<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กศน. จัดสรรอัตราบรรจุ ครูผู้ช่วยแล้ว กว่า 1.3 พันอัตรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.64- นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวถึงความก้าวหน้าการผลักดันความมั่นคงให้กับครูผู้สอนคนพิการและครูผู้สอนผู้ด้อยโอกาส (เร่ร่อน) ให้เป็นพนักงานราชการ จำนวนกว่า 60 อัตรา ซึ่งเปิดรับสมัครไปเมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2564 ว่า จากที่ตนได้ลงพื้นที่ได้พบเห็นสภาพปัญหาของ ครู กศน. ที่ต้องทำงานในสภาพที่ยากลำบาก ทำงานบนความขาดแคลน หนำซ้ำครูบางคนยังเป็นเพียงอัตราจ้างที่ไม่มีความมั่นคงในอาชีพ จึงได้ผลักดันความมั่นคงในอาชีพของชาว กศน. ตามนโยบาย กศน.WOW &amp;ldquo;Good Teacher&amp;rdquo; ซึ่งสามารถดำเนินการให้มีจัดสรรอัตราข้าราชการครู ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด กศน. และเปิดสอบบรรจุข้าราชการครู กศน.จนสำเร็จเป็นครั้งแรก รวม 1,381 อัตรา เป็นที่เรียบร้อย โดยการสอบบรรจุเป็นพนักงานข้าราชการครูผู้ช่วย กศน. รวมจำนวน 60 อัตรา ถือเป็นโอกาสอันดีของครูที่ปฏิบัติหน้าที่ครูผู้สอนคนพิการ และครูผู้สอนผู้ด้อยโอกาส (เร่ร่อน) ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงาน กศน. อยู่แล้ว ที่จะได้มีความมั่นคงในอาชีพ โดยอัตราดังกล่าวแบ่งเป็น ครูเด็กพิการ 51 อัตรา และครูเด็กเร่รอน 9 อัตรา ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและในภูมิภาคต่าง ๆ เช่น จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี เชียงราย นครปฐม นครราชสีมา น่าน ปทุมธานี ปราจีนบุรี ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา พะเยา พัทลุง เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ร้อยเอ็ด ลำปาง สงขลา สระแก้ว สุพรรณบุรี หนองคาย อ่างทอง อุบลราชธานี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องนี้ถือเป็นอีกความสำเร็จในการสร้างความมั่นคงให้กับชาว กศน. โดยดิฉันยืนยันที่จะพยายามผลักดันให้ได้เปิดสอบบรรจุเป็นข้าราชการครูและพนักงานราชการ ที่ยังประโยชน์ต่อการจัดการเรียนรู้ สำหรับกลุ่มคนที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษในทุกช่วงวัยต่อไป ขอเป็นกำลังใจให้กับครู บุคลากร และเจ้าหน้าที่ทุกคน และขอให้ทุกคนสวมใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และหมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อที่เราจะข้ามผ่านสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไปด้วยกัน&amp;rdquo; รมช.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105162</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนกวรรณ วิลาวัลย์, กศน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b8990d141da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2021 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2021 08:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยก &quot;กศน.&quot; เป็น&quot;กรมส่งเสริมการเรียนรู้&quot; ไม่ได้มีสถานะเป็น&quot;แท่ง&quot; ขึ้นตรงปลัดศธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค.64-กศน. เตรียมก้าวสู่ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ &amp;nbsp;ไม่อยู่ภายใต้สำนักงานปลัด ศธ. ขึ้นตรงปลัด ศธ. และรมว.ศธ. เป็นผู้กำหนดนโยบาย &amp;nbsp;&amp;quot;เลขาฯ กศน.&amp;quot; เผยบทบาทใหม่ มีความสำคัญต่อประเทศ ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และเพิ่มคุณวุฒิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรัท พฤกษาทวีกุล เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (เลขาฯ กศน.) กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับหลักสูตรการจัดการศึกษานอกระบบ ตามหลักสูตรนอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ว่า ขณะนี้การปรับปรุงหลักสูตรดังกล่าว อยู่ระหว่างขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์ และเนื่อวจากขณะนี้ประเทศกำลังประสบปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 ทำให้ขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์ไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ แต่ภาพรวมการปรับปรุงดังกล่าว กศน.ได้ยกร่างกรอบสมรรถนะของหลักสูตรใหม่มาแล้ว ซึ่งประกอบไปด้วยการคิด การจัดการตนเอง การสื่อสาร และการเป็นพลงเมืองที่เข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรัท กล่าวต่อว่า ทั้งนี้อีกประเด็นที่สำคัญที่ทำให้ กศน.ต้องชะลอการปรับปรุงหลักสูตรไว้ก่อน เพราะขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต พ.ศ.... กำลังเข้าสู่การพิจารณาควบคู่กับร่างพ.ร.บ.การศึกษาชาติ พ.ศ.... ในสภาผู้แทนราษฎร์ ซึ่งหากร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตฯ ผ่านความเห็นชอบในช่วงเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนที่จะถึงนี้ ก็จะทำให้สถานะของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) มีฐานะเป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และแยกออกมาจากสำนักงานปลัด ศธ.ทันที โดยมีปลัด ศธ.เป็นผู้บังคับบัญชาหลักโดยตรง และรมว.ศธ.กำกับดูแลนโยบาย ดังนั้นเมื่อ กศน.เป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้แล้วก็จะต้องทำให้เราปรับบทบาทและภาระกิจใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความเห็นออกมาแล้วว่า ต่อจากนี้ไปบทบาทของ กศน.จะต้องทำงานให้หนักขึ้น และมีความสำคัญมากต่อการพัฒนาประเทศ โดยจะต้องมีหน้าที่จัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อเพิ่มคุณวุฒิตามระดับ รวมถึงการส่งเสริมการเรียนรู้รูปแบบอื่นให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้นั้นไม่ใช่โครงสร้างของการเป็นแท่ง แต่ทำให้เราสามารถบริหารงานได้โดยไม่ติดขัด เพราะสถานะของ กศน.ในบทบาทสำนักงานที่เป็นอยู่ตอนนี้นั้นส่งผลให้การบริหารจัดการระดับพื้นที่ทำให้ได้ไม่เต็มที่ และมีข้อจำกัดหลายเรื่อง ดังนั้นผมเชื่อว่าโครงสร้างใหม่ของ กศน.จะทำให้มีภาระกิจครอบคลุมมากขึ้น อีกทั้งชาว กศน.ก็พร้อมรอการเปลี่ยนแปลงตามโครงสร้างใหม่ด้วย ทั้งนี้สิ่งที่รัฐบาลมอบหมายมาจึงถือเป็นภาระกิจที่ท้าทายงาน กศน.เป็นอย่างมาก&amp;rdquo;เลขาฯ กศน. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101570</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กรมส่งเสริมการเรียนรู้, กศน., การเรียนรู้ตลอดชีวิต, วรัท พฤกษาทวีกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f5808b140f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กศน.ยกร่างหลักสูตรตอบรับสังคม New Normal ตอบสนองผู้เรียนอายุน้อย คนชายขอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
2มี.ค.64-นายวรัท พฤกษาทวีกุล เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (เลขาฯ กศน.) กล่าวในโอกาสเป็นธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อวิเคราะห์กรอบสมรรถนะ คุณลักษณะของผู้เรียนและยกร่างโครงสร้างหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ว่า สำนักงาน กศน.มีนโยบายในการพัฒนาหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานฉบับใหม่ ด้วยเหตุผลและความจำเป็นหลายประการ ดังนั้น ในการพัฒนาหลักสูตรใหม่ จึงควรทบทวนการดำเนินงาน โดยต้องระดมความคิดร่วมกันเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทั้งเรื่องการจัดกระบวนการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลรายวิชา การประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ บนพื้นฐานข้อมูลพัฒนาการของการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของ กศน. ที่มีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน มีบทเรียน ประสบการณ์เกิดขึ้นมากมาย ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาหลักสูตรในก้าวต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความก้าวหน้าและทันสมัยของเทคโนโลยี ความหลากหลายของ Platform ที่มีอยู่บนระบบดิจิทัลในปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้สามารถนำมาเชื่อมโยงสู่การจัดการศึกษาและการจัดกระบวนการเรียนรู้ ที่จะทำให้การจัดการศึกษาของ กศน.มีความทันสมัย สอดคล้องกับสภาพสังคม New Normal และตอบสนองต่อผู้เรียน กศน.ที่มีช่วงอายุน้อยลง ในขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้เรียนที่ขาดโอกาส ที่อยู่ชายขอบ อยู่บนพื้นที่สูง ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพต่อไป&amp;rdquo; เลขาฯ กศน. กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94771</URL_LINK>
                <HASHTAG>กศน., วรัท พฤกษาทวีกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201116/image_big_5fb225d704658.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2021 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2021 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;กศน.อมก๋อย&quot; ประกาศยกเลิก 3 ข้อ งดรับบริจาค หลังประกาศผ่านทางโซเชียลไม่กี่ชั่วโมง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากประเด็นดรามา หลังจาก &amp;ldquo;พิมรี่พาย&amp;rdquo; หรือ น.ส.พิมพ์พรรณ สรัลรัชญ์ เน็ตไอดอล ชื่อดัง ได้นำเงิน 550,000 บาทไปซื้อสิ่งของ ให้กับเด็กๆ ที่ ที่หมู่บ้านแม่เกิบ ต.นาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ อาทิ มีทีวี แผงโซลาร์เซลล์ และสร้างแปลงผักให้แก่เด็กๆ เพื่อเป็นของขวัญในวันเด็ก เมื่อวันเสาร์ที &amp;nbsp;9ม.ค.ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ครึกโครม และนำไปผูกโยงกับความคิดต่างทางการเมือง และสังคม &amp;nbsp;
ล่าสุด วันที่ 11 ม.ค. ทางศูนย์ กศน.อำเภออมก๋อย ได้ประกาศผ่านทาง สื่อโซเชียลว่าต้องการสร้างความเข้าใจในปรเะด็นดังกล่าว ความว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยในสภาวะปัจจุบันมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น facebook, line, Email และ twitter เป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบทั้งผลดีและผลเสียต่อหน่วยงาน เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และเพื่อมิให้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภออมก๋อย จึงขอประกาศให้ครูและบุคลากรในหน่วยงานปฏิบัติดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1. ห้ามโพสต์ข้อความเกี่ยวการรับบริจาคผ่านโซเชียลฯ หรือช่องทางอื่นๆ ทุกช่องทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2. ห้ามโต้ตอบหรือแสดงความคิดเห็นในแง่ลบผ่านสื่อโซเชียล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3. การงดรับบริจาคทุกประเภทจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายอื่นๆ เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ เมื่อมีผู้เข้าไปดูการโพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊ก ของกศน.อมก๋อย ปรากฎว่า ไม่สามารถเข้าไปดูได้ &amp;nbsp;โดยมีการขึ้นข้อความ ว่าหน้านี้ไม่พร้อมใช้งาน ลิงก์อาจจะเสีย หรือเพจอาจถูกลบออกแล้ว โปรดตรวจดูว่าลิงก์ที่คุณพยายามเปิดเป็นลิงก์ที่ถูกต้องการลบเฟสบุ๊ก ออกจากระบบไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ล่าสุด มีรายงานข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ว่า &amp;nbsp;ได้มีการสั่งการจาก กศน.ที่เป็นหน่วยงานต้นสังกัด ให้ได้มีการยกเลิกคำสั่งของกศน.อมก๋อย เรื่องการห้ามรับบริจาคก๋อย เรื่องการห้ามรับบริจาค ซึ่งกศน.อมก๋อย โดยนาง วิไลลักษณ์ สุชสาย ผอ.กศน.อมก๋อย เซ็นลงนามข้อความว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่อง ยกเลิกปรกาศ การสร้างความเข้่าใจในการใช้สื่อโซเชียล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่ ศูนย์ กศน.อำเภออมก๋อย ออกประกาศ เรื่องการสร้างความเข้่าใจในการใช้สื่อโซเลชียล &amp;nbsp;ซึ่งประกาศณ วันที่ 9 เดือน มกราคม พ.ศ.2564นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ กศน.อำเภออมก๋อย ขอยกเลิกประกาศดังกลาว เนื่องจากมีการสื่อสารคลาดเคลื่อนจึงแข้งให้ทราบทั่วกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประกาศณ วันที่ &amp;nbsp;11 มกราคม พ.ศ. 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89460</URL_LINK>
                <HASHTAG>กศน., พิมรี่พาย, อำเภออมก๋อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210111/image_big_5ffc10147361a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67105</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 17:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กศน. เตรียมสอบครูผู้ช่วย กว่า 1.3 พันอัตรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27พ.ค.63-นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่ตนได้มีนโยบายให้สำนักงาน ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ขับเคลื่อน กศน.สู่ &amp;ldquo;กศน.WOW&amp;rdquo; โดยกำหนดเป้าหมายการพัฒนาครู กศน. และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ : Good Teacher ในการเพิ่มอัตราข้าราชการครู กศน. โดยการสอบแข่งขันและคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงาน กศน. นั้น ขณะนี้คณะกรรมการ ก.ค.ศ.ได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการหาอัตราตำแหน่งการสรรหา บรรจุ และแต่งตั้ง ข้าราชการครู กศน.จำนวน 891 อัตราให้ได้ โดยแบ่งสัดส่วนให้กลุ่มลูกจ้าง กศน.มีสิทธิ์สอบ จำนวนร้อยละ 80 และเปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้ามาสอบอีก ร้อยละ 20 แล้ว รวมถึงยังกำหนดให้มีการสอบคัดเลือกพนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ครูสอนศาสนาอิสลาม วิทยากรอิสลามศึกษา พนักงานจ้างเหมาบริการ ครูอัตราจ้างหรือลูกจ้างชั่วคราว เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนใต้ เฉพาะจังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา (อำเภอจะนะ &amp;nbsp;อำเภอเทพา อำเภอนาทวี และอำเภอสะบ้าย้อย) ในคราวเดียวกันด้วย รวมแล้วมีจำนวนบุคคลที่จะเข้าสู่ตำแหน่งครูผู้ช่วยทั้งสิ้น 1,381 ตำแหน่ง และในห้วงเวลาเดียวกันนี้ สำนักงาน กศน.ก็จะจัดให้มีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งรอง ผอ.สํานักงาน กศน. จังหวัด/ กรุงเทพมหานคร อีก 22 ตำแหน่ง ผอ.สถานศึกษา (กศน. อําเภอ/เขต) 105 ตำแหน่ง และรอง ผอ.สถานศึกษา สังกัดสํานักงาน กศน. 13 ตำแหน่ง ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการสำนักงาน กศน. กล่าวว่า สำนักงาน กศน. ได้เตรียมเสนอร่างแผนการสอบคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ทั้งนี้ร่างแผนการสอบคัดเลือกดังกล่าวจะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) พิจารณาเห็นชอบในเร็วๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ สำนักงาน กศน.ได้แจ้งคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์สมัครเข้ารับการคัดเลือกและสอบแข่งขันฯ ตามหนังสือที่ ศธ 0210.118/2019 ถึง หน่วยงานการศึกษา/สถานศึกษา (ขึ้นตรง) ไปแล้ว ส่วนแผนการสอบ รายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการสอบต่าง ๆนั้น หลังจากมีมติเห็นชอบจาก ก.ค.ศ.แล้วสำนักงาน กศน.จะแจ้งให้ทราบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67105</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนกวรรณ วิลาวัลย์, กศน., รับครูผู้ช่วย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190902/image_big_5d6ce51ca6a04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2020 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2020 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กศน.พลิกโฉมเรียนสอนออนไลน์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
23มี.ค.63-นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (เลขาฯ กศน.) กล่าวว่า ขณะนี้ กศน. อยู่ระหว่างการวางแผนปรับปรุงการเรียนการสอนของ กศน.ใหม่ เพื่อที่จะทำให้การเรียนการสอนตอบโจทย์เทคโนโลยีและโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วด้วยระบบดิจิทัล เพราะในอนาคตกลุ่มผู้เรียน กศน.ในรูปแบบการเรียนแบบพบกลุ่มจะลดน้อยลง เนื่องจากกลุ่มผู้เรียน กศน.ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนทำงานที่มีอาชีพแล้ว และบางครั้งจำเป็นต้องขาดเรียนอาจส่งผลให้เรียนไม่ทันเพื่อน ดังนั้นในประเด็นเหล่านี้ กศน.จึงต้องการพลิกโฉมการเรียนการสอนใหม่เป็นการเรียนแบบห้องเรียนออนไลน์เกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้เท่าที่รับทราบข้อมูลมีหน่วยงาน กศน.ระดับพื้นที่นำร่องห้องเรียนออนไลน์ไปบ้างแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดิศกุล กล่าวต่อว่า สำหรับการเรียนในรูปแบบออนไลน์นั้นจะเป็นลักษณะของห้องเรียนกลับทาง (flipped classroom) หมายถึง การเรียนการสอนที่ผู้เรียนศึกษาสาระสำคัญของบทเรียนด้วยตนเองที่บ้าน และนำผลงานหรือปัญหาที่บันทึกไว้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครูหรือเพื่อนในห้องเรียน โดยสิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของการเรียนห้องเรียนกลับทางก็ คือ การใช้เทคโนโลยี การเรียนการสอนที่ทันสมัย และการให้นักเรียนได้มีโอกาสเรียนรู้ผ่านกิจกรรม &amp;nbsp;ซึ่งทั้งสองส่วนนี้จะกระตุ้นให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างเต็มที่ โดย กศน.นำรูปแบบห้องเรียนกลับทางขยายให้ครอบคลุมทุกศูนย์การเรียนของกศน. ทั้งนี้ไม่ต้องกังวลว่าการเรียนในลักษณะนี้จะไม่ได้คุณภาพ เพราะเราจะมีการประเมินและทดสอบทุกครั้ง รวมถึงในปีการศึกษานี้ระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงจะขยายครอบทุกสถานศึกษาด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60632</URL_LINK>
                <HASHTAG>กศน., ดิศกุล เกษมสวัสดิ์, เรียนออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191209/image_big_5dee0470b82f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2020 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2020 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.เกลี่ยครู ให้&quot;กศน.-สอศ.&quot;รวม1,843อัตรา  คิวต่อไป เล็งจัดครูให้&quot;รร.บนเกาะ-บนเขา&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2มี.ค.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในภูมิภาค ว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบอนุมัติตัดโอนอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายการสอน ตำแหน่งครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปกำหนดเป็นตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จำนวน 1,023 อัตรา และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จำนวน 820 อัตรา รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,843 อัตรา โดยในที่ประชุมตนได้ย้ำถึงเรื่องการกระจายอำนาจไปสู่ภูมิภาค ทั้งเรื่องการให้โรงเรียนมีความเป็นนิติบุคล และการทำให้โรงเรียนมีคุณภาพที่เท่าเทียมกัน ทั้งนี้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ยังได้เสนอแนวทางการอบรมพัฒนา ก่อนที่จะเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียน เพื่อที่จะเป็นการคัดกรองคนที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บริหาร ว่า มีความชอบจริงหรือไม่ ผ่านหลักสูตรอะไรมาบ้าง เหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งผู้บริหารหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ได้หารือถึงกลุ่มโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เช่น โรงเรียนบนภูเขา โรงเรียนบนเกาะ เป็นต้น ว่าจะต้องมีการบรรจุครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีความพร้อมและเพียงพอต่อการจัดการศึกษา ให้ทันในช่วงเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 เดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่ง สพฐ.ได้เตรียมข้อมูลไว้เรียบร้อยแล้ว และจะเสนอแนวทางการบริหารจัดการในการประชุมผู้บริหารองค์กรของ ศธ.ในวันที่ 4 มีนาคมนี้ ก่อนจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายประเสริฐ บุญเรือง ปลัด ศธ. ในฐานะโฆษก ศธ. กล่าวว่า ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้มีมติเห็นชอบการตัดโอนอัตราตำแหน่งและเงินงบประมาณแผ่นดินประจำอัตรา รวมทั้งบบุคลากรที่จ่ายในลักษณะเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตั้งไว้สำหรับตำแหน่งที่เกลี่ยนั้นมาเป็นของส่วนราชการอื่น เนื่องจากที่ผ่านมาคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ได้มีมติตัดโอนอัตราตำแหน่งครูผู้ช่วยให้แก่สถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา (อำเภอเทพา สะบ้าย้อย นาทวี และจะนะ) สังกัด กศน. แต่ไม่สามารถโอนค่าจ้าง และเงินอื่นที่เกี่ยวข้องจาก สพฐ.มาให้ กศน.ได้ เพราะพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2502 ได้ยกเลิกไปแล้วและให้ประกาศใช้พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2561 ส่งผลให้ไม่สามารถจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินอื่นที่เกี่ยวข้องได้ ดังนั้นที่ประชุมจึงได้มีมติให้ปรับข้อกฏหมายเกี่ยวกับการจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินอื่นที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามพ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2561&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58662</URL_LINK>
                <HASHTAG>กศน., ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, สพฐ.เกลี่ยครู, สอศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200302/image_big_5e5cd74f1ac3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
