<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2019 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านชุมพรผนึกกำลัง 4 พรรคการเมืองเตะโด่งเขื่อนท่าแซะ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.62 - สมัชชาคนจน &amp;nbsp;จัดกิจกรรมเวทีสัญจร พรรคการเมืองฟังเสียงคนจน&amp;rdquo; ครั้งที่ 3 &amp;nbsp;ตอน &amp;ldquo;การแย่งชิงทรัพยากรจากคนจน กรณีปัญหาโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ &amp;nbsp;ณ ศูนย์กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ &amp;nbsp;บ้านร้านตัดผม &amp;nbsp;ต.สองพี่น้อง &amp;nbsp;อ.ท่าแซะ &amp;nbsp;จังหวัดชุมพร &amp;nbsp;เพื่อให้ตัวแทนพรรคการเมือง ร่วมรับฟังปัญหาโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ จ.ชุมพรโดยมีผู้แทนพรรคการเมือง 4 พรรค &amp;nbsp;จากรัฐบาลและฝ่ายค้าน เข้าร่วมพูดคุยและรับฟังปัญหา &amp;nbsp;ประกอบด้วย &amp;nbsp;ผู้แทนพรรคประชาธิปัตย์ นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อดีต ส.ส.จังหวัดชุมพร &amp;nbsp;ผู้แทนพรรคชาติไทยพัฒนา นายสมยศ หนูหนอง หัวหน้าสาขาพรรคชาติไทยพัฒนา &amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช &amp;nbsp;และนายสามารถ &amp;nbsp;ศักดิ์แก้ว &amp;nbsp;ผู้ช่วย ส.ส. ธีระ &amp;nbsp;วงค์สมุทร ผู้แทนพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ผู้แทนพรรคประชาชาติ &amp;nbsp;คุณสุพจน์ อาวาส โฆษกพรรค &amp;nbsp;คุณมนตรี &amp;nbsp;นายบุญจรัส &amp;nbsp;รองโฆษก และนางอนงค์ ล่อใจ กรรมการบริหารพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย &amp;nbsp;จันทร์ช่วง &amp;nbsp;ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ ได้นำเสนอปัญหาโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ โดยระบุว่าโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ เป็นโครงการที่มีมายาวนานนับตั้งแต่มีพายุเกย์ เมื่อปี พ.ศ. 2532 โดยเป็นแผนงานป้องกันอุทกภัยจังหวัดชุมพร โครงการดังกล่าวไม่ได้มีกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ หากมีการสร้างเขื่อนท่าแซะ จะมีชาวบ้านได้รับผลกระทบอย่างน้อย 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านห้วยทรายขาว บ้านห้วยใหญ่ และบ้านร้านตัดผม มีประชาชนเดือดร้อนกว่า 500 ครัวเรือน ปัจจุบันโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะอยู่ในแผนการก่อสร้างของกรมชลประทาน &amp;nbsp;ทำให้ชาวบ้านอยู่อย่างหวาดผวา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ &amp;nbsp;ชูกลาง &amp;nbsp;ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ เล่าว่าปี 2551 มีมติคณะรัฐมนตรีห้ามมิให้กรมชลประทานดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับเขื่อนท่าแซะ จนกว่าจะมีการศึกษาความเหมาะสมของโครงการแบบบูรณาการ ตามข้อตกลงของสมัชชาคนจนและกระทรวงเกษตรและสหการณ์ในขณะนั้น แต่เมื่อปี 2561 ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร มีการเรียกร้องให้มีการสร้างเขื่อนท่าแซะ จากสภาหอการค้า&amp;nbsp;สภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคาร และองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ทำให้ความเดือดร้อนของชาวบ้านกลับมาอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวัชรี &amp;nbsp;จันทร์ช่วง ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ กล่าวว่า &amp;nbsp;กว่าชาวบ้านจะมีความเป็นอยู่อย่างทุกวันนี้ ชาวบ้านเริ่มต้นจากศูนย์หลังพายุเกย์ จนตอนนี้ส่งลูกหลานเรียนหนังสือจบปริญญา โครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะไม่เป็นประโยชน์ของใคร &amp;nbsp;แก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้จริงหรือไม่ หรือต้องการนำน้ำไปใช้ในอุตสาหกรรม &amp;nbsp;แม้มีมติ ค.ร.ม. ให้ชะลอโครงการเพื่อให้ศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน แต่ก็ยังมีเจ้าหน้าที่เข้ามาในพื้นที่ สร้างความหวั่นวิตกให้ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจากได้รับฟังสถานการณ์ปัญหาโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ จ.ชุมพร &amp;nbsp;จากตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะแล้ว &amp;nbsp;ผู้แทนพรรคการเมืองพรรคต่างๆ ได้แสดงความเห็นภายใต้หัวข้อ &amp;ldquo;ในฐานะพรรคการเมืองของท่านที่มี ส.ส. ในสภาผุ้แทนราษฎร และเป็นฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านจะแก้ไขปัญหาชาวบ้าน อย่างไร&amp;rdquo; นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อดีต ส.ส. จังหวัดชุมพร ผู้แทนพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปัญหาความไม่แน่ชัดในการสร้างเขื่อนท่าแซะ ทำให้ชาวบ้านด้านบนและด้านล่างทะเลาะกัน พอน้ำท่วมชาวบ้านด้านล่างก็ไปกดดันผู้ว่าราชการจังหวัดให้สร้างเขื่อน ทำให้คนด้านบนเดือดร้อนก็ไปกดดันผู้ว่าราชการจังหวัดว่าไม่เอาเขื่อน เมื่อตนสอบถามชลประทานก็ไม่เคยได้รับคำตอบที่ชัดเจนสักครั้งว่าจำเป็นจริงหรือไม่ในการสร้างเขื่อนท่าแซะ ดังนั้น เมื่อข้อมูลไม่ชัดเจนก็ไม่ควรสร้าง ในความเห็นซึ่งจะนำเสนอข้อมูลไปยังหัวหน้าพรรคเพื่อแก้ปัญหานี้คือ 1.เสนอให้ยกเลิกโครงการเพราะยังไม่มีเหตุผลความจำเป็น 2. ต้องมีการเจรจากันระหว่างคนด้านบน และคนด้านล่างโดยมีตัวแทนรัฐบาลมาเป็นคนกลาง เพื่อให้มีข้อมูลที่ถูกต้องตรงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมชาย ฝั่งชลจิตร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ผู้แทนพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ปัญหาทั้งหมดที่เขื่อนท่าแซะกลับมาอีกครั้ง คือ การเรียกร้องให้มีการสร้างเขื่อนในการประชุม ค.ร.ม.สัญจรที่จังหวัดชุมพร เมื่อปี 2561 เป็นข้อเรียกร้องจากกลุ่มธุรกิจ คือสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคาร และองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นการแย่งชิงทรัพยากร กลุ่มธุรกิจพยายามจะทำระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ และต้องหาแหล่งน้ำรองรับ เช่นนี้ คือ การไม่สนใจคนจน ไม่สนใจพี่น้อง มองไม่เห็นคนจน &amp;nbsp;การต่อสู้ของพี่น้องต้องร่วมกันระหว่างประชาชนและพรรคการเมืองในสภา ตนเองในฐานะผู้แทนราษฎร ก็จะนำเสนอการแก้ไขปัญหาในระบบสภา การทำงานในสภา คือ การรับความเดือดร้อนของพี่น้องไปหาวิธีแก้ไข การสร้างเขื่อนไม่แก้ปัญหาน้ำท่วม หรือปัญหาภัยแล้ง พี่น้องต้องร่วมมือกันกับฝ่ายการเมืองเพื่อฝ่าฟันปัญหาไปด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสมยศ หนูหนอง หัวหน้าสาขาพรรคชาติไทยพัฒนา จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้แทนพรรคชาติไทยพัฒนา &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;พี่น้องในพื้นที่ยังรักษาและอนุรักษ์ทรัพยากร เพราะไม่เช่นนั้นคงย้ายถิ่นตั้งแต่มีพายุเกย์ แต่ตอนนี้ได้สร้างฐานะ ความเป็นอยู่ในชุมชน มีโรงเรียน มีวัด มีต้นทุนในการพัฒนา การแก้ปัญหา 30 ปีที่ผ่านมา การสร้างเขื่อนท่าแซะ ไม่ใช่คำตอบของพี่น้องท่าแซะและชุมพร &amp;nbsp;ตนเองในฐานะตัวแทนพรรครับข้อมูลตรงนี้ และนำเสนอเพื่อให้มีการดำเนินงานโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพจน์ อาวาส &amp;nbsp;โฆษกพรรคประชาชาติ ผู้แทนพรรคประชาชาติ &amp;nbsp;กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนฝ่ายค้านจะนำเรื่องเข้าสภาเมื่อมีการเปิดประชุมในวาระแรก และจะขอให้มีตัวแทนพื้นที่ไปยื่นหนังสือต่อตัวแทนพรรคฝ่ายค้าน 7 พรรค ในวันพฤหัสบดีแรกของการเปิดประชุม โดยพรรคฝ่ายค้านจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเดินทาง การประสานงานทั้งหมด เพื่อให้แน่ใจว่าปัญหาของชาวบ้านจะได้รับการแก้ไข และถ้าในเวลาที่เหมาะสมจะเชิญตัวแทนพรรคฝ่ายค้านมาลงพื้นที่ที่ท่าแซะอย่างเพื่อพบกับพี่น้องประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46417</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคการเมือง, กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ, ชุมพร&#039;, สมัชชาคนจน, เขื่อนท่าแซะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d8879fc8a567.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 16:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอมถอย!ผู้ว่าฯชุมพรรับปากชาวบ้านไม่นำ &#039;เขื่อนท่าแซะ&#039; เข้าครม.สัญจร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.61 - ที่หน้าศาลากลางจังหวัดชุมพร กลุ่มชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการสร้างเขื่อนท่าแซะกว่า 150 คน นำโดย นางวัชรี จันทร์ช่วง และนายวิโรจน์ ชูกลาง ผู้ประสานงานกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ ได้เดินทางมายื่นคัดค้านการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ หลังจากเมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมาได้เดินทางมายื่นหนังสือดังกล่าวแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่พบผู้ว่าฯเนื่องจากติดราชการอยู่ที่กรุงเทพมหานคร และไม่ยอมยื่นหนังสือให้กับผู้แทนหรือหน่วยงานอื่นที่มารับแทนแต่อย่างใด
&amp;nbsp;
แกนนำอ่านแถลงการณ์ ระบุว่า หยุดเขื่อนท่าแซะหยุดอ้างการพัฒนาของนักการเมืองท้องถิ่น นักธุรกิจ ที่ไม่เห็นหัวชาวบ้านผู้เดือดร้อนละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง และละเมิด มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ม.ค.51 ที่ให้ชะลอโครงการดังกล่าว แต่หอการค้า สภาอุตสาหกรรม คณะกรรมการร่วมเอกชนสามสถาบัน และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จะผลักดันโครงการเขื่อนท่าแซะขนาดใหญ่มูลค่า 3,800 ล้านบาท มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวมกว่าหมื่นไร่ ภายใต้การดำเนินการโดยกรมชลประทาน โดยจะยื่นเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ระหว่างวันที่ 20- 21 ส.ค.61 ที่จังหวัดชุมพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเรากลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะและผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ขอให้หยุดผลักดันการสร้างเขื่อนท่าแซะ หยุดใช้ข้ออ้างบังหน้าเรื่องภัยแล้งและน้ำท่วมเพื่อปิดบังเหตุผลที่แท้จริงของกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่น นักธุรกิจและนักสร้างเขื่อน ที่ทำเพื่อประโยชน์ของตนเองโดยไม่สนใจการมีส่วนร่วมละการตัดสินใจบนฐานข้อมูลข้อเท็จจริงทางวิชาการ ขอให้หยุดข่มขู่ คุกคาม ชาวบ้านและที่สำคัญขอให้หยุดละเมิดมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 15 ม.ค.51 ที่ได้กำหนดไว้ระหว่างการทบทวนรายงานการศึกษาว่าห้ามมิให้กรมชลประทานดำเนินการใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาชาวบ้านไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการกระทำของอำนาจรัฐและอำนาจทุน รวมถึงนักการเมืองท้องถิ่นที่ผลักดันโครงการเขื่อนท่าแซะมาตลอด และที่สำคัญเขื่อนนี้จะส่งผลกระทบหลายด้านต่อทรัพยากรและชาวบ้านเป็นจำนวนมาก คือ 1. ชาวบ้านกว่า 500 ครอบครัวจะถูกอพยพย้ายถิ่นฐานของตนเองจากการสร้างเขื่อนท่าแซะ 2. สูญเสียพื้นที่ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ด้านทิศเหนือ จำนวน &amp;nbsp;3,570 ไร่ และน้ำจะท่วมพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านมากกว่า 5,000 ไร่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.โครงการสร้างเขื่อนท่าแซะ ซึ่งเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ โดยแนวสันเขื่อนตั้งอยู่บนรอยเลื่อนของเปลือกโลก (แนวแผ่นดินไหว) ที่ยังมีพลัง รอยเลื่อนระนอง จะกลายเป็นเขื่อนที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดของประเทศไทย 4. กระบวนการมีส่วนร่วม การตัดสินใจของประชาชนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนไม่มีเลย อีกทั้งยังถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นรุนแรง ถูกข่มขู่ คุกคาม อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;
ดังนั้นกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะและผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการเขื่อนท่าแซะ ขอยืนยันที่จะคัดค้านโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะอย่างถึงที่สุด และเรียกร้องให้รัฐบาลตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ หยุดการใช้คนจนเป็นเหยื่อการพัฒนาจากการสร้างเขื่อนและให้พิจารณาทางเลือกการจัดการน้ำที่เหมาะสมด้วยความสมานฉันฑ์
&amp;nbsp;
นางสาวบุญเลือง สุขัง อายุ 63 ปี หรือ &amp;ldquo;ยายนอบ&amp;rdquo; หนึ่งในชาวบ้านบอกว่าปัจจุบันตนไม่มีครอบครัวอยู่ตัวคนเดียวได้มาร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่รัฐหลายคนเข้าไปอ้างใช้กฎหมายบังคับข่มขู่ยึดที่ดินที่อยู่อาศัยของตนซึ่งมีเอกสาร นส.3ก. จำนวน 10 ไร่ เป็นมรดกตกทอดมาจากพ่อแม่ อยู่ในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลหินแก้ว อ.ท่าแซะ ได้ใช้อำนาจข่มขู่โดยที่ตนไม่ยินยอมเข้าไปสำรวจปักหลักยึดที่ดินของตนไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้ามาก่อน อ้างว่าที่ดินตนถูกเวนคืนจะนำไปทำประตูระบายน้ำ จากนั้นได้มีการไปปล่อยข่าวว่าตนรับเงินค่าเวนคืนแล้ว 10 ล้านบาท จนเกิดความไม่ปลอดภัยจากมิจฉาชีพและโจรผู้ร้าย ทุกวันนี้ต้องหนีไปขออาศัยหลับนอนอยู่บ้านเพื่อนบ้านและญาติๆ ไม่กล้าอยู่ในที่ดินผืนดังกล่าวเพราะกลัวถูกปล้นฆ่าเอาทรัพย์สินตามที่มีการปล่อยข่าว
&amp;nbsp;
ต่อมานายวิบูลย์ รัตยาภรณ์วงศ์ ผวจ.ชุมพร พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จ.ชุมพร ได้ลงมาพบกับกลุ่มผู้เดือดร้อนและรับหนังสือคัดค้านการสร้างเขื่อนจากแกนนำ ซึ่งจังหวะนั้นนางสาวบุญเลือง สุขัง หรือ &amp;ldquo;ยายนอบ&amp;rdquo; เดินเข้าไปก้มกราบเท้าของนายวิบูลย์และขอให้ช่วยเหลือตนเองด้วยจากกรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าทีรัฐเข้าไปยึดเวนคืนที่ดินซึ่งเป็นแผ่นดินผืนสุดท้ายที่ตนอยู่อาศัยทำกิน จนเจ้าหน้าที่และผู้ว่าราชการจังหวัดต้องรีบจับตัวยายนอบพยุงขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับบอกว่าอย่าทำแบบนี้ไม่ดีเลย และได้มอบอบหมายให้ นายดุสิต ศักรกานต์ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม จ.ชุมพร ดำเนินการตรวจสอบให้ความเป็นธรรมแก่ยายนอบต่อไป
&amp;nbsp;
นายวิบูลย์ รัตยาภรณ์วงศ์ ผวจ.ชุมพร กล่าวกับแกนนำและชาวบ้านผู้เดือดร้อนที่ได้รับผลกระทบว่า ตนได้ถอนเรื่องกรณีให้ทบทวนการสร้างเขื่อนท่าแซะออกจากที่ประชุม ครม.สัญจร ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (15 ส.ค.) แล้ว เนื่องจากเห็นว่ายังเกิดปัญหาความขัดแย้งอยู่ เพราะการประชุม ครม.สัญจรที่ จ.ชุมพร จะมีการเสนอและพิจารณาโครงการงบประมาณพัฒนาจังหวัดและภาคใต้หลายเรื่องมาก อาจจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมและโครงการอื่นๆ จึงไม่นำเรื่องสร้างเขื่อนท่าแซะเข้าที่ประชุม ครม.สัญจรในครั้งนี้อย่างแน่นอน &amp;nbsp;และเสนอให้ นางวัชรี จันทร์ช่วง แกนนำเข้าร่วมรับฟังการประชุม ครม.สัญจรในครั้งนี้ด้วยเพื่อยืนยันความจริงดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สร้างความพอใจของชาวบ้านทุกคนและแกนนำได้นัดหมายให้ชาวบ้านทุกไปให้กำลังใจและต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีที่จะมาประชุม ครม.สัญจร ระหว่างวันที่ 20-21 ส.ค.ที่ จ.ชุมพรนี้ด้วย หากรัฐมนตรีคนใดหยิบยกเรื่องสร้างเขื่อนขึ้นมาพิจารณาก็จะรวมตัวประท้วง ณ ที่ประชุม ครม.สัญจรทันที ก่อนจะแยกย้ายกันเดินทางกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15540</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ, ครม.สัญจร, ชุมพร, นายวิบูลย์ รัตยาภรณ์วงศ์, เขื่อนท่าแซะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b7539aa563c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
