<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2020 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2020 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แกนนำ LGBT ครวญ &#039;ธัญญ์วาริน&#039; ถูกขับพ้นสภา ลดทอนความสำคัญเพศที่ 3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;7 พ.ย.63 - เวลา 16.15 น. ที่หน้าห้างสรรพสินค้าสามย่านมิตรทาวน์ นายสิรภพ อัตโตหิ หรือ แรพเตอร์ แกนนำ กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ กล่าวว่า การจัดงานวันนี้ส่วนหนึ่งก็เพื่อหนุน 3 ข้อเรียกร้องของขบวนการประชาธิปไตย ยกระดับมาตรฐานสังคมไทยด้วยความเป็นธรรมทางเพศ โดยวาระเร่งด่วนตอนนี้คือเรื่องการคุกคามทางเพศทั้งนอกและในขบวนการประชาธิปไตย เพราะท่ามกลางสังคมชายเป็นใหญ่ ยังมีนักกิจกรรมการเมืองเพศหญิงถูกคุกคามทางเพศทั้งในโลกออนไลน์และในความเป็นจริง ส่วนกิจกรรมวันนี้ จะเป็นกิจกรรมไพรด์พาเหรด เป็นการแสดงอัตลักษณ์ของตัวเอง เป็นความภูมิใจของคนหลากหลายทางเพศ แล้วเราก็จะปราศรัยเรื่องความหลากหลายทางเพศ เนื่องจากประชาธิปไตยเป็นความเท่าเทียมกันในทุกมิติ ฉะนั้นการขับเคลื่อนเรื่องควรเป็นธรรรมทางเพศก็ควรอยู่ในข้อเรียกร้องที่ไปด้วยกันกับเรื่องประชาธิปไตย จากนั้นเมื่อจบการปราศรัย ก็จะชักชวนให้ประชาชนไปเที่ยวที่ย่านสีลมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นายสิรภพ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ทางกลุ่มยังจะเรียกร้องเรื่องการสมรสอย่างเท่าเทียมจะต้องเกิดขึ้น เพราะศักดิ์ของ พ.ร.บ.คู่ชีวิต ก็ยังไม่เท่าเทียมคู่รักชายหญิงปกติ เรายังอยากเห็นพรรคการเมืองที่ให้สัดส่วนของผู้หญิงและผู้มีความหลากหลายทางเพศได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทั้งนี้มองว่า การที่นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ซึ่งเป็น ส.ส.เพศทางเลือกคนแรกที่ถูกกดดันออกจากรัฐสภา ทำให้คนที่มีความหลากหลายทางเพศถูกลดทอนความสำคัญลงไปอีกด้วย&lt;/p&gt;


	ขนลุกซู่! พรายกระซิบ ปลายทางของม็อบ 3 นิ้ว 8 พฤศจิกา
	อย่าขู่เพื่อนฉัน! &amp;#39;ปารีณา&amp;#39; โดดป้อง &amp;#39;สิระ&amp;#39; สวน &amp;#39;ชวนเชื่องช้า&amp;#39;
	อุ๊ต๊ะ! &amp;#39;ม็อบตุ้งติ้ง2&amp;#39; นัด 4 โมงเย็นรวมพล &amp;#39;ไพร่พาเหรด&amp;#39; ส่งเสียงผู้ถูกกดขี่
	เละ! องครักษ์นายกฯบิ๊กตู่ รุมขย้ำ &amp;#39;พนิต&amp;#39;
	หยุดมโน &amp;#39;ปอง อัญชะลี&amp;#39; เคลื่อนไหวแล้ว หลังกระแสข่าวทิ้งเนชั่นซบรังเก่า
	ฮือฮา &amp;#39;พลโทพงศกร&amp;#39; แตะโครงสร้าง 1 ชงไอเดียให้ประชาชนสะสมอาวุธสกัดรัฐประหาร
	เอาแล้ว &amp;#39;พี่ศรี&amp;#39; แช่งรัวๆ&amp;nbsp;
	ชัดๆกับ &amp;#39;ดร.เสรี&amp;#39; แบบไหนเรียกว่า &amp;#39;คิดต่าง&amp;#39; และ &amp;#39;คิดชั่ว&amp;#39;
	&amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39; โพสต์แฉความลับ &amp;#39;ม็อบ 3 นิ้ว&amp;#39;
	ทหารมอนิเตอร์ ม็อบ 8 พฤศจิกา&amp;nbsp;
	&amp;#39;อานนท์&amp;#39; จับมือ &amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83091</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มหลากหลายทางเพศ, ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์, ม็อบตุ้งติ้ง, สิรภพ อัตโตหิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201107/image_big_5fa67638cc24f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2019 08:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2019 08:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;นันทเดช&#039;ซัดทั้งเรื่องจูบ-เรื่องม็อบล้วนแต่เป็นเรื่องที่ไร้ความรับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20ธ.ค.62-พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ กรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มีเนื้อหาดังนี้
&amp;quot;จูบ&amp;quot; กับ &amp;quot;ม็อบ&amp;quot;
ภาพการจูบกันกลาง สัปปายะสภา ของเด็กผู้ชาย 2คน
ในขณะแถลงข่าวอีกด้วย จนเป็นภาพออกไปทั่วโลก แล้วยัง
มาอ้างว่า เป็นการสร้างความเท่าเทียมของความหลากหลายทางเพศนั้น
กลายเป็นเรื่องที่ตกอยู่ในกระแสการวิจารย์อย่างรุนแรง จากทุกฝ่ายทั้งกลุ่มคน
รักต่างเพศ และ รักเพศเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนอื่นต้องทราบ และจำไส่กระโหลกไว้เลยว่า ประเทศไทยนั้น
ให้ความเคารพสิทธิส่วนตัว
ในเรื่องทางเพศนี้สูงกว่าทุกประเทศในโลก เป็นที่ทราบกันทั่วไป
แต่เนื่องจากวัฒนธรรมของไทยบังคับไว้ เรื่องนี้จึงต้อง
ค่อยๆคลี่คลายออกไป ที่ละน้อย ซึ่งทุกคนก็ยอมรับ และก็ถือว่า
เรื่องรักเพศเดียวกันนั้น เป็นเรื่องตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเมื่อวัฒนธรรมไทย ยังไปไม่ถึงขนาดที่ &amp;quot;ความรักตามปกติของมนุษย์&amp;quot;
คือ ผู้หญิงกับผู้ชาย จูบกันในที่สารธารณะ เหมือนทางตะวันตก ก็ยังไม่ยอมรับ
ดังนั้นดันเอาผู้ชายกับผู้ชายมาจูบกันจึงเป็นเรื่องที่คนทุกฝ่ายรับไม่ได้
โดยเฉพาะ พวกที่รักเพศเดียว เพราะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) คนที่รักเพศเดียวกัน ซึ่งเป็นผู้มีเกียรติอยู่หลายสิบคน ที่ผู้คนในสังคมนับถือ
ยกมือไหว้ได้สนิทใจ คนพวกนี้เป็นคนดี มีวัฒนธรรม รู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) การออกมาจูบกันแบบนี้จะทำให้เด็กที่รักเพศเดียวกันมีปมด้อย โดยเฉพาะเด็กนักเรียน
จะต้องถูกล้อเลียน อย่างแรงจากเพื่อนๆ โดยมีเรื่องการจูบในสภา เป็นตัวยั่วยุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกเรื่องที่ทำไม่เคยคิดถึงผลเสียต่อสังคมที่อาศัยอยู่ เคยถามตัวเองหรือเปล่า
ว่าที่ทำไปถูกหรือเปล่า เหมาะสมหรือเปล่า เหมือนกับที่ ทอน นัดชุมนุมบอกว่าจุดติดแล้ว
คนมากๆๆๆๆๆ แต่ไม่เคยบอกเลยว่า มีคนมาดูคอนเสิร์ตในที่ห่างไป
ประมาณ100เมตรเท่านั้น คนมากันมากขนาดไหนที่จะเดินกลับในทางนั้น
แม้คอนเสิร์ต จะเลิกแล้ว เลื่อนไป แต่คนไม่รู้ก็มากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งเรื่องจูบ และ เรื่องม็อบ ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ไร้ความรับผิดชอบ
จริงๆในฐานะที่เกิดมาเป็นคนไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52890</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มหลากหลายทางเพศ, การชุมนุมแฟลชม็อบ, จูบกลางสภา, พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbea2df1b031.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52887</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2019 07:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2019 07:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.จักษ์&#039;ร่ายกลอนฉะก๊วนดูดปากเล่นบัดสีเสรีภาพล้นเกิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20ธ.ค.62-ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย โพสต์บทกลอนลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#กวีส่องเมือง
ตอนที่ ๑๑ เสรีภาพ?
(แนะนำอ่านให้ครบทุกตอน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มันดูดปากกัน ค่ะท่านขุน!!
ชุลมุน เลยขุนฯขา
เล่นบัดสี ที่สภา
เลยโดนด่า ห้าชั่วโคตร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้าวสหดอก แจ้งบอกข่าว
เรื่องหื่นคาว ที่ฉาวโฉด
ขุนลืมฯยิ้ม กระหยิ่มโลด
&amp;ldquo;อย่าไปโกรธ หรือโทษใคร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องอย่างนี้ เสรีภาพ
พ้นกลิ่นสาบ คราบทาส-ไพร่
อย่าจำนน ทนต่อไป
เราภูมิใจ เสรีชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าจะด่า ด่าพวกโน้น
ทำเราโดน ตะโกนพ่น
ด่าเรายับ สัปดน
แก่เต็มทน ล้นจนเกิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เด็กเขามี เสรีภาพ
จะจ๊วบจ๊าบ จะนาบเนิ่น
สิทธิของเขา พะเน้าเนิน
อย่าขัดเขิน เดินถูกทาง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขุนลืมฯ กล้า ตาเหลือกตอบ
นี่คือขอบ คือกรอบอ้าง
&amp;ldquo;เสรีแท้ แม้เสียงคราง
อย่าหน้าบาง อย่างพวกมัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(โปรดติดตามตอนต่อไป)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จักษ์ พันธ์ชูเพชร
๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๒&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52887</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มหลากหลายทางเพศ, จูบปากในสภา, ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191122/image_big_5dd722aa40dcf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2019 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2019 11:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธาน กมธ.ขอโทษปล่อยชายรักชายจูบกลางสภา ย้ำต้องเคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค.62 - ที่รัฐสภา นางมุกดา พงษ์สมบัติ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร ออกมายกมือไหว้ขอโทษ พร้อมกล่าวยอมรับผิดที่ไม่รอบคอบปล่อยให้กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการจูบกันกลางสภาเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางมุกดา กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ซึ่งได้นำเรียนประธานสภาฯแล้ว และน้อมรับในฐานะที่เป็นประธานกมธ. เราต้องรับทุกเรื่องอยู่แล้ว และในฐานะที่เป็นส.ส.มาหลายสมัย ภาพที่เกิดขึ้นยิ่งสะท้อนความรู้สึก เมื่อคืนตนก็นอนไม่หลับคิดทั้งคืน และเห็นว่าการจะแสดงความเชิงสัญญาลักษณ์ตรงไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่สถานที่แห่งนี้ ขอให้เคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเราด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดิฉันยอมรับในฐานะที่เป็นประธาน ยอมรับผิดที่ไม่รอบคอบ ไม่ตรวจสอบ เพราะไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นในสภาฯ ดังนั้นดิฉันขอโทษประชาชนด้วย จากนี้จะระมัดระวังมากขึ้น ไม่ให้มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก ซึ่งในการประชุมกมธ.วันที่25 ธ.ค.จะมีการพูดคุยกันว่าเรื่องเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นอีก&amp;rdquo;นางมุกดา กล่าว พร้อมยกมือไหว้ขอโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และขอไปพิจารณาก่อน ทั้งนี้ได้สั่งให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รายงานเรื่องดังกล่าวขึ้นมาแล้ว ก่อนจะดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52817</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มหลากหลายทางเพศ, จูบกลางสภา, ชายรักชาย, มุกดา พงษ์สมบัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191219/image_big_5dfaf671dc70b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2018 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2018 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเทศแรกในเอเชีย!ครม.ไฟเขียวร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิตหลากเพศ สิทธิทางกฎหมายเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
25 ธ.ค.61- นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต เพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น รัฐบาลจึงผลักดันกฎหมายในการสร้างครอบครัวของผู้มีความหลากหลายทางเพศ สาระสำคัญของร่างกฎหมายคือ ผู้ที่จะจดทะเบียนได้ต้องไม่ใช่คู่ชายหญิง มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องมีสัญชาติไทย ทั้งสองฝ่ายยื่นคำร้องและแสดงความยินยอมต่อนายทะเบียน ส่วนหลักเกณฑ์การสิ้นสุดการเป็นคู่ชีวิต จะสิ้นสุดลงโดยความตาย สมัครใจเลิกกัน หรือศาลพิพากษาเพิกถอนการเป็นคู่ชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพรกล่าวอีกว่า ยังมีการกำหนดความสัมพันธ์เรื่องทรัพย์สินและมรดก ให้นำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาบังคับใช้โดยอนุโลม ลักษณะคล้ายการจดทะเบียนสมรส แต่มีข้อแตกต่างๆ อย่าง สวัสดิการของภาครัฐ เช่น ข้าราชการจะมีสวัสดิการครอบคลุมสามี ภรรยาด้วย อีกเรื่องคือสิทธิการลดหย่อนทางภาษีในแง่สามีภรรยา ส่วนเรื่องบุตรไม่อยู่ในกฎหมาย แต่ครอบคลุมอยู่ในเรื่องบุตรบุญธรรม สองคนมาอยู่ด้วยกันสามารถรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมและมีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวไทยถือเป็นประเทศแรกในเอเชียที่มีกฎหมายลักษณะนี้ หลังจากครม.เห็นชอบจะส่งให้สนช.พิจารณารายละเอียด เมื่อเห็นชอบจึงจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา และใช้ระยะ 120 วันก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ ส่วนจะผ่านความเห็นชอบหรือไม่นั้นก็ไม่แนใจอาจมีการแปรญัตติซึ่งต้องใช้เวลาและไม่ทราบว่าจะทันสนช.ชุดนี้หรือไม่เนื่องจากมีกฎหมายที่ผ่านครม.ส่งไปสนช. 50 ฉบับ ซึ่งการพิจารณาจะเรียงลำดับตามความเหมาะสมเร่งด่วน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25042</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มหลากหลายทางเพศ, ณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์, พ.ร.บ.ชีวิตคู่, มติครม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180227/image_big_5a95554e41b1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2018 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2018 13:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยมาไกล!จ่อ&#039;ครม.&#039;รองรับสถานะครอบครัว LGBT </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย.61-โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม เปิดวิพากษ์ร่างพ.ร.บ.การจดทะเบียนคู่ชีวิต พ.ศ. &amp;hellip; เพื่อรับรองสิทธิในการแต่งงานและการมีชีวิตครอบครัวให้กับกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลที่ได้รับการรับรองไว้ในพันธะกรณีสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศหลายฉบับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้รัฐบาลไทยตระหนักถึงความสำคัญกำหนดให้กลุ่มบุคคลที่มีความหลายหลายทางเพศ( LGBT)​ เป็นกลุ่มเป้าหมายหลังในแผนสิทธิมนุษยชน เพื่อให้กลุ่มคนหลากหลายทางเพศใช้ชีวิตคู่ร่วมกันโดยมีกฎหมายรองรับ หลังจากการเรียกร้องสิทธิของกลุ่ม LGBT &amp;nbsp;ในปี 2556 มีการยกร่างกฎหมายฉบับนี้ มาแล้ว 3 ฉบับ &amp;nbsp;หลังจากการรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ กรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพยังต้องจัดให้มีเวทีรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนใน 4 ภาค โดยภาคกลางจัดที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ภาคใต้ ที่ จ.สงขลา และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.ขอนแก่น หลังจากนั้นกรมคุ้มครองสิทธิฯจะรวบรวมและประมวลความเห็นจากการมีส่วนร่วมทั้งหมด รวมถึงการเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านเวปไซต์ของกรมคุ้มครองสิทธิฯ เพื่อเสนอร่างพ.ร.บ.จดทะเบียนคู่ชีวิตให้ครม.พิจารณาภายในเดือนพ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทิต มันตาภรณ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ถ้ามองตามกระแสโลกจะเห็นชัดว่า การจดทะเบียนคู่ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งกลุ่มคนเพศเดียวกัน ระหว่างชายชาย หญิงหญิง หรือชายหญิง แต่ยังมีอีก 70 ประเทศที่ยังห้ามความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกัน กลุ่มอัตลักษณ์ทางเพศหรือกลุ่มข้ามเพศควรมีสิทธิการมีครอบครัวและไม่ควรถูกเลือกปฏิบัติ กฎหมายต้องเปิดให้มีสิทธิทางทรัพย์สิน การทำนิติกรรม ซึ่งกฎหมายบางประเทศระบุชัดแต่บางประเทศก็ยังไม่ระบุ หรือในบางประเทศกฎหมายไปไกลถึงการจดทะเบียนสมรส ปัจจุบันมี 30-40 ประเทศมีพ.ร.บ.คู่ชีวิต ล่าสุดคือไต้หวันและออสเตรเลีย สำหรับร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิตของไทยมีทั้งสิ้น 70 มาตรา แม้ยังมีข้อถกเถียงกันในหลามาตรา ทั้งหน้าที่การอยู่ร่วมกันและการรับมรดก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากร่างกฎหมายเข้าครม.ก็ถือว่ามาได้ไกล ในรายละเอียดยังปรับแก้ได้ในชั้นกฤษฎีกา แม้กฎหมายจะไม่ผ่านออกมาในปีนี้ แต่เชื่อว่าจะผ่านในต้นปีหน้าหรือภายในวาระของรัฐบาลนี้ &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการรับบุตรบุญธรรม ประเด็นภาษีและสวัสดิการทางสังคม ยังไม่ได้กำหนดไว้ในร่างกฎหมายนี้ เพื่อให้กฎหมายพัฒนาควบคู่ไปกับการทำความเข้าใจสร้างความยอมรับในสังคม&amp;rdquo;นายวิทิตกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.นรีลักษณ์ แพไชยภูมิ ผอ.กองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ กล่าวว่า &amp;nbsp;จากการรับฟังความเห็นในการยกร่างกฎหมายพบว่ามีความเห็นแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกเห็นด้วยโดยมีมุมมองว่าควรจะมีกฎหมายลักษณะนี้ออกมาได้แล้ว กลุ่มที่ 2 ไม่เห็นด้วยเพราะไม่สนับสนุนรัฐบาลทหาร จึงไม่ยอมรับกฎหมายทุกประเภทที่จะออกมาในรัฐบาลนี้ และกลุ่มที่ 3 ไม่เห็นด้วยเพราะต้องการกฎหมายคู่ชีวิตแบบสุดโต่ง คือให้มีผลเทียบเคียงกับการจดทะเบียนสมรส ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิฯพยายามชี้แจงว่าเป้าหมายของกฎหมายต้องการเดินไปให้ถึงการจดทะเบียนสมรส แต่ขอเดินไปตามลำดับขั้นทีละก้าว ระหว่างนี้ยังต้องขอเวลาให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องปรับตัว ปรับกฎหมาย และมีกระบวนการสร้างการเรียนรู้และยอมรับจากสาธารณชน ส่วนกลุ่มผู้นำทางศาสนาจากการรับฟังความคิดเห็นไม่ได้คัดค้านร่างกฎหมาย แต่จะไม่ทำพิธีสมรสให้กับผู้ที่จดทะเบียนคู่ชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.นรีลักษณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับกลุ่ม LGBT จะมีสัดส่วนประชากรอย่างไรนั้น ยังไม่เคยมีการสำรวจอย่างเป็นทางการ มีเพียงข้อมูลจากสมาคมฟ้าสีรุ้งที่เก็บสถิติจากชายไทยที่เข้ารับการเกณฑ์ทหาร เฉพาะผู้ที่ผ่าตัดแปลงเพศแล้วพบจำนวนกว่า &amp;nbsp;1 ล้านคน ขณะที่กลุ่มเอ็นจีโออ้างว่ามีตัวเลขบุคคลหลากหลายทางเพศสูงถึง 6 ล้านคน ซึ่งไม่ทราบว่านับสถิติจากฐานข้อมูลใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21816</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงยุติธรรม, กลุ่มหลากหลายทางเพศ, กลุ่มLGBT, ครม., พรบ.จดทะเบียนคู่ชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181112/image_big_5be922a3e9de8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
