<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ถกสถาบันการเงินแก้ปัญหาลักลอบดูดเงินบัญชีธนาคาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ประชุมร่วมตัวแทนสมาคมธนาคารไทย,ธนาคารแห่งประเทศไทย , สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เพื่อวางแนวทางแก้ปัญหากรณีมีการลักลอบหักเงินจากบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต หรือบัญชีเดบิต ของประชาชนจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ เปิดเผยก่อนการประชุมว่า เบื้องต้นจากการพูดคุยกับทางธนาคารคาดว่ามียอดผู้เสียหายหลักหมื่นคน ซึ่งบางส่วน ทยอยเข้าแจ้งความกับตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ สอท. และ ศูนย์ปราบปรามการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ศูนย์ PCT แล้ว ซึ่งหากผู้ใดได้รับความเดือดร้อน สามารถเข้าแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจทั่วประเทศ ก็จะมีการเชื่อมโยงข้อมูลมาที่ส่วนกลางทันที โดยเมื่อวานนี้(18 ตุลาคม) มีผู้เสียหายที่กรอกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มของ บช.สอท. ทั้งหมด 33 ราย ความเสียหายประมาณ 260,000 บาท นอกจากนี้ยังมีผู้แจ้งความเสียหายผ่านศูนย์ PCT อีก 70 ราย วงเงินประมาณ 800,000 บาท ซึ่งน่าเชื่อว่าไม่ใช่ตัวเลขความเสียหายจริงๆ จึงต้องมาประชุมพูดคุยกับทางธนาคารที่มีข้อมูลอย่างชัดเจน เพื่อกำหนดแนวทางการทำคดีร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพฤติกรรมของคนร้าย มีลักษณะลักลอบนำข้อมูลจากบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิต จากการซื้อสินค้าออนไลน์ของประชาชน ไปใช้หักเงินจากบัญชีของผู้เสียหาย ซึ่งตำรวจจะมีการร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาให้ได้ แม้ผู้ก่อเหตุจะเป็นชาวต่างชาติ ก็จะดำเนินการถึงที่สุด เนื่องจากถือเป็นภัยคุกคามระดับประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120182</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., บัตรเครดิต, ลักลอบหักเงินบัญชีธนาคาร, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e589b8cd6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กสทช. ผนึก บช.สอท. และ โอเปอเรเตอร์ จัดการ SMS และโทรศัพท์หลอกลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย. 2564 นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช.ร่วมกับ พล.ต.ท. กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) และผู้ประกอบกอบการโทรคมนาคม (AIS TRUE DTAC NT และ 3BB) ประชุมร่วมกันในการจัดการปัญหา SMS และโทรศัพท์หลอกลวงประชาชน โดยโอเปอเรเตอร์ทุกรายจะทำการบล็อก SMS ที่มีเนื้อหาชัดเจนว่าเป็นการ หลอกลวง เว็บพนันออนไลน์ หรือลามกอนาจาร ทันที และเร่งตรวจสอบ กำกับดูแลกันเองอย่างเคร่งครัด และให้ทุกค่ายเริ่มทำการ Backlist ผู้ส่งที่ส่งข้อความหลอกลวง หลังจากที่ได้การแชร์ข้อมูล SMS หลอกลวงระหว่างกันแล้วพบว่ามาจากผู้ส่งรายเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีการโทรหลอกลวงประชาชนโดยตรง สำนักงานฯ กับโอเปอเรเตอร์ทุกราย สามารถตรวจสอบการกระทำความผิดได้ชัดเจนเนื่องจากเบอร์โทรศัพท์มือถือที่มิจฉาชีพใช้สามารถตรวจสอบจากการลงทะเบียนได้ว่าใครเป็นเจ้าของเบอร์นั้น ถือเป็นหลักฐานที่ระบุต้นทางที่มา ประกอบกับข้อมูลที่ประชาชนให้ข้อมูลการหลอกลวง ส่งคลิป หรือแจ้งเบอร์โทรศัพท์เข้ามาเพื่อเป็นข้อมูล สำนักงานฯ จะนำข้อมูลทั้งหมดส่งให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายในการดำเนินคดีเอาผิดกับมิจฉาชีพต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไตรรัตน์ กล่าวว่า การดำเนินงานร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) จะทำให้การดำเนินการเอาผิดและดำเนินคดีกับมิจฉาชีพ สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เพราะทาง บช.สอท. มีความเชี่ยวชาญและชำนาญในเรื่องดังกล่าว ซึ่งสำนักงาน กสทช. มองว่าแนวทางในการจัดการปัญหา SMS และโทรศัพท์หลอกลวงที่กำลังดำเนินการสามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ แต่ทั้งนี้ สำนักงานฯ ยังต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนผู้ใช้บริการที่ประสบปัญหาโดยตรงในการให้ข้อมูลปัญหา SMS และโทรศัพท์หลอกลวงกับสำนักงานฯ และโอเปอเรเตอร์เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ลุล่วง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานฯ ขอให้ประชาชนระมัดระวังอย่าหลงเชื่อข้อความจาก SMS โดยง่าย อย่ากรอก Username Password ที่ใช้ในการทำธุรกรรมต่างๆ กับธนาคารในลิงค์ที่ส่งมากับ SMS หรืออย่าให้ข้อมูลส่วนตัว เช่น บัตรประชาชน ไปกับคนที่โทรมาสอบถามข้อมูลทางโทรศัพท์ง่ายๆ ควรตรวจสอบที่มาของ SMS หรือหน่วยงานที่โทรศัพท์เข้ามาให้แน่ใจก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อระมัดระวังไม่ให้ข้อมูลเหล่านี้ตกไปอยู่ในมือมิจฉาชีพที่จะเอาข้อมูลส่วนตัวของเราไปใช้ทำธุรกรรม ขโมยเงินของเรา หรือนำไปก่อความเสียหายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำนักงาน กสทช. มุ่งมั่นแก้ไขปัญหา SMS และโทรศัพท์หลอกลวง หากประชาชนประสบปัญหา หรือต้องการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับ SMS และโทรศัพท์หลอกลวง สามารถแจ้งมายัง Call Center สำนักงาน กสทช. หมายเลขโทรศัพท์ 1200 (โทรฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย) หรือแจ้งไปยัง Call Center ของค่ายมือถือที่ท่านใช้บริการอยู่ หรือหมายเลขโทรศัพท์ที่แต่ละค่ายมีไว้เพื่อรับข้อมูลเรื่อง SMS และโทรศัพท์หลอกลวงโดยเฉพาะ&amp;rdquo; นายไตรรัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118332</URL_LINK>
                <HASHTAG>SMS หลอกลวง, กสทช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_615564bf8ddfa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสทช. กางโรดแมปอนุญาตใช้คลื่นความถี่วิทยุ &#039;FM AM&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 2564 พันเอก ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รองประธาน กสทช.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1) ผู้รับอนุญาตให้ใช้งานคลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการกระจายเสียงตามมาตรา 83 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่กำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 (พ.ร.บ. องค์กรฯ) ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 509 สถานี แบ่งเป็นระบบ FM 313 สถานี และระบบ AM จำนวน 196 สถานี และ 2) ผู้ทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 4,371 สถานี แบ่งเป็นประเภทบริการชุมชน 263 สถานี บริการสาธารณะ 692 สถานี และบริการทางธุรกิจ 3,416 สถานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วนของผู้รับอนุญาตให้ใช้งานคลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการกระจายเสียงตามมาตรา 83 แห่ง พ.ร.บ. องค์กรฯ นั้น ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 76/2559 เรื่อง มาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ได้กำหนดให้ระยะเวลาในการถือครองคลื่นความถี่ของผู้รับอนุญาตตามมาตรา 83 ดังกล่าว สิ้นสุดลงในวันที่ 3 เมษายน 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง เดิม กสทช. ได้เปิดให้มีการลงทะเบียนเพื่อให้มีสถานะเป็นผู้ได้รับสิทธิทดลองออกอากาศในลักษณะชั่วคราว ตามประกาศ กทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชนชั่วคราว (วิทยุกระจายเสียงชุมชน) ต่อมาในปี 2555 กสทช. ได้ออกประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2555 และกำหนดให้ผู้ได้รับสิทธิทดลองออกอากาศในลักษณะชั่วคราว เข้าสู่กระบวนการขอรับใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการ โดยสามารถยื่นคำขอรับใบอนุญาตให้สอดคล้องตามประเภทการให้บริการได้ 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทบริการชุมชน บริการสาธารณะ และบริการทางธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาในคดีแดงหมายเลขที่ อ.1365/2563 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 ให้เพิกถอนข้อ 7 ของประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2555 &amp;nbsp;ที่กำหนดสิทธิในการยื่นคำขอทดลองประกอบกิจการว่าผู้ยื่นจะต้องเป็นผู้ได้รับสิทธิทดลองออกอากาศในลักษณะชั่วคราว หรือวิทยุชุมชนมาก่อน ทำให้ผู้ที่ประกอบกิจการวิทยุธุรกิจอยู่เดิมไม่สามารถยื่นขอรับใบอนุญาตได้ อีกทั้งบทบัญญัติดังกล่าวยังขัดกับมาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ. องค์กรฯ ที่บัญญัติให้การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ต้องคำนึงถึงการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม และการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ประเภทบริการทางธุรกิจให้ใช้วิธีคัดเลือกโดยวิธีการประมูลคลื่นความถี่ โดยการเพิกถอนดังกล่าวมีผลย้อนหลังไปจนถึงวันที่ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น กสทช. ได้กำหนดแนวทางเพื่อให้การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงเป็นไปด้วยความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 10/2564 เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 พิจารณาเห็นชอบแผนการดำเนินงานในการพิจารณาอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการกระจายเสียง (Roadmap) เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านระบบการใช้งานคลื่นความถี่วิทยุกระจายเสียงไปสู่ระบบการอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้งานคลื่นความถี่และประกอบกิจการกระจายเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พันเอก ดร.นที กล่าวว่า ในการดำเนินการตาม Roadmap นั้น กสทช. จะพิจารณาอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในระบบ F.M. จำนวน 313 คลื่นความถี่ และระบบ A.M. จำนวน 196 คลื่นความถี่ โดยการพิจารณาอนุญาตในประเภทบริการสาธารณะ จะพิจารณาตามมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 และประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 ส่วนการพิจารณาอนุญาตในประเภทบริการทางธุรกิจ จะดำเนินการโดยวิธีการประมูล ทั้งนี้ กระบวนการดังกล่าวจะดำเนินการแล้วเสร็จก่อนวันที่ 4 เมษายน 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ตาม Roadmap ยังได้กำหนดให้การเปลี่ยนผ่านการทดลองประกอบกิจการกระจายเสียงเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2565 เป็นต้นไป โดยให้มีการพิจารณาอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ด้วยกำลังส่งต่ำในประเภทบริการชุมชน และบริการสาธารณะ ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2565 ส่วนผู้ประกอบกิจการประเภทบริการทางธุรกิจ ให้ดำเนินการยื่นคำขอทดลองออกอากาศวิทยุกระจายเสียงด้วยกำลังส่งต่ำ และเข้าสู่กระบวนการอนุญาตตามกฎหมาย ซึ่งสำนักงาน กสทช.&amp;nbsp;
จะประกาศให้ทราบต่อไป ทั้งนี้ หากผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงรายใดไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการอนุญาตตามกฎหมายได้ ให้ยุติการออกอากาศวิทยุกระจายเสียงในปี 2567&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การดำเนินการของ กสทช. จะเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องตาม Roadmap เพื่อให้การให้บริการกระจายเสียงภายหลังวันที่ 4 &amp;nbsp;เมษายน 2565 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ต่อเนื่อง และเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงรายใหม่สามารถเข้าสู่ระบบการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ได้&amp;rdquo; พันเอก ดร.นที กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117972</URL_LINK>
                <HASHTAG>FM AM, กสทช., พันเอก ดร.นที ศุกลรัตน์, โรดแมปอนุญาตใช้คลื่นความถี่วิทยุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_61514aeb84eac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กสทช. ถกโอเปอเรเตอร์ล้อมคอกปัญหา SMS หลอกลวง สั่งบล็อกทันที เริ่มวันนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.2564 นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยใน 22 ก.ย. ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. ได้เชิญโอเปอเรเตอร์ทุกราย ได้แก่ AIS TRUE DTAC NT และ 3BB ร่วมประชุมหารือผ่านระบบออนไลน์เรื่อง การแก้ไขปัญหา SMS หลอกลวง โดยกำชับให้เร่งตรวจสอบและกำกับดูแลกันเองอย่างเคร่งครัดในลักษณะ Self Regulation โดยในวันพรุ่งนี้ให้โอเปอเรเตอร์ทุกรายทำการบล็อก SMS ที่มีเนื้อหาชัดเจนว่าเป็นการ หลอกลวง เว็บพนันออนไลน์ หรือลามกอนาจาร ทันที และให้มีมาตรการเพิ่มเติมร่วมกันระหว่างโอเปอเรเตอร์ โดยจะมีการแชร์ข้อมูล SMS หลอกลวงระหว่างกัน และกำหนดเป็น Blacklist เพื่อให้ทุกค่ายดำเนินการบล็อก SMS ดังกล่าวจากผู้ส่งรายเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ที่ให้บริการขายต่อ SMS กับ ผู้ให้บริการด้านเนื้อหา (Content Provider) หากสำนักงาน กสทช. ได้รับแจ้งจากโอเปอเรเตอร์ว่าบริษัทของท่านเป็นผู้ส่ง SMS ที่มีลักษณะเนื้อหาเป็นการหลอกลวง เว็บพนันออนไลน์ หรือลามกอนาจาร สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาลงโทษทางปกครอง ตั้งแต่ เตือน ปรับ พักใช้ใบอนุญาต กับบริษัทของท่านโดยโทษสูงสุดคือการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ และจะดำเนินคดีตามกฎหมายกับบริษัทของท่านควบคู่ไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไตรรัตน์ กล่าวว่า หลังจากนี้สำนักงาน กสทช. จะนำข้อมูลเกี่ยวกับ SMS หลอกลวง ไม่ว่าจะเป็น ชื่อผู้ส่ง SMS เนื้อหา ตัวอย่างข้อความ SMS หลอกลวง เว็บพนันออนไลน์ สินเชื่อออนไลน์ หรือเนื้อหาที่มีลักษณะลามกอนาจาร เผยแพร่บนเว็บไซต์ของสำนักงาน กสทช. www.nbtc.go.th เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบชื่อผู้ส่ง SMS ข้อความที่น่าสงสัย เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกหลอกลวง จาก SMS ลักษณะดังกล่าวจนอาจถูกแฮก หรือขโมยข้อมูล หรือสูญเสียทรัพย์ไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำนักงาน กสทช. ได้ย้ำให้ค่ายมือถือทุกค่ายเร่งตรวจสอบและจัดการไม่ให้มีข้อความ SMS ส่งไปยังประชาชนที่เป็นลักษณะหลอกลวงให้สูญเสียทรัพย์ หรือเว็บพนันออนไลน์ และสินเชื่อออนไลน์ ซึ่งคาดว่าแนวทางการดำเนินการที่ทุกฝ่ายร่วมกันทำนั้นจะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้กับประชาชนได้&amp;rdquo; นายไตรรัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117599</URL_LINK>
                <HASHTAG>SMS หลอกลวง, กสทช., บล็อก SMS หลอกลวง, โอเปอเรเตอร์ล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139f9119f73a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสทช. อนุมัติผู้ใช้งานไทยคม 7-8 ใช้คลื่นความถี่ชั่วคราวหลังสิ้นสุดสัมปทาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย. 2564 กสทช. มีมติเห็นชอบให้ผู้ได้รับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และ/หรือ ผู้ได้รับการอนุญาตให้ตั้งสถานีฐาน (Earth Stations) ทุกราย ที่ใช้งานร่วมกับดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 ที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในวันที่ 10 ก.ย. 2564 สามารถใช้คลื่นความถี่และตั้งสถานีภาคพื้นดินได้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น หรือ กสทช. จะกำหนดเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองให้ประชาชนสามารถใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และไม่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (8 ก.ย. 2564) ที่ประชุม กสทช. มีมติเห็นชอบให้ผู้ได้รับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และ/หรือ การอนุญาตให้ตั้งสถานีภาคพื้นดิน (Earth Stations) ทุกราย ที่ใช้งานร่วมกับดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 10 ก.ย. 2564 ตามสัญญาสัมปทาน สามารถใช้คลื่นความถี่และตั้งสถานีภาคพื้นดินได้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น หรือ กสทช. จะกำหนดเป็นอย่างอื่น พร้อมทั้งอนุญาตให้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม การอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม และการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และตั้งสถานีดาวเทียมภาคพื้นดิน ตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม ในฐานะเป็นผู้ที่ได้รับมอบสิทธิ์ในการบริหารทรัพย์สินหลังสิ้นสุดสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองให้ประชาชนสามารถใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และไม่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116192</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., สัมปทาน, อนุมัติใช้คลื่นความถี่, ไทยคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139f9119f73a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 16:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;สรุปแนวทางทวงคืนดาวเทียม&#039;ไทยคม7-8&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค. 64 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;quot;วิธีในการทวงคืนไทยคม 7 และ 8&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยระบุว่า หลังจากมีการล้มประมูล ใบอนุญาตการใช้สิทธิ์ตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมแล้ว สิ่งที่ต้องกระทำต่อไปคือการทวงคืนไทยคม 7 และ 8 ซึ่งทางไทยคมอ้างว่า เป็นสิทธิ์ของเขาที่ได้ใบอนุญาต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การออกใบอนุญาตครั้งนั้น ออกทับซ้อนกับสัมปทานไทยคม ซึ่งสัมปทานไทยคมจะหมดอายุ 10 กันยายน 2564&amp;nbsp; มีอายุ 30 ปี แต่ ครม.ยิ่งลักษณ์เห็นชอบให้ออกใบอนุญาตตั้งแต่เดือนกันยายน 2554 ทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ออกให้ก็เดือนมิถุนายน 2555 มีอายุ 20 ปี สิ้นสุดใบอนุญาต 2575&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งๆ ที่เป็นการเห็นชอบ ให้ออกใบอนุญาตเอื้อให้ไทยคมได้ประโยชน์ เพราะไม่มีการประมูลใบอนุญาตให้รัฐมีรายได้ ไม่มีกฎหมายรองรับ ขัดรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญในระบบเข้าสู่ตำแหน่งวงจรดาวเทียม ซึ่งเป็นสมบัติของชาติ ไม่มีประเทศไหนออกใบอนุญาตเนื่องจากชาติเสียหาย แต่จะต้องเป็นสัมปทานผ่าน พ.ร.บ.ร่วมทุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทวงคืนดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 ที่ผ่านมา ของหน่วยงานรัฐ เขาสู้ผ่านอนุญาโตตุลาการ เพราะตามสัญญาที่เขียนไว้ เมื่อเกิดข้อขัดแย้ง ต้องใช้อนุญาโตตุลาการ แต่ดูแล้ว การต่อสู้ของฝ่ายรัฐจะเสียเปรียบมาก เพราะการสู้ของฝ่ายรัฐที่ทำมาในอดีต เข้าทางไทยคม ถ้าปล่อยให้รัฐสู้ แต่สู้ในแนวทางของไทยคม เรามีโอกาสแพ้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเราจึงวางแนวทางสู้เพื่อทวงคืนดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ในเมื่อ ครม.ยิ่งลักษณ์ เห็นชอบให้ กสทช. ออกใบอนุญาต เพื่อเอื้อประโยชน์ไทยคม โดยไม่มีกฎหมายรองรับ เราจึงร้องศาลอาญาคดีทุจริต ต่อ ครม.ยิ่งลักษณ์&amp;nbsp; ผู้บริหารกระทรวงไอซีที กสทช. และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ข้อหาตามมาตรา 157 ถ้าศาลตัดสินว่าผิด ออกใบอนุญาตโดยไม่ชอบ ประเทศชาติก็มีโอกาสได้คืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ในเมื่อการเห็นชอบ ให้ออกใบอนุญาตของ ครม.ยิ่งลักษณ์ การที่ไทยคมเอาใบอนุญาตไปเจรจากับฮ่องกง เพื่อหาผลประโยชน์ร่วมกัน ทำให้ประเทศชาติเสียหายมาก หรือแม้แต่กฎหมายของ กสทช. ที่ดึงอำนาจให้ตนเองมีอำนาจจัดการ การเข้าถึงตำแหน่งวงจรดาวเทียม มาเป็นของตนเอง ทั้งๆ ที่อำนาจนี้เป็นของรัฐ และ กสทช. เป็นเพียงองค์กรอิสระที่รัฐตั้งขึ้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้ส่อขัดรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเราจึงฟ้องผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งช่องทางร้องศาลรัฐธรรมนูญด้วยตนเอง หากศาลมีคำวินิจฉัยว่า การที่ ครม.ยิ่งลักษณ์ ที่เห็นชอบให้ กสทช.ออกใบอนุญาตให้ไทยคมนั้น ขัดรัฐธรนมนูญ ประเทศเราก็จะได้ไทยคม 7 และ 8 กลับคืนมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือบทสรุปแนวทางทวงคืนไทยคม 7 และ 8 ครับ รายละเอียดบางอย่างไม่ได้แจ้งให้ทราบ เพื่อประโยชน์ในการต่อสู้ครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114154</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ดาวเทียม, นพ.วรงค์  เดชกิจวิกรม, ไทยคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_6122154a5a219.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;บุกทำเนียบฯร้อง&#039;บิ๊กตู่&#039; ระงับประมูลดาวเทียมเอื้อเอกชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค. 64 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ต้องระงับการประมูลดาวเทียมเพื่อเอื้อเอกชน เช้าวันที่ 16 สิงหาคม เวลา 11.00 น.&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมจะไปยื่นหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรี ผ่านนายเสกสกล อัตถาวงศ์&amp;nbsp; เรื่องขอให้ระงับการประมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดประมูลใบอนุญาตเข้าใช้ตำแหน่งวงโคจรดาวเทียม ที่จะเปิดประมูล วันที่ 28 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล (ตึก กพ. เดิม)&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113444</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ดาวเทียม, นพ.วรงค์  เดชกิจวิกรม, นายกฯ, เสกสกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f4dd44c8314.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
