<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100760</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 13:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  สพฐ.สร้างเครื่องมือเสริมอ่านเขียนเตรียมเด็กสอบPISA</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26เม.ย.64-นายกวินทร์เกียรติ นนธ์พละ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า &amp;nbsp;ตามที่โปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Programme for International Student Assessment หรือ PISA) จะจัดขึ้นในปี 2022นั้น ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ดำเนินการสร้างเครื่องมือที่จะให้ครูนำไปใช้ฝึกนักเรียนให้มีทักษะเรื่องการอ่าน ทั้งนี้เครื่องมือดังกล่าวจะทำให้เด็กมีความสามารถในเรื่องการจับใจความ แยกประเด็น ตีความ รวมถึงประเมินค่าหาความสอดคล้องและความขัดแย้งในเนื้อหาที่อ่าน ไม่ว่าจะเป็นบทความด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ เทคโนโลยี และอื่นๆ เพื่อฝึกให้เด็กเกิดความชำนาญในเรื่องทักษะการอ่าน เนื่องจากเรื่องนี้ถือเป็นทักษะพื้นฐานที่จะใช้ในการทดสอบ PISA&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ยังได้มีนโยบายให้ สพฐ.ขยายผลเรื่องดังกล่าวไปยังโรงเรียนในทุกสังกัด โดยการจัดอบรมให้กับตัวแทนของหน่วยงานที่มีการจัดการศึกษา เพื่อที่จะขยายผลไปสู่ครูในแต่ละสังกัด และจะทำให้โรงเรียนที่มีนักเรียนอายุ 15 ปี สามารถฝึกฝนนักเรียนให้มีทักษะด้านการอ่านในตลอดปีการศึกษา 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงการเตรียมตัวเพื่อให้นักเรียนเข้ารับการทดสอบ PISA เพียงอย่างเดียว แต่หากเด็กมีทักษะเรื่องการอ่านเหล่านี้ และชำนาญเด็กก็จะสามารถเรียนรู้ในวิชาต่างๆ ได้อย่างดี เพราะเด็กจะสามารถจับใจความ สรุปย่อ หาความสอดคล้องในสิ่งที่เรียนได้ ซึ่งที่ผ่านมาเราอ่อนในเรื่องนี้&amp;nbsp;ดังนั้นจึงต้องมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ &amp;quot;รองเลขากพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สำหรับการอบรมในส่วนของ สพฐ. จะอบรมศึกษานิเทศก์ 1 คน ตัวแทนครู 1 คน ต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมศึกษาเอกชน (สช.) จะมีศึกษานิเทศก์ของศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ก็จะมีตัวแทนเข้าร่วมในการอบรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100760</URL_LINK>
                <HASHTAG>PISA, กวินเกียรติ นนธ์พละ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_60865f6202d75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. ตั้ง “กวินเกียรติ” นั่ง รองเลขาฯ กพฐ. ส่วน “ธนุ-วรัท”  ขึ้นผู้ตรวจราชการ ศธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18ก.พ.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. ได้มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอแต่งตั้งข้าราชการประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 3 ราย ได้แก่ 1.นายกวินเกียรติ นนธ์พละ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (รองเลขาฯ กช.) ให้ดำรงตำแหน่ง รองเลงขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) 2.ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ผช.เลขาฯ กพฐ.) ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการ ศธ.และ3.นายวรัท พฤกษากุลนันท์ รองศึกษาธิการภาค 6 ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรววจราชการ ศธ. ทั้งนี้การแต่งตั้งดังกล่าวเป็นไปตามความเหมาะสมของตำแหน่งและเชื่อว่าทุกคนจะประสานงานและเชื่อมต่อการทำงานด้านการศึกษาได้อย่างดี โดยการพิจารณาแต่งตั้งไม่ได้มาจากตนคนเดียวแต่ได้หารือร่วมกับเลขาธิการ กพฐ.และปลัดศธ.แล้ว เพื่อให้มาเติมเต็มการทำงานให้มีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังได้กำชับถึงการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ของแต่ละกระทรวง ว่า ให้ดำเนินการเบิกจ่ายให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เพราะการใช้จ่ายงบประมาณครั้งนี้จะเป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ โดยในส่วนของ ศธ.การเบิกจ่ายงบประมาณจะเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดประสิทธิภาพการทำงานของผู้บริหาร ศธ.ทุกคน ทั้งนี้ผมไม่ได้กังวลว่าต่อระยะเวลาการเบิกจ่ายงบประมาณที่จะต้องเร่งรัดการดำเนินการ เนื่องจาก ศธ.ได้วางแผนการดำเนินการไว้เรียบร้อยหมดแล้ว ดังนั้นการใช้จ่ายงบประมาณ 63 ครั้งนี้จะต้องอยู่บนพื้นฐานความถูกต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57530</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., #สพฐ., กวินเกียรติ นนธ์พละ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191204/image_big_5de77f61b0046.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
