวัคซีนทั้ง 3 ชนิด องค์การอนามัยโลกและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)รับรองแล้วว่าสามารถลดการป่วยหนัก ลดการนอนโรงพยาบาล ลดการใช้ไอซียูและสามารถป้องกันการเสียชีวิตได้เกือบ 90%&amp;quot; อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงวิป 3 ฝ่ายหารือกรณีอยากให้รัฐบาลจัดหาวัคซีนเข็มที่ 3 ให้สภาว่า ไม่ทราบ เพราะไม่ได้เข้าประชุมด้วย คงเป็นเพียงข้อเสนอยังไม่ได้มีการตกลงอะไรกัน แต่จะให้สวอบ
เท่านั้น ยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่มีการฉีดเข็มที่ 3 เพราะต้องฉีดให้กับบุคลากรทางแพทย์ที่ควรได้รับการดูแลก่อน ซึ่งขณะเดียวกันส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วย เนื่องจากที่เรามีประชุมได้ เพราะเรามีมาตรการที่เข้มงวด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวเช่นกันว่า ส่วนตัวคิดว่า ส.ส.มีเงินเดือนแสนกว่าบาท หากจะฉีดเข็มที่ 3 ให้ใช้เงินเดือนตัวเองไปจองวัคซีนทางเลือก ซึ่งส่วนตัวได้ไปจองวัคซีนทางเลือกเข็มที่ 3 เรียบร้อยแล้ว เพราะถือว่าต้องเสียสละให้ประชาชน เพราะประชาชนจำนวนมากยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเลย ซึ่งตนคิดว่าต้องไปดูแลประชาชนให้ฉีดวัคซีนครบทั้งประเทศก่อน อย่างไรก็ดี เห็นด้วยที่จะฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้แพทย์ เพราะถือเป็นด่านแรก และเป็นบุคคลที่เสียสละมาตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่าน นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้ลงนามในหนังสือถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ขอความอนุเคราะห์จัดสรรวัคซีนเจ้าหน้าที่มูลนิธิ สัปเหร่อ และผู้ทำหน้าที่ในการจัดการศพของผู้ติดเชื้อโควิดและครอบครัวด้วย&amp;nbsp;
ม็อบจี้นำเข้าวัคซีน mRNA
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กลุ่มหมอไม่ทนและภาคีบุคลากรสาธารณสุข นำโดย นพ.สันติ กิจวัฒนาไพบูลย์ ยื่นหนังสือถึงประธานรัฐสภา เรียกร้องให้เร่งรัดการนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA เพื่อเป็นวัคซีนหลักเพื่อป้องกันการเสียชีวิตและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สันติกล่าวว่า กลุ่มหมอไม่ทนและภาคีบุคลากรสาธารณสุข มีข้อเรียกร้อง 2 ข้อ 1.เร่งรัดการนำเข้าวัคซีน mRNA เช่น วัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นา โดยลดขั้นตอนการดำเนินการให้กระชับ และรวดเร็วที่สุด รวมทั้งพิจารณาเลือกใช้วัคซีน mRNA เป็นวัคซีนหลักในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยมาบริการฉีดให้แก่ประชาชนทุกคนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เนื่องจากมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ยืนยันว่าวัคซีน mRNA เป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้ครอบคลุมหลากหลายสายพันธุ์ อีกทั้งยังสามารถลดอัตราการป่วยหนักและเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ 2.เผยแพร่ข้อมูลกระบวนการในการจัดหาและกระจายวัคซีนโควิด-19 ให้เป็นปัจจุบัน โปร่งใส สม่ำเสมอ และตรวจสอบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น กลุ่มหมอไม่ทนและภาคีบุคลากรสาธารณสุข ยังเดินทางไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องให้เร่งรัดการนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA มาใช้เป็นวัคซีนหลัก เพื่อป้องกันการเสียชีวิตและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิค-19 ในประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายไชยา พรหมา ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ และ ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี ครม.มีมติอนุมัติให้นำเข้าวัคซีนโมเดอร์นาเป็นวาระลับที่สุด โดยให้ความเห็นชอบให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ทำความตกลงตามข้อกำหนดและเงื่อนไขในสัญญาว่า ในฐานะประธานคณะ กมธ.ติดตามงบฯ ขอเรียกร้องรัฐบาลเปิดเผยสัญญาการสั่งซื้อวัคซีนโมเดอร์นาต่อสาธารณะ เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ทั้งตัวเลขจำนวนยอดสั่งซื้อ ราคาต่อหน่วย ตลอดจนเงื่อนไขและข้อกำหนดในสัญญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องนี้ไม่สมควรเป็นเรื่องลับที่สุด ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะต้องรู้ว่าจะมีวัคซีนเข้ามาเท่าไหร่ ราคาต้นทุนเท่าไหร่ ประชาชนจะต้องจ่ายเท่าไหร่สำหรับวัคซีนทางเลือก ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงแล้ว ประชาชนต้องได้รับสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลโดยรัฐอย่างมีคุณภาพและเท่าเทียม ไทยอาจจะเป็นประเทศเดียวในโลกที่ประชาชนไม่เชื่อมั่นในวัคซีนที่รัฐบาลจัดหา จนต้องยอมควักเงินจ่ายค่าวัคซีนเอง&amp;quot; ปธ.กมธ.ติดตามการบริหารงบฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพรรคไทยสร้างไทยออกแถลงการณ์เรื่อง มติ ครม.อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 47 วรรคสาม ซึ่งระบุ บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เนื้อหาตอนหนึ่ง
ระบุว่า การที่ ครม.จัดซื้อวัคซีนซิโนแวคเพิ่มอีก 10.9 ล้านโดส วงเงิน 6,100 ล้านบาท เมื่อวัคซีนดังกล่าวไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ที่กำลังแพร่ระบาดได้ การจัดซื้อวัคซีนดังกล่าวจึงขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 47 และมาตรา 55 ผู้ที่สั่งซื้อและคณะรัฐมนตรีอาจมีความผิดฐานจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย อันถือเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคไทยสร้างไทยจึงเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและ ครม. ได้ทบทวนการสั่งซื้อวัคซีนที่ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 อันเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และเร่งจัดหาวัคซีนที่สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสดังกล่าวให้กับประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย&amp;quot; แถลงการณ์พรรคไทยสร้างไทยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข กลุ่มไพร่พลและกลุ่มเด็กปากแจ๋ว หอบศพจำลอง พร้อมช่อดอกไม้จันทน์ ติดชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว. บุกกระทรวงทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ &amp;quot;บุกกระทรวงทวงวัคซีน&amp;quot; เรียกร้องให้มีการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 และวัคซีนทางเลือกให้กับเด็ก ประชาชน และบุคลากรทางการแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ชี้แจงว่า ตอนนี้วัคซีนที่จะนำมาให้ใช้กับเด็กต้องเป็นวัคซีนที่ขึ้นทะเบียน และอย่างที่เราพูดมาตลอดคือต้องดูเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัย ทั้งนี้ การติดเชื้อโควิดในเด็กแล้วโอกาสที่โรคจะรุนแรงและเสียชีวิตมีน้อย อย่างไรก็ตาม เราก็พยายามดูวัคซีนที่มีความปลอดภัยในเด็ก ซึ่งตอนนี้ในส่วนของไฟเซอร์และโมเดอร์นามีรายงานว่าทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจในเด็กค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะผู้ชายวัยรุ่น สาเหตุเกิดจากภูมิคุ้มกันที่อาจจะมากเกินไป อันนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้น เพราะฉะนั้นการให้วัคซีนในเด็กต้องมีความระมัดระวังสูง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109000</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มหมอไม่ทน, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, วัคซีนซิโนแวค, ศบค.-สธ., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลขาฯสมช., ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e50fb9c7364.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หมอไม่ทน’ยื่นหนังสือจี้รัฐบาลนำเข้าวัคซีนmRNA</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค.2564 - &amp;nbsp;ที่รัฐสภา กลุ่มหมอไม่ทนและภาคีบุคลากรสาธารณสุข นำโดย นพ.สันติ กิจวัฒนาไพบูลย์ ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ผ่านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.), &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.), นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคพลังประชารัฐ โดยยกเว้นพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เพื่อเรียกร้องให้เร่งรัดนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA เพื่อเป็นวัคซีนหลักเพื่อป้องกันการเสียชีวิตและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สันติกล่าวว่า กลุ่มหมอไม่ทนและภาคีบุคลากรสาธารณสุข มีข้อเรียกร้อง 2 ข้อ 1.เร่งรัดการนำเข้าวัคซีน mRNA เช่น วัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นา โดยลดขั้นตอนการดำเนินการให้กระชับ และรวดเร็วที่สุด รวมทั้งพิจารณาเลือกใช้วัคซีน mRNA เป็นวัคซีนหลักในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยมาบริการฉีดให้แก่ประชาชนทุกคนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เนื่องจากมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ยืนยันว่าวัคซีน mRNA เป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้ครอบคลุมหลากหลายสายพันธุ์ อีกทั้งยังสามารถลดอัตราการป่วยหนักและเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ และ 2.เผยแพร่ข้อมูลกระบวนการในการจัดหาและกระจายวัคซีนโควิด-19 ให้เป็นปัจจุบัน โปร่งใส สม่ำเสมอและตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวแทนกลุ่มหมอไม่ทนและภาคีบุคลากรสาธารณสุข กล่าวด้วยว่า หวังว่ารัฐบาลและองค์การเภสัชกรรมจะทบทวนการทำงานและพิจารณาถึงข้อเรียกร้องและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายข้างต้นเพื่อผลประโยชน์ในระยะยาวของประเทศและประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมบูรณ์ กล่าวว่า จะนำหนังสือดังกล่าวเข้าระบบสารบัญและเรียนนายชวนเพื่อดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปริญญ์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการช่วยเหลือในวิกฤตโควิด-19 โดยเฉพาะทัพหน้าคือแพทย์ พยาบาลที่เรียกร้องให้รัฐบาลหาวัคซีนเข็มที่ 3 เพราะก็มีบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อโควิด-19 ฉะนั้นวัคซีน mRNA เข็มที่ 3 ที่กำลังจะเข้ามาช่วยทัพหน้าให้ได้รับการป้องกันอย่างเต็มที่เป็นสิ่งที่สำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายพิธากล่าวว่า พรรคก้าวไกลมารับหนังสือในครั้งนี้ คาดว่าจะทำให้เกิดความมั่นคงทางสาธารณสุข หากนายกรัฐมนตรีไม่เข้าใจว่าจะดูแลบุคลากรสาธารณสุขอย่างไร ขอให้ดูแลแบบที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทำแบบเดียวกับที่ดูแลทหาร ส่วนตัวไม่ได้อยากเปรียบเปรยสิ่งไหนกับสิ่งไหน แต่การเปรียบเทียบ อาจเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้นายกรัฐมนตรีเข้าใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเสริฐกล่าวต่ออีกว่า ขอขอบคุณภาคีบุคลากรสาธารณสุขและหมอไม่ทน ที่เอาหนังสือฉบับนี้มายื่น ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะจะได้ช่วยกันแก้ไข ตนขอรับประกันว่ารายชื่อเหล่านี้จะไม่สูญเปล่าจะนำไปสู่การดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108922</URL_LINK>
                <HASHTAG>mRNA, กลุ่มหมอไม่ทน, นพ.สันติ กิจวัฒนาไพบูลย์, ภาคีบุคลากรสาธารณสุข, วัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e543592fb0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
