<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2020 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2020 10:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส. เตรียมจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์กล้าไม้เพื่อเป็นสิริมงคล มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้พี่น้องประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เตรียมจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พฤกษามหามงคล เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ นำพันธุ์ไม้มงคลที่ผ่านพิธีไปปลูกตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในพื้นที่บ้านเรือนของตนเอง ที่ทำงานหรือในชุมชน เพื่อเป็นสิริมงคลเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ของไทย รวมทั้งเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ ได้รับเกียรติจาก พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในวันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม 2563 ณ กรมป่าไม้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินการส่งเสริมและสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการช่วยกันดูแล ป้องกันและรักษาป่าอย่างต่อเนื่อง วางแนวทาง มาตรการเพื่อให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อีกทั้งในเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงได้ดำเนินการจัดเตรียมพันธุ์ไม้มงคลเพื่อให้ประชาชนและทุกภาคส่วนนำไปปลูกตามบ้านเรือน ชุมชน หรือสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งเป็น 1 ในของขวัญปีใหม่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เตรียมไว้ให้กับพี่น้องประชาชนอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับพี่น้องประชาชนที่จะรับกล้าไม้ไปปลูกในช่วงเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ของไทย และเป็นส่วนหนึ่งของพลังที่จะช่วยกันเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงได้จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พฤกษามหามงคลขึ้น ในวันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม 2563 ณ กรมป่าไม้ โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดเตรียมพันธุ์ไม้มงคลทั้งหมด 10 ชนิด ประกอบด้วย พยุง ขนุน มะขาม ตะเคียนทอง กันเกรา สัก ประดู่ป่า มะค่าโมง ราชพฤกษ์ และทรงบาดาล จำนวนทั้งสิ้น 10 ล้านกล้า ประชาชนที่ต้องการพันธุ์ไม้มงคลเพื่อจะนำไปปลูกสามารถติดต่อรับได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป โดยในกรุงเทพมหานครสามารถติดต่อรับได้กล้าไม้ได้ที่กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ส่วนต่างจังหวัดสามารถติดต่อรับได้ที่ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ กรมป่าไม้ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเข้าร่วมประกอบพิธีได้ในวันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ณ กรมป่าไม้ ส่วนประชาชนในต่างจังหวัดสามารถเข้าร่วมประกอบพิธีพร้อมกันได้ ณ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ทั้ง 23 แห่งทั่วประเทศ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานฝ่ายฆราวาส สำหรับประชาชนที่สนใจจะรับกล้าไม้มงคล สามารถจองล่วงหน้าได้ที่ www.happytree.forest.go.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1362 โทรฟรีทั่วไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87311</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), กล้าไม้มีค่า, พิธีเจริญพระพุทธมนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201219/image_big_5fdd7614efc0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66536</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองนายกฯลงพื้นที่เชียงใหม่ ร่วมปลูก &#039;ต้นตะเคียนทอง&#039; เร่งฟื้นฟูธรรมชาติป้องกันไฟป่าหมอกควัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.63 - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการรวมใจไทยปลูกต้นไม้ เพื่อฟื้นฟูป่าและเพิ่มพื้นที่สีเขียว พร้อมทั้งมอบกล้าไม้มีค่า ให้แก่หัวหน้าส่วนราชการแขกผู้มีเกียรติ อีกทั้งนำร่องปลูกต้นไม้ยืนต้นที่มีค่าทางเศรษฐกิจ ไม้ให้ดอกและไม้กินได้ เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าที่เสียหายจากสถานการณ์ไฟป่า ให้กลับมีความอุดมสมบูรณ์อันจะเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับป่า ณ บริเวณป่าดอยสุเทพ บ้านศาลา (ห้วยตึงเฒ่า) ม.3 ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ รวมเนื้อที่รวม 210 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโอกาสนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงฯ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ในพื้นที่ดังกล่าว ร่วมปลูกต้นไม้ พร้อมกันทั้ง 25 อำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ในคราวเดียวกันอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รองนายกฯ ได้ปลูกต้นตะเคียนทอง พร้อมขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงทะเบียนปลูกต้นไม้ในโครงการและกิจกรรมปลูกต้นไม้และปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยการร่วมลงทะเบียนปลูกต้นไม้แห่งความจงรักภักดีภายใต้ชื่อ &amp;quot;รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน&amp;quot; สืบสานสู่ 100 ล้านต้น ผ่านเว็บไซต์กรมป่าไม้ www.forest.go.th อีกช่องทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พล.อ.ประวิตร เดินทางไปยังหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับฟังสรุปการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสรุปผลและถอดบทเรียน (After Action Review : AAR)&amp;nbsp; การป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรองนายกฯกล่าวขอบคุณและเป็นกำลังใจ พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันให้ก้าวไปสู่เป้าหมายการดำเนินการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน จะต้องมีความต่อเนื่อง และกำหนดมาตรการ ทั้งระยะสั้น และระยะยาว เพื่อแก้ไขปัญหาให้หมดไปโดยเร็วและยั่งยืน โดย ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดการประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนืออย่างยั่งยืน ให้เป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.จัดชุดพิทักษ์ป่าประจำหมู่บ้าน ในหมู่บ้านเสี่ยงไฟป่าของ 9&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือ เพื่อให้ประชาชน&amp;nbsp;ได้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่า และสนับสนุนการดับไฟป่า โดย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และ หน่วยทหารในพื้นที่ พร้อมทั้ง จัดอบรมให้ความรู้กับชุดพิทักษ์ป่าและจิตอาสาพระราชทาน อย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับการดูแลป่า และการดับไฟป่า เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ให้มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงอุปกรณ์เครื่องมือที่เพียงพอ สำหรับการปฏิบัติการดับไฟป่า&amp;nbsp; การอนุรักษ์ป่า การบริหารจัดการเชื้อเพลิง และการติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน โดย ทุกหน่วยงาน ต้องให้ความสำคัญ เพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา โดยให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้รับผิดชอบหลัก และให้ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การสนับสนุน ในการกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา ไฟป่าและหมอกควันระดับจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.จังหวัดและหน่วยงานส่วนกลาง ต้องทำให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจ ถึงความพยายามและแนวทางการดำเนินงานของภาครัฐในการแก้ไขปัญหา และพร้อมให้ความร่วมมือ เป็นเครือข่ายในการอนุรักษ์ป่า โดยเฉพาะ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยทหาร ต้องทำงานร่วมกัน ในการสื่อสารสร้างการรับรู้ ให้เข้าถึงระดับหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.เปลี่ยนผู้มีพฤติกรรมการเผาป่า และบุกรุกทำลายป่า ให้เป็น เครือข่ายดูแลรักษาป่า ให้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยทหาร สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ให้ความรู้ ส่งเสริมอาชีพและการเกษตร ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสและส่งเสริมบทบาท ในการเป็นจิตอาสาและเครือข่ายในการดูแลป่า เฝ้าระวังและดับไฟป่า ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ร่วมมือกับอาเซียน แก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างยั่งยืน โดยให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงการต่างประเทศ หารือกับประเทศอาเซียน ให้เกิดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน และผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม และให้กองทัพภาคที่ ๓ และจังหวัดชายแดน สร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66536</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กล้าไม้มีค่า, จังหวัดเชียงใหม่, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วราวุธ ศิลปอาชา, เร่งฟื้นฟูป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec611d821f3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
