<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธุรกิจส่อแววสะดุดหลังคลัสเตอร์แรงงานติดโควิดอื้อ แนะยับยั้งการระบาดกลุ่มแรงงานต่างด้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค. 2564 &amp;nbsp;ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ชี้แรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน &amp;nbsp;ติดเชื้อโรคโควิด-19 จากการระบาดระลอกสาม (1 เมษายน &amp;ndash; 28 มิถุนายน 2564) &amp;nbsp;กว่า 3.6 หมื่นคน คิดเป็น 16% ของผู้ติดเชื้อในไทย ส่วนใหญ่เป็นคลัสเตอร์โรงงานอุตสาหกรรมและแคมป์คนงานก่อสร้าง หากไม่ยับยั้งการติดเชื้ออาจลามสู่แรงงานส่วนอื่น ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวมากกว่าเดิมได้ แนะนายจ้างเร่งนำแรงงานต่างด้าวขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายและเร่งฉีดวัคซีน พร้อมทั้งเสนอภาครัฐอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว และพิจารณาแนวทางควบคุมการระบาดแรงงานต่างด้าวอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การระบาดของโรคโควิด-19 ในไทยระลอกสาม พบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศสะสม 2.2 แสนคน และยังไม่มีทิศทางจะลดลงในช่วงเวลานี้ ttb analytics วิเคราะห์การแพร่ระบาดเจาะลึกไปยังกลุ่มแรงงานต่างด้าวเพื่อนบ้าน &amp;nbsp;เนื่องจากมีโอกาสติดเชื้อเป็นกลุ่มคลัสเตอร์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กลุ่มแรงงานต่างด้าวเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากมีจำนวนแรงงานรวมกันกว่า 2.1 ล้านคน และอยู่ในภาคธุรกิจที่ไทยขาดแคลนแรงงาน โดยการวิเคราะห์จะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ &amp;nbsp;1. แรงงานต่างด้าวในไทยที่อยู่ในภาคธุรกิจและพื้นที่ต่าง ๆ &amp;nbsp;2. สถานการณ์การติดเชื้อของแรงงานต่างด้าวเพื่อนบ้านในไทย และ 3. ข้อเสนอแนะผู้ประกอบการและภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แรงงานต่างด้าวเพื่อนบ้านมีจำนวน 2.1 ล้านคน กระจายอยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจทั่วประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมและก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ttb analytics ศึกษาโครงสร้างการจ้างงานของประเทศไทย (ณ เดือนพฤษภาคม 2564) พบว่าแรงงานในประเทศมีจำนวน 40 ล้านคน แบ่งเป็นแรงงานไทยจำนวน 37.7 ล้านคน และแรงงานต่างด้าว 2.3 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวเพื่อนบ้าน (เมียนมาร์ กัมพูชา และลาว) 2.1 ล้านคน หรือคิดเป็น 91% ของแรงงานต่างด้าวทั้งหมด เมื่อพิจารณาการจ้างงานแรงงานต่างด้าวเพื่อนบ้านในไทย พบว่าภาคธุรกิจที่จ้างแรงงานต่างด้าวเพื่อนบ้านสูงสุด คือ ภาคก่อสร้างและการผลิต มีสัดส่วนการจ้างแรงงานต่างด้าวเพื่อนบ้าน 15% และ 10% ตามลำดับ โดยคิดเป็น 28% ของจีดีพี ในขณะที่ภาคการค้าและบริการ มีสัดส่วนการจ้างแรงงานต่างด้าวเพื่อนบ้าน 5% และ 3% ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพิจารณาการจ้างงานแรงงานต่างด้าวเพื่อนบ้าน ด้วยพื้นที่ที่มีการระบาดตามประกาศของ ศบค.ล่าสุด พบว่าพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (10 จังหวัดสีแดงเข้ม ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (4.57 แสนคน) สมุทรสาคร (2.18 แสนคน) สมุทรปราการ (1.24 แสนคน) ปทุมธานี (1.11 แสนคน) นนทบุรี (0.85 แสนคน) นครปฐม (0.78 แสนคน) สงขลา (0.4 แสนคน) ปัตตานี (0.07 แสนคน) ยะลา (0.02 แสนคน) และนราธิวาส (0.01 แสนคน) มีสัดส่วนแรงงานต่างด้าวเพื่อนบ้าน 9.3% ของแรงงานรวม หรือจำนวน 1.12 ล้านคน เทียบกับพื้นที่อื่น ๆ ที่มีสัดส่วนอยู่เพียง 5.7% หรือ 0.96 ล้านคน เท่านั้น จะเห็นได้ว่าแรงงานเหล่านี้ทำงานในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญและยังอยู่ในพื้นที่เสี่ยงติดเชื้อลักษณะกลุ่มคลัสเตอร์ขนาดใหญ่ ซึ่งหากมีการแพร่ระบาดมากขึ้น จะทำให้ภาคธุรกิจดังกล่าวอาจหยุดชะงักลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์การติดเชื้อโรคโควิด-19 ระลอกสาม แรงงานต่างด้าวเพื่อนบ้านติดเชื้อกว่า 3.6 หมื่นคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกสาม นับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน - 28 มิถุนายน 2564 พบว่าการติดเชื้อในประเทศสะสมรวมกว่า 2.2 แสนคน โดยจำนวนการติดเชื้อดังกล่าว เมื่อแยกเฉพาะแรงงานต่างด้าวเพื่อนบ้าน พบว่ามีการติดเชื้อสะสมกว่า 3.6 หมื่นคน หรือ คิดเป็น 16% ของจำนวนผู้ติดเชื้อในไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพิจารณาแหล่งเกิดคลัสเตอร์การติดเชื้อของแรงงานต่างด้าวเพื่อนบ้าน พบว่าส่วนใหญ่กว่า 36% ติดเชื้อจากสถานที่ทำงาน และ 25% จากพื้นที่เสี่ยง เช่น ตลาด ชุมชนแรงงานต่างด้าวที่แออัด โดยตัวเลขการติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่การระบาดระลอกสามช่วงเดือนเมษายนเป็นต้นมา และเมื่อเจาะลึกเชิงพื้นที่ของการติดเชื้อพบว่าจังหวัดที่มีแรงงานต่างด้าวเพื่อนบ้านติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ เพชรบุรี ปทุมธานี และสมุทรสาคร มียอดการติดเชื้อสะสมคิดเป็น 72% ของการติดเชื้อแรงงานต่างด้าวเพื่อนบ้าน ซึ่งการติดเชื้อส่วนใหญ่จะเป็นคลัสเตอร์โรงงานอุตสาหกรรม แคมป์คนงานก่อสร้าง และในตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ที่มีแรงงานต่างด้าวเพื่อนบ้านทำงานอยู่จำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่ที่มีการติดเชื้อของแรงงานต่างด้าวเพื่อนบ้านสูงจะอยู่ในจังหวัดซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ และเมื่อเทียบสัดส่วนการติดเชื้อของแรงงานต่างด้าวเพื่อนบ้านต่อการติดเชื้อรวมในพื้นที่นั้น ๆ พบว่าพื้นที่ที่มีแรงงานต่างด้าวเพื่อนบ้านติดเชื้อมาก ได้แก่ เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรปราการ ปทุมธานี ชลบุรี และนนทบุรี ซึ่งมีสัดส่วนการติดเชื้อของแรงงานต่างด้าวต่อผู้ติดเชื้อในพื้นที่รวม เท่ากับ 60% 41% 37% 27% &amp;nbsp;17% และ 12% ตามลำดับ ทั้งนี้ หากไม่เร่งยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิดในกลุ่มแรงงานต่างด้าวเพื่อนบ้านในพื้นที่ดังกล่าว จะนำไปสู่การระบาดวงกว้างต่อแรงงานที่เหลือ รวมถึงในพื้นที่ชุมชนพื้นที่ใกล้เคียงที่อยู่อาศัยของแรงงานต่างด้าวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนะผู้ประกอบการและภาครัฐ นำแรงงานต่างด้าวขึ้นทะเบียนให้ถูกกฎหมาย และเร่งฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดการปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 ในหมู่แรงงานต่างด้าวเพื่อนบ้านเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน เนื่องจากแรงงานเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะภาคการผลิตและก่อสร้าง หากไม่บริหารจัดการยับยั้ง จะก่อให้เกิดการแพร่ระบาดไปยังแรงงานกลุ่มอื่น ๆ ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนแรงงานได้ นอกจากนี้ สายการผลิตในโรงงานและการก่อสร้างจะหยุดชะงัก ส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นลูกโซ่ตามมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประกอบการหรือนายจ้างที่มีแรงงานต่างด้าวในกิจการ หากแรงงานต่างด้าวทำงานมานาน แต่ยังไม่ถูกกฎหมาย ควรเร่งนำแรงงานต่างด้าวเหล่านั้นขึ้นทะเบียน เพื่อให้ภาครัฐสามารถจัดสรรวัคซีนได้และเมื่อแรงงานต่างด้าวขึ้นทะเบียนแล้ว ให้เร่งฉีดวัคซีน โดยพิจารณาขอจัดสรรจากรัฐ หรือ จัดหาเอง เพื่อป้องกันการติดเชื้อจนก่อให้เกิดคลัสเตอร์ในสถานประกอบการ รวมถึงจัดสถานที่ทำงาน และที่พักของแรงงานไม่ให้แออัดมากเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาครัฐสามารถอำนวยความสะดวกด้านการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวให้ถูกกฎหมาย ซึ่งจะทำให้ทราบจำนวนแรงงานต่างด้าวที่ชัดเจน สามารถควบคุมและพิจารณาจัดสรรวัคซีนได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ภาครัฐควรจัดการขบวนการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้าประเทศอย่างเด็ดขาด เนื่องจากอาจเป็นกลุ่มเสี่ยงที่นำเชื้อโรคเข้ามาแพร่กระจายในหมู่แรงงานต่างด้าวด้วยกัน รวมถึงพิจารณาแนวทางการควบคุมการระบาดในแรงงานต่างด้าว อาทิ 1) คัดกรองแรงงานแข็งแรงที่มีความจำเป็นในงานสำคัญออกจากที่พักไปอยู่สถานที่ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เพื่อขับเคลื่อนให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเดินหน้าได้ 2) วางแนวทางมาตรฐานการเคลื่อนย้ายแรงงานจากที่พักอาศัยเดินทางไปปฏิบัติงานในโรงงานหรือแคมป์ก่อสร้าง โดยควบคุมไม่ให้ปะปนกับประชาชนทั่วไป 3) พิจารณาจัดสรรฉีดวัคซีนให้แรงงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและมีโอกาสติดเชื้อสูง 4) ตรวจหาเชื้อซ้ำในสถานประกอบการและชุมชนที่แรงงานต่างด้าวอาศัยอยู่เป็นประจำ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108379</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มแรงงานต่างด้าว, ปิดแคมป์คนงาน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9c67fc503e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกรวบนายจ้างพร้อม7แรงงานด่างด้าวขนข้ามจังหวัดจากพังงามาสู่มหาชัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 พ.ค.64 - ช่วงค่ำคืนวันที่ 13 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสมุทรสาคร ผู้รับผิดชอบศูนย์ดำรงธรรมของทางจังหวัด ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านว่า มีการเคลื่อนย้ายแรงงานเข้ามาในจังหวัดสมุทรสาครจึงได้มีการสนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามนโยบายของนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ที่ให้เคร่งครัดกวดขันอย่างจริงจัง ไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายคนงานต่างด้าวในจังหวัดเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวจึงได้มีการบุกค้นแคมป์คนงานก่อสร้างที่เป็นเพิงสังกะสีปลูก 2 แถวติดกัน มีรั้วสังกะสีล้อมรอบ หลังตลาดนัดวัดโคกขาม จังหวัดสมุทรสาคร พบว่ามีคนงานอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จากการตรวจค้นพบว่ามีการขนคนงานเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวจากจังหวัดพังงา มาอาศัยทำงานอยู่ ภายในแคมป์คนงาน โดยจำนวน 7 คน ที่มาจากจังหวัดพังงา ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ไม่มีเอกสารในการขอเคลื่อนย้ายแรงงานเข้าสมุทรสาครแต่อย่างใดซึ่งเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของทางจังหวัดสมุทรสาคร เรื่องห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019&amp;nbsp; โดยมีอัตราโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีและปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงได้มีการควบคุมตัวนายจ้างและแรงงานต่างด้าว ทั้ง7 คน ที่ทำผิดกฎหมายส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกขามจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102870</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มแรงงานต่างด้าว, นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช, ศูนย์ดำรงธรรม, เคลื่อนย้ายแรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609de03390c1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 20:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.รุกเปลี่ยนพื้นที่สมุทรสาครจากสีเหลืองเป็นสีเขียว &quot;กลุ่มบุคคลากรทางการแพทย์&quot;จังหวัดนี้จะได้วัคซีนเป็นกลุ่มแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 26 ม.ค.64- ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ประชุมติดตามความคืบหน้าสถานการณ์โรคโควิด 19 ใน จ.สมุทรสาคร และให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ได้ระดมทีมปูพรมตรวจคัดกรองเชิงรุกโรงงานใน จ.สมุทรสาคร เพื่อค้นหาและแยกผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการรักษา พบ 70 กว่าโรงงานที่มีการติดเชื้อ ส่วนใหญ่เป็นโรงงานขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีอัตราการติดเชื้อน้อยกว่าร้อยละ 10 ถือเป็นพื้นที่สีเหลือง ส่วนโรงงานขนาดใหญ่มักมีการติดเชื้อมากกว่าร้อยละ 10 ถือเป็นพื้นที่สีแดง พบประมาณเกือบ 10 โรงงาน อยู่ในพื้นที่ อ.เมืองเป็นหลัก แนวทางการดำเนินงานควบคุมโรคคือ พยายามให้ทุกพื้นที่มีผู้ติดเชื้อน้อยลง เป็นพื้นที่สีเขียวคือโรงงานไม่มีการติดเชื้อกลับมาให้มากที่สุด โดยเฉพาะพื้นที่สีเหลืองที่มีอัตราการติดเชื้อน้อย ซึ่งบางพื้นที่มีโรงงานติดเชื้อเพียงไม่กี่แห่ง เช่น อ.อ้อมน้อย มีโรงงานติดเชื้อ 2 แห่ง หรือ อ.กระทุ่มแบนที่มีโรงงานติดเชื้อ 1 แห่ง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการติดเชื้อภายในโรงงาน เนื่องจากมีการอยู่อย่างแออัด และรูปแบบการทำงานที่เอื้อให้เกิดการสัมผัสอย่างใกล้ชิด ทำให้ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเมื่อติดเชื้อจึงมีโอกาสแพร่เชื้อต่อได้ ในที่ประชุมจึงได้นำเสนอข้อมูลต่างๆ เพื่อนำไปประชุมหารือในการกำหนดมาตรการให้การควบคุมป้องกันโรคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.เกียรติภูมิกล่าวต่อว่า สำหรับการบริหารจัดการวัคซีนโควิด 19 ที่จะนำเข้ามาล็อตแรกนั้น จังหวัดสมุทรสาครถือเป็นพื้นที่เสี่ยงที่จะมีการให้วัคซีนในกลุ่มเสี่ยงก่อน ทั้งบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ผู้ปฏิบัติงานด่านหน้า ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว เพื่อลดอาการรุนแรงและการเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91103</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กลุ่มแรงงานต่างด้าว, จ.สมุทรสาคร, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210126/image_big_60101fb424541.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90971</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 17:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาอุตฯสมุทรสาคร ผลักดันตรวจหาเชื้อโควิดทางน้ำลายแรงงาน 3หมื่นคน     </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25ม.ค.64- ศูนย์ประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร รายงานว่า เมื่อบ่ายว้นนี้่ &amp;nbsp;(25มค.64) นายอภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร นายชาธิป ตั้งกุลไพศาล รองประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมแถลงข่าวโครงการ &amp;ldquo;รวมใจรักษ์สมุทรสาคร&amp;rdquo; เพื่อผลักดันให้สถานประกอบการในอำเภอบ้านแพ้วและกระทุ่มแบนร่วมกับโรงพยาบาลในพื้นที่ตรวจหาเชื้อโควิด 19 ในน้ำลาย คือตรวจน้ำลายของกลุ่มแรงงาน โดยตรวจทีละ 5 คนรวมกัน ถ้าผลการตรวจออกเป็นบวกแสดงว่าติดเชื้อจะต้องตรวจหารายบุคคลซ้ำอีกครั้ง แต่ถ้าผลเป็นลบก็ไม่ต้องตรวจซ้ำ ซึ่งวิธีการตรวจดังกล่าวได้ผลแม่นยำ มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับวิธีการตรวจจากสารคัดหลั่งหลังจากจมูกและคอหรือวิธีการตรวจหาสารพันธุกรรม (RT-PCR) ซึ่งวิธีการตรวจหาเชื้อในน้ำลายนี้ได้รับการยอมรับในหลายประเทศ เพราะว่าประหยัดค่าใช้จ่าย และเวลา เก็บตัวอย่างง่ายกว่า สามารถเก็บได้ด้วยตัวเอง ทำให้บุคลากรปลอดภัยมากขึ้น ไม่ต้องใช้หรือลดการใช้ชุดป้องกัน PPE ภายในสัปดาห์นี้คาดว่าจะตรวจแรงงานในสถานประกอบการได้ประมาณ 3 หมื่นคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90971</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กลุ่มแรงงานต่างด้าว, การตรวจหาเชื้อโควิด-19, จ.สมุทรสาคร, ตรวจน้ำลายหาโควิด, สภาอุตสาหกรรมจังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210125/image_big_600e9d6eaa0ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2021 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2021 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสธ.แมว&#039;จวกฝ่ายมั่นคงต้นเหตุโควิดระบาดขู่ม็อบมาชุมนุมอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค. 2564 &amp;nbsp;พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าวิกฤติการณ์โควิด เมื่อรัฐบาลเน้นใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นเครื่องมือหลักในการแก้ไขปัญหา เจ้าภาพการจัดการจึงเป็นฝ่ายความมั่นคง แต่หน่วยงานความมั่นคงกลับเป็นต้นเหตุการแพร่ระบาดเสียเอง ที่ปล่อยปละละเลยให้แรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายเข้ามาแพร่เชื้อในประเทศ กับละเลยให้เกิดบ่อนการพนัน ความย่อหย่อนดังกล่าวถูกประชาชนครหาว่าเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ไปรับส่วย หรือไม่และแทนที่จะเร่งกู้ภาพพจน์ ระดมใช้ทรัพยากรต่างๆของกองทัพเข้ามาคลี่คลายวิกฤติโควิด เช่นมอบพื้นที่และสถานที่หน่วยทหารไปช่วยเหลือพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดใช้เป็นโรงพยาบาลสนาม พร้อมจัดบุคลากรทางการแพทย์และกำลังพลของกองทัพเข้าร่วมสนับสนุนอย่างทันท่วงทีก็ไม่กระทำกัน จึงถูกมองว่าเป็นกองทัพที่เหินห่างประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะอำนาจอธิปไตยของประชาชนที่ถูกยึดไปตั้งแต่ปี57 รัฐบาลสืบทอดอำนาจได้กอดคอกับกลุ่มทุนผูกขาด จงใจใช้เล่ห์เพทุบายสร้างความเหลื่อมล้ำให้เกิดขึ้น กดหัวประชาชนเพื่อง่ายต่อการครองอำนาจ แต่เวลานี้ประชาชนเขาเหลืออดและรู้เท่าทัน มองทะลุว่าทางออกของประเทศนี้ต้องมุ่งสู่การทำความเหลื่อมล้ำให้หดหาย การทำเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรมต้องเริ่มด้วยการขับนายกฯสืบทอดอำนาจ โควิดมิอาจหยุดศรัทธาประชาธิปไตย การชุมนุมใหญ่รูปแบบใหม่ๆของคณะราษฎรจะเกิดขึ้นอีกในเร็ววันนี้ และต่อเนื่องจนกว่าจะบรรลุข้อเรียกร้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89377</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, กลุ่มแรงงานต่างด้าว, บ่อนการพนัน, ฝ่ายความมั่นคง, พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร, รับส่วย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200312/image_big_5e6a07ade4886.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2020 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2020 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นายกฯ ขอให้เชื่อมั่นระบบการดูแลพื้นที่ควบคุมเชื่อคนไทยไม่แล้งน้ำใจช่วยดูแลแรงงานต่างด้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 ธ.ค.63- ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ว่า ขอความร่วมมือประชาชนในการเฝ้าระวังและป้องกันตนเองจาก การแพร่ระบาดทั้งในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่เขตติดต่อ และฝากดูแลแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ เนื่องจากที่ผ่านมาคนเหล่านี้มีส่วนในช่วยการพัฒนาประเทศเหมือนกัน ซึ่งงานที่แรงงานต่างด้าวทำส่วนใหญ่คนไทยไม่ทำ ถ้าคนในชาติมีทั้งหมดก็คงไม่ต้องใช้แรงงานต่างด้าว วันหน้าเขาก็ต้องกลับประเทศ เพราะประเทศเขาก็พัฒนาเหมือนกัน เมื่อวันนั้นเราจะเดือดร้อนหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีมีถูกชาวบ้านต่อต้านการตั้งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ว่า เมื่อวาน(24 ธ.ค.) ก็มีการจัดพื้นที่ในการดูแลแรงงานต่างด้าวก็มีคนออกมาต่อต้าน แล้วจะทำอย่างไร ขอคนไทยไม่เคยแล้งน้ำใจ ตนขอฝากด้วยแล้วกัน ซึ่งมาคิดกันดูใหม่ว่าหากเกิดเหตุการสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา ถ้าไม่ให้แก้ตอนนี้แล้วเกิดเหตุการณ์ภายหลังขาดแคลนแรงงาน และหาสถานที่ตวบคุมโควิดไม่ได้นี่คือสิ่งที่ตนกังวล ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ที่ควบคุมในพื้นที่ควบคุม จึงเชื่อว่าไม่ได้จะเกิดอะไรขึ้นและต้องขอบคุณคนไทยหลายคนที่มีน้ำใจไมตรีอยากจะบริจาคของใช้จำเป็นให้กับแรงงานที่อยู่ในพื้นที่ควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้เชื่อมั่นในระบบว่าจะสามารถควบคุมได้ พื้นที่ควบคุมคือพื้นที่ควบคุมไม่ใช่พื้นที่ทั่วไป มีมาตรการดูแลเป็นพิเศษอยู่แล้ว แล้วแต่จะตัดสินใจ มีปัญหาก็มีปัญหาส่วนรวมกับทุกคน รัฐบาลก็มีปัญหา แรงงานก็มีปัญหา ต้องการตรวจสอบคัดกรองแรงงานโดยเร็ว เพื่อกลับเข้าสู่ระบบการทำงานเพราะระบบแรงงาน เพราะปัจจุบันขาดแคลนแรงงานอยู่แล้ว ขอให้คิดในภาพรวมหน่อย ฝากคนไทยด้วย ผมคิดในเชิงของรัฐบาลและคณะทำงานที่ต้องบริหารให้ได้ หวังว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยโดยเร็ว&amp;quot;นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87966</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มแรงงานต่างด้าว, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, พื้นที่ควบคุม, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20201225/image_mid_5fe579feb5542.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2020 08:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2020 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อรรถวิชช์จี้ปรับมติครม.ด่วนแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวตกสำรวจต้นเหตุโควิดระบาด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธันวาคม 2563 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ขอให้ปรับมติครม.ด่วน &amp;ldquo;แรงงานต่างด้าวเปลี่ยนงาน ตกสำรวจตั้งแต่ 31 ต.ค.63 กลับประเทศไม่ได้ อยู่ก็ดำดิน เสี่ยงโควิด! อย่าซ้ำรอยสิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากไทยและประเทศเพื่อนบ้านยังปิดประเทศ การเข้าประเทศของผู้ใช้แรงงานทำได้ยาก เพราะต้องมีการกักตัว 14 วัน ส่วนประเทศเพื่อนบ้าน ลาว กัมพูชา พม่า ห้ามเข้าประเทศ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.63 ครม.มีมติขยายเวลาแจ้งการรายงานตัวในเหตุต่างๆ เช่น อยู่ครบ 4 ปี แล้วขอขยายเวลา, ต่อใบอนุญาตทำงาน, แจ้งเปลี่ยนงาน, ต่อเวลาบัตรผ่านแดนโดยต้องมาแจ้งก่อน 31 ต.ค.63 ซึ่งปัจจุบันหมดเขตแล้ว แต่ทั้งนี้สถานการณ์โควิด-19 ยังมีต่อเนื่อง ทั้งไทยและเพื่อนบ้านก็ยังปิดประเทศอยู่ แต่รัฐบาลกลับไม่ขยายเวลาดังกล่าวเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาเกิด ! สถานการณ์พิศดาร &amp;ldquo;กลับประเทศไม่ได้ อยู่ก็ดำดิน&amp;quot; แรงงานต่างด้าวที่ออกจากงาน และหางานใหม่ไม่ได้ภายใน 30 วัน , หรือนายจ้างใหม่ไม่แจ้งเปลี่ยนชื่อนายจ้าง ก็จะกลายเป็น &amp;ldquo;แรงงานเถื่อน&amp;rdquo; ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แรงงานเถื่อนเหล่านี้จะกลับประเทศตัวเองก็ทำไม่ได้ เพราะเพื่อนบ้านเรายังปิดประเทศอยู่ ถ้าจะกลับก็ต้องลักลอบกลับตามแนวธรรมชาติ หรือไปอาศัยหางานตามจังหวัดแนวชายแดน นี่เป็นเหตุหนึ่ง ที่ทำให้ตั้งแต่ต้น พ.ย. ไทยเราเริ่มมีความเสี่ยงตามจังหวัดชายแดน หรือจังหวัดที่ใช้แรงงานต่างด้าวหนาแน่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมติดตามด้วยความเป็นห่วง ไม่อยากตำหนิรัฐบาลนะครับ ถือว่าฝากกัน ผมก็รอกระทรวงแรงงานปรับกติกาใหม่ ถึงวันนี้ผ่านมาเกือบๆ 2 เดือน ท่านเงียบอยู่ ทั้งที่การระบาดเกิดชัดเจนตามจังหวัดแนวชายแดน และจังหวัดที่ใช้แรงงานต่างด้าวหนาแน่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอให้รีบนำเรื่องเข้าสู่ &amp;quot;ที่ประชุม ครม.&amp;quot; สัปดาห์นี้เลย ไม่เช่นนั้นปัญหาจะบานปลาย เนื่องจากสิ้นปีแรงงานต่างด้าวกลุ่มนี้ก็จะหยุดพักผ่อน และกระจายไปเที่ยวให้สถานที่อื่นๆ ทำให้การติดตามยากขึ้น จึงต้องมาตรการจัดการแรงงานต่างด้าวให้ชัด ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงแพร่เชื้อ อย่าซ้ำรอยสิงคโปร์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87380</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มแรงงานต่างด้าว, ปรับมติครม., อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี, เลขาธิการพรรคกล้า, แรงงานเถื่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200805/image_big_5f2a6c5cc9f71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
