<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2020 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2020 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รื้อกลไกตรวจสอบ ประเมินผลจัดการศึกษา เพิ่มดีกรีบทบาทผู้ตรวจเข้มข้นขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10ส.ค.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงระบบกลไกการตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของ ศธ. เนื่องจากเป็นกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา ซึ่งที่ผ่านมา ตนมองว่าการดำเนินการเรื่องนี้ยังไม่เข้มข้นเท่าที่ควร จึงต้องมีการปรับปรุงให้ระบบดังกล่าวมีคุณภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการให้โอกาสผู้ที่ปฏิบัติหน้าในเรื่องนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหรืออุปสรรคใดที่ติดขัดก่อนหน้านี้ จนทำให้การขับเคลื่อนการศึกษาสะดุด ตนพร้อมจะสะสางให้มีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;เพราะจากที่ตนได้รับฟังปัญหาที่มีการรายงาน ตนมองว่าผู้ตรวจราชการ ศธ.ยังไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร ซึ่งบทบาทหน้าที่เป็นการลงพื้นที่รายงานข้อมูล แต่กลับไม่มีแนวทางการทำงานหรือแก้ปัญหาอย่างชัดเจน เช่น เมื่อลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการศึกษาโรงเรียนในเขตพื้นที่นวัตกรรม แต่โรงเรียนในพื้นที่เหล่านี้ ไม่มีงบประมาณเข้ามาสนับสนุน เป็นต้น ซึ่งก็เป็นไปได้ว่า การจัดงบประมาณจะรวมไว้ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แต่ในพื้นที่เหล่านี้จำเป็นจะต้องมีงบประมาณเตรียมไว้เพื่อการพัฒนาครูไม่เช่นนั้นจะเป็นการใช้งบประมาณแบบกระจาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมจึงมอบเป็นนโยบายไปว่าจากนี้ไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องบริหารจัดการงบประมาณใหม่โดยคำนึงถึงการขับเคลื่อนในพื้นที่เป็นสำคัญ ซึ่งจะต้องไปพิจารณาข้อกฎหมายทีเกี่ยวข้องและปรับงบประมาณให้เหมาะสมต่อไป โดยยึดหลักคิดเชื่อมโยงนโยบายและมาผูกกับงบประมาณ&amp;rdquo; รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74000</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., กลไกตรวจสอบศธ., ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ผู้ตรวจราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef46e5919d51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68716</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;วราวิช&quot;อึ้ง!3กลไกหน่วยงานตรวจสอบศธ. ข้อมูลไม่เชื่อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15มิ.ย.63-&amp;quot;วราวิช&amp;rdquo; เผย ผลหารือตัวแทนกลุ่มศึกษานิเทศก์ กลุ่มตรวจสอบภายใน และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ พบ การทำงานที่ขาดการเชื่อมต่อข้อมูล สั่งสรุปเนื้องาน บทบาทหน้าที่ ขอบเขตงานรับผิดชอบใหม่ หวังสร้างเส้นทางการทำงานที่ชัดเจนไม่ซ้ำซ้อน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ที่ปรึกษา รมว.ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ขณะนี้การปรับปรุงโครงสร้าง ศธ.ดำเนินการเรียบร้อยแล้วไม่ว่าจะเป็นในส่วนโครงสร้างของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่ขอจัดตั้งอาชีวศึกษาภูมิภาค 6 ภาค โครงสร้างของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่มีการจัดตั้ง อ.ก.ค.ศ.สพฐ. และ อ.ก.ค.ศ.จังหวัด ซึ่งในส่วนของโครงสร้าง สพฐ.นั้น ก็จะมีการไปปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ดังนั้นภาพรวมการปรับปรุงโครงสร้าง ศธ.ครั้งนี้ถือว่าทุกอย่างได้ดำเนินการใกล้เสร็จสมบูรณ์ โดยไม่มีปัญหาหรืออุปสรรค และตนเชื่อว่าการปรับโครงสร้างจะส่งผลให้การขับเคลื่อนงานการศึกษาลดความซ้ำซ้อนลงได้ เพื่อประโยชน์ของผู้เรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวิช กล่าวต่อว่า ส่วนการตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนงานของกลุ่มศึกษานิเทศก์ กลุ่มตรวจสอบภายใน และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) นั้น ตนได้มีการหารือร่วมกับตัวแทนของทั้ง 3 กลุ่มงานแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นการทำงานที่ขาดการเชื่อมต่อข้อมูล ดังนั้น ตนจึงให้กลับไปสรุปข้อมูลมาใหม่ว่าเนื้องานใดที่เป็นบทบาทหน้าที่ขอบเขตงานรับผิดชอบของกลุ่มงานศึกษานิเทศก์ กลุ่มตรวจสอบภายใน และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศบ้าง เช่น ที่ผ่านมาเหมือนงานทุกอย่างจะมาลงที่ศึกษานิเทศก์หมด ส่วนงานตรวจสอบภายในของ สพท.ก็ต้องทำข้อมูลส่ง ให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ สพฐ. เป็นต้น โดยต่อจากนี้ไปทั้ง 3 กลุ่มงานจะมีเส้นทางการทำงานที่ชัดเจนมากขึ้นไม่ซ้ำซ้อน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการศึกษา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68716</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลไกตรวจสอบศธ., ข้อมูลไม่เชื่อมโยง, วราวิช กำภู ณ อยุธยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dad2b410fbbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
