<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2020 08:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2020 08:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองอธิการมธ.เผย11ข้อที่คนก่อม็อบรู้แบบงูๆปลาๆ ชี้ประเทศไม่ได้เลวร้ายถึงขั้นแลกด้วยเลือดเนื้อของผู้บริสุทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.63- &amp;nbsp;รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Harirak Sutabutr ระบุว่า &amp;nbsp;ม็อบ &amp;ldquo;เยาวชนปลดแอก&amp;rdquo;ยังคงลามและมีความถี่มากขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจะบอกว่าม็อบลักษณะนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เนื่องจากบรรดาเยาวชนถูกกดขี่คุกคามจากรัฐบาลเผด็จการจนทนไม่ไหว ต้องออกมาขับไล่รัฐบาล และยังเกินเลยไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย ก็คงเชื่อได้ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดกันด้วยความเป็นธรรม นอกจากความเบื่อหน่ายนักการเมืองน้ำเน่าทั้งหลาย ประชาชนธรรมดาอย่างเราๆไม่ได้รู้สึกว่าจะถูกกดขี่ หรือไม่ได้รู้สึกว่ามีแอกให้ต้องปลดมากกว่ารัฐบาลอื่นๆแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากไม่มีการสร้างเครือข่าย ไม่มีแกนนำ คอยป้อนข้อมูลที่บิดเบี้ยว คอยชักจูงทั้งทางตรงและทาง social media กระทั่งให้การสนับสนุนอย่างเป็นขบวนการแล้ว ยากที่เยาวชนเหล่านี้จะก่อม็อบขึ้นมาได้เองอย่างต่อเนื่องได้เช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะอย่างไรก็ตาม เรื่องแบบนี้จะว่ากันก็ไม่ได้ เพราะมันเป็นวิถีของการต่อสู้ ชิงไหวชิงพริบในทางการเมือง และทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะฝ่ายตรงข้ามให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น หากคนรุ่นใหม่อยากจะเข้าร่วมกับม็อบ หรือกระทั่งร่วมเป็นแกนนำเครือข่าย ก็ย่อมทำได้ตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพียงอยากจะฝากคนรุ่นใหม่ทั้งหลายว่า ก่อนจะตัดสินใจเข้าร่วมในม็อบ ควรหาข้อมูลให้รอบด้าน ศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองไทยให้มากสักหน่อย อย่าดูแต่ข้อมูลจากสื่อที่มีการนำเสนอในรูปแบบแปลกใหม่และทันสมัยแต่มีพรรคการเมืองหนุนหลัง สื่อที่มักพูดความจริงเพียงครึ่งเดียว จ้องจะนำเสนอสิ่งที่เป็นลบต่อฝ่ายตรงข้าม และนำเสนอเฉพาะสิ่งที่เป็นบวกต่อพวกตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเชื่อหรือไม่หากจะบอกว่า มีคนเป็นจำนวนมากทั้งรุ่นเก่า รุ่นใหม่ไม่ทราบหรือทราบแบบงูๆปลาๆว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การที่ให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการแต่งตั้ง และให้มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรี แม้อาจไม่ใช่วิถีทางประชาธิปไตย แต่ก็เป็นเพียงบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญฉบับ 2560โดยให้มีวาระการทำงาน 5 ปี และเงื่อนไขนี้ได้ผ่านการทำประชามติมาแล้ว แม้ไม่มีการแก้รัฐธรรมนูญ เงื่อนไขนี้ก็จะถูกยกเลิกไปเองหลังจาก 5 ปีไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. แม้พรรคเพื่อไทยจะได้ที่นั่งส.ส.มาเป็นอันดับ 1 แต่หากนับคะแนนเสียงที่ประชาชนลงทั้งหมด พรรคพลังประชารัฐกลับมาเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนนเสียง 8.4 ล้านเสียง ในขณะที่พรรคเพื่อไทยได้ 7.9 ล้านเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. แม้จะไม่มีคะแนนเสียงจากวุฒิสมาชิกเลย พลเอกประยุทธ์ ก็ยังคงได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ดี เพราะพรรคพลังประชารัฐสามารถรวบรวมเสียงส.ส.จากพรรคต่างๆได้มากกว่า และนี่คือวิถีทางในระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. หากนายกรัฐมนตรีมีอันต้องพ้นจากตำแหน่ง การเลือกรัฐมนตรีคนใหม่จะกระทำกันในสภาฯ โดยไม่ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ และไม่ต้องมีการยุบสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. นโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยคำสั่งของคุณทักษิณ ชินวัตร สร้างความเสียหายแก่ประเทศมากกว่า 5 แสนล้านบาท เนื่องจาก ในทางปฏิบัตินโยบายนี้ไม่ใช่การจำนำข้าวจริง แต่เป็นการรับซื้อข้าวทุกเมล็ดในราคาสูงที่กว่าราคาตลาดมาก และขายออกไปในราคาขาดทุน นอกจากนี้ยังไม่สามารถขายได้หมดจนข้าวที่ค้างสต็อคเน่าเสียไปเป็นจำนวนมาก ยิ่งกว่านั้นยังมีการทุจริตที่ชัดเจนคือการขายข้าวที่รับจำนำมาด้วยกระบวนการขายแบบ จีทูจี หรือรัฐต่อรัฐ แต่แท้ที่จริงไม่ใช่การขายแบบจีทูจีจริง กลายเป็นการขายให้พรรคพวกที่ปลอมเป็นบริษัทของรัฐบาลจีน ในราคาถูก ในที่สุดรมว กระทรวงพาณิชย์ และข้าราชการประจำอีกหลายคน รวมทั้งเจ้าของบริษัทที่ซื้อข้าวถูกตัดสินจำคุกกันคนละหลายปี อีกทั้งคุณยิ่งลักษณ์ก็ต้องถูกศาลตัดสินจำคุกด้วย เนื่องจากปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. รัฐบาลคุณทักษิณขายหุ้นบริษัทชินคอร์ป ซึ่งมีสัมปทานดาวเทียมของชาติให้กับบริษัทต่างชาติ คือเทมาเส็ก ของประเทศสิงคโปร์โดยมีการแก้กฎหมายให้เอื้อให้บริษัทต่างชาติสามารถถือหุ้นในสัดส่วนที่สูงขึ้นได้ อีกทั้งยังหลีกเลี่ยงไม่ยอมเสียภาษีแม้แต่บาทเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7. คุณทักษิณยังมีคดีทุจริตเชิงนโยบายที่ค้างอยู่อีกหลายคดี เช่น กรณีสั่งให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า ปล่อยเงินกู้ให้รัฐบาลพม่า เพื่อซื้อสินค้าจากบริษัทครอบครัวตัวเอง โดยไม่ต้องโอนเงินให้กับพม่า แต่ให้โอนจากธนาคารไปที่บริษัทดังกล่าวโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. แม้คุณทักษิณไม่ได้อยู่ในประเทศไทย แต่คุณทักษิณยังคงสั่งการต่อพรรคเพื่อไทย และพรรคในเครือเพื่อไทยได้เช่นเดิม ผู้บริหารพรรคเพื่อไทยหากจะตัดสินใจเรื่องในระดับนโยบาย ยังคงต้องบินไปขออนุญาตคุณทักษิณที่ดูไบเกือบทุกครั้ง จะเห็นว่ากรณีคุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จะลงสมัครผู้ว่า กทม ก็ยังต้องขอไฟเขียวจากคุณทักษิณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่พรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ต้องการให้ยกเลิก หากยกเลิกจริง พระมหากษัตริย์ก็จะไม่มีกฎหมายใดที่จะป้องกันการจาบจ้วง ล่วงละเมิดหรือหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้ เนื่องจากพระมหากษัตริย์ไม่สามารถฟ้องหมิ่นประมาทบุคคล เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไปเมื่อถูกหมิ่นประมาทได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ต้องพ้นสภาพการเป็น ส.ส.เนื่องจากคุณธนาธรมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทวีลัคมีเดีย ในวันที่สมัครรับเลือกตั้ง อันเป็นข้อห้ามตามกฎหมาย เป็นเพราะคุณธนาธรผิดพลาดเอง เนื่องจากไม่ได้โอนหุ้นให้ผู้อื่นก่อนวันสมัครรับเลือกตั้ง และมีพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่าคุณธนาธรพยายามทำหลักฐานการโอนหุ้นย้อนหลัง ไม่ใช่เป็นเพราะถูกศาลรัฐธรรมนูญกลั่นแกล้งแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11. คณะราษฎร แม้มีคุณูปการ ในการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่คณะราษฎรก็มีข้อผิดพลาดมากมาย พระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างประทศ อีกทั้งยังมีการขัดแย้ง แย่งชิงอำนาจ ทำการรัฐประหารกันเอง ในบางรัฐบาลของคณะราษฎรเองก็มีพฤติกรรมไม่ต่างจากรัฐบาลเผด็จการ จึงยากที่จะบอกได้ว่า หากไม่มีการยึดอำนาจเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่ปล่อยให้มีการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป ตามที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงเตรียมการไว้ ในวันนี้แบบไหนจะเป็นผลดีต่อประเทศชาติมากกว่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นใครก็ตามที่ไม่ทราบข้อเท็จจริงข้างต้น แสดงว่าท่านยังไม่ได้ศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านเพียงพอ แต่
หากท่านได้ศึกษาข้อมูลที่รอบด้าน และไตร่ตรองอย่างดีแล้ว จึงตัดสินใจเลือกข้าง หรือเข้าร่วมในม็อบปลดแอก เช่นนี้แล้ว จะไม่มีใครว่าอะไรได้เลย เพียงขอให้ระวัง 2 เรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่งคือระวังอย่าทำสิ่งผิดกฏหมาย ที่นอกเหนือจากการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สองคือระวังจะเกิดความรุนแรงจากม็อบชนม็อบ เช่น จากกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ที่กำลังก่อตัวขึ้น ซึ่งก็ไม่แน่ว่าจะมีผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าลืมว่า สถานการณ์ของประเทศขณะนี้ ไม่ได้เลวร้ายถึงขั้นที่จะต้องแลกด้วยเลือดเนื้อของผู้บริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันไม่คุ้มครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72990</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ, ม็อบเยาวชน, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5ecc8c8e77910.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อาชีวะช่วยชาติ’ฮือปกป้องสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; มาตามนัด &amp;quot;กลุ่มอาชีวะช่วยชาติฯ&amp;quot; กว่า 500 คน แสดงจุดยืนปกป้องสถาบันฯ &amp;quot;บิ๊กตู่-ป้อม&amp;quot; ห่วงการชุมนุม สั่ง จนท.ดูแลความปลอดภัย &amp;quot;ตร.&amp;quot; เตือนต้องเคารพกฎหมาย เล็งจับแกนนำมีคดีค้างเก่าออกมาปลุกปั่น &amp;quot;ปิยบุตร-พท.&amp;quot; จี้นายกฯ จริงใจแก้ปัญหาต้องแก้ รธน.-ยุบสภา &amp;quot;จตุพร&amp;quot; หวั่นม็อบชนม็อบซ้ำรอยประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 ก.ค. เวลา 14.00 น. บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนสตรีวิทยา กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ รวมพลังปกป้องสถาบัน ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ จำนวนกว่า 500 คน มารวมกลุ่มชุมนุมเพื่อแสดงจุดยืนขอให้ทุกฝ่ายหยุดก้าวล่วงสถาบันฯ โดยมีการเปิดเพลงปลุกใจสลับกับการปราศรัยจากแกนนำ ซึ่งการชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้มาร่วมชุมนุมดังกล่าวมีทั้งกลุ่มที่เดินทางมาจาก กทม.และต่างจังหวัด โดยส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อสีเหลือง อายุประมาณ 35-65 ปี และมีการทำป้ายกระดาษที่เขียนข้อความแสดงจุดยืนที่เกี่ยวข้องกับความรักที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้อย่างชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทศพล มนูญญรัตน์ ตัวแทนกลุ่มอาชีวะช่วยชาติฯ ได้อ่านแถลงการณ์ &amp;ldquo;เพื่อประชาธิปไตยด้วยใจจงรักภักดี&amp;rdquo; ระบุว่า จากกรณีที่กลุ่มเยาวชนปลดแอกและสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย หรือ สนท. จัดกิจกรรมทางการเมืองขึ้น ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.2563 ซึ่งต่อมาได้มีการจัดกิจกรรมในลักษณะเช่นเดียวกันนี้หลายพื้นที่ทั่วประเทศ แม้จะยื่นข้อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกและยุบสภา แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย แต่ปรากฏหลักฐานและข้อเท็จจริงว่ามีการแสดงออกเพื่อต้องการท้าทาย ต่อต้านหรือล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม อีกทั้งยังมีการนำข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือเฟกนิวส์ เพื่อปลุกระดมให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรามิได้ต่อต้านการชุมนุมทางการเมืองโดยเจตนาเพื่อรักษาประชาธิปไตย แต่ต้องตระหนักถึงการกระทำที่ไม่ก้าวล่วงไปในขอบเขตที่อาจนำพาสังคมไทยเสี่ยงต่อการเผชิญหน้ากันด้วยความรุนแรง ทั้งนี้ ทางกลุ่มอาชีวะช่วยชาติฯ จะเคลื่อนไหวโดยจะดำเนินกิจกรรมให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และเจตนาที่แท้จริงของผู้ที่อยู่เบื้องหลัง การใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือในการต่อต้านล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;quot; ตัวแทนกลุ่มอาชีวะช่วยชาติฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการอ่านแถลงการณ์ กลุ่มอาชีวะช่วยชาติฯ ได้ชู 3 นิ้ว ที่หมายถึง &amp;ldquo;ชาติ ศาสน์ กษัตริย์&amp;rdquo; ก่อนเปล่งเสียง &amp;ldquo;ทรงพระเจริญ&amp;rdquo; และร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนแยกย้ายจากพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า วันนี้มีความเป็นห่วงและกังวลการชุมนุมต่างๆ ได้มอบหมายให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจไปพิจารณาดูในการใช้กฎหมายให้เหมาะสม คงไม่ต้องสั่งอะไรมากในเรื่องดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ไปแล้วให้ดูแลความปลอดภัยของทั้งสองฝ่าย แต่ว่าเขาชุมนุมไม่ตรงกัน ไม่มีอะไร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรได้กำชับให้ฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะตำรวจ เข้าไปช่วยดูแลความปลอดภัยของทุกกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ โดยขอให้เพิ่มมาตรการคัดกรอง มิให้มีการแทรกแซงหรือการใช้ความรุนแรงใดๆ ต่อกัน และให้ระมัดระวังการเผชิญหน้าและยั่วยุกันของทุกกลุ่มชุมนุมที่อาจมีความเห็นและจุดยืนต่างกัน ซึ่งอาจเป็นเงื่อนไขของการใช้ความรุนแรงต่อกัน โดยขอให้ใช้บทเรียนในอดีตที่ผ่านมาในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยปลอดภัยของสังคมในภาพรวม
ตร.เตือนม็อบเคารพกม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประวิตรขอให้มีการชี้แจงทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งก่อนและระหว่างการชุมนุม ถึงการปฏิบัติและความรับผิดชอบของการใช้เสรีภาพแสดงความคิดเห็นตามกรอบกฎหมายที่กำหนด ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน ใช้ความสุภาพและระมัดระวังอย่างที่สุด มิให้เกิดการกระทบกระทั่งกันในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งยืนยันรัฐบาลเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นและการแสดงออกถึงความหวังดีของทุกกลุ่มชุมนุมด้วยความเข้าใจ และพร้อมจะเดินหน้าแก้ปัญหาของสังคมและประเทศชาติไปด้วยกัน&amp;quot; โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีกำชับเรื่องสถานการณ์การชุมนุมเพื่อแสดงออกทางการเมืองในช่วงนี้ให้ตำรวจดำเนินคดีเด็ดขาดกับกลุ่มแกนนำผู้ชุมนุมที่มีหมายจับค้างเก่า มีคดีติดตัว หรือได้รับการประกันตัวออกมาแล้วกลับมายุยงปลุกปั่นให้การชุมนุมไม่เป็นไปตามกฎหมาย กลับมากระทำผิดซ้ำด้วยการจัดการชุมนุมตามสถานที่ต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดความไม่สงบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กลุ่มน้องๆ เยาวชนที่มีการออกมาเคลื่อนไหว ขอให้ยึดปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ โดยการแจ้งการชุมนุมก่อนล่วงหน้า ซึ่งตำรวจไม่ขัดข้องหากเป็นการแสดงออกตามหลักประชาธิปไตย ไม่ขัดต่อกฎหมาย&amp;quot; พล.ต.ท.ปิยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงข่าวตำรวจตระเวนชายแดนจัดเตรียมสถานที่ไว้เพื่อรองรับผู้ชุมนุมกลุ่มเยาวชนปลดแอก โฆษก ตร.กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง หน่วยงานความมั่นคงได้มีการตรวจสอบไปยังตำรวจตระเวนชายแดนแล้วพบว่า เป็นการสั่งการภายในของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อตรวจสอบและจัดการสถานที่ตามปกติ ไม่ได้มีนัยใดๆ และไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเคลื่อนไหวชุมนุมของนิสิตนักศึกษาว่า เมื่อสถานการณ์นอกสภาเป็นแบบนี้ คณะ กมธ.ควรตอบรับข้อเรียกร้องของนิสิตนักศึกษาเข้าสู่การพิจารณาของคณะ กมธ. และยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อข้อเรียกร้องของนิสิตนักศึกษา หากไม่มีการพิจารณาจะส่งผลแง่ลบต่อคณะ กมธ.เอง นอกจากนี้เข้าใจว่าหากมีการเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในช่วงเวลานี้ มีความเป็นไปได้ที่จะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เสร็จสิ้นทันก่อนปิดสมัยประชุมนี้ ซึ่งจะปิดช่วงเดือน ก.ย. โดยเฉพาะข้อเรียกร้องให้ยกเลิก ส.ว. และทำรัฐธรรมนูญใหม่ ตนคิดว่าทำพร้อมกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้เขียนร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วตั้งแต่ช่วงแรกที่เข้ามาเป็น ส.ส. วันนี้ไม่ได้เป็น ส.ส.แล้ว แต่หาก ส.ส.ท่านใดสนใจก็เอาไปขับเคลื่อนได้เลย หากเราต้องการดับไฟในวันนี้จะต้องแสดงท่าทีตอบรับข้อเรียกร้องของนิสิตนักศึกษา ไม่ใช่มาบอกว่าใครอยู่เบื้องหลัง แต่ต้องแก้รัฐธรรมนูญให้เห็นว่าสภามีความพยายามขับเคลื่อน เพราะหากให้ประชาชนเข้าชื่อเสนอแก้ไขกระบวนการจะล่าช้ากว่า&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์มีความจริงใจจะถอดสลักความขัดแย้งจากสถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน ที่แผ่ขยายวงกว้างออกไปในแทบทุกจังหวัด พล.อ.ประยุทธ์ต้องหยุดซื้อเวลา ลอยตัวเหนือปัญหา แสดงภาวะผู้นำ การแก้ไขรัฐธรรมนูญภายใต้แนวคิดการตั้ง ส.ส.ร.เป็นแนวทางที่ดี แต่อาจช้าและใช้เวลามาก
ห่วงซ้ำรอยประวัติศาสตร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน ต้องการให้มีการแก้ไขเร่งด่วนมี 2 เรื่อง คือ 1.เปลี่ยนกลับไปใช้ระบบเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ คือ ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้ตรงตามเจตนารมณ์ในการเลือก ส.ส.ของประชาชน 2.ยกเลิกบทเฉพาะกาล ตัดสิทธิ์ ส.ว.ไม่ให้โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เมื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 เรื่องนี้แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ควรแสดงความจริงใจ โดยการประกาศลาออกแล้วยุบสภาเลือกตั้งใหม่ เชื่อว่าจะสามารถถอดสลักความขัดแย้งได้&amp;quot; โฆษกพรรค พท.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงการชุมนุมของนักศึกษาที่หลายฝ่ายออกมาแสดงความกังวลจะนำไปสู่กระบวนการนำม็อบชนม็อบว่า ทุกฝ่ายมีความกังวล ตนพยายามพูดจนกระทั่งหลายคนไปขยายความให้เกิดความเข้าใจผิด และวิพากษ์วิจารณ์ในทางที่เสียหาย ในฐานะที่เป็นคนยืนอยู่แถวหน้าในเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 เป็นจุดเปลี่ยนของการต่อสู้ในเหตุการณ์นั้น ภายหลังจากการถูกสลายการชุมนุมที่ราชดำเนิน ตนและบรรดาเพื่อนๆ ก็นำทัพต่อที่รามคำแหง แต่ก่อนที่จะมานำในเหตุการณ์พฤษภาคมในสมรภูมิสุดท้าย ศึกษาประวัติศาสตร์ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งแต่ละเหตุการณ์ต้องยอมรับว่ามีจุดแข็งและจุดอ่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า ในเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 พบว่ามีจุดแข็งและจุดอ่อน และเมษายน พฤษภาคม 2553 พบว่ามีจุดแข็งและจุดอ่อน ซึ่งหลายเหตุการณ์ได้อธิบายบทเรียนไว้มากมาย ดังนั้นทันทีที่ผมออกมาทักท้วงว่าให้ขีดเส้นใต้ 3 ข้อเรียกร้องไว้ให้มั่น เพราะรู้ว่าปรากฏการณ์แบบอาชีวะช่วยชาติจะปรากฏ ซึ่งไม่ได้คิดเพียงแค่ฉากหน้าเป็นใคร แต่เเลเห็นกระบวนการว่าจะนำไปสู่อะไร ในเหตุการณ์ปี 2518 และ 2519 ก่อนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ก่อนนั้นนักศึกษากับอาชีวะร่วมกันในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 แล้วก็แยกออกมาเป็นกลุ่มกระทิงแดง แยกประชาชนเป็นนวพล และออกเป็นกลุ่มหลากหลายต่างๆ ดังนั้นทั้งหมดได้วิเคราะห์ในฐานะที่ผ่านการนำมาก่อนเห็นว่าระบบการจัดการยังไม่สามารถป้องกันการสร้างสถานการณ์ได้ ซึ่งปกติก็ป้องกันยากอยู่แล้ว แต่ระบบการจัดการ ณ ปัจจุบันที่มองเห็นนั้น แทบเกิดโรคแทรกได้ตลอดเวลา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แม้ไม่อยากจะคิด แต่ก็อนุมานได้ว่าหากทำอย่างในอดีตก็จะมีการปะทะกันเป็นระยะๆ และขณะนี้ก็มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่แล้ว หรือแม้จะประกาศใช้กฎอัยการศึก แต่คำตอบทางการเมืองได้อธิบายไปแล้วว่าปลายทางคืออะไร และผมเชื่อว่าคนที่อยู่ในสนามการเมืองก็รู้ว่าจุดจบในสนามนี้จะเป็นอย่างไร ทันทีที่เกิดเป็นปรากฏการณ์อาชีวะช่วยชาติ ซึ่งวันนี้ทางกลุ่มนักศึกษาที่นัดชุมนุมกันที่วงเวียนใหญ่ ได้ย้ายสถานที่จัดชุมนุมไปที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งเป็นการคิดที่ถูกต้อง แต่อย่างไรก็ตาม ที่มีการประกาศยกระดับการชุมนุม การป้องกันเป็นเรื่องที่ยากมาก จากที่ได้ติดตามการถ่ายทอดสดผ่านเว็บไซต์ต่างๆแล้วย้อนดูอดีต ดังนั้นที่พูดวันนี้ไม่ใช่พูดเพื่อให้กลัว แต่พูดเพื่อไม่ให้ทำลายจุดเเข็งของตัวเอง รวมถึงไม่ต้องการให้ใครต้องมาบาดเจ็บล้มตาย ขณะเดียวกันรัฐเองก็ต้องพยายามหาทางป้องกันและระมัดระวังถึงขั้นสูงสุด&amp;quot; นายจตุพรกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า ข้อควรระวังกลุ่มนักเรียนอาชีวะบางส่วนอย่าตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายขวาจัดในการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงเพื่อแบ่งแยกแล้วปกครอง เพื่อคงสถานะอำนาจรัฐที่มิชอบไว้ โดยศึกษาบทเรียนจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้ประเทศไทยกลับไปสู่ยุคแห่งบาดแผลของแผ่นดินในครั้งนั้นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเด็นสำคัญรัฐบาลอย่าใช้ทฤษฎีสมคบคิดนี้ในการคุกคามประชาชน การที่นายกรัฐมนตรีออกมาปรามบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะรัฐบาลอาจจะกลายเป็นผู้สร้างความรุนแรงเสียเองได้ เราไม่ต้องการสงครามกลางเมืองกลับมาใหม่ รัฐบาลจะอุ้มชูทั้งกลุ่มกระทิงแดงในยุคเก่าและทายาทกระทิงแดงในยุคใหม่นี้ไว้ไม่ได้ เพราะสังคมไทยต้องการการปฏิรูปที่เห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ&amp;quot; เลขาฯ ครป.กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72970</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ, คารพกฎหมาย, ปกป้องสถาบัน, ม็อบชนม็อบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200730/image_big_5f22cbfc5a865.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2020 08:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2020 08:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาชีวะช่วยชาติ&#039; โต้จัดม็อบชนม็อบ ยันแถลงจุดยืนปกป้องสถาบันที่อนุสาวรีย์ปชต. ไม่ใช่การชุมนุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ&amp;quot; ออกประกาศฉบับที่ 2 ระบุว่า&amp;nbsp;การที่อาชีวะช่วยชาติจะออกมาแสดงจุดยืนในวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 เวลา 14.00 น. ณ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ขอเน้นย้ำว่า ไม่ใช่การชุมนุม แต่เป็นการแถลงจุดยืนเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ หลังจากแถลงการณ์เสร็จ ทางกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ จะร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี จบการแถลงการณ์ จึงแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ส่วนจะมีกลุ่มมวลชนและกลุ่มอาชีวะสถาบันต่างๆที่จะมาให้กำลังใจ ขอให้ดูการแถลงการณ์อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
#ขอให้ทุกคนที่มาร่วมการแถลงการณ์ครั้งนี้ ใส่แมส ให้ความร่วมมือครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ออกประกาศฉบับที่ 3 ดังนี้ สัญลักษณ์ของกลุ่มอาชีวะช่วยชาติที่จะมาร่วมแถลงการณ์ในวันที่ 30 กรกฏาคม 2563 เวลา 14.00 น. ขอให้ยึดสัญลักษณ์นี้เป็นหลัก ณ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
#ชาติ #ศาสน์ #กษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72886</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ, ปกป้องสถาบันกษัตริย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200730/image_big_5f2223aba74b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาชีวะต้านนศ.ปลดแอก เตือนก้าวล่วง-ซ้ำตุลา19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; กลุ่มอาชีวะช่วยชาตินัดชุมนุม 30 กรกฎา. ประกาศปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ต่อต้านม็อบเยาวชนปลดแอกก้าวล่วงเกินขอบเขต หวั่นอาจซ้ำรอยเหตุการณ์ 6 ตุลา 19&amp;nbsp; &amp;quot;อธิการบดี ม.รังสิต&amp;quot; วอนนักเรียนนักศึกษาแยกแยะ วิพากษ์วิจารณ์เฉพาะการเมือง สังคม เศรษฐกิจ ตามสิทธิที่ควรทำ แต่อย่าก้าวล่วงสถาบันหลัก &amp;quot;สุภรณ์&amp;quot; จวกยับ &amp;quot;จาตุรนต์&amp;quot; พวกอีแอบยุให้ท้ายชุมนุมไล่นายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 28 ก.ค.2563 เรื่อง &amp;ldquo;เพื่อประชาธิปไตยด้วยใจที่จงรักภักดี&amp;rdquo; โดยมีเนื้อหาระบุว่า&amp;nbsp; จากการที่กลุ่มเยาวชนปลดแอกและ สนท. ได้จัดกิจกรรมทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 ขึ้น และต่อมาได้เกิดการจัดกิจกรรมในลักษณะเดียวกัน โดยกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และมวลชน ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กิจกรรมดังกล่าว แม้จะยื่นข้อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก ยุบสภา และแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย แต่ปรากฏหลักฐานและข้อเท็จจริงว่า มีการแสดงออกเพื่อต้องการท้าทาย ต่อต้าน หรือกระทั่งล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งโดยทางตรงและโดยทางอ้อม และมีการนำข้อมูลอันเป็นเท็จ และ fakenews เพื่อปลุกระดมให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องและจุดประสงค์ของการชุมนุมเพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาลแต่อย่างใด อีกทั้งเป็นการกระทำที่สุ่มเสี่ยงให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้นในสังคมไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่กระนั้น ทางแกนนำการชุมนุมกลับบ่ายเบี่ยงหรือปฏิเสธ โดยยืนกรานเหมือนไม่รู้ไม่ชี้กับหลักฐานและข้อเท็จจริงดังกล่าวแม้แต่น้อย ซึ่งการกระทำที่ท้าทายและต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ดังกล่าวนี้ สร้างความสับสนและความเป็นกังวลให้กับประชาชนทั่วไปในวงกว้างว่าจะส่งผลต่อการควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ได้ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพจนเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก รวมถึงการแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่จะตามมา ซึ่งเป็นปัญหาที่แท้จริงที่กระทบต่อความเดือดร้อนของประชาชนในวงกว้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ซึ่งมีความจงรักภักดีและเห็นว่า ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ยังเป็นหมุดหมายที่สำคัญของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงขอแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์การชุมนุมที่เกิดขึ้น ทางกลุ่มอาชีวะช่วยชาติมิได้ต่อต้านการชุมนุมทางการเมืองด้วยเจตนาเพื่อรักษาประชาธิปไตย แต่ต้องตระหนักถึงการกระทำที่ไม่ก้าวล่วงไปในขอบเขต ที่อาจนำสังคมไทยเสี่ยงต่อการเผชิญหน้ากันด้วยความรุนแรงเหมือนเมื่อครั้งที่เคยเกิดขึ้นแล้วในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทางกลุ่มอาชีวะช่วยชาติจะเคลื่อนไหวโดยจะดำเนินกิจกรรมให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และเจตนาที่แท้จริงและผู้ที่อยู่เบื้องหลังการใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือในการต่อต้าน ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กลุ่มอาชีวะช่วยชาติยังประกาศนัดชุมนุมวันที่ 30 ก.ค. เวลา 14.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปณิธาน วัฒนายากร ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกลุ่มอาชีวะช่วยชาตินัดชุมนุม 30 ก.ค.ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ? รองนายกฯ ระบุว่าการชุมนุมจะต้องเป็นไปตามกฎหมาย ถือเป็นหลักขั้นพื้นฐานที่สามารถใช้สิทธิตามกฎหมายและกติกา ซึ่งรัฐบาลไม่ได้มีปัญหาอะไร ทั้งนี้? ในช่วงนี้จะมีการใช้พื้นที่ทางการเมืองมากขึ้น แต่เรามีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 พ.ร.บ.โรคติดต่อ? และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คนที่จะจัดกิจกรรมก็จะต้องทำข้อตกลงกับเจ้าหน้าที่ ไม่ทำผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของรัฐบาลจะต้องมีการจับตาการชุมนุมเป็นพิเศษหรือไม่ นายปณิธานกล่าวว่า รัฐบาลจะดูแลภาพรวมให้เป็นไปตามกรอบกฎหมาย การใช้สิทธิตามกฎหมาย คนที่เห็นต่างมาชุมนุมอาจจะต้องมีการอดทน อดกลั้น และรับฟังความเห็นต่าง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ โดยเจ้าหน้าที่จะช่วยดูแลไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่ง เชื่อว่าไม่น่าจะมีอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลเปิดกว้างให้สามารถทำกิจกรรมได้ และเราเชื่อว่าจะมีการจัดกิจกรรมทางการเมืองอย่างคึกคัก จนกว่าจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่น หากไม่มีอะไรผิดกฎหมาย สามารถใช้สิทธิ์ได้ รัฐบาลไม่ได้ห้ามปรามอะไร ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมายอยู่แล้ว ฝ่ายความมั่นคงจะดูในภาพรวมสถานการณ์กว้างๆ ทั่วไป แต่อาจจะต้องมีกรณีการชุมนุมที่กังวล เช่น กรณีการชุมนุมที่กระทบกับสถาบัน&amp;quot; ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความมั่นคงกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต อดีตประธานรัฐสภา แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก ถึงการชุมนุมของเยาวชนนักเรียนนักศึกษาที่เกิดขึ้นตามที่ต่างๆ ในช่วงเวลานี้ว่า ขอนักเรียนนิสิตนักศึกษาและพี่น้องประชาชนไทย ได้โปรดแยกแยะการวิพากษ์วิจารณ์ และประท้วงเรื่องการเมืองเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมีสิทธิเสรีภาพและควรได้รับการส่งเสริมให้กระทำได้ แต่ต้องแยกแยะออกจากการก้าวล่วงชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพราะสถาบันชาติ ศาสนา ไม่ว่าศาสนาใด และพระมหากษัตริย์ยึดโยงกัน การก้าวล่วงโดยมีเจตนาเพื่อล้มสถาบันหนึ่งสถาบันใดย่อมหมายถึงการล้มทั้งชาติด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเชื่อมั่นและมั่นใจว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชปณิธานและความรับผิดชอบต่อชาติสูงยิ่ง ขอให้พวกเราทุกคนให้โอกาสและการสนับสนุนพระองค์ท่านด้วย&amp;rdquo; ดร.อาทิตย์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ระบุว่า ประชาชนจะไม่ทนกับพวกล้มเจ้า 2 ประเภท 1.พวกล้มเจ้าที่แอบแฝงกับม็อบ เพื่อบิดเบือนให้เห็นว่าคนในม็อบจำนวนมากนั้นเป็นพวกล้มเจ้า พวกนี้มีราว 10 คนแฝงอยู่ในม็อบ และรับคำบงการจากต่างประเทศ พวกนี้อีกไม่นานจะถูกประชาชนจัดการกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.พวกโหนเจ้า ที่แอบอ้างความจงรักภักดีบังหน้า แต่แท้จริงสร้างศัตรูให้กับเจ้า ผลักไสประชาชนไปเป็นศัตรูกับเจ้า ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ล้มเจ้ามาแล้วในเนปาล แต่เพิกเฉยไม่จัดการใดๆ กับพวกล้มเจ้าตัวจริงที่ประกาศเปิดหน้าทาง facebook โจ่งแจ้งอยู่ในขณะนี้ พวกนี้เปิดหน้าเล่นประจำในขณะนี้เหลือแค่ 10 คน ส่วนคนมีอำนาจหน้าที่ ถ้ายังประพฤติเช่นนี้ยังจะมีหน้าเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ฯ อีกหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวหานายกฯ คุกคามเด็ก รวมถึงให้คืนประชาธิปไตยให้ประเทศว่า นายจาตุรนต์เป็นผู้ใหญ่ ผู้มีประสบการณ์ทางการเมือง แต่ทำไมจึงชอบทำเป็นแผ่นเสียงตกร่อง หรือกลัวโลกจะลืมตนเอง จึงพยายามออกสื่อโจมตีรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวต่อว่า การที่นิสิตนักศึกษาออกมาชุมนุม ก็ไม่เห็นมีใครไปห้ามหรือไปคุกคามสิทธิแต่อย่างใด และวันนี้แม้รัฐบาลจะต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีกหนึ่งเดือน เพื่อใช้ในการควบคลุมไวรัสโควิดที่ยังต้องเฝ้าระวังการแพร่เชื้อและความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างเข้มข้น ไม่ได้ใช้ พ.ร.บ.ฉุกเฉินเพื่อห้ามการชุมนุม แต่การชุมนุมต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมายบ้านเมือง และอย่าก้าวล่วงสถาบันฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นจึงขัดแย้งกับสิ่งที่นายจาตุรนต์กล่าวหาว่าไปคุกคามประชาชน ทั้งที่รัฐบาลไม่ได้คุกคามอะไรเลย มีแต่ประชาชนส่วนใหญ่กำลังถูกคุกคามจากคนบางกลุ่มที่ไม่หวังดีต่อชาติบ้านเมืองและสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเรียกร้องให้นายกฯ ยุบสภาคืนประชาธิปไตยให้ประเทศนั้น วันนี้นายจาตุรนต์ก็เห็นอยู่ว่าประเทศปกครองโดยประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รัฐบาลก็บริหารบ้านเมืองได้อย่างปกติมีเสถียรภาพ สภายังเปิดประชุมได้อย่างปกติ จะมีเหตุอะไรที่จะต้องยุบสภาให้มีการตั้งใหม่ เอาภาระไปให้ประชาชนเดือดร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้ก็พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองต่างๆ ก็ลงพื้นที่หาเสียงเตรียมส่งคนลงสมัครในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะมีขึ้นอย่างคึกคักภายในไม่ช้านี้ นี่คือบรรยากาศของประชาธิปไตย เป็นการสร้างประชาธิปไตยในระดับท้องถิ่นให้มีส่วนร่วมในการปกครอง ขณะที่การเมืองระดับชาติ ก็มีการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.สมุทรปราการ นี่ก็เป็นประชาธิปไตยที่กำลังจะมีการเลือกตั้งของประชาชนที่กำลังจะเกิดขึ้น มิใช่เผด็จการอะไรเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมอยากถามว่า นายจาตุรนต์เอาอะไรมาคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นเผด็จการ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์มาตามรัฐธรรมนูญและรัฐธรรมนูญปี 60 ก็มาจากประชาพิจารณ์ฉันทานุมัติของประชาชนส่วนใหญ่ และก็จัดให้มีเลือกตั้งใหญ่ทั้งประเทศ เลือกตั้งเสร็จก็ให้สภาเป็นตัวแทนประชาชนเลือกนายกฯ ต้องแข่งกับตัวแทนของพรรคการเมืองอื่นมา ไม่ใช่มาคนเดียวแบบไม่มีคู่แข่ง ก็เป็นขั้นตอนตาม รธน.ในระบอบประชาธิปไตย&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวต่อไปว่า วันนี้แม้นบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยแล้ว แต่เมื่อมีคนเรียกร้องว่ารัฐธรรมนูญยังมีข้อบกพร่องต้องแก้ไข ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและ ส.ส.ฝ่ายค้านก็ได้ร่วมกันผ่านญัตติตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาแนวทางการแก้ไขแล้ว หากนายจาตุรนต์และนักศึกษาบางคนมีอะไรอยากจะเสนอแก้ไขประเด็นไหน ก็ให้เสนอผ่าน กมธ.คณะนี้ได้ นี่แหละคือประชาธิปไตยที่แท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กำลังดำเนินการขอให้นายจาตุรนต์ หยุดกล่าวหาแบบเลื่อนลอยไร้ข้อเท็จจริงเสียที ควรทำตัวเป็นตัวอย่างแก่นิสิตนักศึกษา ว่าระบบรัฐสภาเป็นช่องทางให้เดิน มิใช่การเคลื่อนไหวบนท้องถนนที่จะทำให้บ้านเมืองเสียหายเดือดร้อนส่งผลถึงประชาชนที่ทำมาหากินเพิ่มขึ้นไปอีก ทุกอย่างต้องมีกติกาไม่ใช่ทำตัวยุยงปลุกปั่นให้มีการเคลื่อนไหวจนทำให้วุ่นวายอีก เพียงหวังตนเองจะได้กลับมาเป็นรัฐมนตรีหรือมีอำนาจการเมืองเหมือนในอดีตใช่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพราะตอนนี้พรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ นายจาตุรนต์เลยว่างมากไปหรือเปล่า พอเสียทีเถอะกับประชาธิปไตยตามโมเดลของนายจาตุรนต์ ที่เปิดโอกาสให้คนแค่บางกลุ่มไม่กี่คนเข้ามามีอำนาจเพื่อโกงกินบ้านโกงกินเมือง ซึ่งนายจาตุรนต์ก็รู้ดีที่ผมพูดแปลว่าอะไร ในความหมายประชาธิปไตยแบบโกงกินบ้านโกงกินเมือง จนประเทศชาติเสียหายย่อยยับเหมือนที่ผ่านมา คงไม่ต้องให้คนอย่างแรมโบ้อธิบายมากกว่านี้นะครับ&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่การชุมนุมของกลุ่มประชาชนและคนรุ่นใหม่ รวมถึงหลายพรรคการเมืองเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ว่า กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาฯ มีกรอบเวลาที่จะได้ข้อสรุปผลการศึกษาในเรื่องดังกล่าวภายในกลางเดือน ก.ย.นี้ โดยระหว่างนี้อยู่ในช่วงที่คณะกรรมาธิการฯ กำลังลงพื้นที่ต่างๆ เพื่อไปรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ซึ่งก็ต้องรับฟังเสียงเรียกร้องของประชาชนที่ออกมาชุมนุมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ตนกังวลอยู่เรื่องเดียวคือต้องตอบคำถามให้ได้ว่าประชาชนจะได้อะไรจากการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และประเทศจะมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นหรือไม่ เพราะต้องไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญเพื่อให้พรรคการเมืองหรือนักการเมืองได้ประโยชน์ ซึ่งการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องให้น้ำหนักในสิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ส่วนข้อเรียกร้องต่างๆ ของกลุ่มผู้ชุมนุมในการขอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ถูกนำเสนอให้กรรมาธิการพิจารณาอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีบางคนเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลเป็นเจ้าภาพการแก้ไขรัฐธรรมนูญเอง นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ตนเชื่อว่ารัฐบาลคงให้เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร เพราะถ้ารัฐบาลทำเอง อาจมีข้อครหาได้ว่ารัฐบาลจะแก้ไขเพื่อประโยชน์ตัวเองหรือไม่ ขณะเดียวกัน ในสภาผู้แทนราษฎรก็มี ส.ส.จากพรรคการเมืองต่างๆ ทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนประชาชนอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า คิดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมควรรอให้ กมธ.วิสามัญฯ สรุปผลการศึกษาเรื่องนี้ออกมาก่อนหรือไม่ นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า สามารถดำเนินการคู่ขนานกันได้ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมสามารถรอดูก่อนว่าข้อสรุปความคิดเห็นของ กมธ.วิสามัญฯ เป็นอย่างไร ถ้ามีประเด็นที่ตรงกัน ก็เชื่อว่าจะทำให้การชุมนุมบรรเทาลงบ้าง แต่หากมีประเด็นที่ไม่ตรงกัน เมื่อมีโอกาสที่ให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ กลุ่มผู้ชุมนุมสามารถนำเสนอหรือผลักดันประเด็นของตัวเองในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากกรณีนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ออกมาเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ยุบสภา ลาออก และแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับประเทศ ดังนั้นรัฐบาลต้องรับฟังและไม่ควรดันทุรังเดินหน้าต่อไปโดยไม่ฟังเสียงประชาชน เพราะสถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มเยาวชนปลดแอกและสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษา เริ่มแผ่ขยายวงกว้างออกไปแทบทุกจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเตือนว่ารัฐบาลอย่าได้ใช้มาตรการใดๆ ก็ตามที่เป็นการคุกคาม หรือพยายามระงับยับยั้งขัดขวางการชุมนุม เพราะจะยิ่งเป็นเหตุให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลาย และขยายวงกว้างจนยากจะควบคุมดูแลได้ในที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายการุณกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องปรับชุดความคิดใหม่เสียใหม่ ที่ผ่านมาชุดความคิดเก่าของพล.อ.ประยุทธ์และพวกพ้องพาประเทศไปสู่ทางตัน การเสนอแนะของนักวิชาการ นักการเมือง และผู้นำทางความคิดที่พยายามให้แนวคิดในการเดินหน้าประเทศ มักถูก พล.อ.ประยุทธ์มองข้ามไป ตนเองไม่มั่นใจว่าที่ พล.อ.ประยุทธ์ชอบปฏิเสธข้อเสนอแนะของคนอื่นเป็น เพราะคิดว่าตัวเองเก่งกว่าใครหรือเปล่า จึงไม่เชื่อและไม่ยอมรับฟังข้อเสนอจากใครทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ทางออกที่ดีที่สุดของประเทศคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้ง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ให้เป็นประชาธิปไตยโดยไม่มีการสืบทอดอำนาจของเผด็จการทหารอีกต่อไป เมื่อได้รัฐธรรมนูญแล้วก็รีบยุบสภาโดยเร็ว เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ทั้งนี้ เชื่อว่าทางออกนี้จะเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย อย่างแน่นอน&amp;rdquo; นายการุณกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72754</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ, ก้าวล่วงเกินขอบเขต, ปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์, วิพากษ์วิจารณ์เฉพาะการเมือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200728/image_big_5f2031bd7ce6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
