<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม. ลุยฉีดวัคซีน นร.กลุ่มเสี่ยงกว่า 2,000  ราย ยังไม่พบผลข้างเคียง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย. 2564 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมความพร้อมการฉีดวัคซีนไฟเซอรให้แก่นักเรียน นักศึกษา ที่มีอายุ 12-18 ปี ทุกคน ทุกสังกัด จำนวนกว่า &amp;nbsp;4.5 ล้านคน เริ่มฉีดวัคซีนเดือนตุลาคม 2564 &amp;nbsp;ผ่านสถาบันการศึกษา ครอบคลุม ทั้ง กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนพระปริยัติธรรม โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีความปลอดภัย และเตรียมความพร้อมรองรับกรณีที่อาจจะมีการเปิดภาคเรียน &amp;nbsp;ขณะที่ กทม. รายงานการฉีดวัคซีนโควิด-19 (ไฟเซอร์) ที่คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช มีนักเรียน/เยาวชน กลุ่มเสี่ยง 7 โรค ในกทม. ได้รับ 1 เข็มจำนวน &amp;nbsp;1,681 &amp;nbsp;รายและได้รับครบ 2 เข็ม &amp;nbsp;จำนวน 614 &amp;nbsp;ราย ไม่พบการรายงานผลข้างเคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้มีการสำรวจจำนวนนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครองยินยอมฉีด/ไม่ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ &amp;nbsp;ซึ่งจะทำการฉีดวัคซีนภายในพื้นที่สถาบันการศึกษาในจังหวัดนั้น ๆ &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จะเป็นผู้รวบรวม จำนวนนักเรียนที่พักอาศัยในจังหวัดที่ไม่ได้เป็นที่ตั้งของสถานศึกษาต้นสังกัด เพี่อเสนอต่อกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้จัดสรรยอดวัคซีนเพิ่มรายจังหวัด และให้สาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้กำหนดวัน เวลา และสถานที่สำหรับการฉีดวัคซีนของนักเรียนกลุ่มดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;รายงานมีเด็กนักเรียนอายุ 12-18 ที่เป็น 7 โรคกลุ่มเสี่ยงในกรุงเทพมหานคร และเด็กนักเรียนในสังกัดกทม. และสังกัดอื่นๆ มีการลงทะเบียนแจ้งความประสงค์รับการฉีดวัคซีนกว่า 5,000 คน ฉีดวัคซีนแล้วประมาณ &amp;nbsp; 2,000 &amp;nbsp;คน ยังคงเหลืออีก 3,000 คน ซึ่งกทม.ก็จะได้เร่งดำเนินการให้สอดคล้องกับการจัดสรรวัคซีนจากกระทรวงสาธารณสุขต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา ยังกล่าวว่า จากการฉีดวัคซีนให้กับนักเรียน/เยาวชนใน กทม. กว่า 2,000 รายที่ผ่านมา &amp;nbsp;ยังไม่พบการรายงานผลข้างเคียง &amp;nbsp;ยืนยันว่าวัคซีนที่รัฐบาลนำมาให้บริการแก่เด็กนักเรียน/ เยาวชน ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป รวมทั้งผู้ใหญ่ ผ่านการรับรองจากสำนักงานองค์การอาหารและยา องค์การอนามัยโลก และมีหลักฐานทางวิชาการที่บ่งชี้ว่า มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย &amp;nbsp;จึงขอให้ความมั่นใจแก่น้องๆ นักเรียน เยาวชน อย่างไรก็ตาม การให้ฉีดวัคซืนโควิด-19 &amp;nbsp;ให้แก่ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ปกครองก่อนด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117861</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., กลุ่มเสี่ยง, ฉีดวัคซีน, รัชดา ธนาดิเรก, เด็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149cb111aa35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 18:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 18:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอตี๋&#039;ขอฉีดวัคซีน&#039;กลุ่มเสี่ยง7โรค-ผู้สุงอายุ&#039;ก่อน จัดลำดับตามความเห็นแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย. 64 - นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ขอวัคซีนให้ผู้มีโรคประจำตัวกลุ่มเสี่ยง กับ ผู้สูงอายุที่ลงทะเบียนไว้กับหมอพร้อมก่อนนะครับ ผมขอยืนยันว่าวัคซีนได้เตรียมให้กับผู้ที่จองผ่านหมอพร้อมสำหรับทุกท่านแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าวัคซีนจะมีอย่างจำกัด แต่ในสถานการณ์นี้ขอให้เชื่อหมอ ในการลำดับความสำคัญ เพราะกลุ่มคนที่ควรได้รับวัคซีนก่อนตอนนี้คือ ผู้มีโรคประจำตัวกลุ่มเสี่ยง กับผู้สูงอายุ เพราะหากรับเชื้อจะมีอาการรุนแรงกว่ากลุ่มอื่น ในขณะเดียวกันก็ได้ดำเนินการจัดหาวัคซีนสำหรับกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ ให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอวิงวอนผู้ที่ได้รับจัดสรรวัคซีนไปแล้วนั้น ขอให้จัดฉีดวัคซีนให้ลำดับเป็นไปตามความเห็นของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105584</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเสี่ยง, ผู้สูงอายุ, รมช.สธ., วัคซีน, สาธิต ปิตุเตชะ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60be0391afcee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2021 14:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2021 14:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วันเดอร์เฟรม&#039;เพิ่งร่วมงาน&#039;บอล เชิญยิ้ม&#039;เข้าข่ายเสี่ยงติดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนุ่มแจ๊ส ชวนชื่น เพิ่งออกมาประกาศว่าได้ติดเชื้อโควิด-19 โดยก่อนหน้านี้เพิ่งมีโอกาสพบปะกับพี่ชายคนสนิทอย่าง บอล เชิญยิ้ม ตลกคนดังที่ออกมาแจ้งก่อนหน้านี้ว่าได้ติดเชื้อโควิดไปแล้ว ซึ่งอีกหนึ่งสาวที่เพิ่งทำงานกับบอล เชิญยิ้ม อย่าง วันเดอร์เฟรม ก็เลยตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยงทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยวันเดอร์เฟรม ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลังจากทราบผลตรวจจากพี่บอล เชิญยิ้ม ว่าผลเป็นบวกเมื่อสักครูนี้ วันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา เฟรมได้ไปถ่ายรายการที่มีแขกรับเชิญเป็นพี่บอลด้วยค่ะ มีการใส่ Face Shield ตลอดการถ่ายทำ ทางเฟรมจะรีบไปตรวจให้เร็วที่สุดนะคะ ส่วนรายการ T-Pop Stage ที่จะไปถ่ายวันจันทร์นี้ขอเลื่อนไปก่อนนะคะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม Wonderframe&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99164</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเสี่ยง, ดาราติดโควิด, บอล เชิญยิ้ม, วันเดอร์เฟรม, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_6072a35226ef7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อากาศร้อนจัด ‘อ้วน-สูงอายุ’ เสี่ยงอันตราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กรมควบคุมโรคเตือน 6 กลุ่มเสี่ยง &amp;quot;อ้วน-นักดื่ม-คนงานก่อสร้าง-เด็กเล็ก-คนชรา-ผู้มีโรคประจำตัว&amp;quot; ระวังอันตรายจากอากาศร้อนจัดอาจเป็นฮีตสโตรกถึงตายได้ แนะหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดด ถ้าจำเป็นให้กางร่ม-ใส่หมวก แนะดื่มน้ำมากกว่าปกติชดเชยเหงื่อออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 16 มี.ค. นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการแล้ว ทำให้สภาพอากาศโดยทั่วไปมีอุณหภูมิสูงขึ้นในหลายพื้นที่ ซึ่งประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอาจเจ็บป่วยจากโรคฮีตสโตรก (Heat stroke) เป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวหรือควบคุมระดับความร้อนภายในร่างกายจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดได้ โดยมีอาการสำคัญ ได้แก่ ตัวร้อน อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเกิน 40 องศาเซลเซียส ทำให้เกิดอาการหน้ามืด เพ้อ กระสับกระส่าย มึนงง หายใจเร็ว หัวใจเต้นผิดจังหวะ ชักเกร็ง ช็อก จนถึงหมดสติ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจทำให้เสียชีวิตได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงมี 6 กลุ่ม ได้แก่ 1.ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด เช่น ผู้ที่ทำงานก่อสร้างหรือออกกำลังกาย 2.เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ และผู้สูงอายุ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ดีเท่าคนหนุ่มสาว 3.ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง 4.ผู้ที่มีภาวะอ้วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งผู้ที่มีภาวะอ้วนและนอนไม่เพียงพอจะส่งผลต่อกลไกควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย และ 6.ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก โดยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะทำให้เส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัวได้มากขึ้น ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่สูงกว่าคนที่ไม่ได้ดื่ม ซึ่งในสภาพอากาศที่ร้อนจัด แอลกอฮอล์จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้รวดเร็ว และออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจให้สูบฉีดเลือดเร็วและแรงขึ้น มีผลทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจต้องทำงานหนักเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย อาจทำให้ช็อกและเสียชีวิตได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์โอภาสกล่าวเพิ่มเติมว่า คำแนะนำสำหรับประชาชนในการดูแลสุขภาพตนเอง ดังนี้ สวมใส่เสื้อผ้าสีอ่อน ระบายความร้อนได้ดี ควรอยู่ในที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ลดหรือเลี่ยงทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงกลางแจ้งนานๆ สวมแว่นกันแดด กางร่ม สวมหมวกปีกกว้าง ควรดื่มน้ำให้มากกว่าปกติเพื่อชดเชยการเสียน้ำในร่างกายจากเหงื่อออก หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด และอย่าทิ้งเด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยงไว้ในรถที่จอดไว้กลางแจ้ง เนื่องจากอุณหภูมิภายในรถจะสูงกว่าภายนอก ส่วนผู้ที่ออกกำลังกายควรเลือกในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น เนื่องจากเป็นช่วงที่อากาศไม่ร้อนมากและเป็นเวลาที่เหมาะสม หากสงสัยผู้มีอาการเจ็บป่วยจากภาวะอากาศร้อนควรให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยให้ดื่มน้ำเย็นและเช็ดตัวด้วยน้ำเย็น ให้อยู่ในที่ระบายอากาศที่ดี ถ้ามีอาการรุนแรงหรือหมดสติควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที ทั้งนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96273</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, กลุ่มเสี่ยง, ถึงตายได้, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อันตรายจากอากาศร้อนจัด, อากาศร้อน, อากาศร้อนจัด, อ้วน-สูงอายุ, ฮีตสโตรก, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_6050b53715d2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉีดฟรีวัคซีนหวัดใหญ่ ช่วยเหลือ7กลุ่มเสี่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เริ่มแล้ว สปสช.บริการฟรีฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง ตั้งแต่หญิงมีครรภ์ เด็กเล็ก ผู้มีโรคเรื้อรัง ผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้พิการทางสมอง ภูมิคุ้มกันบกพร่องและโรคอ้วน พร้อมให้คน กทม.ลงทะเบียนจองสิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ไวรัสไข้หวัดใหญ่เป็นสาเหตุที่สำคัญของการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน พบได้บ่อยในประชากรทุกกลุ่มอายุ อาการเริ่มตั้งแต่มีไข้ น้ำมูกไหล จนถึงภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดบวม สมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ตับอักเสบ ฯลฯ พบอัตราป่วยราวร้อยละ 10-20 ของประชากร โดยกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคเรื้อรัง และผู้ที่เป็นโรคอ้วนมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและเสียชีวิต หากไม่สามารถป้องกันการแพร่ระบาดได้จะทำให้โรงพยาบาลต้องรับภาระในการดูแลผู้ป่วย ก่อให้เกิดความสูญเสียในด้านเศรษฐกิจด้านการรักษาพยาบาลตามมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สปสช.ได้บรรจุบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลเป็นสิทธิประโยชน์ภายใต้ &amp;ldquo;กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&amp;rdquo; โดยดำเนินการร่วมกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน และในปี 2563 นี้ สปสช.ได้จัดเตรียมวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ จำนวน 4 ล้านโด๊ส สำหรับให้บริการประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันและลดความรุนแรงจากโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล โดยเป็นวัคซีนผลิตจากเชื้อไวรัส 3 สายพันธุ์ ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) มีการระบาดมากในประเทศไทยและทั่วโลก ดังนี้ สายพันธุ์ A/Brisbane/02/2018 (H1N1) pdm09-like virus; สายพันธุ์ A/South Australia/34/2019 (H3N2)-like virus; และสายพันธุ์ B/Washington/02/2019-like (B/Victoria lineage) virus&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ศักดิ์ชัยกล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยประสบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 โดยผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่และมีกลุ่มเสี่ยงภาวะรุนแรง เสียชีวิต เป็นกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรังเช่นเดียวกัน ดังนั้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและลดความรุนแรงของโรคไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มเสี่ยง และป้องกันความสับสนในการวินิจฉัยและดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีอาการทางระบบทางเดินหายใจในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 สปสช.ขอเชิญชวนประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง ร่วมรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563 หรือจนกว่าวัคซีนจะหมด ที่หน่วยบริการภาครัฐและหน่วยบริการเอกชนที่ร่วมระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยงที่เป็นกลุ่มเป้าหมายในการรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ 1) หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป 2) เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปีทุกคน (หมายถึง กลุ่มเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนเต็ม จนถึงอายุ 2 ปี 11 เดือน 29 วัน) 3) ผู้มีโรคเรื้อรัง ดังนี้ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน 4) บุคคลที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป 5) ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ 6) โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ) และ 7) โรคอ้วน (น้ำหนัก &amp;gt; 100 กิโลกรัม หรือ BMI &amp;gt; 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร) ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ เมื่ออายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป สปสช.ได้จัดเตรียมวัคซีนไว้สำหรับทุกคน โดยสามารถขอรับการฉีดวัคซีนได้ตลอดทั้งปี ไม่จำกัดเฉพาะช่วงการรณรงค์เท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ศักดิ์ชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในปีนี้ สปสช.เขต 13 กทม. ได้เพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการฉีดวัคซีน ด้วยการลงทะเบียนจองสิทธิ์รับวัคซีนผ่านไลน์ @ucbkk สร้างสุข เริ่มเปิดให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ และเข้ารับบริการฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ตามวันเวลาและหน่วยบริการที่ได้ลงทะเบียนไว้ในระบบ ซึ่งจะทำให้มั่นใจว่าได้รับบริการฉีดวัคซีนแน่นอนเมื่อไปถึงหน่วยบริการ ขณะเดียวกันยังช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาลด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64742</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเสี่ยง, บริการฟรีฉีดวัคซีน, สปสช., เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไข้หวัดใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaac911283f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
