<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2020 19:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2020 19:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดคึก! &#039;ม็อบตุ้งติ้ง&#039; เดินพาเหรดถนนสีลม เรียกร้องสภากาชาดรับเลือดกะเทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ย.63 - ที่แยกสามย่าน กลุ่มเสรีเทยพลัส พร้อมกลุ่มเพศทางเลือกต่างๆ (LGBT) จัดชุมนุม &amp;quot;ม็อบตุ้งติ้ง 2 : ไพร่พาเหรด&amp;quot; เริ่มเปิดเวทีปราศรัยบนรถปราศรัยในเวลา 16.30 น. ประกาศเดินขบวนไปถนนสีลม โดยบรรยากาศการชุมนุมมีการโบกธงลายสีรุ้งซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ LGBT อีกทั้งมีผ้าสีรุ้งผืนยาวประกอบการเดินขบวน ขณะที่การรักษาความปลอดภัย มีกลุ่มการ์ดปลดแอกปลอกแขนสีขาวคอยดูแล ประกอบกับกลุ่มการ์ดผู้หญิงปลดแอก Secure Rangers ช่วยดูแลความปลอดภัยทางจิตใจ ป้องกันการคุกคามทางเพศในที่ชุมนุม

ต่อมาเวลา 17.08 น. เริ่มเคลื่อนขบวนไปถนนสีลม พร้อมเปิดเพลงประกอบข่าวในพระราชสำนัก ก่อนตามด้วยการปราศรัย เปิดเพลงไทย เพลงสากล เดินขบวนพร้อมเต้นกันอย่างคึกคักตลอดเส้นทาง โดยช่วงหนึ่งได้ปราศรัยเรียกร้องให้สภากาชาดรับบริจาคเลือดกะเทย ด้วยการตะโกนว่า &amp;quot;รับเลือดกะเทย&amp;quot; เพื่อความเสมอภาคทางเพศ พร้อมโจมตีสภากาชาดที่เป็นกลางทางการเมือง แต่เพิกเฉยกับการกระทำของหมอเหรียญทอง นอกจากนั้นยังมีการแสดงชุด &amp;quot;เฟมทวิตแดนซ์ สีดาลุยไฟ&amp;quot; โจมตีอำนาจรัฐที่เพิกเฉยต่อเสียงเรียกร้อง คืออำนาจรัฐที่ข่มขืนเรา

ในการปราศรัยพร้อมเดินขบวน ยังมีการเรียกร้องความเสมอภาคทางเพศ อาทิการที่รัฐบาลเสนอ พ.ร.บ.คู่ชีวิต แต่กลับไม่ทำกฎหมายสมรสเท่าเทียม รวมถึงประเด็นอื่น อาทิ ทวงคืนรถเมล์ฟรีเป็นรัฐสวัสดิการ

เวลา 18.00 น. ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนถึงแยกศาลาแดง ได้เคารพธงชาติด้วยการนั่งลงชู 3 นิ้ว ซึ่งแกนนำกล่าวว่า &amp;quot;ดูว่าจะมีใครมาตบเราไหม&amp;quot; เสียดสีเหตุการณ์หญิงตบเด็กนักเรียนไม่ยืนเคารพธงชาติ จากนั้นจึงเคลื่อนขบวนมาจนถึงบริเวณใต้ BTS ศาลาแดง ถนนสีลม ปักหลักเปิดปราศรัยอยู่กับที่บนรถปราศรัย ในเวลาประมาณ 18.10 น. เรื่อยไป&lt;/p&gt;


	ขนลุกซู่! พรายกระซิบ ปลายทางของม็อบ 3 นิ้ว 8 พฤศจิกา
	อย่าขู่เพื่อนฉัน! &amp;#39;ปารีณา&amp;#39; โดดป้อง &amp;#39;สิระ&amp;#39; สวน &amp;#39;ชวนเชื่องช้า&amp;#39;
	อุ๊ต๊ะ! &amp;#39;ม็อบตุ้งติ้ง2&amp;#39; นัด 4 โมงเย็นรวมพล &amp;#39;ไพร่พาเหรด&amp;#39; ส่งเสียงผู้ถูกกดขี่
	เละ! องครักษ์นายกฯบิ๊กตู่ รุมขย้ำ &amp;#39;พนิต&amp;#39;
	หยุดมโน &amp;#39;ปอง อัญชะลี&amp;#39; เคลื่อนไหวแล้ว หลังกระแสข่าวทิ้งเนชั่นซบรังเก่า
	ฮือฮา &amp;#39;พลโทพงศกร&amp;#39; แตะโครงสร้าง 1 ชงไอเดียให้ประชาชนสะสมอาวุธสกัดรัฐประหาร
	เอาแล้ว &amp;#39;พี่ศรี&amp;#39; แช่งรัวๆ&amp;nbsp;
	ชัดๆกับ &amp;#39;ดร.เสรี&amp;#39; แบบไหนเรียกว่า &amp;#39;คิดต่าง&amp;#39; และ &amp;#39;คิดชั่ว&amp;#39;
	&amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39; โพสต์แฉความลับ &amp;#39;ม็อบ 3 นิ้ว&amp;#39;
	ทหารมอนิเตอร์ ม็อบ 8 พฤศจิกา&amp;nbsp;
	&amp;#39;อานนท์&amp;#39; จับมือ &amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83099</URL_LINK>
                <HASHTAG>LGBT, กลุ่มเสรีเทยพลัส, กะเทย, ถนนสีลม, ม็อบ3นิ้ว, ม็อบ7พย, ม็อบ7พฤศจิกา, ม็อบตุ้งติ้ง, สภากาชาดไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201107/image_big_5fa68cac2159f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2020 21:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่มาดร้ายแค่หวังดี! ‘ทอน’ยันม็อบมุ้งมิ้งเปล่าจาบจ้วงแตพู่ดความจริงที่กระอักกระอ่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แจงวุ่น &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; เปล่าน้ำตาริน แค่น้ำตาคลอเพราะอายุมากแล้ว เผยอีกไม่กี่วันก็ไม่ต้องเจอกับเรื่องแบบนี้แล้ว เพราะเกษียณ ขณะที่แกนนำม็อบนับถอยหลังชุมนุมใหญ่อีกรอบ ขู่พรึ่บ!ทั่วถนนราชดำเนิน &amp;ldquo;อานนท์&amp;rdquo; วอนอย่าเติมเชื้อไฟ หาเป็นม็อบล้มเจ้า ชี้เป็นเรื่องสุ่มเสี่ยง แต่ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ยันสิ่งที่ผู้ชุมนุมพูดคือความจริงที่กระอักกระอ่วนในสังคมไทย ที่ไม่มีใครอยากรับฟัง ไม่มีใครอยากพูดถึงในที่สาธารณะ กลุ่มเสรีเทยพลัสจัดกิจกรรมม็อบไม่มุ้งมิ้งแต่ตุ้งติ้งค่ะคุณรัฐบาล พ่วงเรียกร้องสิทธิพนักงานบริการทางเพศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสื่อลงข่าวพาดหัว &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.น้ำตาคลอ&amp;nbsp; ขณะให้สัมภาษณ์ออกมาเตือน นศ.อย่าจาบจ้วงสถาบันฯ ใช้คำผรุสวาท ไม่เหมาะสม พร้อมลงภาพโฟกัสไปที่ตา โดยสื่อบางสำนักระบุว่า &amp;ldquo;บิ๊กแดงน้ำตาริน&amp;rdquo; เลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวใกล้ชิด พล.อ.อภิรัชต์เปิดเผยว่า ผบ.ทบ.ไม่สบายใจที่สื่อไปพาดหัวข่าวแบบนั้น อาจเพราะคิดในเชิงลบ เพราะการที่มีน้ำตาคลอนั้นเป็นเรื่องปกติของคนอายุมาก บางครั้งตาจะแห้งจนต้องหยอดน้ำตาเทียม หรือบางครั้งนั่งเฉยๆ น้ำตายังไหลออกมาเองเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อวานนี้ พล.อ.อภิรัชต์ไม่ได้ร้องไห้ ไม่มีสาเหตุ หรือสถานการณ์อะไรที่จะต้องร้องไห้ แต่น้ำตาคลอเพราะอายุมากแล้ว ตาก็จะเป็นแบบนี้ อีกหน่อยให้นักข่าวแก่อายุ 60 บ้าง จะรู้ว่าจะมีปัญหาเรื่องตาแบบนี้เหมือนกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.อภิรัชต์ถึงกับปรารภกับคนใกล้ชิดว่า &amp;ldquo;อีกไม่กี่วันก็ไม่ต้องเจอกับเรื่องแบบนี้แล้ว เกษียณแล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การออกมาพูดของ ผบ.ทบ.เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว เพราะมีความเป็นห่วงนิสิตนักศึกษาที่ไม่อยากให้มีการทำผิดกฎหมาย และก้าวล่วงสถาบันฯ ทั้งนี้ส่วนตัวก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ถือเป็นที่รักและเคารพของคนทั้งประเทศ อีกทั้งการออกมาพูดของ ผบ.ทบ. ยังทำให้ประชาชนคนไทยรู้สึกอุ่นใจและสบายใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข&amp;nbsp; กล่าวว่า ข้อเรียกร้องหลายเรื่องนำมาพิจารณาได้ เช่น การแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยพร้อมแก้ไข แต่ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มีการทำประชามติ และถ้าทุกคนเห็นด้วยก็ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ซึ่งควรเป็นไปตามขั้นตอนทางการเมือง และเป็นกระบวนการประชาธิปไตย แต่ส่วนตัวไม่เห็นด้วยหากจะให้ยุบสภาโดยไม่แก้รัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก เผยว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีวาทกรรมไพร่กับอำมาตย์ ที่ระบอบทักษิณใช้ปลุกระดมมวลชน เพื่อแบ่งแยกประชาชน ปัจจุบันเกิดวาทกรรมคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่า รวมทั้งวาทกรรมคนรุ่นพ่อแม่ ลุงป้าน้าอา หรือคนแก่ โดยใช้วัยในการปลุกระดมแบ่งแยกประชาชนของพวกชังชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำว่ารุ่นพ่อแม่ ลุงป้าน้าอา และคนแก่ เป็นคำที่ใช้ดูถูกเหยียดหยาม โดยเฉพาะในโซเชียลฯ ที่เหล่าอวตารสาวกชังชาติจะใช้ดูถูกคนอีกรุ่น และยกตนว่าเป็นคนรุ่นใหม่มาข่มเหง ผมอยากให้กำลังใจทุกท่านที่กลายเป็นเหยื่อ ที่พวกชังชาตินำวัยไปแบ่งแยก และพยายามด้อยค่า
อย่าได้หวั่นไหว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเทียบสมัย 14 ตุลา 2516 อาจพอฟังได้ เพราะยุคร่วม 50 ปีที่ผ่านมา คนเรียนมหาวิทยาลัยน้อยมาก เยาวชน นักศึกษา ในยุคนั้น จึงกลายเป็นปัญญาชนที่ชี้นำสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในทางตรงข้าม ปัจจุบันคนรุ่นพ่อแม่ ลุงป้าน้าอา หรือคนแก่ไม่มีอะไรด้อยเลย เรียนหนังสือก็สูง รายได้ก็มี ประสบการณ์ก็มาก ผ่านการต่อสู้หลายรูปแบบ เจอทั้งผิดหวังและสมหวัง เราจึงต้องเชื่อมั่นในคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ที่พวกชังชาติพยายามเหยียดและแบ่งแยก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงอยากเชิญชวนลุงป้าน้าอาทุกท่าน อย่าได้หวั่นไหว ยังคงให้ความรัก ความเข้าใจ ความอบอุ่น และข้อเท็จจริง แก่ลูกหลาน เยาวชนคนรุ่นใหม่ของเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพวกชังชาติที่คอยยุแหย่ จาบจ้วงล้มล้าง สร้างความเกลียดชัง กระตุ้นการปฏิวัติ ซึ่งถือว่าเป็นศัตรูแผ่นดิน พวกผมขอรวบรวมไพร่พล รับผิดชอบคนเหล่านี้เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการชุมนุมของกลุ่มสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย หรือ สนท. และกลุ่มเยาวชนปลดแอก&amp;nbsp; ยังคงดำเนินต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์ นำภา ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ที่ไปร่วมเคลื่อนไหวทำกิจกรรมและขึ้นเวทีปราศรัยที่ถนนราชดำเนิน-อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และขีดเส้นให้ยุบสภาใน 2 สัปดาห์ เผยว่า ช่วงก่อนไปถึงครบกำหนดสองสัปดาห์ คิดว่าจะเกิดปรากฏการณ์ที่เป็นลูกคลื่นแผ่ไปทั่วประเทศ จะเป็นไปโดยธรรมชาติ ไม่มีการจัดตั้ง คนจากส่วนกลางไม่ได้มีการไปนัดแนะให้ทำกิจกรรมอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างที่กรุงเทพฯ พอจัดกันวันเสาร์ วันรุ่งขึ้นก็มีการจัดกิจกรรมที่เชียงใหม่ คือเป็นไปโดยธรรมชาติ โดยตอนนี้การเมืองไทยไม่เหมือนกับการเมืองเมื่อห้าปีสิบปีที่แล้ว ที่ต้องมีแกนนำหลัก แกนนำจังหวัด แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้ว ก็อาจจะมีผู้นำ แกนนำ แล้วก็มีผู้นำย่อยๆ ที่ไม่ได้ขึ้นตรงต่อกัน การเคลื่อนไหวจึงแปลกไปกว่าเดิม อย่างที่เกิดขึ้นที่เชียงใหม่ ก็คือการเคลื่อนไหวที่เป็นเอกเทศ ไม่ได้ขึ้นตรงต่อกัน แต่ข้อเรียกร้อง มีแกนกลางเดียวกันก็คือ เคลื่อนไหวเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือให้มีการยุบสภา หยุดคุกคามประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สุดท้ายการชุมนุมที่กระจายอยู่ตามต่างจังหวัด จะกลับมาสู่กรุงเทพฯ อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นเมื่อครบสองสัปดาห์หลังจากการชุมนุมเมื่อ 18 ก.ค. น่าจะเป็นการชุมนุมที่ใหญ่ที่สุดอีกครั้งหนึ่งของประเทศไทย&amp;rdquo; นายอานนท์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ที่บอกหากจะมีการนัดชุมนุมอีกครั้งที่กรุงเทพฯ คนจะมาเยอะ มองว่าเพราะปัจจัยอะไร เพราะสถานการณ์สุกงอม นายอานนท์กล่าวตอบว่า สถานการณ์สุกงอมหรือไม่ ยังมองไม่ขาดว่ามันสุกงอมหรือเปล่า แต่รู้สึกว่าเพราะคนมันทนมาเยอะ เลยทำให้คนออกมา คือมันผ่านการกดขี่มาเยอะ อย่างประชาชน พวกอายุ 40-50 ปีขึ้นไปที่มาร่วมชุมนุม ก็ผ่านการกดขี่ตั้งแต่สมัยเป็นเสื้อแดงมาแล้ว หลายคนก็ไม่พอใจ คนรุ่นใหม่ ก็ผ่านการกดขี่มาอีกแบบหนึ่ง เช่นเคยได้เลือกตั้งครั้งแรกตอนปี 2557 ก็มาโดนยึดอำนาจไป แล้วพอเลือกตั้งปี 2562 พรรคที่เขาเลือกคือพรรคอนาคตใหม่ ก็มาโดนยุบพรรค จึงมีความไม่พอใจการกดขี่ การทำร้าย ที่มีมาอย่างเนิ่นนาน
ไม่ใช่เรื่องล้มล้างสถาบันฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีมีการพูดถึงกันมากเกี่ยวกับการชุมนุมที่มีป้ายข้อความที่ไม่เหมาะสม พาดพิงสถาบันฯ คำถามดังกล่าว นายอานนท์ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ชี้แจงว่า เป็นความเห็นส่วนตัวของคนที่มาชุมนุม แกนหลักของการชุมนุมครั้งนี้มีอยู่ 3 เรื่องเท่านั้น คือเรื่องยุบสภา แก้ไขรัฐธรรมนูญและหยุดคุกคามประชาชน คราวนี้เมื่อมีความเห็นหลากหลาย คนที่มีความเห็นวิพากษ์วิจารณ์สถาบันฯ อันนั้นเป็นความเห็นส่วนตัว หากเจ้าหน้าที่บ้านเมือง เห็นว่าผิดกฎหมาย ก็ดำเนินคดีไป มันไม่ได้เกิดจากการจัดตั้งหรืออะไรจากคนที่จัดการชุมนุมเลย คิดว่าเสรีภาพตรงนี้มันไปไกลแล้ว เราจะเอาความคิดของเราของคนรุ่นผมหรือคนที่แก่กว่าผม มาจับการชุมนุมในครั้งนี้แทบจะไม่ได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำอีกว่า แต่ก็ยังมีคนออกมาวิจารณ์กันว่าต้องการล้มสถาบันฯ นายอานนท์กล่าวตอบว่า ถ้าทุกคนสื่อสารกันตรงๆ หากใครมีข้อมูลก็นำออกมาแชร์กัน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันตรงๆ อย่าไปบิดเบือนว่านักศึกษามีเบื้องหลังมาจากฝ่ายอดีตพรรคอนาคตใหม่ มันไม่จริงอยู่แล้ว มันเห็นชัดว่ามันไม่มี มันไม่ใช่ เรื่องล้มล้างสถาบันฯ ก็ไม่มี เพราะข้อเสนอก็ชัดอยู่แล้ว กับสามข้อที่ออกมา ส่วนคนที่เขาแสดงออกมาก็ให้ดูเป็นเรื่องๆ ไป หากเป็นสิทธิเสรีภาพที่เขาทำได้ มีเหตุมีผลก็ต้องฟังเขา ไม่ใช่เรื่องที่ไปปิดปากไม่ให้เขาพูด ก็ใช้วิธีการชี้แจงกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อย่าไปเติมเชื้อไฟ เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องสุ่มเสี่ยง การที่ไปป้ายสีว่าม็อบล้มเจ้าเป็นเรื่องสุ่มเสี่ยงมาก เพราะคนที่ไปม็อบเขาก็มีอารมณ์ความรู้สึก และสังคมรอบข้าง คนที่มีสติก็มี แต่คนที่ไม่มีสติแล้วไปเชื่อตามที่ข่าวออกหรือที่รัฐไปป้ายสี แล้วเกิดไปทำร้ายคนที่มาชุมนุม ก็จะเป็นปัญหาลุกลามบานปลาย คนที่ไม่เห็นด้วยกับม็อบ ก็ควรให้เหตุผลที่เป็นเหตุผลจริงๆ มันสุ่มเสี่ยงมากนะเรื่องม็อบล้มเจ้า เพราะประเทศเราผ่านการสูญเสียอย่างเช่นเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 มาแล้ว เรื่องการป้ายสีเรื่องล้มเจ้า ที่เมื่อสูญเสียแล้วมันเอาคืนไม่ได้ แล้วมันเป็นบาดแผลของประเทศของประวัติศาสตร์เลย&amp;rdquo; นายอานนท์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ไลฟ์สดผ่านรายการ &amp;ldquo;ก้าวหน้า Talk : คุณถาม เราตอบ ว่าในประเทศที่มีประชาธิปไตยเข้มแข็ง ผู้นำกองทัพไม่มีอำนาจออกมาให้ความคิดเห็นทางการเมืองเช่นนี้ แต่เพราะปัจจุบันกองทัพไม่ได้อยู่ภายใต้รัฐบาล กองทัพไม่มีความยึดโยงกับประชาชน เราจะเห็นได้ตลอดว่าผู้นำกองทัพคนปัจจุบันแถลงข่าวแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอยู่บ่อยครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่สำคัญ เราจะเห็นได้ชัดถึงกรณีการเลือกปฏิบัติต่อประชาชนอย่างชัดเจน ระหว่างการตอบรับนักศึกษา-ประชาชนที่มารวมตัวหน้ากองทัพบกเพื่อถามถึงท่าทีดูถูกดูแคลนที่ออกมาจากอดีตรองโฆษกกองทัพบก ที่มีการปิดประตูใส่ แต่ขณะเดียวกันอีกฝั่ง ซึ่งนำโดยนายสาธิต เซกัล ขอเข้าพบ ผบ.ทบ. กลับมีการเปิดบ้านต้อนรับเป็นอย่างดี
พูดด้วยความหวังดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บทบาทของกองทัพที่ดีที่เหมาะสมในสังคมที่เป็นประชาธิปไตย คือกองทัพออกมาให้ความเห็นทางการเมืองไม่ได้ นี่เป็นเรื่องของฝ่ายการเมือง ไม่ใช่เรื่องของกองทัพ ภารกิจของกองทัพ ง่ายๆ สั้นๆ ตรงไปตรงมา คือสร้างกองทัพที่มีประสิทธิภาพ เข้มแข็ง พร้อมที่จะปกป้องประเทศหากมีการรุกราน เท่านี้เอง การบริหารประเทศเป็นเรื่องของฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องของกองทัพ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวถึงการชุมนุมของนักศึกษาว่า สิ่งที่นักศึกษาปราศรัยคือปัญหาที่คนรุ่นเราไม่กล้าพูดถึง นี่คือจุดสำคัญของสังคมไทย นักศึกษาได้ตั้งคำถามกับระบบระเบียบที่อยู่ในสังคมไทย แต่คนรุ่นเรามีวุฒิภาวะพอหรือไม่ที่จะเผชิญหน้ากับคำถามนี้อย่างตรงไปตรงมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เวลาเราพูดเรื่องนี้เราไม่ได้พูดด้วยความมาดร้ายพยาบาท แต่เราพูดด้วยความหวังดี ว่ามีปัญหาที่นักศึกษา-คนรุ่นใหม่ได้พูดขึ้นมาแล้ว เรากล้ายอมรับมัน เรากล้าเผชิญกับความจริงหรือไม่ เรามีทางเลือกที่จะเอาเรื่องนี้ซุกไว้ใต้พรม ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำเหมือนว่าสิ่งที่พวกเขาพูดไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย แล้วปล่อยปัญหานี้ให้คนรุ่นเขาจัดการเอง หรือเมื่อรับฟังไม่ได้-ใจไม่กว้างพอที่จะเปิดรับความคิดเห็นเหล่านี้ ก็จับพวกเขาเข้าคุกหรือไล่ให้ไปอยู่ต่างประเทศ กำราบปราบปรามพวกเขา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานคณะก้าวหน้ากล่าวว่า อย่าลืมว่านี่คืออนาคตของประเทศ และเราไม่ได้พูดถึงคนหลักสิบหลักร้อย แต่เรากำลังพูดถึงคนเป็นหลักหมื่นหลักแสน ข้อเสนอที่เรียบง่ายก็คือการยอมรับการดำรงอยู่ของปัญหาอย่างตรงไปตรงมา การจะหาทางออกด้วยกันได้เริ่มจากการยอมรับว่ามีปัญหาอยู่จริง ถ้าไม่ยอมรับกันตรงนี้แล้วไม่มีทางหาทางออกร่วมกันได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรยังกล่าวถึงกรณีการโหวตให้ตั้งกรรมาธิการให้รับฟังนักศึกษา ว่าดูก็เหมือนว่าจะดี แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นคือด้านหนึ่งตั้งกรรมาธิการขึ้นมาจะรับฟังความเห็น แต่อีกด้านหนึ่งจับยัดเยียดคดี ส่งตำรวจไปที่บ้าน ไปโรงเรียน ไปมหาวิทยาลัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตกลงแล้วฝ่ายบริหารมีความจริงใจจะรับฟังความคิดเห็นของพวกเขาจริงหรือไม่ สุดท้ายคุณไม่ได้ฟังเขาแล้วไปหาว่าเขาจาบจ้วง คำถามที่ต้องถามถือคุณเปิดใจกว้างพอไหมที่จะฟังในสิ่งที่เขาพูด เพราะสิ่งที่เขาพูดคือความจริงที่กระอักกระอ่วนในสังคมไทยที่ไม่มีใครอยากรับฟัง ไม่มีใครอยากพูดถึงในที่สาธารณะ
I love dicks
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คำถามคือเราจะจัดการกับความจริงที่ดำรงอยู่อย่างไร ที่ไม่มีใครอยากพูดในที่สาธารณะ แต่วันนี้มีคนออกมาพูดแล้ว เราจะจัดการกับเรื่องอย่างนี้อย่างไร ผมคิดว่าวิธีจัดการเรื่องอย่างนี้ที่ดีที่สุด คือการยอมรับการมีอยู่ของมัน การเผชิญหน้ากับมันอย่างเป็นผู้ใหญ่ อย่างมีวุฒิภาวะ อย่างตรงไปตรงมา ด้วยท่าที ด้วยความคิดที่ไม่อาฆาตมาดร้าย แต่ด้วยท่าทีที่ส่งให้เห็นถึงความปรารถนาดี ที่จะพาสังคมไทยออกจากความขัดแย้งนี้ไปด้วยกันอย่างสันติ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า นักศึกษาเหล่านี้เขาออกมาต่อสู้แทนคนที่ออกมาไม่ได้ เพราะหลายคนเป็นเสาหลักของครอบครัว หลายคนที่อยากจะออกมาจำเป็นต้องดูแลพ่อแม่ เนื่องด้วยสถานะต่างๆและสภาพเศรษฐกิจจึงออกมาไม่ได้ สิ่งที่รัฐบาลต้องการคือทำให้ทุกคนหวาดกลัว ไปเยี่ยมตามบ้าน ข่มขู่ผู้ปกครอง ถ้าเราไม่ออกมาปกป้องพวกเขา ในที่สุดเขาท้อถอยและยุติการต่อสู้ เพราะความหวาดกลัว ความเปลี่ยนแปลงก็จะไม่เกิด นี่คือช่วงเวลาแห่งความหวัง เราทุกคนต้องช่วยกันปกป้องพวกเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าคณะก้าวหน้ากล่าวว่า สังคมที่เป็นประชาธิไตยนั้นไม่ได้มีแค่การเลือกตั้ง ประชาธิปไตยที่แข็งแรงได้ต้องประกอบไปด้วยส่วนอื่นๆ ด้วย รวมทั้งการทำงานของสื่อมวลชนที่ตรวจสอบอย่างอิสระ สื่อมวลชนคือด่านแรก ที่จะเลือกว่าเรื่องไหนประชาชนควรจะรู้ เรื่องไหนเราอยากให้ประชาชนรู้ ควรจะเอาเรื่องไหนควรจะเป็นข่าว สื่อเป็นคนเลือกเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาเป็นข่าว สื่ออยากให้ประชาชนรู้และเข้าใจเรื่องไหน ถ้าสื่อไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ก็จะปล่อยข่าวที่มอมเมาประชาชน ข่าวที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สังคมประชาธิปไตยที่แข็งแรง สื่อมีสิทธิเสรีภาพ ต้องได้รับการปกป้อง มีสถานะพิเศษ ดังนั้นเพื่อจะตอบรับกับศรัทธาและสถานะพิเศษนี้ สื่อต้องเป็นคนทำหน้าที่กลั่นกรองเรื่องราวที่ประชาชนควรจะรู้ให้กับประชาชน เอาเรื่องราวที่ผู้มีอำนาจไม่อยากให้ประชาชนรู้มาบอกเล่าให้กับประชาชน นี่จึงเป็นประชาธิปไตยที่แข็งแรง&amp;quot; นายธนาธรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ กลุ่มเสรีเทยพลัส จัดกิจกรรมม็อบไม่มุ้งมิ้งแต่ตุ้งติ้งค่ะคุณรัฐบาล ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เรียกร้อง 3 ข้อ ประกอบด้วย 1.หยุดคุกคามประชาชน 2.ยุบสภา 3.แก้ รธน. และยังเรียกร้องแก้ประมวลแพ่งฯ เพื่อสมรสเท่าเทียม พร้อมชูป้ายประท้วงเรียกร้องในประเด็นที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก อาทิ สิทธิพนักงานบริการทางเพศ, I love dicks not dictators เป็นต้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72498</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเสรีเทยพลัส, ชุมนุมใหญ่, บิ๊กแดง, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200724/image_big_5f1ab7dc2e74b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
