<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2019 19:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2019 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนายอธิบายชัดๆ ศาลออกหมายจับ&#039;อริสมันต์&#039;หมายเรียก&#039;ไวพจน์-วรชัย&#039;ฟังคำพิพากษา31ต.ค.ก่อนส่งเข้าคุก4ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีที่วันนี้ (11 ก.ย.) ศาลจังหวัดพัทยา ได้อ่านคำพิพากษาฎีกา คดีแกนนำและแนวร่วม นปช. ร่วมกันชุมนุมบุกรุกไปยังโรงแรม รอยัลคลิฟ บีช พัทยา เพื่อขัดขวางการประชุมอาเซียนปี 2552 ที่มีเพียงนายศักดา นพสิทธิ์ จำเลยที่ 10 เดินทางมาศาลตามหมายเรียกเพียงคนเดียว ส่วนจำเลยอื่น มีทั้งที่ระบุมีอาการป่วย, ไม่ได้รับหมายเรียกและที่ได้รับหมายเรียกแล้วไม่มาศาล นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลจังหวัดพัทยาจึงได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้เฉพาะ นายศักดา จำเลยที่ 10 ฟัง ซึ่งศาลฎีกาพิพากษายืน ตามศาลอุทรธรณ์ภาค 2 ที่ให้จำคุก 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา ฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (2)(3) ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด โดยเมื่อนายศักดา ได้ฟังผลคำพิพากษาฎีกาซึ่งถึงที่สุดตามกระบวนการทางกฎหมายแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวนายศักดาไปคุมขังยังเรือนจำเพื่อรับโทษตามคำพิพากษาดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีจำเลยอื่นที่ไม่มาศาลนั้น ทีมทนายความจำเลย เปิดเผยว่า ในวันนี้ศาลจังหวัดพัทยาได้นัดอ่านคำพิพากษาฎีกา ซึ่งมีจำเลยทั้งสิ้น 13 คน (ที่สู้ถึงชั้นฎีกา) แต่ในส่วนของนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง และ นพ.วัลลภ ยังตรง จำเลยที่ 1 และ&amp;nbsp;16 ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา โดยมอบอำนาจให้ทนายความยื่นคำร้องขอให้เลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาวันนี้ออกไปก่อน เนื่องจากจำเลยทั้งสองมีอาการป่วย พร้อมนำใบรับรองแพทย์มาแสดง ซึ่งศาลจังหวัดพัทยาได้พิจารณาคำร้องในส่วนนี้แล้ว เห็นว่าอาการป่วยนั้นไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้ และให้ออกหมายจับจำเลยทั้งสองเพื่อมาฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาคดีนี้อีกครั้งในวันที่ 31 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น. โดยศาลให้ปรับนายประกันของจำเลยทั้งสองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ก็ยังมีในส่วนของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จำเลยที่ 3, นายสำเริง ประจำเรือ จำเลยที่ 6, นายวรชัย เหมะ จำเลยที่ 13 ก็ปรากฏว่ายังไม่ได้รับหมายเรียกที่ศาลแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาวันนี้ จึงไม่ได้เดินทางมาศาล โดยศาลจังหวัดพัทยาพิจารณาแล้วก็ให้ออกหมายเรียกจำเลยทั้งสามมาฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 31 ต.ค.นี้ วัน-เวลาเดียวกันกับนายอริสมันต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยอื่นอีก 7 คน (จำเลยที่ 2,4,5,11,12,15,17) ก็ปรากฏว่า ศาลได้ส่งหมายเรียกแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาฎีกาให้ทราบแล้ว แต่วันนี้จำเลยทั้ง 7 คนไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลจังหวัดพัทยาจึงให้ออกหมายจับจำเลยทั้ง 7 เพื่อมาฟังคำพิพากษาต่อไปเช่นกัน พร้อมให้ปรับนายประกันจำเลยทั้ง 7 คนเต็มจำนวนสัญญาประกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคำพิพากษาศาลฎีกาที่อ่านในวันนี้ถือว่าเฉพาะนายศักดา นพสิทธิ์ จำเลยที่ 10 เท่านั้นที่ได้รับฟังผล ส่วนจำเลยอื่นถือว่ายังไม่ได้รับฟังคำพิพากษา ยังไม่ทราบผลคำพิพากษา ซึ่งในส่วนของ พ.ต.ท.ไวพจน์, นายวรชัย, นายสำเริง ที่ศาลจังหวัดพัทยาออกหมายเรียกแจ้งให้มาฟังคำพิพากษาฎีกาอีกครั้งในวันที่ 31 ต.ค.นั้น ก็จะต้องมาตามวันที่ศาลนัดต่อไป ส่วนนายอริสมันต์ และจำเลยร่วมที่เหลือ 9 คน ซึ่งศาลให้ออกหมายจับนั้น ทางเจ้าหน้าที่ก็จะต้องติดตามตัวมาส่งศาลในวันนัดที่ 31 ต.ค. เพื่อฟังคำพิพากษาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับคำพิพากษาศาลฎีกาที่อ่านให้จำเลยที่ฟังในวันนี้ ระบุว่า ศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องในส่วนของนายสมญศฆ์ พรมภา จำเลยที่ 4 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งชั้นศาลอุทธรณ์ภาค 2 นั้นพิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 1,2,3,5,6,10,11,12,13,15,16,17 คนละ 4 ปีโดยไม่รอการลงโทษ ฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (2)(3) ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ขณะที่ชั้นศาลอุทธรณ์ ก็ให้ปรับจำเลยที่ 1,2,3,5,6,10,11,12,13,15 16,17 คนละ 200 บาท ฐานร่วมกันเดินแถวเป็นกระบวนและกระทำในลักษณะกีดขวางการจราจร ตามที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีล้มประชุมอาเซียน เรียงลำดับชื่อจำเลย ประกอบ 1.นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง 2.นายนพพร นามเชียงใต้ &amp;nbsp;3.พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ &amp;nbsp;4.นายสมญศฆ์ พรมภา (ยกฟ้องชั้นฎีกา) 5.นายนิสิต สินธุไพร 6.นายสำเริง ประจำเรือ 7.พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ (หนี) 8.นายธรชัย ศักดิ์มังกร (ยกฟ้องชั้นต้น) 9.นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือแซ่ด่าน (หนี) 10.นายศักดา นพสิทธิ์ 11.นายสิงห์ทอง บัวชุม 12.นายธนกฤต หรือวันชนะ ชะเอมน้อย หรือเกิดดี &amp;nbsp;13.นายวรชัย เหมะ 14.พ.ต.อ.สมพล รัฐกาญจน์ (ยกฟ้องชั้นต้น) 15.นายพายัพ ปั้นเกตุ &amp;nbsp;16.นายวัลลภ ยังตรง&amp;nbsp;17.นายพิเชฐ สุขจินดาทอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45539</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มฮาร์ดคอร์เสื้อแดง, คดีล้มประชุมอาเซียน, จำคุก4ปี, นปช., พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190911/image_big_5d78e70bbc6dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉมือฆ่า‘กปปส.’ รับเดือนละ3หมื่น เงินหมดมอบตัว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;เทพโจ๊ก&amp;quot; เผยมือปาระเบิดถล่ม กปปส. สารภาพเป็นกลุ่มฮาร์ดคอร์เสื้อแดง ร่วมก่อเหตุกว่า 10 ครั้ง มีคนให้เงินใช้เดือนละ 3 หมื่นระหว่างหลบหนีในกัมพูชา แต่ระยะหลังเงินไม่พอจึงเข้ามอบตัว ขณะที่สังคมออนไลน์ย้อนเกล็ด &amp;quot;โอ๊ค&amp;quot; ที่เคยบอกว่า &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; เตรียมเงินสด 10 ล้านให้ผู้ชี้เบาะแส คนเผา-คนปาระเบิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยสนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานจากประเทศกัมพูชา ติดตามจับกุมนายกฤษดา ไชยแค อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 284/2557 ลงวันที่ 20 ก.พ.2557 ในฐานความผิดฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, กระทำให้เกิดการระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น, มีและใช้วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้มีและให้ใช้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนและวัตถุระเบิดติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และฝ่าฝืนประกาศ ข้อกำหนดที่ห้ามนำอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิดออกนอกเคหสถาน ตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 โดยจับกุมได้ที่ชายแดนไทยใกล้กับด่าน ต.คลองลึก จ.สระแก้วนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) เปิดเผยความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า เป็นคดีปาระเบิดใส่เวทีกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.เมื่อปี 57 ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด 4 ราย โดยติดตามจับกุมได้แล้ว 3 ราย เหลือเพียงนายกฤษดาที่หลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน กระทั่งล่าสุดนายกฤษดาได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่าร่วมกับพวกที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ก่อเหตุปาระเบิดมาแล้ว 2 ครั้ง คือ 1.ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หน้า รพ.ราชวิถี จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 20 ราย และ 2.บริเวณบรรทัดทอง ปาระเบิดใส่ขบวนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เผยว่า หลังก่อเหตุผู้ต้องหายอมรับว่าได้หลบหนีไปกบดานยังประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งแต่ปี 2557 โดยมีบุคคลคอยให้ความช่วยเหลือทางเงินเดือนละ 30,000 บาท โดยไม่ต้องประกอบอาชีพใดๆ แต่เจ้าหน้าที่ได้ประสานความร่วมมือกับทางการกัมพูชาในการกดดัน รวมทั้งช่วงหลังเงินที่ส่งมาให้นายกฤษดา เริ่มเหลือน้อย ไม่พอค่าใช้จ่าย จึงเดินทางเข้ามอบตัวและขณะนี้ได้นำตัวฝากขังที่ศาลอาญาเรียบร้อยแล้ว
&amp;quot;สุเทพ&amp;quot; ขอบคุณตำรวจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นกลุ่มการเมืองฮาร์ดคอร์ได้รวมกลุ่มขึ้นมากันเอง และเก็บรวบรวมอาวุธต่างๆ ไว้กับตัวเองเพื่อใช้ก่อเหตุ และมีส่วนร่วมในการก่อเหตุอื่นๆ รวมแล้วกว่า 10 ครั้ง นอกจากนี้ ในส่วนค่าหัว 700,000 บาทนั้น เป็นรางวัลนำจับของเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ทราบจากหน่วยงานใด&amp;quot; พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ตอบคำถามถึงผู้จ้างวาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกันนี้ ตำรวจ สน.พญาไทควบคุมตัวนายกฤษดาฝากขังศาลอาญารัชดาฯ พร้อมคัดค้านการประกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) อดีตเลขาธิการ กปปส. ให้สัมภาษณ์ว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าวได้ ซึ่งถือว่าเป็นผู้ต้องหาที่ก่อคดีอุกฉกรรจ์ต่อมวลมหาประชาชน เพราะใช้อาวุธสงครามในการเข่นฆ่าพี่น้องประชาชนที่ออกมาต่อสู้เพื่อชาติเพื่อแผ่นดินด้วยความสุจริต ทั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสอบสวนจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและรวดเร็ว เพื่อนำขึ้นสู่ศาลตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สังคมออนไลน์ได้ทวงถามนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร ที่เคยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Oak Panthongtae Shinawatra ไว้เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2557 ว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้เตรียมเงินสด 10 ล้านบาทให้กับคนที่แจ้งเบาะแสมือระเบิดม็อบกปปส. ตามที่ปรากฏในรูป ควบคู่กับเงินสินบนนำจับอีก 10 ล้านบาทเดิมให้กับผู้ที่แจ้งคดีเผาเซ็นทรัลเวิลด์เมื่อปี 2553 ในสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยข้อความระบุดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เงินสด 10 ล้านบาท..!! คือสินบนนำจับ &amp;quot;มือระเบิด&amp;quot; ในรูป ที่คุณพ่อผมจะจ่ายเพิ่มให้ ควบคู่กับอีก 10 ล้านเดิม สำหรับคดีเผาเซ็นทรัลเวิลด์ ที่รอผู้ที่รู้เห็นเหตุการณ์มาแจ้งเบาะแสครับ..!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพและวิดีโอคลิปที่ ศอรส.ได้นำมาแถลงข่าว เมื่อบ่ายวันจันทร์ที่ผ่านมา เห็นใบหน้าคนปาระเบิดชัดเจน รวมถึงเห็นนกหวีดที่ห้อยคออย่างชัดเจนเช่นกัน และเมื่อภาพมันชัดขนาดนี้ผมเชื่อว่า สักวันหนึ่งจะต้องมีคนออกมาแจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ผมเห็นว่า หากรอนานไป อาจไม่ทันต่อการยกระดับความวุ่นวาย เนื่องจากมีคนต้องการสร้างสถานการณ์ให้มีประชาชนบาดเจ็บล้มตาย จนกระทั่งทหารต้องออกมาแอกชั่น เพื่อลดการสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อของประชาชน ผมจึงได้ขอให้คุณพ่อช่วยสนับสนุนสินบนนำจับเพิ่มเติม เพื่อเร่งให้ความจริงปรากฏขึ้นโดยเร็วครับ
10 ล้านเอาไปเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเพิ่งจะโพสต์ไปแหม็บๆ ว่า คนที่สร้างสถานการณ์ เพื่อจะนำตัวเองไปสู่ชัยชนะ จากชีวิตและเลือดเนื้อของพวกเดียวกันเอง เป็นคนที่เลวร้ายและสมควรถูกประณามมากที่สุด มาวันนี้หลักฐานต่างๆ เริ่มจะชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่าความรุนแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้น มีแนวโน้มจะเป็นการ ตั้งเอง-ชงเอง-ตบเอง หรือพูดให้ชัดๆ ก็คือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นำม็อบเอง-ระเบิดเอง-ชาวบ้านเจ็บเองตายเอง-ไม่มีสแตนด์อิน..ครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นแล้วนึกถึงคดีเผาเซ็นทรัลเวิลด์ ที่สร้างคะแนนให้กับพรรคประชาธิปัตย์อย่างเป็นกอบเป็นกำ ด้วยวาทกรรม &amp;quot;คนเสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง&amp;quot; ทั้งๆ ที่การชุมนุมโดนสลายจนหมดสิ้นไปแล้วหลายชั่วโมง เหลือแต่คนเสื้อแดงบางส่วนที่ถูกต้อนเข้าไปสังหารหมู่ในวัดปทุมฯ จู่ๆ ไฟก็เริ่มลุกขึ้นมาในห้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมพื้นที่ได้อย่างเบ็ดเสร็จ 100% แล้วจะเป็นคนเสื้อแดงเผาได้อย่างไร..??
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลักฐานซึ่งเป็นภาพของคนเผาเซ็นทรัลเวิลด์ ที่แพร่หลายในเน็ตอยู่ทุกวันนี้ ใครๆ ก็เห็นว่าใบหน้าคนเผาห้างฯ กับใบหน้าของการ์ดในม็อบ เหมือนกันเสียจนแยกไม่ออก ใครดูก็ลงความเห็นว่าเป็นคนคนเดียวกัน บ่งบอกถึงการ ตั้งเอง-ชงเอง-ตบเองเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเมื่อผู้ปาระเบิดหวังจะเอาชีวิตม็อบนกหวีด ก็คือคนแขวนนกหวีดด้วยกันเอง ผู้ต้องสงสัยในคดีเผาเซ็นทรัลเวิลด์ ก็แฝงตัวอยู่ในม็อบนี้เช่นกัน ขณะที่ความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ทำคะแนนให้กับพรรคประชาธิปัตย์ทุกครั้ง รวมถึงเป้าหมายที่จะล้มการเลือกตั้ง และตั้งนายกฯ ม.7 ตามแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ใกล้เคียงขึ้นมาเรื่อยๆ จึงมีนักวิเคราะห์หลายท่านเริ่มจะสงสัยว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องหลังความวุ่นวาย และการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน เป็นฝีมือของพรรคประชาธิปัตย์ที่ นำม็อบเอง-ระเบิดเอง-ชาวบ้านเจ็บเองตายเอง ใช่หรือไม่..?&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอเรียกร้องให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลิกร้องไห้ในบทบาทน้ำตาจระเข้ และยอมรับว่าม็อบประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ ไม่ใช่ม็อบที่ปราศจากอาวุธ ไม่ใช่การชุมนุมอย่างสงบ และมีผู้ก่อการร้ายแฝงตัวอยู่ในม็อบพร้อมที่จะสร้างสถานการณ์ให้รุนแรง ด้วยการทำร้ายพวกเดียวกันเองตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิฉะนั้นแล้วนายสุเทพฯ จะต้องพิสูจน์ตัวเองว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินดังกล่าว ด้วยการนำตัวการ์ดที่เป็นผู้ต้องสงสัยเผาเซ็นทรัลเวิลด์ และนำตัวมือระเบิดห้อยนกหวีด มามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินการสอบปากคำเสีย ถ้าไม่ทำ คนอื่นที่พบเห็นเชิญมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งคนเผาและคนปาระเบิด จับตัวได้เมื่อไหร่ ผู้ชี้เบาะแสเอาไปเลย 10 ล้านบาทครับ..!!&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24324</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มฮาร์ดคอร์เสื้อแดง, มือปาระเบิดม็อบกปปส., หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181215/image_big_5c14e5fd6bad1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
