<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 07:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 07:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;หมอมนูญ&#039;แนะผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวที่ป่วยโควิด รีบใช้ยา&#039;แอนติบอดิ ค็อกเทล&#039;ช่วยชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 ก.ย.64 -&amp;nbsp; นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์&amp;nbsp; มีเนื้อหาดังนี้
ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวที่ป่วยโควิด-19 รีบรับการรักษาด่วนภายใน 7 วัน เตรียมใช้ยาแอนติบอดี ค็อกเทล ช่วยชีวิตผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ผู้ป่วยหนัก และโรคผู้สูงอายุ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เตรียมใช้ยาแอนติบอดี ค็อกเทล หรือยาภูมิคุ้มกันลบล้างฤทธิ์ รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว ช่วยชีวิตผู้ป่วยเนื่องจากยอดผู้เสียชีวิตยังน่าห่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.มนูญ กล่าวว่า &amp;ldquo;ปัจจุบันสังคมไทยอาศัยอยู่ในครอบครัวเดียวกัน และส่วนมากผู้สูงอายุที่เข้ารับการรักษามักได้รับเชื้อจากคนในครอบครัวซึ่งนำเชื้อเข้ามาและสัมผัสกับทุกคนในบ้าน ไม่ว่าจะเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ ถึงแม้ยอดรวมผู้ติดเชื้อในประเทศไทยมีแนวโน้มลดลง แต่ยอดรวมผู้เสียชีวิตยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว จากสถิติ 30 วันย้อนหลังจะเห็นได้ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตยังไม่ลดลงเท่าไหร่นัก ผู้ป่วยในกลุ่มเสี่ยงบางรายเมื่อถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอาจมีอาการน้อยถึงปานกลาง แต่พอเข้าสัปดาห์ที่ 2 หรือวันที่ 7-8 ของการติดเชื้อ อาการกลับทรุดหนักลงจนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งราวครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยโควิด-19 ที่ใส่เครื่องช่วยหายใจมักจะเสียชีวิตในที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ข้อสังเกตข้างต้นยังสอดคล้องกับสถิติของกระทรวงสาธารณสุข ที่จำแนกผู้ติดเชื้อโควิด-19 ตามมิติต่างๆ ซึ่งรวมถึงด้านอายุ โดยระบุว่าช่วง 30 วันที่ผ่านมาประมาณ 10% ของยอดผู้ติดเชื้อรายวันเป็นผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ประมาณ 60% ของยอดผู้เสียชีวิตรายวันยังเป็นผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ. มนูญ กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;ข้อมูลจากผลการทดลองทางคลินิกและข้อมูลการใช้จริงในสหรัฐอเมริกา พบว่ายาแอนติบอดี ค็อกเทล สามารถช่วยลดระยะเวลาการเข้ารักษาในโรงพยาบาลได้ถึง 4 วัน ลดปริมาณเชื้อไวรัสในกระแสเลือดลงได้ และลดความเสี่ยงที่โรคโควิด-19 จะลุกลามไปสู่ระดับรุนแรงได้ 70% จึงถือเป็นอาวุธสำคัญที่แพทย์จะพิจารณาใช้ในกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ยาแอนติบอดี ค็อกเทล (Antibody Cocktail) จัดอยู่ในกลุ่มยาภูมิคุ้มกันลบล้างฤทธิ์ (Neutralizing Monoclonal Antibodies: NmAbs) ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) ของประเทศไทยได้อนุมัติให้ใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 แบบมีเงื่อนไขภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ยาแอนติบอดี ค็อกเทล หรือ ยาภูมิคุ้มกันลบล้างฤทธิ์ มีผลการศึกษายืนยันในผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปที่มีอาการน้อยถึงปานกลาง หรือไม่ต้องให้ออกซิเจนเสริม และผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีความเสี่ยงสูงที่โรคจะดำเนินไปสู่อาการรุนแรงในกลุ่มต่างๆ ต่อไปนี้
- ผู้สูงอายุ
- โรคอ้วน
- โรคหลอดเลือดหัวใจ รวมถึงภาวะความดันโลหิตสูง
- โรคปอดเรื้อรัง รวมถึงโรคหอบหืด
- โรคเบาหวานชนิดที่ 1 หรือชนิดที่ 2
- โรคไตเรื้อรัง รวมถึงผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างรับการฟอกไต
- โรคตับเรื้อรัง
- มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือภูมิคุ้มกันถูกกด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
คาดว่ายาแอนติบอดี ค็อกเทล หรือ ยาภูมิคุ้มกันลบล้างฤทธิ์ จะเริ่มใช้ในโรงพยาบาลเอกชนต่างๆ และโรงพยาบาลรัฐบาลบางแห่ง ภายในกลางเดือนกันยายนนี้ สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่ชำระค่ารักษาเอง เนื่องจากยาดังกล่าวยังไม่ได้เป็นยาที่อยู่ในสิทธิการรักษาในระบบสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;สำหรับประเทศไทย กลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่มีความเสี่ยงยังได้รับวัคซีนไม่ถึง 50% อีกทั้งผู้ที่มีความเสี่ยงบางรายยังไม่ประสงค์จะฉีดวัคซีน ดังนั้นการรักษาด้วยยาแอนติบอดี ค็อกเทล จะสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มนี้ได้ หากรีบเข้ารับการรักษาให้เร็วที่สุดภายใน 7 วันแรกหลังจากรับเชื้อ และจะยิ่งดีกว่าถ้าได้รับการรักษาใน 3-4 วันแรก&amp;rdquo; นพ.มนูญ กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116230</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเสี่ยงโควิด-19, การรักษาผู้ป่วยโควิด-19, นพ. มนูญ ลีเชวงวงศ์, ยาแอนติบอดิสูตรค็อกเทล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f8ce9b40bdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรังยังอ่วม!ปิดหมู่บ้านคลัสเตอร์วังวิเศษเสี่ยงยอดพุ่งสูง ลือหึ่งติดเชื้อจากบ่อนพนัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 พ.ค.64 -&amp;nbsp; ภายหลังจาก นายตุลกานต์ มักคุ้น นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลตรัง ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดตรัง และแพทย์หญิงทิพย์ลดา บุญชัย นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลตรัง ในฐานะรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดตรัง ร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของจังหวัดตรัง ณ ศูนย์แถลงข่าว ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดตรัง ห้องลิบง ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่ม 12 ราย รวมมียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมในการระบาดรอบเดือนเมษายน 2564 จำนวน 308 ราย ในพื้นที่อำเภอวังวิเศษ 7 ราย, อำเภอห้วยยอด 3 ราย, อำเภอรัษฎา 1 ราย และอำเภอเมือง 1 ราย เป็นผู้ป่วยเพศชาย 6 ราย และเพศหญิง 6 ราย เป็นผู้ป่วยจากคลัสเตอร์วังวิเศษจำนวน 10 ราย คลัสเตอร์ด่านตรวจประมงกันตัง 2 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่า การระบาดเป็นกลุ่มก้อน หรือคลัสเตอร์วังวิเศษเริ่มโตขึ้น โดยมีผู้ป่วยจากคลัสเตอร์ดังกล่าว 29 ราย มากกว่าคลัสเตอร์บางสักและด่านตรวจประมงกันตัง และมีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น จากการลงพื้นที่ดำเนินการค้นหากลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงมาทำการตรวจหาเชื้อโควิด-19 จากโพรงจมูกและคอ และรอผลตรวจอยู่อีก 174 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยัง หมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลเขาวิเศษ อำเภอวังวิเศษ จากการลงพื้นที่ มีการปิดทางเข้าบริเวณถนนเส้น ควนขวาง-หนองหว้าเตี้ย พร้อมทั้งนำท่อปูนปิดไว้ ติดป้ายประกาศว่ากลุ่มเสี่ยงสูง และรวมถึงข้อปฏิบัติดังนี้ จุดคัดกรองเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาด โควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ห้ามผู้กักตัว ออกนอกพื้นที่โดยเด็ดขาดจนกว่าจะครบกำหนดกักตัว
2.ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่สีแดง ให้แจ้งรายงานตัวต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือแจ้ง อสม.ทราบ
3.ผู้ที่มีประวัติใกล้ชิด หรือสัมผัสผู้ที่มีเชื้อโควิด-19 ให้รายงานตัว ที่ รพ.สต.เขาวิเศษ โดยทันที
4.ห้ามมีหรือจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในหมู่บ้านโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกัน
5.สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่อออกนอกบ้าน ล้างมือบ่อย ๆด้วยเจลแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงผู้คนแออัด
6.ห้ามออกนอกเคหะสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยบรรยากาศภายในหมู่บ้านเป็นไปด้วยความเงียบสงบ บ้านบางหลังมีการนำเชือกมาทำเป็นแนวกั้นบริเวณรอบบ้าน จากการสอบถามชาวบ้านรายหนึ่ง เล่าว่า ตนทราบมาว่ามีการปิดถนนไว้ เนื่องจากเป็นพื้นที่กลุ่มเสี่ยงของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ตนอาศัยอยู่บริเวณนี้ก็รู้สึกกลัว คนในหมู่บ้านเองก็กลัวไม่กล้าออกไปไหน ทางเจ้าหน้าที่ก็มีการนำข้าวสาร ไข่ มามอบให้ชาวบ้าน ตอนนี้ไม่ว่าใครจะนำอะไรมาให้ก็รับหมด ครั้งนี้ถือเป็นการแพร่ระบาดที่หนักสุด ก็อยากผ่านช่วงวิกฤตินี้โดยเร็ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานงานข่าวระบุว่า มีกระแสข่าวลือหึ่งกันทั่วทั้งจังหวัด ว่าต้นตอผู้ติดเชื้อในพื้นที่ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง มาจากกลุ่มบุคคลที่เล่นพนันในบ่อนแห่งหนึ่ง จนกลายมาเป็นคลัสเตอร์ที่มีผู้ติดเชื้อสูง ซึ่งผู้สื่อข่าวอยู่ระหว่างการสอบถามผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง แต่ยังคงไม่ได้รับคำตอบ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103673</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเสี่ยงโควิด-19, คลัสเตอร์วังวิเศษ, ปิดหมู่บ้าน, เล่นการพนัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a737367d759.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2020 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2020 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษกกลาโหม&#039; ลั่นลากคอ &#039;ไอ้โม่ง&#039; ชักใยนายหน้างาบหัวคิวเลือกสถานกักกันของรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.63 - ความคืบหน้ากรณี การติดตามกลุ่มคนเกี่ยวข้องเรียกเก็บค่าหัวคิวจากเจ้าของโรงแรม ที่เป็นสถานที่กักตัวกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 ของรัฐ (State Quarantine) จ.ชลบุรี ล่าสุด พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ตนได้ลงพื้นที่พบผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นทีภาคตะวันออกที่จัดเป็น state quarantine เมื่อที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ประกอบการได้ให้ข้อมูล รายชื่อ ไลน์ที่ได้พูดคุยในการเรียกรับเปอร์เซ็นต์ เงื่อนไขต่างๆ จึงได้ส่งไปให้ พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 หมดแล้ว ขั้นตอนจากนี้เป็นการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวมีผู้เสียหายทั้ง 3 ส่วน คือ ผู้ประกอบการโรงแรมที่ไม่ได้รับค่าห้องพักเต็มราคา ผู้กักตัวอาจถูกตัดปริมาณอาหาร หรือไม่ได้รับบริการอย่างเต็มที่ และ รัฐที่ได้รับความสูญเสียในเรื่องงบประมาณ และภาพลักษณ์ในการจัดหาพื้นที่ State Quarantine จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม ซึ่งดูแลในภาพรวมต้องค้นหาว่าใครอยู่เบื้องหลังผลประโยชน์ และตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจสอบและขยายผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าพบว่า ทหาร ตำรวจ หรือคนของกระทรวงสาธารณสุข ก็ให้จัดการให้หมด ผมบอกผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคที่ 2 และ พลตำรวจโท ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าต้องเปิดเผยเลยว่าใครเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตัวใหญ่ เบอร์ใหญ่ขนาดไหนก็ต้องเปิดออกมา เพราะเป็นเรื่องตัวบุคคลที่ไปแสวงหาผลประโยชน์ ในขณะที่องค์กร และ รัฐ มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาในเรื่องโควิด -19&amp;rdquo;โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ภายหลังที่กระทรวงกลาโหม ได้ส่งมอบหลักฐานและรายชื่อ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเรียกรับค่าหัวคิวจากโรงแรมที่ใช้เป็นสถานที่กักตัวของคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ไปให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ทาง สตช. มอบให้ ตำรวจภูธรภาค2 ไปดำเนินการ เนื่องจากเป็นพื้นที่รับผิดชอบ โดยได้ตั้งพนักงานสอบสวน มีรองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ชลบุรี และ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา รวมถึงชุดพนักงานสอบสวน ร่วมหาข้อเท็จจริง โดยเบื้องต้น มีผู้เกี่ยวข้อง 9 ราย เป็นเซลล์ติดกับผู้ประกอบการโรงแรมโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขั้นตอนในการเลือก State Quarantine ในเดือนเมษายน เริ่มจาก 1.กระทวงสาธารณสุข (สธ.) จะประชาสัมพันธ์เชิญชวนเอกชน ผู้ประกอบการ โรงแรมที่พัก พร้อมแจ้งคุณสมบัติ และ ความต้องการ รวมถึงราคาห้องพักไปทางช่องทางต่างๆ 2. ผู้ประกอบการเสนอตัวเข้ามาทางเว็บไซต์ว่ามีคุณสมบัติตามกรอบที่กำหนด 3. สธ. ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสเปค ถ้าผ่านขั้นตอนนี้ 4.ชุดของ ทหาร ตำรวจ และ เจ้าหน้าที่ สธ. จะลงพื้นที่ไปดูเรื่องการวางระบบการรักษาความปลอดภัย การบริหารจัดการ 5.รอการแจ้งจากกระทรวงการต่างประเทศเพื่อแจ้งเที่ยวบินและจำนวนคนที่จะส่งไปโรงแรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในช่วงแรกที่โรงแรมที่เสนอตัวเข้ามา พบว่าโรงแรมส่วนใหญ่ไม่ผ่านคุณสมบัติที่ สธ.กำหนด เพราะไม่มีใบอนุญาต หรือ ใบอนุญาตไม่ถูกต้อง ทำให้หาโรงแรมได้ไม่เพียงพอ อีกทั้ง มีคนไทยที่อยู่ต่างประเทศลงทะเบียนขอกลับประเทศเป็นจำนวนมาก พบว่าจนถึงกลางเดือน มิ.ย มียอดผู้ลงทะเบียนถึง 1.5-2 หมื่นคนต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปริมาณห้องพักในการรองรับผู้เดินทางกลับมีแค่วันละ 200 คน รัฐจึงอยากขยายการหาห้องพักให้ได้วันละ 400 คน ดังนั้นจึงต้องเร่งหาโรงแรมเอกชนเพิ่ม ทำให้ช่วงต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมามีการพูดกันแบบปากต่อปากอย่างไม่เป็นทางการว่า ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยกันหา ใครรู้จักโรงแรมไหนก็ให้เสนอมา ซึ่งอาจเป็นช่องโหว่ให้เครือข่าย โดยเฉพาะนายหน้า หรือ เซลล์ ซึ่งรู้ข้อมูลในพื้นที่มาติดต่อและรับไปประสานงานกับผู้ประกอบการ และเรียกรับหัวคิว&amp;rdquo; แหล่งข่าวระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67186</URL_LINK>
                <HASHTAG>State Quarantine, กลุ่มเสี่ยงโควิด-19, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, สถานกักกัน, หักหัวคิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5ecc90cf780f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
