<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117415</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 16:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรคลึกลับโผล่อีก ปูดจนท.ซีไอเอมี&#039;อาการฮาวานา&#039;ที่อินเดีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานจากซีเอ็นเอ็นและนิวยอร์กไทมส์เมื่อวันจันทร์ว่า เจ้าหน้าที่ซีไอเอรายหนึ่งที่เดินทางมาอินเดียพร้อมกับวิลเลียม เบิร์นส์ ผู้อำนวยการซีไอเอ ในเดือนนี้ แจ้งว่าเขามีอาการฮาวานาที่เป็นกลุ่มอาการลึกลับซึ่งสหรัฐยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเกิดจากอะไร แต่สงสัยว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานเมื่อวันอังคาร อ้างข่าวจากซีเอ็นเอ็นที่อ้างอิงแหล่งข่าวหลายรายว่า เจ้าหน้าที่ของสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) ผู้นี้ ซึ่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อ ต้องรับการรักษาพยาบาล แต่โฆษกของซีไอเอปฏิเสธจะให้ทัศนะกับรอยเตอร์เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ โดยอ้างว่าซีไอเอมีระเบียบปฏิบัติเมื่อมีบุคคลรายงานเหตุการณ์ผิดปกติทางสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงการรับการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้มีเจ้าหน้าที่สหรัฐและครอบครัวของพวกเขา รวมประมาณ 200 คน ที่ป่วยด้วยกลุ่มอาการฮาวานา ซึ่งตั้งชื่อตามกลุ่มอาการลึกลับที่มีรายงานพบผู้ป่วยครั้งแรกในสถานทูตสหรัฐประจำกรุงฮาวานาของคิวบาเมื่อปี 2559 อาการเหล่านี้รวมถึงปวดไมเกรน, คลื่นไส้, ความจำเสื่อม และเวียนศีรษะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนสิงหาคม รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ต้องเลื่อนการเดินทางไปกรุงฮานอยของเวียดนามช้ากว่ากำหนด 3 ชั่วโมง หลังจากสถานทูตสหรัฐที่นั่นแจ้งว่า มีเจ้าหน้าที่บางคนรายงานว่ามีอาการสอดคล้องกับกลุ่มอาการฮาวานา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการเบิร์นส์เคยเปิดเผยเมื่อเดือนกรกฎาคมว่า เขาได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่อาวุโสรายหนึ่งที่เคยตามล่าอุซามะห์ บิน ลาดิน ผู้นำเครือข่ายอัลกออิดะห์ที่โดนสหรัฐส่งหน่วยคอมมานโดสังหารที่ปากีสถานเมื่อปี 2554 มาเป็นผู้นำหน่วยเฉพาะกิจสอบสวนกลุ่มอาการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะทำงานชุดหนึ่งของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติของสหรัฐพบว่า ทฤษฎีที่เข้าทีที่สุด กลุ่มอาการนี้น่าจะเกิดจากคลื่นความถี่วิทยุกำลังแรงสูง โดยเบิร์นส์เคยกล่าวไว้ว่า มีความเป็นไปได้อย่างมากที่อาการนี้เกิดจากความจงใจกระทำให้เกิด และอาจเป็นฝีมือของรัสเซีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117415</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอาการฮาวานา, ซีไอเอ, เจ้าหน้าที่ซีไอเอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149a4534d06b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112769</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 23:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 23:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีไอเอจนปัญญา ยังไม่แน่ใจ&#039;อาการฮาวานา&#039;เกิดจากอะไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แอฟริล เฮนส์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐ ยอมรับเมื่อวันจันทร์ว่า ผ่านมา 5 ปีจนถึงบัดนี้สหรัฐก็ยังไม่แน่ใจว่าอะไรคือต้นเหตุของอาการเจ็บป่วยที่เรียกว่า &amp;quot;กลุ่มอาการฮาวานา&amp;quot; ที่สหรัฐกล่าวโทษรัสเซียหรือชาติอริว่าใช้คลื่นไฟฟ้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ทูตของหลายประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ สถานทูตสหรัฐในกรุงฮาวานาของคิวบา (Yander Zamora/Anadolu Agency/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ว่า ผู้อำนวยการหญิงของซีไอเอกล่าวว่า เธอได้ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลและผู้เชี่ยวชาญหลายคนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาของกลุ่มอาการฮาวานา ซึ่งพบครั้งแรกที่กรุงฮาวานาของคิวบาเมื่อ 5 ปีก่อน แต่ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์, ประชาคมข่าวกรอง และเจ้าหน้าที่สหรัฐ ก็ยังคงไม่แน่ใจว่าอะไรคือสาเหตุของ &amp;quot;เหตุการณ์ด้านสุขภาพที่ผิดธรรมดา&amp;quot; (เอเอชไอ) ซึ่งส่งผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่ทางการทูตของสหรัฐและครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการเฮนส์กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์ว่า สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือการระบุแหล่งที่มาของเอเอชไอ, ให้การดูแลสุขภาพระดับสูงสุดแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ และป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นเกิดขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายปีมานี้ เจ้าหน้าที่ทูตที่เกิดอาการเอเอชไอกล่าวหารัฐบาลสหรัฐว่าไม่ได้ทำงานหนักพอเพื่อระบุสาเหตุหรือแหล่งที่มาของอาการที่พวกเขาเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาสุขภาพดังกล่าวเริ่มพบครั้งแรกเมื่อปี 2559 เมื่อเจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐหลายคนและครอบครัวในคิวบาร้องทุกข์เกี่ยวกับอาการมีเลือดกำเดาไหล, ปวดศีรษะ และคลื่นไส้ หลังจากได้ยินเสียงแหลมเสียดหูตอนกลางคืน หลังจากนั้นก็มีการร้องเรียนคล้ายกันมาจากเจ้าหน้าที่สหรัฐในจีน, รัสเซีย และในสหรัฐเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สหรัฐเคยกล่าวหาโดยไม่มีข้อพิสูจน์ก่อนหน้านี้ว่าพวกรัสเซียหรือคนประเทศอื่นๆ ใช้อุปกรณ์โซนิกหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าความเข้มสูงปล่อยคลื่นทำร้ายเจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐในประเทศเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนกรกฎาคม นิตยสารนิวยอร์กเกอร์รายงานว่า นับแต่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน รับตำแหน่งเมื่อต้นปีนี้ มีเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของสหรัฐ, นักการทูต และเจ้าหน้าที่รัฐบาลสังกัดหน่วยอื่นๆ ราว 24 คนในออสเตรีย รายงานว่ามีอาการคล้ายกับกลุ่มอาการฮาวานา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการสหรัฐจัดทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ทำการศึกษาเกี่ยวกับการโจมตีที่ว่ากันนี้ และพวกที่มีอาการก็โดนตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อพยายามทำความเข้าใจอาการเจ็บป่วยของพวกเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112769</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอาการฮาวานา, คิวบา, ซีไอเอ, เจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐ, แอฟริล เฮนส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_61115202a585a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
