<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 18:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 18:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวที&#039;ไทยไม่ทน&#039;แนะแนวทางเปิดประมูลดาวเทียมไทยคมให้โปร่งใสเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24 ก.ย. 64 - ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จัดเสวนา เรื่อง ทวงคืนสมบัติแผ่นดิน รัฐควรบริหารดาวเทียมไทยคมต่อไปอย่างไร? อภิปรายโดย นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;#39;35 ผู้ก่อตั้งกลุ่มไทยไม่ทน , นายธีรชัย ภูวนาถนรานุบาล&amp;nbsp; อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และที่ปรึกษาเศรษฐกิจไทยไม่ทน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และนายเมธา มาสขาว&amp;nbsp; เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ดำเนินรายการโดย นายณัทภัช อัคฮาด&amp;nbsp; คณะทำงาน ไทยไม่ทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดย​นายอดุลย์ กล่าวว่า&amp;nbsp; เวทีวันนี้เพราะคิดว่าประชาชนทุกคน เป็นเจ้าของประเทศต้องมีส่วนร่วมในการทวงคืนสมบัติชาติ และสมบัติของแผ่นดิน ต้องเอาทรัพย์สินกลับคืนมาที่ถูกฮุบไปโดยนักการเมืองและนายทุนก่อน หัวใจที่สำคัญในเรื่องของดาวเทียมคือมีความไม่ชอบมาพากลและความไม่โปร่งใสแอบแฝงหรือไม่&amp;nbsp; การที่ท่านไม่ได้เตรียมความพร้อมที่จะรับมอบดาวเทียมให้คืนมา ทำไม 7 ปีภายใต้รัฐบาลประยุทธ์ถึงไม่ได้เตรียมความพร้อม&amp;nbsp; เกิดจากการที่ท่านจงใจไม่เตรียมความพร้อม ในการรับผิดชอบนำดาวเทียมกลับคืนมาหรือท่านประมาท&amp;nbsp; เหตุใดรัฐบาลประยุทธ์จึงไม่จัดการกับคนที่รับผิดชอบในเรื่องนี้&amp;nbsp; และก่อนที่รัฐบาลจะรับมอบดาวเทียม 4 และ 6 ยังติดภารกิจเก็บเงินรัฐบาลอยู่ เนื่องจากดาวเทียมไทยคมวงที่ 4 ภายในประเทศแต่เป็นดาวเทียมดวงใหญ่แบบสุทธิ&amp;nbsp; และมีรายได้มากมายมหาศาลแต่ไม่ได้คืนให้กับรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถทำหน้าทีเรียกร้องสิทธิ์กลับคืนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​นายอดุลย์ กล่าวว่า&amp;nbsp; ท่านปฏิเสธบอกว่าถ้าไม่มีอำนาจอนุมัติในอวกาศ เพราะฉะนั้นจึงเป็นสิ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะฉะนั้นการที่ทำอย่างต่อเนื่องและ มีการเปลี่ยนแปลง 2 ข้อคือการเพิ่มทุนซึ่งเป็นสิ่งผิดปกติ กับข้อเรียกร้องที่ควรจะต้อง นำกลับมาเป็นสมบัติชาตินี้ ต้องนำกลับมาให้ถูกต้อง การทำธุรกิจของบริษัท และการเอาผลประโยชน์สูงสุดต้องถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp; ไม่ใช่ว่านำสมบัติชาติไปใช้ประโยชน์แล้วไม่ทวงคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​&amp;ldquo;ผมกล่าวหาต่อพลเอกประยุทธ์ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล จะต้องควบคุมกระทรวงดีอีเอส&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่านทำหน้าที่ของท่านหรือยัง อยากให้รัฐบาลช่วยชี้แจงให้ชัดเจนต่อประชาชนที่เป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน ข้อมูลรายละเอียดตัวบันทึกนั้น ชัดเจนว่าทำให้ป้ายราคา 3 ป้ายที่อยู่กับดาวเทียมไทยคม 4 ถูกตัดทิ้งไป เพราะฉะนั้นเวลานี้ภาพชัดเจนว่า ถ้าทำอย่างนั้นแล้วใครจะได้ประโยชน์นายทุนผู้ใดจะได้ประโยชน์&amp;nbsp; และกลายเป็นว่าการดำเนินการในเรื่องนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้าที่เป็นความผิด ก็จะหายไปด้วย ทั้งนี้ทราบว่า รมช.ศึกษาธิการและรมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้ทักท้วงคัดค้านในเรื่องนี้ หากจะเดินหน้าพิจารณาและลงมติเห็นชอบ&amp;nbsp; ก็จะขอถอนตัวออกจากวาระการพิจารณา จึงต้องยอมถอยออกมา​&amp;quot;นายอดุลย์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​ด้านนายธีระชัย กล่าวว่า&amp;nbsp; สิ่งที่รัฐบาลควรจะทำและกำหนดนโยบายคือให้ NT เลิกคิดที่จะทำตัวเป็นคนประกอบธุรกิจเอง แต่ควรจำกัดบทบาทตัวเองในฐานะผู้ถือทรัพย์สินและสิทธิ์ของรัฐเป็นหลัก&amp;nbsp; ซึ่ง NT ควรจะต้องดำเนินการ 2 ประการคือ เปิดห้องแล้วนำข้อมูลไปใส่ในห้องนั้น ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลในเรื่องของดาวเทียม ในเชิงฮาร์ดแวร์มีอุปกรณ์อะไรบ้าง ในเชิงซอฟต์แวร์มีอุปกรณ์อะไรบ้าง แล้วข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงบัญชีลูกค้าบริการธุรกิจ ที่มีอยู่ใส่เข้าไปในดาต้ารูม&amp;nbsp; จากนั้นเชิญชวนให้เอกชนรายใดที่สนใจ&amp;nbsp; เข้ามาเปิดดูข้อมูลในดาต้าโรม โดยคิดค่าทำเนียมระดับหนึ่ง เพื่อที่จะให้แน่ใจว่าเป็นคนที่มีความสนใจอย่างแท้จริง และเอกชนที่จะเข้ามาเปิดดูนั้นก็ควรที่จะเป็น เอกชนที่เป็นบริษัทของไทยหรือเอกชนต่างชาติ หรือจะเป็นจอยเวนเจอร์คือบริษัทร่วมทุนก็ได้ หลังจากนั้นจึงจะเปิดให้มีการประมูลโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​ที่ปรึกษาไทยไม่ทน กล่าวว่า&amp;nbsp; ธุรกิจนี้ควรแบ่งเป็น 2 ส่วนคือส่วนที่มีอยู่แล้วก็ให้เอกชนประมูล ว่าใครจะบริหารจัดการต่อไป โดยเสนอค่าจัดการให้ออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ใครเสนอเปอร์เซ็นต์ต่ำสุด คนนั้นก็ได้ไป อีกส่วนหนึ่งจะเป็นธุรกิจ ซึ่งขณะนี้อาจจะไม่มีแต่จะสามารถพัฒนาขึ้นมาใหม่ ตรงนี้รัฐบาลก็กำหนดเป็นเงื่อนไขได้ว่า ออกมาเป็นลักษณะการได้ผลกำไร แล้วให้คะแนนเอกชนที่มาประมูล รายใดเสนอสัดส่วนให้แก่รัฐในสัดส่วนที่สูงที่สุด ลักษณะอย่างนี้จึงจะเป็นลักษณะของการบริหารจัดการที่ NTสามารถทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​&amp;ldquo;แบบนี้ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น ก็จะเป็นผลประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ส่วนกรณีไทยคมถ้าจะเข้ามาร่วมในการแข่งขันก็ทำได้&amp;nbsp; ที่ผมเสนอไปไทยคมก็ย่อมได้เปรียบคู่แข่งขันรายอื่น เพราะมีข้อมูลและมีความรู้ต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นการได้เปรียบของไทยคมถูกต้องตามกฎหมายเป็นธรรม ลักษณะอย่างนี้การเปิดประมูลเพื่อที่จะให้รัฐกับเพื่อนบริษัทที่จะขับเคลื่อนบริหารในธุรกิจที่มีอยู่แล้ว&amp;nbsp; โดยจ่ายค่าทำเนียมต่ำสุด ขณะเดียวกันก็ให้บริษัทนั้น แบ่งผลกำไรให้แก่รัฐในสัดส่วนที่สูง วิธีนี้ได้ทำหนังสือเป็นจดหมายเปิดผนึกส่งไปให้กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแล้ว ให้ไปพิจารณาเพราะถ้าไม่เปิดให้มีการแข่งขัน แต่ท่านผูกตัวเองเข้าไปกับบริษัทไทยคม ชนิดแกะไม่ออก โดยไม่มีการแข่งกันอย่างนี้เป็นการดำเนินการที่ผิดกฎหมาย&amp;rdquo; นายธีระชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​นายธีระชัย กล่าวถึงกรณีที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี ยื่นฟ้องอดีตนายกรัฐมนตรี นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับพวกรวม 52 คน ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือการละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต&amp;nbsp; ว่า นพ.วรงค์คงไม่เข้าใจประเด็นนี้ ว่าสิ่งที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้เข้าครอบครองใช้สิทธิ์ในตำแหน่ง 120 องศาตะวันออก ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีอำนาจเสนอเข้าที่ประชุม แต่คณะรัฐมนตรีไม่ได้อนุมัติ เพราะต้องทำอย่างรอบคอบโดยกำหนดว่า ให้กระทรวงไอซีที ไปดำเนินการตามขั้นตอนให้ถูกต้อง โดยยึดผลประโยชน์ของรัฐและที่สำคัญคือให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาก่อนดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​&amp;ldquo;ผมออกจากคณะรัฐมนตรีไปเมื่อ มกราคม 2555 จึงไม่ทราบว่า มีการอนุมัติในเรื่องนี้หรือไม่ และดำเนินการที่เป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติ โดยยึดหลักของประเทศชาติหรือไม่และมีการเดินการเรื่องนี้อย่างไรหรือไม่ แต่เป็นประเด็นที่พลเอกประยุทธ์ จะต้องเข้าไปตรวจสอบ เพราะเป็นผลประโยชน์ของประเทศ เนื่องจากบริษัทไทยคมอ้างว่าดาวเทียมไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ แต่เป็นดาวเทียมที่ใช้สิทธิ์โดยใช้ใบอนุญาตแล้วแต่มีความเห็นว่าไม่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​ด้านนายเมธา กล่าวว่า ปัญหาหลักปัญหาหนึ่งก็คือ เรื่องที่มีการพูดในสภาผู้แทนราษฎรด้วย คือการใช้ระบบคอร์รัปชัน ภายใต้การอบรมหลักสูตร ขององค์กรอิสระต่างๆที่เห็นกลุ่มนายทุนและนักการเมือง เข้าไปหาผลประโยชน์ร่วมกันโดยเฉพาะ&amp;nbsp; &amp;ldquo;หลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย (นธป.)&amp;rdquo; ของศาลรัฐธณรมนูญ&amp;nbsp; ความจริงแล้วนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เคยมีหนังสือขอความร่วมมือ ไม่ให้องค์กรอิสระต่างๆจัดโครงการอบรมหลักสูตรเหล่านี้ เพราะเป็นการใช้งบประมาณของประชาชนโดยไม่ชอบ แต่ปรากฏว่าในหลักสูตรเหล่านี้ มีทั้งอดีตนักการเมือง อดีตรัฐมนตรีรวมถึงนักธุรกิจการเมืองจำนวนมาก เข้าไปอบรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​เลขาครป.กล่าวว่า&amp;nbsp; เมื่ออบรมหลักสูตรเดียวกัน ต้องเกิดการเอื้ออาทรอาจจะเป็นข้อคอรหาที่เกิดขึ้น ในประเด็นเหล่านี้ เพราะอัยการสูงสุดและนักธุรกิจการเมืองคนสำคัญก็ยังเรียนหลักสูตรเดียวกัน ดังนั้นหลักสูตรเหล่านี้ควรยกเลิกได้แล้ว เพราะใช้งบประมาณของรัฐ ภาษีของประชาชนส่วนมาก แต่ไม่ได้อะไร&amp;nbsp; ส่วนหนึ่งในหลักสูตรนั้นมีการใช้เงินของผู้เรียนกับผู้เรียนหลักสูตรเดียวกัน เป็นค่าเดินทางค่าเที่ยวค่าใช้จ่ายต่างๆ ทำให้เกิดการทุจริตนโยบายที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117752</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงดีอีเอส, กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย, ดาวเทียมไทยคม, ธีระชัย ภูวนารถนรานุบาล, นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614db6ca624b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 14:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ถอย!ไทยไม่ทนฯเดินหน้าจัดม็อบไล่&#039;ประยุทธ์&#039;ต่อหลัง&#039;จตุพร&#039;นอนคุก ประเดิม10ก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
09 ก.ค.64 - กลุ่มไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ออกแถลงการณ์มีเนื้อหาว่า เนื่องด้วยศาลสถิตยุติธรรมมีคำสั่งให้จำคุกต่อนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. และหนึ่งในแกนนำคณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ในคดีหมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางข้อกังขาที่ว่า นายจตุพร ได้จำคุกมาครบแล้วใน 2 คดี ซึ่งเป็นคดีหมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ทั้ง 2 คดี โดยเป็นการนับพร้อม จำคุกพร้อมกันทั้งสองคดีซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อจำคุกจนครบและได้หมายบริสุทธิ์จนปล่อยตัวมากว่า 3 ปี แล้ว กลับมีเหตุให้ต้องกลับไปจำคุกอีกครั้งเนื่องจากนับวันขังไม่ครบและให้นับต่อใหม่ ซึ่งคดีเช่นนี้แทบจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในกระบวนการยุติธรรมไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ขอยืนยันว่า แม้นายจตุพร พรหมพันธุ์ หนึ่งในแกนนำจำเป็นต้องหยุดพักภารกิจชั่วคราว แต่การเคลื่อนไหวของ ไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จะยังเดินหน้าต่อไปเพื่อเคลื่อนไหวเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบต่อชาติบ้านเมือง ภายใต้การนำของนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และคณะเหมือนเดิมทุกประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อกล่าวหาที่รัฐบาลทรรัฐใช้กระบวนการยุติธรรมกลั่นแกล้งคุกคามแกนนำคณะสามัคคีฯ ไม่สามารถหยุดยั้งการเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชนได้ และข้อครหาที่มีผู้มีอำนาจแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเพื่อเตะตัดขาการต่อสู้ของพี่น้องประชาชน ไม่อาจประสบความสำเร็จ เพราะการต่อสู้เพื่อขับไล่รัฐบาลที่ชั่วช้า ทุจริตคอร์รัปชั่นอำนาจและเงินตรา ค้าความตายของพี่น้องประชาชน เป็นฉันทานุมัติของคนไทยทั้งประเทศแล้ว ไม่มีใครที่กลัวการถูกดำเนินคดีใดๆ ที่ไม่ชอบธรรม เพราะภารกิจการขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ และพวก เป็นภารกิจเพื่อชาติบ้านเมืองและส่วนรวมอย่างแท้จริง แม้แกนนำคนใดต้องถูกดำเนินคดี ก็จะมีแกนนำคนใหม่ออกมานำการต่อสู้ไม่มีสิ้นสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชะตาขาดแล้ว เนื่องจากบริหารบ้านเมืองล้มเหลว ไร้ซึ่งภาวะผู้นำ เห็นแก่ตัวเอง พวกพ้อง ผลประโยชน์ และนายทุน มิได้คำนึงถึงประโยชน์สุขของประชาชน ดังที่ผู้เป็นนายกรัฐมนตรีควรทำ และยังใช้ความเป็นความตายของประชาชนในการรักษาอำนาจไว้ ตามการต่อ พรก.ฉุกเฉินฯ ออกไปไม่สิ้นสุด แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการระบาดของโควิดได้ จนการระบาดกว้างขวาง พี่น้องประชาชนทุกข์ยากลำเค็ญไปทั่วทุกหัวระแหง วัคซีนที่นำเข้ามาก็ถูกกล่าวหาว่ามีการคอร์รัปชั่นอย่างชัดเจนด้วยการผูกขาดการนำเข้าวัคซีนอย่างเป็นระบบ หากพล.อ.ประยุทธ์ ยังอยู่ในอำนาจต่อไป ปัญหาประเทศไทยก็จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นตามลำดับ เสียหายทั้งชีวิต เศรษฐกิจ สังคมของประชาชนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จึงขอประกาศว่า จะก้าวข้ามความขัดแย้งในหมู่ประชาชนและสามัคคีประชาชนทุกฝ่าย เพื่อเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรี ลาออกโดยเร็วที่สุด ก่อนชาติบ้านเมืองจะพังทลาย และความเสียหายจะยากเกินเยียวยามากไปกว่านี้ โดยขอส่งสาสน์ฉบับนี้ ไปถึงนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี อย่าได้ใช้สถานการณ์ระบาดโควิด-19 เป็นเครื่องมือในการรักษาอำนาจและหลอกลวงประชาชนอีกเลย เพราะปัจจุบันนี้ บุคลากรทางการแพทย์เริ่มจะรับมือกับสถานการณ์ระบาดโควิด-19 ไม่ไหวแล้ว เพราะการขาดความรับผิดชอบของรัฐบาลที่ชั่วช้าสามานย์ อย่าให้ประเทศต้องถูกทำลายเพราะผู้มีอำนาจที่ฉ้อฉลไม่กี่คนอีกต่อไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม 2564 นี้ คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ขอประกาศเข้าร่วมกิจกรรม Car Mob กับเครือข่ายนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ สมบัติ (ทัวร์) เพื่อร่วมกันขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109149</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย, คาร์ม็อบ, จตุพร พรหมพันธุ์, นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์, ม็อบไล่ประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e7f7b848da7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2021 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2021 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยไม่ทน อัด ประยุทธ์ โง่บัดซบ เอื้อประโยชน์พวกพ้องทำ คอรัปชั่นพุ่งสูง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.2564 บ่ายวันเดียวกัน ที่สถานีพีซทีวี กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย จัดเวทีอภิปรายออนไลน์ โดยเนื้อหายังคงมุ่งเน้นโจมตีรัฐบาลประยุทธ์ จากการบริหารประเทศไร้ประสิทธิภาพ การแก้ไขปัญหาไวรัสโควิดล้มเหลว พร้อมกับเรียกร้องให้ออกจากตำแหน่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ โฆษก นปช. กล่าวว่า ประเทศนี้ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ทั้งที่โง่บัดซบ ใครก็เป็นนายกรัฐมนตรีได้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯที่ไม่เอาไหน โง่บัดซบ ตนไม่ได้ว่า แต่อาจารย์ส.ศิวลักษณ์ ได้เคยพูดไว้ บริหารประเทศย่ำแย่ แต่ตัวเองอยู่ได้ เขาเข้ามาเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ พล.อ.ประยุทธ์ บอกจะปราบโกง แค่ ประสิทธิ์ เจียวก๊ก ยังปราบไม่ได้ ทั้งที่เป็นคนของตัวเอง ถ้าไม่เข้าไปพัวพันกับกองทัพ รัฐบาล จะไปหลอกคนได้หรือไม่ นอกจากนี้คดีความ หากเป็นคนในรัฐบาล ไปถึงปปช.กลับหลุดหมด ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ทั้งนี้ถ้าเวทีนี้พูดโกหก ใครจะมาฟัง แต่เวทีนี้ พูดตามหลักความจริง ตรวจสอบได้ มีเหตุมีผล เชื่อว่าสุดท้ายแล้วมีประชาชนทุกฝ่าย ทุกสีมาร่วมกับเรา &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา15.45น.นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.)กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศจะให้ การป้องกันทุจริตคอรัปชั่นเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งพูดมาทุกปี แต่ในรัฐบาลนี้มีการคอรัปชั่นมากกว่ารัฐบาลพลเรือน หลายกรณีไม่มีการตรวจสอบ ใช้กลไกลอิสระ รองรับการใช้อำนาจโดยมิชอบมาโดยตลอด การให้สัมปทานเอกชนผูกขาด เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล้าพูดว่าประเทศไทยจะปลอดคอรัปชั่น กรณีนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก มีการแอบอ้างรัฐบาล ทำโครงการคุณธรรม แต่กลับคอรัปชั่น ปัญหาที่เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ รวบอำนาจมาไว้ที่ตัวเอง แทนที่ควรจะกระจายอำนาจ เหมือนกับหลายประเทศที่เจริญแล้ว หากพล.อ.ประยุทธ์ ลาออกไปแล้ว เราควรกระจายอำนาจ เขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยการมีส่วนร่วมของสสร. นอกจากนี้ยังควรให้มีการเลือกตั้งผู้ว่า ทุกจังหวัด ปฏิรูปตำรวจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเมธากล่าวว่า ขอเรียกร้องไปถึงพี่น้องประชาชนว่า ถึงเวลาแล้วที่จะขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์และพวก ให้ออกจากการรวบอำนาจ สังคมไทยอึดอัดมานาน ขอให้ผู้ได้รับผลกระทบต่างๆจากรัฐบาล ฟ้องร้องรัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐ เรียกร้องให้ครม.ลาออก จากตำแหน่ง ถ้าไม่ลาออก ต้องร่วมรับผิดชอบกับรัฐบาลประยุทธ์ ไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะถอยหลังเข้าคลองไปเรื่อยๆ ล่าสุดพยายามผูกขาดวัคซีน ทำให้ภาคเอกชนทนไม่ได้ สั่งวัคซีนมาฉีดให้ประชาชน แต่รัฐบาลยังพยายามผูกขาด โดยอ้างว่า วัคซีนต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลเพียงผู้เดียว ไม่ต้องตั้งคำถาม หากประยุทธ์ ไม่อยู่จะเอาใครมาเป็นแทน ซึ่งกลไกลต่างๆก็ยังอยู่ แล้วบ้านเมืองก็จะง่ายขึ้น ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ตั้งแต่วันที่22พ.ค. เราจะจัดเวทีปราศรัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อปิดท้ายอนาคตของพล.อ.ประยุทธ์ ภายในเดือนนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103100</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย, ธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์, เมธา มาสขาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210516/image_big_60a0ec0d4915c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2021 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไทยไม่ทน&#039;เตรียมจัดหนักชำแหละมาตรการโควิดของรัฐบาลล้มเหลว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เมษายน 2564 นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันโควิดระบาดระลอกที่สามรุนแรงมากและแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว การสอบสวนโรคก็ยังไม่ชัดเจนว่าโควิดสายพันธุ์อังกฤษนี้เข้ามาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อใดและเข้ามาทางกัมพูชาจริงหรือไม่ แต่เป็นรหัสพันธุกรรมเดียวกันกับที่พบระบาดในกัมพูชามาก่อน ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าการระบาดรอบนี้มาจากรัฐบาลอีกเช่นเคยโดยเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจปล่อยปละละเลยให้มีการข้ามพรมแดนตามช่องทางธรรมชาติอยู่ โดยเฉพาะบรรดาขาใหญ่ไฮโซและนักพนันทั้งหลายที่ข้ามไปข้ามมาเล่นพนันที่บ่อนปอยเปตมีความเป็นไปได้มากที่สุด ถ้าเป็นจริงก็เท่ากับว่า การระบาดระลอกสามก็มาจากความไร้ฝีมือของรัฐบาลเองที่ขาดความสามารถปล่อยให้เจ้าหน้าที่บกพร่อง การ์ดตก และหากินกับเศรษฐกิจนอกระบบจนประชาชนรับกรรมทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเรื่องนี้นั้นกลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จะหยิบยกขึ้นมาหารือและจัดเวทีอภิปรายออนไลน์ในสุดสัปดาห์หน้า เพื่อตั้งคำถามและชำแหละการทำงานที่ขาดตกบกพร่องและประพฤติมิชอบของรัฐบาลที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในด้านต่างๆ รวมถึงการจัดการวัคซีนที่ล่าช้าจนโรคระบาดแพร่ขยายไปทั่ว
ตนเคยพูดไปแล้วว่ารัฐบาลอย่าใช้ประชาชนเป็นเหยื่อของสถานการณ์ รัฐบาลประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉินฯ มาปีกว่าแล้วแก้ปัญหาได้หรือไม่ หรือต้องการรวบอำนาจทั้งหลายไว้ที่ตนเองแต่เพียงผู้เดียว และรวบอำนาจจากพรรคร่วมทั้งหลายรวมศูนย์ไว้ที่นายกฯ ถ้ารัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้ตนคิดว่าถึงเวลาที่พรรคร่วมต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยแล้ว ต้องกดดันให้เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีที่มีวิสัยทัศน์มากกว่านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ตนยังได้รับการร้องเรียนจากภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาลหลายราย หลายคนต้องตกงานซ้ำซ้อนแต่ไม่มีมาตรการเยียวยาที่ชัดเจนจากคำสั่งรัฐบาลที่ขาดประสิทธิภาพ แม้แต่มาตรการเฉพาะหน้าในการการพักชำระหนี้ต่างๆ หรือค่าเช่าที่พักอาศัยรายเดือนซึ่งคนจนได้รับผลกระทบหนักที่สุด แรงงานบริการในภาคกลางคืนในประเทศไทยมีจำนวนมากจะเยียวยาแก้ไขอย่างไรอย่างเป็นระบบ ผู้ประกอบการหลายคนบอกว่าพวกเขาก็เปิดร้านอาหารตามประกาศของรัฐบาลหลังล็อคดาวน์มานาน แต่กลับกลายเป็นเหยื่อที่รัฐบาลพยายามโยนความผิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฉพาะสถานบันเทิงในกรุงเทพฯ ที่มีผู้ติดเชื้อกว่า 33 ร้านตามประกาศ ในเขตวัฒนา กทม. มีมากกว่า 12 ร้าน แต่รัฐบาลพยายามกดดันให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหาแพะ หาคนผิด เพราะรัฐมนตรีติดโควิด หวยเลยไปออกที่ร้านคริสตัลกับเอมเมอรัลด์ 2 ร้าน ถึงกับจับผู้จัดการร้านไปฟ้องติดคุก 2 เดือนกลายเป็นเหยื่อของสถานการณ์ แต่ร้านอื่นๆ ที่มีคนติดก็ยังไปตรวจไม่ครบ เจ้าหน้าที่เลือกปฏิบัติหรือไม่หรือว่าร้านอื่นๆ มีแต่เจ้าใหญ่นายโตไม่กล้าแตะ หรือจริงๆ แล้วเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับระบบส่วยตำรวจ เพราะจะเปิดร้านเกินเวลาได้ก็ต้องแอบจ่ายส่วยตำรวจใช่หรือไม่ อย่าโทษแต่เอกชนฝ่ายเดียวแต่ต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายเพื่อแก้ไขสถานการณ์ นักการเมือง-เจ้าหน้าที่รัฐไปเที่ยวร้านจนพนักงานติดไปด้วยแล้วยังจะไปปิดร้านเขาอีก ถามว่าใครติดใครกันแน่เรื่องนี้ต้องไล่ไทม์ไลน์กันดูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ สำหรับรัฐมนตรี-นักการเมืองที่การ์ดตกต้องตรวจสอบจริยธรรมตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐที่บกพร่องควรมีมาตรการเอาผิดทางวินัย ส่วนขาใหญ่ไฮโซทั้งหลายต้องตรวจสอบว่าเคยลักลอบไปบ่อนปอยเปตโดยผิดกฎหมายหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99675</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย, รัฐบาลล้มเหลว, เมธา มาสขาว, เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.), โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_6072d9a40d25a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 14:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2021 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร่วมด้วยช่วยกัน&#039;ลุงอดุลย์&#039;อ้อนวอน&#039;เพนกวิน&#039;หยุดทำร้ายตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เมษายน 2564 นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35 แกนนำ กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย กล่าวถึงการเรียกร้องให้ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน &amp;nbsp;แกนนำกลุ่มราษฎรผู้ต้องขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตามความผิดมาตรา 112 มาตรา 116 &amp;nbsp;เลิกอดอาหาร หยุดการอดข้าวประท้วง &amp;nbsp;ว่า อยากให้เพนกวินหยุดทำร้ายตัวเองด้วยการอดข้าวอยากให้รักษาชีวิตไว้ก่อน เพื่อต่อสู้ตามอุดมการณ์ในอนาคตเพราะอายุยังน้อยการต่อสู้ยังอีกยาวไกลไม่สมควรที่จะมาเสียสละชีวิตในตอนนี้ โดยตกหลุมพรางการใช้ไอโอของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เคยบอกว่าจะไม่ใช่ม.112 แต่ปัจจุบันกลับมาใช้อย่างฟุ่มเฟือยซึ่งการแจ้งความในฐานความผิดตามม.112นั้นควรเป็นหน้าที่การพิจารณาของอัยการสูงสุด(อสส.)กับสำนักพระราชวัง &amp;nbsp;ไม่ใช่ใครจะเป็นผู้เสียหายไปแจ้งความว่าใครมีความผิดตามม.112ที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งได้สร้างความเดือดร้อนเสียหายกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เป็นภาระของกระบวนการยุติธรรม แต่พล.อ.ประยุทธ์กลับลอยตัวอยู่เหนือปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในอดีตถึงปัจจุบันมีคนที่ยอมเสียสละชีวิตเพื่ออุดมการณ์มีเยอะแล้วแม้กระทั่งลูกชายของลุงเองที่ยอมเสียสละชีวิตเพื่อรักษาประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการรสช. แต่จะต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าว่ามีน้ำหนักที่จะต้องเสียสละชีวิตมากน้อยแค่ไหน เพราะเพนกวินอาจจะต้องเป็นแกนนำของบ้านเมืองในอนาคต ในขณะที่ลุงเป็นไม้ใกล้ฝั่งอีกไม่นานก็จะเป็นอดีตไปแล้ว จึงได้แต่อ้อนวอนลูกหลานว่าอย่าเอาชีวิตมาแลกแบบนี้เลยให้เอาชีวิตของลุงไปจะดีกว่าที่จะเอาอนาคตของชาติไปก่อนวัยอันควร&amp;rdquo;นายอดุลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ กล่าวว่า ในเรื่องม.112ไม่เห็นด้วยที่จะยกเลิกควรเป็นหน้าที่ของอัยการสูงสุดกับสำนักพระราชวังว่าจะพิจารณาว่าจะฟ้องใครหรือไม่และควรเน้นการปรับทัศนคติกับผู้ถูกกล่าวหาเพราะเป็นเรื่องความเชื่อทางการเมือง ในอดีตมีแต่คนบ้ากันคนเมาที่โดนข้อหานี้ แต่ปัจจุบันมีคนถูกกล่าวหาจำนวนมาก เมื่อเป็นเรื่องความเชื่อในเรื่องอุดมการณ์หากมีการจำคุกแล้วมีการปรับทัศนคติจนเข้าใจดีแล้วว่ากษัตริย์ทุกพระองค์ทรงรักและห่วงใยราษฎรของพระองค์แค่ไหนก็ไม่ควรถูกจองจำอีกต่อไป ดังนั้นจึงไม่ควรกำหนดโทษขั้นต่ำ3ปีแบบปัจจุบัน บางคนที่ถูกกล่าวหาเมื่อปรับทัศนคติแล้วติดคุก1เดือนหรือ1ปีก็ควรปล่อยออกมาให้อยู่ร่วมกับสังคมได้ เพราะการเอาคนที่เห็นต่างไปคุมขังนานๆก็ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนความคิดเขาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;คนธรรมดายังมีกฎหมายปกป้องตนเองใครดูหมิ่นใส่ร้ายก็มีกฎหมายหมิ่นประมาทคุ้มครอง แล้วสถาบันพระมหากษัตริย์ จะไม่มีกฎหมายคุ้มครองได้อย่างไร ในฐานะประมุขสุดของประเทศใครจะล่วงละเมิดไม่ได้ แต่จะให้พระองค์ไปฟ้องราษฎรย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เพราะพระองค์ทรงรักราษฎรทุกคน ในหลวงร.9เคยมีพระราชดำริว่าสถาบันพระมหากษัตริย์สามารถวิจารณ์ได้ &amp;nbsp;แต่ไม่ใช่การดูหมิ่นเหยียดหยามแบบปัจจุบันนี้ จึงเป็นหน้าที่ของอัยการสูงสุดกับสำนักพระราชวัง ในการพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ ไม่ใช่ปล่อยให้ตำรวจรับแจ้งความแล้วฟ้องแบบมั่วซั่วเช่นในปัจจุบัน จนทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ต้องเดือดร้อน&amp;rdquo; นายอดุลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานญาติวีรชนฯ กล่าวด้วยว่า หลังเหตุการณ์พฤษภา&amp;rsquo;35ตนต่อสู้กับเผด็จการสช.ทุกรูปแบบทั้งในประเทศและต่างประเทศไปถึงองค์การสหประชาชาติ จนถึงปี2542ถึงชนะแบบเบ็ดเสร็จ &amp;nbsp;ซึ่งช่วงนั้นตนไม่ใช่นายอดุลย์แบบคนธรรมดาทั่วไปเพราะถูกมองว่าเป็นบุคคลอันตรายจะทำมาค้าขายกับใครก็ลำบาก &amp;nbsp;จนต้องเปลี่ยนชื่อถึงมาอยู่ในสังคมแบบปกติได้อีก จึงอยากนำประสบการณ์ของตัวเองมาบอกลูกหลานด้วยความห่วงใยในฐานะอนาคตของชาติ อยากให้รักษาชีวิตไว้จึงขออ้อนวอนพิจารณาด้วยความถ่องแท้ ส่วนจะตัดสินใจอย่างไรก็ไม่ขัดขวาง เคารพในการทำหน้าที่ของแต่ละคน ซึ่งตนก็ไม่คิดว่าจะต้องมาทำหน้าที่ไล่เผด็จการระบอบประยุทธ์ในยามใกล้ฝั่งแต่ก็จำเป็นเพื่ออนาคตของลูกหลานเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99663</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย, อดข้าวประท้วง, อดุลย์ เขียวบริบูรณ์, เพนกวิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606afe4bafea2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
