<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยภาพวงจรปิดคนร้ายมุดใต้ท้องรถ แขวนระเบิดหวังสังหารกำนัน ต. สามัคคี อำเภอรือเสาะ  นราธิวาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค. 2564 มีภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 101 ตำบลสะเตง อ.เมืองยะลา &amp;nbsp;ซึ่งเป็นบ้านของนายแมแย แซะเลาะ อายุ 59 ปี &amp;nbsp;ซึ่งเป็นกำนันตำบลสามัคคี อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ที่สามารถบันทึกภาพของคนร้าย นำวัตถุระเบิดมาติดใต้ท้องรถ โดยพบว่า เมื่อเวลา 00.26.41 ของวันที่ 28 สิงหาคม 2564 พบชายลักษณะผอมสูง สวมเสื้อแขนยาวใช้ผ้าคลุมศีรษะ อำพรางใบหน้า เดินเข้ามาจากด้านข้างของบ้าน ก่อนที่จะมุดเข้าใต้ท้องรถยนต์กระบะ ที่จอดอยู่ &amp;nbsp;จากนั้นในเวลา 00.33.47 &amp;nbsp;หรือประมาณ 7 นาที ชายคนดังกล่าวก็ออกจากใต้ท้องรถ แล้วเดินออกไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรถยนต์กระบะคันนี้ นายแมแย แซะเลาะ ได้ขับออกจากบ้านเพื่อเดินทางไปยังพื้นที่ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส &amp;nbsp;และได้เกิดระเบิดขึ้นขณะขับรถออกจากบ้านประมาณ 800 เมตร &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.42 น. ของวันที่ 28 สิงหาคม 2564 เป็นเหตุให้นายแมแย ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนรถยนต์กระบะ หลังระเบิดได้เกิดเพลิงลุกไหม้ จนเสียหายทั้งคัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าแนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่า ขณะที่นายแมแย &amp;nbsp;ผู้บาดเจ็บ ขับรถกระบะคันออกจากบ้านพัก ห่างกัน 800 เมตร &amp;nbsp; ได้ยินเสียงดังผิดปกติใต้ท้องรถ &amp;nbsp; จึงชะลอรถเพื่อจะจอดรถดู ปรากฎว่า ได้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้นายแมแย &amp;nbsp;ได้รับบาดเจ็บสาหัส &amp;nbsp;ส่วนระเบิดที่คนร้ายนำมาซุกใต้ท้องรถ เบื้องต้นเชื่อเป็นระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 1.50 กก. &amp;nbsp;โดยคนร้ายนำมาแขวนใต้ท้องรถบริเวณใกล้ถังน้ำมัน แล้วจุดชนวนด้วยระบบตั้งเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดแล้ว ทางพลตำรวจตรีทินกร รังมาตย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา &amp;nbsp;ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบตำรวจภูธรจังหวัดยะลา &amp;nbsp;ชุดสืบสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา และหน่วยปฎิบัติการพิเศษ เร่งติดตามเส้นทางคนร้ายหลบหนี พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ โดยเฉพาะโดยรอบบริเวณบ้านพักของผู้บาดเจ็บ &amp;nbsp;ในช่วงก่อนและหลังเวลาที่คนร้ายนำระเบิดไปซุกใต้ท้องรถ จากภาพวงจรปิดที่บันทึกได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุการถูกลอบทำร้ายในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตั้งประเด็น เรื่องการขัดแย้งผลประโยชน์ส่วนตัว เนื่องจากนายแมแย มีแผนจะลงสมัครตำแหน่งนายก อบต.สามัคคี ซึ่งพื้นที่ตำบลสามัคคี มีการต่อสู้ดุเดือด ที่ผ่านมามีสมาชิก อบต.สามัคคี โดนคนร้ายประกบยิงในมัสยิดเสียชีวิต &amp;nbsp;อาจจะเป็นประเด็นหนึ่งของการลอบวางระเบิดครั้งนี้ &amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ตามยังไม่ทิ้งประเด็นการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบพยาน หลักฐาน และความเชื่อมโยงของเหตุการณ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114899</URL_LINK>
                <HASHTAG>กล้องวงจรปิด, กำนันตำบลสามัคคี อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส, รถกำนัน, วางระเบิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210829/image_big_612b071ce0c25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 22:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งสอบอุ้มการ์ด3นิ้ว ตร.รับหากเป็นจริงอุกอาจ/ฝ่ายค้านซัดป่าเถื่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; ฉุนข่าว กอ.รมน.อุ้มการ์ดราษฎร&amp;nbsp; บอกทำไปทำไม &amp;ldquo;ตำรวจ&amp;rdquo; เต้นสั่งตรวจกล้องวงจรปิดกรณีเยล ชี้เป็นเรื่องอุกอาจหากเป็นจริง ส่วนกรณี &amp;ldquo;ทศเทพ&amp;rdquo;&amp;nbsp; เจ้าตัวรับสารภาพพ่นสีสเปรย์พระบรมฉายาลักษณ์จริง คดีละเอียดอ่อนตำรวจไม่มั่วนิ่ม ผกก.สำโรงเหนือแจงยิบจับ 2&amp;nbsp; การ์ดอาชีวะไม่ใช่เรื่องปลอกแขน แต่เพราะพกระเบิด 2&amp;nbsp; ลูก-มีด ส่งอีโอดีคุ้ยพันบึ้มสามย่านหรือไม่ &amp;ldquo;พท.-ก.ก.&amp;rdquo;&amp;nbsp; กอดคอถล่ม ชี้เป็นกองกำลังป่าเถื่อนหลัง &amp;ldquo;บิ๊กปั๊ด&amp;rdquo; ไฟเขียว เตรียมตั้งกระทู้สดถามนายกฯ ตามคาดที่ประชุมเคาะ &amp;ldquo;เทอดพงษ์&amp;rdquo; นั่งประธานสมานฉันท์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 18 ม.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp; รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ถึงข้อสังเกตว่ามีเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เกี่ยวข้องกับการอุ้มตัวนายมงคล&amp;nbsp; สันติเมธากุล หรือเยล กลุ่มการ์ดราษฎร ก่อนจะนำตัวไปปล่อยในภายหลังว่า กอ.รมน.ชี้แจงแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามต่อว่าเป็นห่วงที่เกิดเหตุการณ์โยนระเบิดปิงปอง ในระหว่างการชุมนุมที่บริเวณสามย่านมิตรทาวน์ เมื่อวันที่ 16 ม.ค.หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่าไม่อยากให้ใช้ความรุนแรง ซึ่งตำรวจทำตามขั้นตอนอย่างระมัดระวังอยู่แล้ว ส่วนที่มีข้อสังเกตว่าเจ้าหน้าที่รัฐอาจเกี่ยวข้องกับเหตุโยนระเบิด พล.อ.ประวิตรพูดสวนทันทีว่า &amp;ldquo;เจ้าหน้าที่ทำเมื่อไหร่ คุณก็พูดไปเรื่อย เจ้าหน้าที่จะไปทำทำไม คุณก็ไม่น่าถามเลย ถามทำไม ถามให้มีเรื่องหรือ คุณพูดไปเรื่อย คิดเองคนเดียว คนอื่นเขาไม่คิดหรอก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำเกรงสถานการณ์จะบานปลายหรือไม่&amp;nbsp; เพราะผู้ชุมนุมยังรวมตัวไม่กลัวการระบาดโควิด-19 พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะบานปลายหรือไม่ต้องไปถามผู้ชุมนุม&amp;nbsp; เราก็ดูแลอย่างที่ดูแลอยู่
ขณะที่ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร.กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการอุ้มนายมงคลว่า ผู้เสียหายได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ โดยเบื้องต้น&amp;nbsp; พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ สั่งระดมทีมสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิด หาพยานแวดล้อม จุดที่ผู้เสียหายถูกอุ้มไป ซึ่งหากเป็นเรื่องจริงถือว่าอุกอาจพอสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวอีกว่า บางคนอาจบอกว่าเป็นฝ่ายความมั่นคงของตำรวจ ขอชี้แจงว่าเวลานี้ตำรวจทำงานยึดถือกฎหมาย หากเขาไม่ได้ทำผิดกฎหมายอะไร ไม่ใช่งานของตำรวจที่ต้องไปอุ้มเขาอยู่แล้ว ซึ่งพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น หากไม่ใช่การทำตามกฎหมายของหน่วยราชการใด ถือว่าเป็นเรื่องที่อาจละเมิดกฎหมาย และต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กระจ่าง เพราะเป็นเรื่องละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศยังกล่าวถึงกรณีตำรวจ สภ.บางแก้ว จับกุมนายทศเทพ ดวงเนตร หรืออาร์ต หนึ่งในการ์ดราษฎร จากเหตุการณ์ทำกิจกรรมพ่นสีสเปรย์ใส่พระบรมฉายาลักษณ์ ว่าตำรวจได้เชิญตัวนายทศเทพมาสอบถาม&amp;nbsp; ก่อนที่เจ้าตัวจะรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง ตำรวจจึงขออนุญาตศาลจังหวัดสมุทรปราการออกหมายจับ และแจ้งข้อกล่าวหาทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย ซึ่งเมื่อผู้ต้องหารับสารภาพ มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกัน ซึ่งวันนี้จะนำตัวนายทศเทพไปฝากขัง ทั้งนี้ยืนยันว่านายทศเทพไม่ได้ถูกอุ้มหายไปไหน
ตร.ยันมีหมายจับ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ากรณีโลกโซเชียลแชร์ข้อมูลว่าตำรวจยึดโทรศัพท์มือถือของนายทศเทพไม่ให้โทร.หาทนาย รวมถึงไม่ให้พบญาติ พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า เป็นไปไม่ได้เพราะตำรวจเชิญตัวมาพูดคุยก่อน ว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้หรือไม่ เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้นแล้ว เขาก็รับสารภาพว่าทำ จึงไปขอศาลออกหมายจับ เรื่องนี้เป็นประเด็นอ่อนไหวทางสังคม เราไม่ทำสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่ปฏิบัติตาม ป.วิ.อาญา ตำรวจไม่กล้าทำ ส่วนการที่เขาจะร้องขอทนายหรือไม่เป็นสิทธิ์ของเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พร้อมคณะได้นำกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนกว่า 1 กองร้อยเข้าตรึงกำลังที่บริเวณหน้า สภ.สำโรงเหนือ หลังมีข่าวในโซเชียลว่ากลุ่มการ์ดอาชีวะประชาธิปไตยนัดรวมตัวกันปิดล้อมโรงพัก เพื่อกดดันให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยตัว 2 การ์ดอาชีวะ ซึ่งถูกตำรวจสำโรงเหนือจับกุมกรณีพบระเบิดทำเองและปลอกแขนซุกอยู่ใต้เบาะระหว่างขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพักเมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 ม.ค. แต่เวลาผ่านไปก็ยังไม่พบกลุ่มการ์ดอาชีวะเดินทางมาแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พ.ต.อ.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ&amp;nbsp; ยังได้ประสานเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดจากนครบาล (อีโอดี) เข้ามาตรวจสอบระเบิดทั้ง 2 ลูกที่ตรวจยึดเอาไว้ ว่าเป็นชนิดเดียวกับที่เกิดระเบิดขึ้นที่ปทุมวันหรือไม่ โดย พ.ต.อ.อาทิตย์กล่าวถึงการจับกุมนายสิทธิชัย ขำจริง อายุ 18 ปี&amp;nbsp; และนายสิทธิ์ไพศาล พูลสมบูรณ์ศรี อายุ 17 ปี สมาชิกการ์ดอาชีวะประชาธิปไตย พร้อมวัตถุระเบิดไทยประดิษฐ์ที่ประกอบขึ้นเองพันด้วยผ้าเทปสีดำ จำนวน 2 ลูก และอาวุธมีดดาบยาว 80 เซนติเมตร และมีดง้าวพร้อมด้ามยาว&amp;nbsp; 1 เมตรเมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 ม.ค.ว่า ทั้งคู่ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 สีแดง-เทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน&amp;nbsp; ผ่านมาที่บริเวณปากซอยด่านสำโรง 24&amp;nbsp; ด้วยท่าทางมีพิรุธ&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น พบของกลางทั้งหมดซุกซ่อนอยู่ในตัวและกระเป๋าเสื้อแขนยาวของนายสิทธิชัย และมีดดาบพกอยู่ที่เอว ส่วนนายสิทธิ์ไพศาลพกอาวุธมีดง้าว อยู่ที่เอว พร้อมปลอกแขนการ์ดอาชีวะประชาธิปไตย จึงคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาทำการสอบสวนที่โรงพัก โดยนายสิทธิชัยรับสารภาพเป็นคนทำระเบิดดังกล่าวขึ้นมาเอง และอ้างว่าที่พกติดตัวมาเพื่อเอาไว้ป้องกันตัวเอง เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งการจับกุมทั้งสองไม่ได้กลั่นแกล้งจับกุมเพราะมีปลอกแขน แต่เป็นการจับกุมคดีอาวุธมีดและวัตถุระเบิด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ศาลแขวงดุสิต พนักงานสอบสวน สน.พญาไท&amp;nbsp; นำตัวนายภานุพงศ์ หรือตา พงษ์ธนู อายุ 20 ปี และนายใบบุญ หรือโอม ไทยพานิช อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาแนวร่วมกลุ่มการ์ดปลดแอก มายื่นคำร้องขอผัดฟ้องฝากขังครั้งแรกต่อศาล มีกำหนดวัน 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 18-23 ม.ค.นี้ จากกรณีโพสต์เชิญชวนชุมนุม รวมทั้งการเขียนป้ายความยาว 112&amp;nbsp; เมตรที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยศาลให้ผัดฟ้องและฝากขัง แต่ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอประกันตัว ศาลอนุญาตให้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์เงินสดคนละ 20,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ต่างจากที่ศาลแขวงปทุมวัน พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ยื่นคำร้องผัดฟ้องและฝากขังนายสถาพร วราวงศ์วณิชย์, นายอภิสิทธิ์ ชนากรสุนีย์, นางกฤษณา สาระ และนางจารุณี สายแผลง 4 ผู้ต้องหาผู้ชุมนุมสนับสนุนกลุ่มการ์ดปลดแอกในความผิดต่างๆ ในการชุมนุมที่แยกสามย่าน ซึ่งศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผัดฟ้องและฝากขังมีกำหนด&amp;nbsp; 6 วัน ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอประกันตัว&amp;nbsp; ศาลอนุญาตให้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์เงินสดคนละ&amp;nbsp; 20,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp; (พท.) กล่าวถึงการชุมนุมทำกิจกรรมของประชาชนเมื่อวันที่ 16 ม.ค และมีบุคคลอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ลักพาตัวผู้ทำกิจกรรมว่า ทำเหมือนประชาชนเป็นเชลยสงคราม&amp;nbsp; ไม่ใช่พฤติกรรมที่รัฐควรทำกับประชาชน สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่ารัฐประหารไม่เสร็จ รัฐบาลละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนอย่างชัดแจ้ง และทำจนเป็นนิสัยอ้างเพียงมิติด้านความมั่นคง
ตั้งกระทู้สดถามนายกฯ
ส่วน น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า การจับกุมที่อนุสาวรีย์ชัยฯ และสามย่านมิตรทาวน์มาจากการที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไฟเขียวให้ตำรวจใช้กำลังจัดการผู้ชุมนุมได้หากจำเป็นโดยไม่ลังเล นำมาสู่การจับกุมประชาชนไปแล้วอย่างน้อย 6 ราย รวมทั้งยังเกิดการอุ้มเยลไปจากที่พักกว่า 14 ชั่วโมง รวมถึงการคุมขังนายทศเทพไว้ที่ สภ.บางแก้ว โดยไม่ได้แจ้งไปยังญาติ ซึ่งการที่&amp;nbsp; พล.ต.อ.สุวัฒน์ไฟเขียวเช่นนี้ นับเป็นเรื่องอันตรายอย่างมาก เป็นการเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเป็นผู้ถืออาวุธกำลังกลายเป็นกองกำลังที่ป่าเถื่อน สามารถใช้กำลังและอาวุธได้ตามใจชอบในการกำจัดและจัดการผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง และถ้าเปรียบเทียบการดำเนินการที่กระทำความรุนแรงต่อประชาชนต่อผู้ชุมนุม กับกรณีบอส กระทิงแดง&amp;nbsp; หรือกรณีบ่อนการพนัน กลับไม่เห็นความขมีขมันความตั้งใจจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคก้าวไกลเตรียมตั้งกระทู้ถามสดถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อนายกฯ ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรมีพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย&amp;rdquo; น.ส.เบญจากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันที่สำนักงานอัยการจังหวัดลำปาง นายพินิจ ทองคำ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง แกนนำกลุ่มพิราบขาวเพื่อมวลชน เป็นตัวแทนนายธนวัฒน์ วงค์ไชย หรือบอล แกนนำกิจกรรมวิ่งไล่ลุง, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มราษฎร และนายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน เข้ามารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานอัยการจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นการนัดรายงานตัวครั้งที่ 3 ในการจัดกิจกรรม &amp;ldquo;ลำปางรวมการเฉพาะกิจ รวมพลคนไม่ทนในลำปาง&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 26&amp;nbsp; ก.ค.63 โดยเจ้าหน้าที่ได้เลื่อนนัดเป็นครั้งที่ 4 โดยให้มาอีกครั้งในวันที่ 22 ก.พ.64 เพื่อรับฟังว่าอัยการจะพิจารณาสั่งฟ้องดำเนินคดีหรือไม่ &amp;nbsp;
ส่วนที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง&amp;nbsp; ศาลอ่านคำสั่งชั้นตรวจคำฟ้อง คดีหมายเลขดำ&amp;nbsp; อท188/2563 ที่นายวสันต์ เสตสิทธิ์ หรือโต้ง อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นและอดีตสมาชิกกลุ่มดาวดิน&amp;nbsp; เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.โชคอำนวย วงษ์บุญฤทธิ์ รองผู้กำกับการสอบสวน สน.ชนะสงคราม เป็นจำเลย ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ และข้อหากลั่นแกล้งให้เป็นคดี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 200 จากกรณีถูกระบุเป็นผู้ร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่สนามหลวง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลให้โจทก์แก้ฟ้อง และจัดทำคำฟ้องฉบับสมบูรณ์ยื่นต่อศาลแทนฉบับเดิมภายใน 30 วัน นับแต่วันที่&amp;nbsp; 18 ม.ค. และมีหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้มีหนังสือชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินการกรณีต่างๆ ตามที่ปรากฏในฟ้องโจทก์ พร้อมบทบัญญัติที่ยกขึ้นอ้างเพื่อดำเนินการในกรณีดังกล่าวต่อศาลภายในวันที่ 18 ก.พ.64&amp;nbsp; และเลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งและกำหนดวันนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 1 มี.ค.64 เวลา 10.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการสมานฉันท์เป็นนัดแรก ซึ่งนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาได้เข้ามานั่งเป็นประธานในเบื้องต้น และได้กล่าวถึงที่มาของคณะกรรมการ โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ได้หารือเรื่องนี้กับผู้นำฝ่ายค้านและบอกไปว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายค้านและรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของส่วนรวม ฝ่ายค้านยังสามารถไล่นายกฯ ได้เหมือนเดิม ซึ่งท่านก็บอกว่าขอกลับไปพิจารณาอีกครั้งก่อน ต่อมาก็ไม่ได้เข้าร่วม ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมยอมรับว่าไม่สามารถประสานกับใครได้โดยตรง ทั้งนี้เหลือผู้ทรงคุณวุฒิอีก 4 คน ก็จะให้คณะกรรมการชุดนี้เป็นผู้เลือก ซึ่งเรื่องนี้ถ้าไม่มีฝ่ายค้านก็ใช่ว่าจะทำงานไม่ได้&amp;nbsp; หรือหากไม่มีฝ่ายรัฐบาลก็ใช่ว่าจะทำงานไม่ได้เช่นกัน เพราะเรื่องนี้เป็นผลประโยชน์ของบ้านเมืองและประชาชน
&amp;#39;เทอดพงษ์&amp;#39; นั่งประธาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวอีกว่า ในฐานะรัฐสภาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เราจะไม่ทำเรื่องถูกให้เป็นเรื่องผิด หรือทำเรื่องผิดให้เป็นเรื่องถูก ขอให้กำลังใจทุกท่าน เราไม่สามารถบันดาลใครได้หรือสั่งใครได้ แต่ขอให้คิดว่าเป็นการนำความรู้มาพูดคุยเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายชวนได้ให้คณะกรรมการหารือเบื้องต้น โดยนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ส.ว. ในฐานะกรรมการ ได้สอบถามถึงการรายงานความคืบหน้าของคณะกรรมการว่าควรรายงานความคืบหน้าอย่างไร นายชวนตอบกลับว่าเบื้องต้นให้รายงาน 2 สัปดาห์ต่อครั้ง จากนั้นนายชวนได้เชิญให้กรรมการที่มีความอาวุโสสูงสุดเป็นประธานเพื่อดำเนินการตามระเบียบวาระต่างๆ ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงกรณีให้รายงานความคืบหน้าให้รับทราบใน 2 สัปดาห์ว่า ไม่ใช่การแทรกแซงเพียงแค่ให้รายงาน เพราะยังมีรายละเอียดของการทำงาน เช่นการตั้งกรรมการสมานฉันท์ ส่วนผู้ทรงคุณวุฒิ และฝ่ายผู้ชุมนุมที่ต้องลงนามแต่งตั้งเพิ่มเติม ส่วนกรณีไม่มีฝ่ายค้านเข้าร่วมและหลายคนมองว่าไม่สำเร็จ ขอให้เข้าใจว่าฝ่ายค้านไม่ขอเข้าร่วม ไม่ใช่ว่าเลือกปฏิบัติ&amp;nbsp; อย่างไรก็ดีในการทำงานของกรรมการ อาจแต่งตั้งอนุกรรมการหรือคณะทำงาน หรือศึกษาโดยขอความเห็นจากฝ่ายต่างๆ ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการประชุมคณะกรรมการสมานฉันท์นัดแรก&amp;nbsp; 11 คน ที่ประชุมได้ให้ นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ ทำหน้าที่ประธานชั่วคราวเพื่อเลือกตำแหน่งประธาน ซึ่งก่อนจะเริ่มคณะกรรมการมีความเห็นเป็น 2 ฝั่ง คือฝั่งแรกต้องการให้มีผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 4 คนเข้ามาก่อนแล้วถึงเลือกประธาน ขณะที่อีกฝั่งเห็นว่าควรเดินหน้าทำงานเลย กระทั่งที่สุดเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าควรเดินหน้าทำงานเลย ซึ่งท้ายที่สุดที่ประชุมมีมติเอกฉันท์เลือกนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ต้องรอมีผู้ทรงคุณวุฒิให้ครบ 4 คนก่อนถึงจะเลือก โดยคณะกรรมการจะประชุมทุกวันจันทร์เวลา 13.30 น.เป็นต้นไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90254</URL_LINK>
                <HASHTAG>กก.สมานฉันท์, กล้องวงจรปิด, กอ.รมน., พ่นสีสเปรย์พระบรมฉายาลักษณ์, สมานฉันท์, สอบอุ้มการ์ด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุ้มการ์ด3นิ้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_6005926b0130e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84670</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2020 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2020 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.เข้าติดตั้งกล้องวงจรปิดถนนอุทยานอักษะดูแลการชุมนุม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย.63-ตั้งแต่เวลา 15.00 น.บรรยากาศการชุมนุมที่ถนนอุทยาน(อักษะ) พุทธมณฑลในขณะนี้ของกลุ่มภาคีนักศึกษาศาลายา กลุ่มแดงก้าวหน้า เริ่มมีผู้ชุมนุมสวมใส่ทั้งเสื้อสีดำและเสื้อสีแดงทยอยเข้าพื้นที่ ขณะที่ภาครัฐ มีการนำเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าพื้นที่เช่นกัน จำนวน 3 คันรถบัสของกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน และมีเจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้านครหลวงเข้ามาติดตั้งกล้องวงจรปิดที่ถนนด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84670</URL_LINK>
                <HASHTAG>กล้องวงจรปิด, ม็อบถนนอุทยานอักษะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201122/image_big_5fba21dbce6eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลออกหมายจับเอ็มฆ่าเศรษฐินี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ออกหมายจับ &amp;quot;เอ็ม&amp;quot; คนขับรถโดยสาร ฆ่าเศรษฐินีสายบุญหมกตู้เย็น ตำรวจได้หลักฐานภาพวงจรปิดขับบีเอ็มของผู้ตายตระเวนกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม ก่อนพาสาวไประยองแล้วเช่ารถขับเข้ามาซุกตัวใน กทม. ล่าสุดพบรถบีเอ็มแล้ว ถูกจอดทิ้งไว้ริมถนนเชียงใหม่สมโภช 700 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานความคืบหน้าคดีฆาตกรรม น.ส.วรรณี จิรเจริญยิ่ง เศรษฐินี นำร่างยัดตู้เย็นภายในบ้านพักอาคารพาณิชย์ เลขที่ 90/3 บ้านหลวง หมู่ 3 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ล่าสุด พ.ต.อ.ดำเนิน กันอ๋อง ผกก.สภ.จอมทอง เปิดเผยว่า ขณะนี้ศาลจังหวัดฮอดได้อนุมัติหมายจับ เลขที่ จ.41/2562 จับนายวิฑูรย์ หรือเอ็ม ศรีตะบุตร อายุ 39 ปี ชาว จ.ลำปาง ในข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และรับของโจร หลังมีหลักฐานเชื่อมโยงชัดเจน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างไล่ล่าติดตามจับกุมอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ดำเนินกล่าวว่า ก่อนการขออนุมัติศาลออกหมายจับนายวิฑูรย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 5 ได้จัดชุดติดตามรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู สีขาว ทะเบียน 9 กจ 3769 กรุงเทพมหานคร ของผู้ตายที่คนร้ายชิงไป กระทั่งไปพบจอดทิ้งอยู่ใน ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง โดยภาพจากกล้องวงจรปิดของเทศบาลตำบลเพจับภาพขณะที่นายวิฑูรย์ขับรถมาจอดที่ท่าเรือแห่งหนึ่ง จากนั้นได้ไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มในละแวกท่าเรือแล้วทิ้งรถของกลาง นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์รับจ้างหลบหนีไป คาดว่ายังหลบซ่อนอยู่ในจังหวัดทางภาคตะวันออก อาจจะเตรียมหลบหนีไปชายแดนประเทศเพื่อนบ้านหลังทราบข่าวเจ้าหน้าที่กำลังไล่ล่า ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ประสานตามด่านต่างๆ เพื่อสกัดจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.5 มีประจักษ์พยานรวมถึงพยานแวดล้อมอื่นเชื่อมโยงว่านายวิฑูรย์ซึ่งเป็นคนขับรถสองแถวสีเหลือง สายจอมทอง-เชียงใหม่ เป็นผู้รับโทรศัพท์มือถือของ น.ส.วรรณี แล้วหลอกญาติที่ติดต่อเข้ามาว่า น.ส.วรรณีไปต่างประเทศ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ภาพกล้องวงจรปิดจากตู้เอทีเอ็มหลายแห่ง ที่สามารถยืนยันได้ว่านายวิฑูรย์เป็นบุคคลที่ใช้บัตรเอทีเอ็มของ น.ส.วรรณี ทยอยกดเงินสดรวมแล้ว 1.2 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 5 ได้ประสานมายัง พ.ต.อ.ไพฑูรย์ ปาปะคัง ผกก.สภ.เพ อ.เมือง จ.ระยอง ว่าคนร้ายได้หลบหนีมาซ่อนตัวในพื้นที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง&amp;nbsp;พ.ต.อ.ไพฑูรย์จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.สมบัติ ชื่นคุณากรณ์ รอง ผกก.สส.สภ.เพ ตรวจสอบหาข่าว และตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนพบนายวิฑูรย์ขับรถบีเอ็มดับเบิลยูของผู้ตายมาพร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่ง มาจอดที่ท่าเรือใน&amp;nbsp;ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง จากนั้นได้นั่งเรือข้ามไปเปิดรีสอร์ตหรูย่านอ่าวพร้าวบนเกาะเสม็ด โดยใช้จ่ายกินอยู่อย่างหรูหรา จนเมื่อวันที่ 28 ต.ค. นายวิฑูรย์ได้นั่งเรือกลับมาที่ท่าเรือ พร้อมเดินเข้าไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มที่อยู่หน้า สภ.เพ ก่อนจะจ้างรถวินจักรยานยนต์ไปเช่ารถเก๋งขับเข้ากรุงเทพฯ โดยตามกำหนดนายวิฑูรย์จะต้องขับรถไปส่งที่สาขารถเช่า ย่านดอนเมือง แต่นายวิฑูรย์ได้โทร.แจ้งเจ้าหน้าที่ของบริษัทรถเช่าให้มารับรถที่ริมถนนวิภาวดีรังสิต ก่อนหลบหนีไป ซึ่งทางชุดไล่ล่าเร่งตรวจหากล้องวงจรปิดเพื่อติดตามตัวนายวิฑูรย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวแจ้งว่า อดีตภรรยานายวิฑูรย์ได้โทรศัพท์ติดต่อเพื่อให้นายวิฑูรย์ยอมเข้ามอบตัว แต่นายวิฑูรย์ขอคิดดูก่อน จากนั้นก็ปิดมือถือไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายวิฑูรย์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ มีชื่อเล่นว่า เอ็ม หรือตั้ม เป็นคนจังหวัดลำปาง แต่มีภรรยาอาศัยใน อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ มีลูก 2 คน ตอนอยู่ลำปางใช้ชื่อเล่นว่าตั้ม พอมาอยู่เชียงใหม่ใช้ชื่อเล่นว่าเอ็ม ที่ไปรู้จักกับ น.ส.วรรณี เพราะเป็นคนขับรถสี่ล้อเหลืองรับ-ส่งกลุ่มแม่ชีและคนที่มาปฏิบัติธรรมที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง จึงได้รู้จักกับผู้ตาย และมีความสนิทสนมกันพอสมควร หลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูของผู้ตายรับลูกกับเมียไปเที่ยวที่จังหวัดเชียงราย ก่อนพามาส่งที่บ้าน และยังโอนเงินจำนวนหนึ่งให้ภรรยานำไปซื้อทองใส่อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านท่าโทก ริมถนนสายลำปาง-แจ้ห่ม ต.ทุ่งฝาย อ.เมือง จ.ลำปาง นางวัลภา ศรีตะบุตร อายุ 68 ปี แม่ของนายเอ็ม บอกว่าไม่เจอลูกชายคือนายเอ็มมาประมาณ 6 เดือนแล้ว หลังจากที่เอ็มกลับมาบ้านครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนเมษายน ซึ่งตนเองมีลูกเพียง 2 คน เอ็มเป็นน้องชาย ส่วนพี่ของเอ็มทำงานอยู่ต่างจังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางวัลภากล่าวว่า หลังจากเอ็มเรียนชั้นมัธยมปลายยังไม่จบ ก็บอกว่าจะไปอยู่ จ.เชียงใหม่ แต่ไม่เคยส่งเงินมาให้ที่บ้านเลย ไม่เคยดูแลพ่อแม่ แม่ว่าพ่อจะไม่สบาย ส่วนแม่ก็ป่วยมีอาการทางจิตเวชต้องกินยามาโดยตลอด และก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะมาพบ ได้มีตำรวจมาที่บ้านแล้ว 2 รอบ บอกว่ามาตามหาลูกชาย ซึ่งตนและสามีไม่รู้เลยว่าลูกไปทำอะไรไว้ ตำรวจจึงตามหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เย็นวันอังคาร เจ้าหน้าที่พบรถบีเอ็มดับบลิวของ น.ส.วรรณี ถูกคนร้ายนำไปจอดทิ้งไว้ริมถนนสายเชียงใหม่สมโภช 700 ปี (วงแหวนรอบ 2) ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ห่างจากถนนสายวงแหวนประมาณ 100 เมตร โดยป้ายทะเบียนถูกถอดออกไป จากนั้นได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานไปเก็บหลักฐานลายนิ้วมือแฝงภายในรถ เพื่อหาเบาะแสเชื่อมโยงถึงผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานล่าสุดว่า ตำรวจชุดสืบสวน ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รอง ผบก.สส.ภ.5 ได้ติดตามจับกุมนายวิฑูรย์ หรือเอ็ม ได้แล้ว พร้อมกับคุมตัวขึ้นเครื่องบินตำรวจมาลงที่สนามบินเชียงใหม่เพื่อนำตัวมาสอบปากคำ โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ร่วมกับพวกอีก 2 คน โดยมีสาวทอมเพื่อนสนิทของ น.ส.วรรณี คอยบงการ พร้อมซัดทอดด้วยว่าคนที่ฆ่า น.ส.วรรณี คือนายต้น ส่วนตนช่วยอำพรางศพเท่านั้น ก่อนตระเวนกดเงินตามตู้เอทีเอ็ม และแยกย้ายกันหลบหนี.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49134</URL_LINK>
                <HASHTAG>excite, กล้องวงจรปิด, ขับบีเอ็มของผู้ตายตระเวนกดเงิน, คนขับรถโดยสาร, ฆ่าเศรษฐินี, ภาพวงจรปิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db8438f51812.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2019 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2019 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.เร่งสอบกล้องวงจรปิด ไขปริศนาพริตตี้ดังดับคาคอนโด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย. 62 &amp;ndash; พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตปริศนาของนางสาวธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ อายุ 25 ปี&amp;nbsp; พริตตี้สาวชื่อดัง ที่ล็อบบี้ คาซ่า คอนโด ว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่หาเบาะแสหรือข้อมูลของผู้ที่ก่อเหตุและตรวจสอบไล่กล้องวงจรปิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสอบเบื้องต้นทราบว่า นายณัฐนัย หอมเทียน แฟนของผู้ตาย เป็นผู้พบศพผู้ตายนอนอยู่ลักษณะนอนหงาย สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำ บนโซฟาหน้าล็อบบี้ ของคอนโดที่เกิดเหตุ จึงได้มาแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำหรับประเด็นที่มารดาผู้ตายติดใจถึงสาเหตุการตายว่าบุตรสาวอาจจะถูกทำร้ายร่างกาย หรือ มีการกระทำจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต&amp;nbsp; ขณะนี้พนักงานสอบสวน&amp;nbsp; ฝ่ายสืบสวน พร้อมส่วนที่เกี่ยวข้องได้เร่งสืบสวนสอบสวนในคดีดังกล่าว ว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องหรือมีส่วนในการกระทำความผิดหรือไม่&amp;nbsp; พร้อมทั้งดำเนินการชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งไป ยืนยันดำเนินการสอบสวนไปตามพยานหลักฐานทุกประการ อีกทั้งรอผลการชันสูตรพลิกศพจากแพทย์ มาประกอบคดี&amp;nbsp; จากนั้นจะสรุปความเห็นทางคดีเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ด้วยความโปร่งใสและเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับพนักงานสอบสวนมาให้สอบสวน ด้วยความรอบครอบ รวดเร็ว สิ้นกระแสความในทุกประเด็น ที่มีข้อสงสัย คำถาม หรือเงื่อนงำต่างๆ ในคดี โดยอาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานหลักฐานที่ชี้ให้เห็นถึงการกระทำความผิดของผู้ต้องหาหรือความเชื่อมโยงต่างๆ เป็นสำคัญ ดำเนินการด้วยความโปร่งใสและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ที่สำคัญต้องสามารถตอบคำถาม ข้อสงสัยของสังคมได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจในการอำนวยความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46033</URL_LINK>
                <HASHTAG>กล้องวงจรปิด, ตายปริศนาคาคอนโด, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พริตตี้สาว, รองโฆษกตำรวจ, สตช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190918/image_big_5d81acf9d6254.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34640</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไล่เช็กวงจรปิดหาเบาะแสโจรชิงนาฬิกาหรู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ตำรวจแกะภาพจากกล้องวงจรปิดโจรบุกชิงนาฬิกาหรูริชาร์ด มิลล์ มูลค่า 5.3 ล้านจากนักธุรกิจหาดใหญ่ พบเตรียมการมาอย่างดี ใช้ซิมเติมเงิน เสร็จภารกิจแล้วทิ้ง ผบก.น.2 เผยคดีมีความคืบหน้าพอสมควร เร่งรวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ ถึงความคืบหน้ากรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์นาฬิกายี่ห้อ ริชาร์ด มิลล์ (Richard Mille) จากนักธุรกิจชาวสงขลา มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท เหตุเกิดภายในโรงแรมย่านสุทธิสาร แล้วหลบหนีไป ว่าได้รับรายงานเพิ่มเติมจาก สน.สุทธิสาร ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร, กก.สส.บก.น.2, บก.สส.บช.น. ได้ระดมกำลังลงพื้นที่ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสืบสวนหาข่าว &amp;nbsp;แสวงหาข้อเท็จจริง พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งพนักงานสอบสวนได้เร่งทำการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง และรอผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ต่างๆ มาประกอบคดี เมื่อพิสูจน์ทราบถึงตัวคนร้ายที่ก่อเหตุได้แล้ว ก็จะเร่งรัดยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกหมายจับ รวมทั้งเจ้าหน้าฝ่ายสืบสวนออกติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.กล่าวว่า คงต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรวบรวมพยานหลักฐาน เบื้องต้นคนร้ายจะมีความผิดฐานชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน หรือโดยใช้ยานพานพานะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนสอบสวน คลี่คลายคดีและติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากคนร้ายมีพฤติการณ์ที่ก่อเหตุอุกฉกรรจ์ ใช้อาวุธปืน และขอเตือนไปยังประชาชนที่ทำธุรกรรมติดต่อซื้อขายสินค้าที่มีมูลค่าสูง ควรเพิ่มความระมัดระวังและสร้างกรอบความปลอดภัยในพื้นที่การทำธุรกรรมซื้อขายสินค้าให้มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดและการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องแล้วพอสมควร แต่รายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ และขณะนี้กำลังเร่งรวบรวมหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับคนร้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ชุดสืบสวนได้ไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี แต่พบอุปสรรคว่าภาพไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ เนื่องจากแสงสว่างไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคนร้ายเตรียมการมาอย่างดี ขณะเดียวกัน พบว่าเบอร์ที่คนร้ายใช้ติดต่อกับผู้เสียหาย หลังเกิดเหตุไม่สามารถติดต่อได้ นอกจากนี้ แนวทางการสืบสวนพบว่า ก่อนหน้าเกิดเหตุไม่กี่วัน คนร้ายซื้อซิมแบบเติมเงิน เมื่อก่อเหตุเสร็จคาดว่าอาจจะทิ้งซิมดังกล่าวไปแล้ว ทำให้ขาดความเชื่อมโยงถึงผู้กระทำผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ก่อนที่ผู้เสียหายจะถูกชิงนาฬิกาไปนั้น มีการโพสต์ข้อความขายนาฬิกาเรือนดังกล่าวทั้งทางกลุ่มเฟซบุ๊กและกลุ่มทางแอปพลิเคชันไลน์ รวมกว่า 10 กลุ่ม ก่อนจะมาเจอคนร้ายที่แฝงมาในคราบของลูกค้า และมีผู้ติดต่อสนใจขอดูนาฬิกาเรือนดังกล่าว 2 ราย แต่พบพิรุธและไม่น่าไว้วางใจ ทางผู้เสียหายจึงบอกปฏิเสธไป กระทั่งมานัดดูของกับคนร้ายรายนี้ ซึ่งเชื่อว่านาฬิกายังอยู่กับคนร้าย ไม่มีการจำหน่ายแต่อย่างใด เพราะกำลังเป็นข่าวที่ครึกโครม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 26 เม.ย. คนร้ายใช้ปืนเป็นอาวุธ ชิงนาฬิกา ริชาร์ด มิลล์ รุ่น 011-03TI ตัวเรือนสีบรอนซ์ สายสีเหลือง มูลค่า 5.3 ล้านบาท จากนายทวีพัฒน์ สิทธิกุล อายุ 35 ปี ทำธุรกิจขายเหล็กใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เหตุเกิดที่หน้าโรงแรมควอเตอร์ ลาดพร้าวซอย 4 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทวีพัฒน์เปิดเผยว่า นอกจากจะค้าเหล็กแล้ว ยังมีอาชีพเสริมคือซื้อขายแลกเปลี่ยนนาฬิกาหรู ได้ประกาศขายนาฬิการิชาร์ด มิลล์ ทางสื่อออนไลน์ และนัดกับลูกค้ารายหนึ่งให้มาดูนาฬิกาที่โรงแรมควอเตอร์ เวลา 21.00 น. วันที่ 25 เม.ย. โดยตนบินมาจากหาดใหญ่ แต่เมื่อถึงเวลานัด ลูกค้ากลับโทร.ขอเลื่อนเป็น 01.30 น. จากนั้นคนร้ายก็มาพบเจรจากันในล็อบบี้โรงแรม ก่อนที่คนร้ายจะหยิบปืนให้เห็นแล้วคว้านาฬิกาวิ่งหนีออกจากโรงแรม ตนจึงวิ่งไล่ตาม คนร้ายหันมายิงปืนใส่ แต่ไม่ถูก ก่อนที่จะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34640</URL_LINK>
                <HASHTAG>Richard Mille, กล้องวงจรปิด, นักธุรกิจหาดใหญ่, นาฬิกาหรู, หนังสือพิมพ์, โรงแรมย่านสุทธิสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190428/image_big_5cc5a7216b12b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2019 07:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2019 07:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมเข้มกรุงเทพฯ!&#039;บิ๊กป้อม&#039;สั่งกทม.-มหาดไทย-ตำรวจเร่งเชื่อมโยงระบบกล้องวงจรปิด ให้จบใน11 มี.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค.62- พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองรมว.และรมว.กห. ได้สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับ การเชื่อมโยงระบบกล้องวงจรปิด ( CCTV ) อันประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม &amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp; เตรียมข้อมูลจัดประชุมบูรณาการระบบกล้องวงจรปิด ภายใน 11 มี.ค. 62 &amp;nbsp;หลังรับทราบการดำเนินงานตามแผนงาน. ล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น ท้ังการซ่อมแซม การเชื่อมโยงระบบและการบริหารจัดการข้อมูล &amp;nbsp;ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ให้ได้โดยเร็ว เพื่อประโยชน์ในงานการป้องปรามและเฝ้าระวัง การสืบสวนและสอบสวน &amp;nbsp;การจราจร &amp;nbsp;รวมทั้งการสร้างความโปร่งใสในระบบงานและความปลอดภัยของสังคมในภาพรวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกำชับให้ทุกกระทรวงและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่ต้องเร่งรัดขับเคลื่อนดำเนินการให้เป็นรูปธรรม &amp;nbsp;ทั้งนี้ ให้ทุกคณะทำงาน รายงานความคืบหน้าและปัญหาการดำเนินงานที่ผ่านมา พร้อมทั้งประสานขับเคลื่อนให้ทุกส่วนราชการระดับพื้นที่ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เร่งรัดดำเนินการตามแผนที่กำหนดในระยะเร่งด่วน โดยเฉพาะกับหน่วยงานที่มีความพร้อม เช่น กรมศุลกากร กรมท่าอากาศยาน กรุงเทพมหานคร กองบัญชาการตรวจคนเข้าเมือง กรมทางหลวง กองบัญชาการตำรวจนครบาลและบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;ซึ่งหากทุกส่วนราชการและภาคเอกชนร่วมขับเคลื่อน จะเป็นประโยชน์กับสังคมร่วมกัน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30509</URL_LINK>
                <HASHTAG>กล้องวงจรปิด, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, โฆษกกระทรวงกลาโหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181102/image_big_5bdbd32d3a79c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
