<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2020 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2020 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ.หารือ กสทช. หาทางแจกกล่องสัญญาณ 2 ล้านกล่องแก้ปัญหาทีวีรับช่องDLTV ไม่ได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศธ.หารือกสทช. หาทางแจกกล่องสัญญาณ 2 ล้านกล่องแก้ปัญหาทีวีรับช่องDLTV ไม่ได้&amp;nbsp;
20 พ.ค.63-นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวต่อว่า ทั้งนี้จากการทดสอบระบบการเรียนผ่านทีวีตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม จนถึงวันนี้นับเป็นวันที่ 3 ของการดำเนินการแล้ว ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ที่พบคือ บ้านนักเรียนไม่สามารถปรับจูนช่องทีวีให้รับสื่อการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม หรือ DLTV ของมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ โดยในการแก้ปัญหาจุดนี้ สพฐ.ได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) &amp;nbsp;และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในการจัดหาแจกกล่องรับสัญญาณดิจิทัลจำนวน 2 ล้านกล่องให้แก่บ้านนักเรียนที่ไม่มีกล่องรับสัญญาณ ส่วนเนื้อหาการเรียนการสอนจากสื่อ DLTV ที่มีข้อผิดพลาดนั้น สพฐ.ได้ประสานมูลนิธิฯ เพื่อปรับแก้ไขให้หลักสูตรมีความเชื่อมต่อกันมากขึ้นแล้ว นอกจากนี้ สพฐ.จะจัดครูภาษาอังกฤษจากโครงการศูนย์อบรมครูภาษาอังกฤษระดับภูมิภาค (Regional English Training Centres) หรือที่รู้จักกันในนามว่า&amp;rdquo;โครงการ Bootcamp&amp;rdquo; เข้ามาช่วยเสริมกับครูผู้สอนจากมูลนิธิฯ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;สำหรับการทดสอบระบการเรียนผ่านทีวีและระบบออนไลน์ สพฐ.จะมีการประเมินระบบ 3 รอบ แบ่งเป็นรอบการประเมินในวันที่ 30 พฤษภาคม รอบกลางเดือนมิถุนายน และรอบวันที่ 30 มิถุนายน เพื่อดูความพร้อมทั้งหมด ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าหากเปิดเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคมสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ไม่พ้นวิกฤตและโรงเรียนในกลุ่มจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อยังมีตัวเลขสูงอยู่ก็จะมีความพร้อมสามารถจัดการเรียนการสอนผ่านทีวีและระบบออนไลน์ได้ ดังนั้นขอย้ำให้สังคมรับทราบเป็นแนวทางเดียวกันว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในการเปิดภาคเรียนโรงเรียนสามารถจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติและนักเรียนได้เรียนกับครูในห้องเรียน ซึ่งการทดสอบระบบต่างๆเหล่านี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับโรคระบาดหากยังไม่พ้นวิกฤตเท่านั้น อีกทั้งเป็นการเตรียมปูพื้นฐานให้เด็กก่อนเปิดภาคเรียนใหม่ โดยจะไม่มีการประเมินหรือวัดผลนักเรียนใดๆทั้งสิ้น&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอำนาจ กล่าวอีกว่า สพฐ.ยังประชุมมอบนโยบายผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนท์ให้แก่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) จำนวน 225 เขต เรื่องการจัดการศึกษาระบบการศึกษาทางไกลผ่านโทรทัศน์ดิจิทัลและระบบออนไลน์ ว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เริ่มทดสอบระบบการจัดการเรียนการสอนผ่านทีวีและออนไลน์แล้วตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม -30 มิถุนายน ดังนั้นตนจึงขอให้เขตพื้นที่ทุกแห่งได้ลงพื้นที่ติดตามและสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้ปกครองและนักเรียนถึงการเรียนผ่านระบบนี้ด้วย โดยจะต้องลงไปสำรวจเด็กเป็นรายบุคคลและรายโรงเรียนว่าปัญหาจากการทดสอบระบบเหล่านี้มีอะไรบ้าง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขให้มีความสมบูรณ์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66438</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., DL TV, กล่องทีวีดิจิทัล, กสทช.., การเรียนออนไลน์, อำนาจ วิชยานุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200520/image_big_5ec4d8776fd0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48490</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2019 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2019 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เศรษฐพงค์” จี้ “กสทช.”เปิดแผนโรดแมป 5G ให้ชัดเจน หวั่นดึงคลื่น 3.5 GHz สะเทือนไทยคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค. 2562 พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และรองประธานคณะกรรมาธิการ การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอี) เปิดเผยว่า คลื่นความถี่ในย่าน 3.5 GHz หรือ C-band เป็นคลื่นความถี่ที่ถือเป็นยุทธศาสตร์สำหรับเทคโนโลยี 5G เนื่องจากเป็นคลื่นความถี่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกในการทำ 5G มีอุปกรณ์รองรับเป็นจำนวนมาก แต่ในประเทศไทยคลื่นความถี่ย่านนี้ใช้ในกิจการดาวเทียม ดังนั้นหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศโดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จึงควรมีการวางแผนจัดสรรคลื่นความถี่ ( Roadmap)&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 3.5 GHz และที่สำคัญควรจะต้องมีการวางแผนร่วมกันกับหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศอื่นๆ ในระดับภูมิภาคด้วย


ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนของแผนจัดสรรคลื่นความถี่ในย่านนี้ เพื่อเลือกวิธีการที่เหมาะสมในอนาคตสำหรับแผนงานในการจัดสรรคลื่นความถี่ 3.5 GHz ในอาเซียน เพราะอาจเกิดผลกระทบกับดาวเทียมไทยคม 5 และไทยคม 7 ซึ่งจะต้องมีการหารือร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้มีความเห็นสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน เพราะหากมีความเห็นไม่สอดคล้องกัน จะก่อให้เกิดปัญหาการประสานงานคลื่นความถี่ที่จะทำให้เกิดปัญหาการรบกวนกันของสัญญาณ


อย่างไรก็ตามการวางโรดแมปในการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 3.5 GHz สำหรับเทคโนโลยี 5G ควรมีการดำเนินการดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การวางแผนและตัดสินใจ

ตรวจสอบการใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 3.3 - 4.2 GHz ในปัจจุบันประเมินศักยภาพสำหรับการใช้ช่องสัญญาณร่วมกัน และการใช้คลื่นความถี่ในช่องสัญญาณข้างเคียง

ประเมินทางเลือกและวิเคราะห์ผลประโยชน์ทางด้านต้นทุน ขั้นตอนที่ 2 การดำเนินงานสำหรับการใช้คลื่นความถี่ในช่องสัญญาณเดียวกัน (Co-channel) โดย แจ้งผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับมาตรการและเวลาในการดำเนินการการใช้คลื่นความถี่ในช่องข้างเคียง (Adjacent channel)&amp;nbsp;&amp;nbsp;และแจ้งผู้ประกอบการเกี่ยวกับมาตรการเพื่อลดการรบกวน

การประสานงานและการจัดการข้ามพรมแดน


นอกจากนี้ขั้นตอนที่ 3 การจัดสรรใบอนุญาต ควรกำหนดเงื่อนไขทางเทคนิคสำหรับคลื่นความถี่ที่จะนำมาจัดสรร ออกแบบการจัดสรรใบอนุญาตที่เหมาะสมโดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์หลักของประเทศ ดำเนินการจัดสรรใบอนุญาต ขณะที่การจัดสรรคลื่นความถี่หน่วยงานกำกับดูแลควรจะต้อง มีการกำหนดความชัดเจนทั้งในเรื่องระยะเวลาและคลื่นความถี่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่มากขึ้น และช่วยผู้ประกอบในการวางแผนการลงทุน 5G และพัฒนาเครือข่าย อำนวยความสะดวกในการจัดสรรคลื่นความถี่ที่ต่อเนื่อง และหามาตรการในการใช้คลื่นความถี่ที่เหมาะสม เนื่องจากการพัฒนาเครือข่าย 5G ที่มีประสิทธิภาพ ควรจะต้องใช้แบนด์วิดท์ที่มีขนาดใหญ่และต่อเนื่องกันจำนวน 80 - 100 MHz&amp;nbsp;

สร้างความมั่นใจว่ากลไกการออกใบอนุญาตที่เหมาะสมนั้นได้รับการออกแบบมาอย่างดี โดยคำนึงถึงเงื่อนไขเฉพาะของตลาด นอกเหนือไปจากเงื่อนไขทางด้านการเงิน เช่น ความครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ การพัฒนาอุตสาหกรรม ความสามารถในการใช้บริการของประชาชน และคุณภาพของการบริการ


ทั้งนี้หากประเทศไทยจะเดินหน้าเข้าสู่ 5G ในปี 2020 ควรต้องดำเนินการในเรื่องคลื่นความถี่ให้ชัดเจน ทั้งในเรื่องคลื่นความถี่ที่จะนำมาใช้ เงื่อนไขในการประมูลคลื่น ในขณะที่ในประเทศต่างในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ และทางฝั่งยุโรป ได้เตรียมการจัดสรรช่วงคลื่นดังกล่าวมาให้บริการ 5G กันแล้ว ประเทศเหล่านั้นจึงไปได้เร็ว


&amp;ldquo;การเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 3.5 GHz ที่ปัจจุบัน ไทยคม เป็นผู้ถือครองอยู่นั้น จะเป็นเรื่องยากหรือง่ายในการเรียกคืนขึ้นอยู่กับความจริงใจของทุกฝ่ายว่าอยากให้&amp;nbsp;&amp;nbsp;5G มาตรฐานโลกเกิดในไทยหรือไม่ ส่วนการเปิด 5G ของลาวที่กำลังจะเปิดให้บริการ 5G แต่ก็เป็นเพียงการเปิดระบบ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบการให้บริการระบบ 5G ในประเทศไทยเป็นอะไรที่จะมีมูลค่ามากกว่าประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ เนื่องจากไทยมีนิคมอุตสาหกรรม มีระบบการแพทย์ที่มีพื้นฐานดี ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเปิดแต่ไม่มี กรณีการใช้งานจริง (Use case) อย่างจริงจัง


รายงานข่าวแจ้งว่า ลาวเตรียมเปิดตัวบริการ 5G โดย LTC จะเป็นบริษัทแรกที่ให้บริการโดยการเปิดตัวจะเปิดในการประชุมรัฐมนตรีด้านICT ของอาเซียน ระหว่างวันที่ 21-25 ตุลาคมนี้ ที่กรุงเวียงจันทร์
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48490</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, กสทช.., ดาวเทียมไทยคม, พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181225/image_big_5c2223906fa7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45659</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2019 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2019 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“รมว.ดีอี” ดอดพบ “กสทช.” ปรับปรุงโครงการเน็ตประชารัฐ และการบริหารดาวเทียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
วานนี้ (12 &amp;nbsp;ก.ย.62) &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นายพุทธิพงษ์ &amp;nbsp;ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เดินทางมาพบ นายสุกิจ ขมะสุนทร ประธาน กสทช.และ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.เพื่อ พูดคุยและรับฟังข้อมูลการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและหารือเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยภายหลังการเข้าหารือว่า วันนี้ได้มาพูดคุยในประเด็น 4 เรื่องด้วยกัน ในเรื่องความคืบหน้าของ 5G ได้ขอคำแนะนำและรายงานสถานการณ์ปัจจุบันว่า 5G มีความเป็นไปได้ที่จะเปิดประมูลได้ทันตามเวลาที่กำหนดไว้ในปี 2020หรือไม่ ซึ่ง กสทช.ยืนยังว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ กระบวนการประมูลต่างๆ ตามสิ้นปีถึงต้นปีหน้า ขั้นตอนในการดำเนินการอยู่ในกรอบเวลาที่วางไว้ และแผนจะมีการปรับเลขหมายพื้นฐานจาก 9 หลัก เป็น 10 หลัก เป็นแผนที่มีความจำเป็นต่างๆ ภาพรวมความจำเป็นต่างๆ ของผู้ใช้บริการ ของคู่สายที่มีอยู่ ก็อาจจะไม่เพียงพอในเรื่องของการใช้โทรศัพท์และมีผลผูกพันในเรื่องของเลขหมายขยายเลขหมายการให้บริการ อินเทอร์เน็ต &amp;nbsp;ซึ่งยังติดปัญหาอยู่บ้างของผู้ให้บริการ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน รับไปและไปดูแนวทางการแก้ไขปัญหา ซึ่งกสทช.ก็มีแผนอยู่แล้วที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2564 เพียงแต่ว่าขั้นตอนการดำเนินการในปี 2563 ก็จะต้องมีการปรับเปลี่ยนซึ่งไม่ได้ปรับได้ทันที เพียงแต่ติดปัญหาเรื่องงบประมาณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันในเรื่องดาวเทียม นโยบายและการบริหารจัดการดาวเทียม ทั้งที่กำลังจะสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน การบริหารการจัดการ กระทรวงดีอีในฐานะผู้ดูแลนโยบาย การบริหารจัดการตามขั้นตอนต่างๆ อย่างไรก็ตามกระทรวงดีอีจะทบทวนการใช้ประโยชน์จากเน็ตประชารัฐ ประสิทธิภาพความยั่งยืนของเน็ตประชารัฐมีความจำเป็น ทั้งของ USO &amp;nbsp;และเน็ตประชารัฐของกระทรวงดีอี งบประมาณสนับสนุนที่สะดุด การวางโครงข่าย ในอนาคตจะเห็นประโยชน์ของโครงข่าย ส่วน 10,000 จุด ที่กระทรวงดีอีจะลงเพิ่มนั้น &amp;nbsp;จะต้องกลับไปดูรายละเอียดวว่าสัญญาเป็นอย่างไร กรอบงบประมาณที่ต้องเติมลงไป การวางแผนของผมอย่างน้อยระยะสั้นควรจะ 5 &amp;nbsp;ปี ระยะยาว &amp;nbsp;10 ปี การหางบประมาณปีต่อปีไม่ง่าย การใช้งานต่อเนื่องของโครงข่ายมีความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก็ประมาณ 4-5 เรื่อง ซึ่งในรายละเอียดเป็นการรับฟังซะส่วนใหญ่ มีหลายๆ เรื่องที่ได้ซักถามบ้าง ส่วนเรื่องในอดีตการทำงานระหว่างกระทรวงดีอี และกสทช.ที่มีปัญหาอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการทำงานร่วมกัน ปัญหาความทับซ้อน หรือกรอบงานทั้งการวางนโยบายในทางปฏิบัติ จริงๆ ที่มีการพูดคุยกันและประสานงานร่วมกันให้ใกล้ชิดกว่านี้ เชื่อว่าหลายๆ จะทำให้การทำงานในส่วนของการสื่อสารโทรคมนาคมให้กับพี่น้องประชาชนได้รวดเร็วขึ้น ความซ้ำซ้อนของหน้าที่ก็คงจะน้อยลงและที่สำคัญที่สุด ในเรื่องของโครงข่ายโทรคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นดาวเทียม เครือข่ายต่างๆ ก็ดีมีความจำเป็นที่จะต้องทำ&amp;rdquo; รมว.ดีอี กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า เรื่องเร่งด่วนในการหารือกับ รมว.ดีอี เป็นเรื่องการบริหารจัดการกิจการดาวเทียม โดยดาวเทียมไทยคม 5 ที่จะสิ้นสุดสัมปทาน กสทช.จึงเสนอให้เร่งรัดเพื่อดำเนินการให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง โดยกระทรวงดีอีแจ้งว่าอยู่ในขั้นตอนของการจ้างที่ปรึกษาการบริหารจัดการดาวเทียม กสทช.ได้แจ้งว่าหากการดำเนินการตามระบบบริหารจัดการใหม่ไม่ทันตามกำหนดกสทช.จะออกมาตรการเพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการไม่ให้เกิดผลกระทบ&amp;nbsp;
นอกจากนี้ กสทช.ยังได้อธิบายถึงการเรียกคืนคลื่นความถี่ของไทยคม 5 ย่านความถี่ 3400-3700 เมกกะเฮิรตซ์ (MHz) เพื่อนำมาประมูล &amp;nbsp;และการเร่งรัดพัฒนาเทคโนโลยี5G โดยรัฐมนตรีดีอีเห็นด้วยกับแนวคิดของกสทช.ที่จะผลักดันให้การขับเคลื่อน 5G เป็นวาระแห่งชาติและมีกรรมการระดับชาติเข้ามาดูแล กสทช.ยังได้แจ้งถึงการเรียกคืนคลื่นความถี่ 2600 เมกกะเฮิรตซ์ จากบริษัทอสมท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งยังมีปัญหาเกี่ยวกับการเยียวยา โดยรัฐมนตรีดีอีได้รับที่จะไปหารือกับรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูและบมจ.อสมท. เพื่อหาข้อสรุปในเรื่องนี้ ส่วนการสนับสนุนนโยบายต่อต้านข่าวลวง ได้แจ้งถึงการเสนอแนวคิดที่จะให้ผู้ให้บริการ OTT ตั้งศูนย์ตรวจสอบข่าวลวงเพื่อปิดกันข่าวลวง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45659</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช.., ดาวเทียม, ดีอี, พุทธิพงษ์  ปุณณกันต์, เน็ตประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190811/image_big_5d500dc9df463.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุกคลื่นความถี่ ...เราเห็น &quot;อนาคต&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;คลื่นความถี่อยู่รอบตัวเรา ในทุกๆวัน ในทุกนาที การสื่อสารโทรคมนาคมที่ดี อยู่รอบตัวคุณ ช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณถึงทุกเป้าหมายได้ตามที่ต้องการ เพราะคลื่นความถี่ที่ทำให้ มีการสื่อสารที่มีคุณภาพ และอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงที่สามารถไปถึงทุกคนได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;แต่เราจะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในทุกๆ โอกาส เราเห็นอนาคต จากทุกความตั้งใจของทุกคน ที่มอบเเรงบันดาลใจให้ กสทช. บริหารจัดการคลื่นความถี่ เพื่อให้การสื่อสารโทรคมนาคมสามารถพาไปให้ถึงในจุดที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อคนไทย ทุกคน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่วิทยุ เพื่อให้มีเพียงพอต่อการใช้งานด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของคนไทย ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพทั้งในวันนี้ และพร้อมรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆอย่าง 5G ในวันข้างหน้า&amp;nbsp; เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41952</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช.., คลื่นความถี่, อินเทอร์เน็ตไร้สาย, เราจะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d39a439c17b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2019 15:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5G จะสร้างอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ให้เฟื่องฟู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เคยมีคนกล่าวไว้ว่า การเข้ามาของเทคโนโลยีการสื่อสารยุค 5G มันไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่ดีขึ้น แต่มันคือ การเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของมนุษย์โลกเลยก็ว่าได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;เพราะ 5G มันคือ ยุคของการเชื่อมต่อสิ่งของทุกสรรพสิ่งเข้าด้วยกัน เนื่องจากมันมีคุณสมบัติที่แตกต่างจากยุค 4G อย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นความหน่วงที่ลดลง(Latency) ซึ่งก็หมายถึงการตอบสนองต่อคำสั่งที่ไวขึ้น สามารถควบคุมสิ่งต่างๆได้อย่างรวดเร็ว หรือแทบจะทันที ไม่เกิน 0.001 วินาที รวมถึงการส่งสัญญาณที่ไวขึ้นสูงสุดกว่า 10 Gbps รวมถึงมีแบนด์วิธที่เพิ่มขึ้น 1,000 เท่าในแต่ละพื้นที่ และที่สำคัญที่สุด คือ การประหยัดพลังงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้วยคุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้น มันแสดงให้เห็นชัดว่า โลกของคน กับ เครื่องจักร แทบจะกลายเนื้อเดียวกัน คนสามารถสั่งงานเครื่องจักรได้อย่างง่ายดายแทบจะเรียลไทม์ ซึ่งในยุค 5G เราอาจจะเห็นการใช้งานเครื่องจักรแทนคนมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มที่เรียกว่า &amp;quot;โรบอต&amp;quot; หรือ หุ่นยนต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;เมื่อก่อนการได้ชมภาพยนตร์ไซไฟ เราจะเห็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์ และ ปัญญาประดิษฐ์มากมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และยุค 5G จะถือเป็นยุคเริ่มต้นในการพึ่งพาหุ่นยนต์กับชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างที่ทราบกันดี ประเทศที่ทุ่มเทงบประมาณ และวิจัยพัฒนาด้านหุ่นยนต์มากที่สุดชาติหนึ่งในโลก อย่างญี่ปุ่น ก็มีการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้าน โรบอต และ ฮิวแมนนอยด์ (หุ่นยนต์ที่คล้ายมนุษย์) มาอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญได้มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G เป็นตัวขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;อย่างเมื่อเร็วๆนี้บริษัทสื่อสารยักษ์ใหญ่อย่าง NTT DOCOMO ร่วมกับบริษัทเทคโนโลยี NS Solutions พัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โดยใช้สัญญาณ 5G เป็นสื่อขับเคลื่อน ซึ่งหุ่นนี้มีชื่อว่า 5G FACTORY III หน้าที่ของมัน คือ หุ่นยนต์ที่ถูกควบคุมโดยชุดสูตรของมนุษย์ โดยแนวคิดของการพัฒนาหุ่นนี้ ก็เพื่อทำงานในสภาพแวดล้อมที่มนุษย์ไม่สามารถทำงานได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับหุ่น 5G FACTORYIII มีคุณสมบัติในการถ่ายทอดภาพจากกล้องให้ผู้ควบคุมมองเห็นได้แบบ 3 มิติ และควบคุมผ่านถุงมือซึ่งติดตั้งเซ็นเซอร์ไว้ตามนิ้ว ทำให้หุ่นยนต์ขยับมือและแขนตามท่าทางของผู้สวม นอกจากนี้ มือของหุ่นยังติดตั้งเซ็นเซอร์สำหรับถ่ายทอดสัมผัส เช่น น้ำหนักของวัตถุที่หยิบจับ เพื่อให้ผู้ควบคุมรู้สึกเหมือนตัวเองทำงานอยู่ในสถานที่จริง ซึ่งทั้งหมดใช้เทคโนโลยี 5G เป็นตัวสื่อสารระหว่างคนกับอุปกรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;นี่เป็นเพียงตัวอย่างเดียว ที่เกิดขึ้นจากการทดลองหลายร้อยเคสในโลกนี้ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ในเร็วๆนี้ หุ่นยนต์จะมีบทบาทต่อวงการอุตสาหกรรมอย่างมหาศาล และจะเป็นทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการที่จะยอมลงทุนกับการซื้อหุ่นยนต์มาทำงาน มากกว่าการจ้างคนมาทำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อันที่จริงในปัจจุบัน บรรดาโรงงานในประเทศไทยก็มีการลงทุนในส่วนของเครื่องจักรและหุ่นยนต์กันมาพอสมควรแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มแขนกล แต่ในอนาคตการลงทุนในเครื่องจักร จะมีมากขึ้น เฉพาะแค่ในวงการอุตสาหกรรม จะมีการประดิษฐ์หุ่นยนต์ที่มีความสามารถหลากหลายและทำงานได้หลายหน้าที่พร้อมกัน ออกวางจำหน่ายสู่ตลาดมากขึ้น เนื่องจากแนวโน้มของโรงงานอุตสาหกรรม จะถูกยกระดับไปเป็นโรงงานอัจฉริยะ  ซึ่งทุกอย่างจะต้องเชื่อมโยงอุปกรณ์ IoT เข้าด้วยกันมากมาย และ 5G ของสิ่งสำคัญที่จะช่วยส่งผ่านข้อมูล และจัดการคำสั่งในการทำงานได้ถูกต้อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ดังนั้นเรื่องของหุ่นยนต์ กับ เทคโนโลยี 5G กลายเป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างมาก ในแวดวงธุรกิจทั่วโลก เพราะค่อนข้างชัดเจนว่า 2 เทคโนโลยีนี้ มีความสัมพันธ์ที่เกื้อหนุนกันชนิดที่แยกไม่ออก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สังเกตได้จากการจัดงาน MWC Barcelona 2019 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าในวงการโทรคมนาคมครั้งใหญ่ ซึ่งเพิ่งจัดขึ้นในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ภายในงานจะเห็นนวัตกรรมมากมาย และหุ่นยนต์ ก็กลายเป็นส่วนสำคัญ ในงานนี้ ยกตัวอย่าง K.T. Corporation ผู้ให้บริการรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ก็มีการนำเสนอ หุ่นยนต์แขนกลอัจฉริยะ ทำหน้าที่ ชงกาแฟ ให้ลูกค้า โดยการใช้งานก็ไม่ซับซ้อน ลูกค้าแค่เชื่อมต่อบริการผ่านสมาร์ทโฟน และเข้าไปยืน ณ จุดที่รอสินค้า หุ่นยนต์จะรับออเดอร์ และจัดการส่วนผสม ในการทำเครื่องดื่มแต่ละแก้ว อย่างพอดี ซึ่งทำได้หลากหลายเมนู  &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;หรืออย่างบริษัท Cloudminds ก็มีการผลิตหุ่นยนต์ AI ที่มีระบบการประมวลผลอยู่บน Cloud ซึ่งจะต้องใช้ 5G เป็นตัวที่ทำให้หุ่นยนต์สามารถเชื่อมต่อกับสมองบน Cloud ในการทำงานภารกิจต่างๆ ซึ่งทางผู้ผลิตเห็นว่า ความรู้ AI นั้น ไม่สามารถบรรจุลงในไปหุ่นขนาดเท่ามนุษย์ได้หมด ดังนั้นการฝากสมองไว้บน Cloud และใช้ 5G เป็นตัวเชื่อมต่อ ในการตอบสนองคำสั่งงานต่างๆ น่าจะเป็นไปในทิศทางทีดีกว่า ซึ่งทำให้หุ่นยนต์มีความฉลาดมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ฉะนั้นเมื่อรู้ว่า  5G นั้นช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ประเทศไทยก็ควรจะต้องมีการ มองถึงเรื่องนี้ไว้ด้วย เพราะประเทศไทยเราเอง ก็มีนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0 และกำลังทำงานอย่างหนักในการดึงดูดอุตสาหกรรม S-curve เข้ามาลงทุนในบ้านเรา รวมถึงอุตสาหกรรมทางด้านหุ่นยนต์ด้วย ซึ่งประเทศไทยก็มีการนำเข้าสินค้ากลุ่มหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเฉลี่ยถึงปีละ 6,300 ล้านดอลลาร์ หรือปีละเกือบ 200,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;และหากไทยสามารถปักธงอุตสาหกรรมโรบอต ได้ก่อนใคร โดยมีเทคโนโลยี 5G สนับสนุน เชื่อว่า นอกจากจะช่วยลดการสูญเสียเงินตราออกไปต่างประเทศได้แล้ว ไทยเรายังมีโอกาสที่จะเป็นแหล่งผลิตและส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ไปต่างประเทศได้ โดยเฉพาะมีการพบว่า ประเทศในเอเชีย มีการสั่งซื้อสินค้าหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติถึง 40% ของโลก ซึ่งเชื่อว่า ไทยเราจะได้โอกาสอย่างมหาศาล ในอุตสาหกรรมนี้ โดยมี 5G อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้หากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) สามารถผลักดันแผนการประมูลคลื่น สำหรับ 5G ได้เร็ว ก่อนใคร ไทยเราก็จะนำขบวนสำหรับการพัฒนาหุ่นยนต์ในภูมิภาคนี้ให้เกิดขึ้นได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38472</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, MWC Barcelona 2019, NTT DOCOMO, กสทช.., หุ่นยนต์, อุตสาหกรรมทางด้านหุ่นยนต์, เทคโนโลยี NS Solutions, โรบอต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190613/image_big_5d0206764260d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
