<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2019 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2019 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไทแคค&#039;กวาดล้างขบวนการละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เนต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย.62-พล.ต.ท.สัญชัย สุนทรบุระ ผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ผบช.สทส.) หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิศทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เนต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ไทแคค พล.ต.ท.พรชัย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1) ในฐานะรองหัวหน้าศูนย์ไทแคค ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดีล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กและเยาวชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีแรกเจ้าหน้าที่จับกุมตัว นายภูรินทร์ (ขอสวงนนามสกุล) อายุ 36ปี &amp;nbsp;ซึ่งเป็นครูโรงเรียนสอนคอมพิวเตอร์โรงเรียนแห่งหนึ่งที่มีรสนิยมชายรักชาย เผยแพร่คลิปโป้กลุ่มลับ หลังเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ต่างชาติเผยแพร่ไปยังกลุ่มลับต่างๆ เมื่อสืบสวนพบว่า นายภูรินทร์ มีพฤติกรรมล่วงละเมิดเด็กชาย แล้วนำคลิปโป้เผยแพร่ จึงขออนุมัติศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 413/2562 ลงวันที่ 13 มิ.ย. เข้าทำการตรวจค้นห้องพักเลขที่ 38/275 ถ.ติวานนท์ ต.ท่าทราบ อ.เมือง จ.นนทบุรี พบเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หลายรายการ เมื่อตรวจสอบพบข้อมูลสื่อลามกเด็กชายจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา &amp;ldquo;ครอบครองสื่อลามกอนาจารเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในทางเพศ,ส่งต่อสื่อลามกอนาจารเด็กแก่ผู้อื่นเพื่อจะช่วยทำให้แพร่หลาย โดยประการใดๆ ซึ่งสื่อลามกอนาจาร,นำเข้าเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะลามกอนาจาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีที่สองจับกุมเจ้าของเฟสบุ๊ค &amp;ldquo;ชายต๊องหญิงเพี้ยน&amp;rdquo; หลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากเด็กผู้เสียหายอายุ 13 ปี ถูกเจ้าของเฟสบุ๊คดังกล่าว ล่อลวงข่มขู่จะเผยแพร่สื่อลามกอนาจารของเด็ก ซึ่งเป็นภาพช่วยเหลือตัวเองผ่านระบบวีดีโอคอล และข่มขู่เรียกร้องทรัพย์สิน โดยให้ผู้เสียหายซื้อบัตรเติมเงินส่งให้คนร้ายผ่านไลน์ &amp;ldquo;ASDFG&amp;rdquo; จึงขอหมายศาลเข้าทำการตรวจค้นจับกุม ตรวจค้นในโทรศัพท์พบสื่อลามกจำนวนมาก จึงแจ้งข้อหา มีสื่อลามกอนาจารไว้ครอบครองเพื่อประโยชน์ต่อตนเองหรือผู้อื่นโดยผิดกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ขยายผลดำเนินคดีกฏหมายเพิ่มเติมเพราะเชื่อว่าผู้ต้องหารายนี้เคยหลอกผู้เสียหายมาแล้วหลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีที่สาม เจ้าหน้าที่จับกุมตัวนายดีน ริชาร์ด มาร์ช พร้อมด้วยสื่อลามกอนาจารเด็กจำนวนมาก ที่ไทแคค ร่วมมือกับสำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาติภูมิสหรัฐอเมริกา ตรวจสอบค้นหาเป้าหมายรับ-ส่ง และครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กจากระบบ CPS ที่สามารถตรวจสอบการรับส่งสื่อลามกอนาจารเด็กในระบบอินเตอร์เน็ตได้ และพบว่าตั้งแต่ห้วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาได้ครอบครองและส่งสื่อลามกอนาจารเด็ก 88 ไฟล์ จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายศาลเข้าทำการจับกุมพร้อมด้วยอุปกรณ์คอมพิเตอร์และสื่อลามกจำนวนมากในบ้านพักที่จังหวัดเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกคดีจับกุม นายกมลศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) กราฟฟิกสถานีโทรทัศน์ชื่อดังแห่งหนึ่ง หลังจากศูนย์ไทแคค ได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย มีผู้ใช้เฟสบุ๊คหลอกลวงให้ถ่ายภาพและคลิปวีดิโอใรลักษณะโป้เปลือย เสนอค่าตอบแทนเป็นเงินประมาณ 30,00-50,000 บาท เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อคนร้ายได้บังคับให้ส่งภาพและคลิปมาให้อีก ถ้าไม่ส่งมาให้คนร้ายได้ข่มขู่จะนำภาพไปเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ &amp;nbsp;และผู้เสียหายพบว่าภาพตัวเองถูกนำไปเผยแพร่จึงเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ฯ เจ้าหน้าที่จึงได้ขอหมายค้นเข้าตรวจค้นห้องพักผู้ต้องหาย่านตลาดพลู พบอุปกรณ์คอมพิเตอร์ มือถือ ฮาร์ทดิสก์ พร้อมกันนั้นได้เข้าตรวจค้นคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหายที่ใช้ทำงานที่สถานีโทรทัศน์ พบมีผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อกว่า 50 &amp;nbsp; ราย จึงแจ้งข้อหา &amp;ldquo;ค้ามนุษย์โดยแสวงหาผลประโยชน์จากการผลิตหรือเผยแพร่สื่อลามกฯ และครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก&amp;rdquo; ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38749</URL_LINK>
                <HASHTAG>กวาดล้างสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์, ชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิศทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เนต, ตำรวจ, ไทแคค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190617/image_big_5d0736d3af7ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17463</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2018 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2018 10:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กโจ๊ก&#039; ยกพลจับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ตลาดดังเชียงใหม่ ยึดของกลางมูลค่า30ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นำกำลังตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 5 ทั้งในและนอกเครื่องแบบรวม 200 นาย เข้ากวาดล้างจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าย่านตลาดไนท์บาซาร์ แหล่งช็อปปิ้งชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่โดยมีเป้าหมายจำนวน 25 จุด โดยผลการตรวจค้นยึดสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า เจ้าหน้าที่ สามารถจับกุมผู้กระทำความผิด 12 ราย พร้อมของกลางสินค้าประเภทต่างๆ หลายรายการ อาทิ &amp;nbsp;เสื้อ กางเกง &amp;nbsp;กระเป๋า &amp;nbsp;เข็มขัด แว่นตา หลากหลายยี่ห้อเช่นหลุยส์วิตตอง พราด้า กุชชี่ และอื่นๆอีกกว่า 27,000 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการจับกุมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างทางการไทยและสหรัฐอเมริกา เพื่อแก้ปัญหาและทลายแหล่งสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา เนื่องจากมีการวางขายสินค้าดังกล่าวอย่างเปิดเผยโดยไม่เกรงกลัวต่อกฏหมาย ทำให้ประเทศไทยเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีความผิด พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า เสนอจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายสินค้าที่เลียนเครื่องหมายการค้า จึงนำผู้ต้องหาและของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับการระดมกวาดล้างสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญนั้น จากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการขยายผลไปยังแหล่งผลิต ผู้ที่นำเข้า จะมีการดำเนินการอย่างจริงจังต่อเนื่อง ทั้งที่วางขายตามร้าน หรือมีการขายผ่านทางออนไลน์เช่นเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;อินสตราแกรม หากยังมีการดำเนินการขายอยู่ทางตำรวจจะดำเนินการจับกุมดำเนินคดีขยายผลถึงนายทุน ตลาดจนใช้มาตราการยึดทรัพย์ จากความผิดมูลฐานตามพรบ.ป้องกันและปราบปรามฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (13) และมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นความผิดมูลฐานตามกฏหมายฟอกเงิน เพื่อให้ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทยหมดไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17463</URL_LINK>
                <HASHTAG>กวาดล้างสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์, ตลาดไนท์บาซาร์เชียงใหม่, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, สภ.เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b99dcb0780e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
