<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2018 17:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2018 17:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสทช.ส่งหนังสือมติสั่งPEACE TVจอดำ30วัน มีผลตั้งแต่หลังเที่ยงคืนนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค.61- เวลา 16.45 นาที เจ้าหน้าที่ จากสำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ได้เดินไปสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม พีซทีวี ชั้น 5 อิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว เพื่อมาส่งมอบหนังสือ คำสั่งกำหนดโทษทางปกครอง ลงโทษระงับการออกอากาศพีซทีวี 30 วัน ให้ผู้บริหารสถานีฯรับทราบ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย มาเป็นพยาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในคำสั่งมีข้อความระบุว่า หากบริษัทฯ ไม่พอใจในคำสั่งดังกล่าว สามารถใช้สิทธิโต้แย้ง โดยยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้ &amp;nbsp;สืบเนื่องจาก รายงานข่าว ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 ระบุว่า ที่ประชุม กสทช. มีมติให้พักใช้ใบอนุญาตช่อง PEACE TV โดยอาศัยอำนาจตาม ข้อ 19 ของ ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการกระจายเสียงและโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 เป็นเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำสั่ง และหากยังคงฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวอยู่อีก จะใช้มาตรการทางปกครองที่สูงขึ้นต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจาก การออกอากาศรายการ เดินหน้าต่อไป เมื่อวันที่ 26, 27 มี.ค. และวันที่ 5 เม.ย. 2561 เวลา 14.30-15.30 น. โดยประมาณ รายการ หยิบข่าวมาคุย เมื่อวันที่ 27 มี.ค. และวันที่ 9 เม.ย. 2561 เวลา 10.30-12.00 โดยประมาณ รายการ เหลียวหลังแลไปข้างหน้า เมื่อวันที่ 26, 27 มี.ค. และวันที่ 9 เม.ย. 2561 เวลา 17.00-18.00 น. โดยประมาณ รายการ เข้าใจตรงกันนะ เมื่อวันที่ 27 มี.ค. เวลา 18.20-19.20 น. โดยประมาณ ทางช่องรายการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ช่อง PEACE TV มีเนื้อหารายการอันเป็นการส่อให้เกิดความสับสน ยั่วยุ ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้ง หรือสร้างให้เกิดความแตกแยกในราชอาณาจักร และยังเป็นการนำเสนอที่ขัดต่อคำสั่งศาลปกครอง ที่มีคำสั่งให้บริษัท พีซ เทเลวิชั่น จำกัด ปฏิบัติตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 97/2557 ลงวันที่ 18 ก.ค. 2557 และฉบับที่ 103/2557 ลงวันที่ 21 ก.ค. 2557 ซึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำผิดซ้ำซาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การออกอากาศรายการดังกล่าวทั้งหมด เป็นการขัดต่อประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 97/2557 ลงวันที่ 18 ก.ค. 2557 เรื่อง การให้ความร่วมมือต่อการปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 103/2557 ลงวันที่ 21 ก.ค. 2557 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 97/2557 อันเป็นการขัดต่อข้อกำหนดในบันทึกข้อตกลง ลงวันที่ 26 ส.ค. 2557 ระหว่างสำนักงาน กสทช. และบริษัท พีซ เทเลวิชั่น จำกัด ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ช่อง PEACE TV ซึ่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษความสงบแห่งชาติ ที่ 41/2559 ลงวันที่ 13 ก.ค. 2559 ถือว่าเนื้อหาดังกล่าวเป็นการออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาสาระที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามมาตรา 37 ประกอบมาตรา 63 และมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ. ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นหลังเที่ยงคืนของวันนี้สถานีจะจอดำไปเป็นเวลา 30 วัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9247</URL_LINK>
                <HASHTAG>PEACE TV, กสทช., กสทช.สั่งปิดช่องพีซทีวี, คำสั่ง, มอบหนังสือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180515/image_big_5afab9f2c15c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โวย4ปีคสช.ปิดปากทีวีแดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กสทช.สั่งปิดช่องพีซทีวี 30 วัน อ้างเนื้อหารายการเข้าข่ายยั่วยุ ปลุกปั่นสร้างความขัดแย้ง แถมขัดคำสั่งศาลปกครอง &amp;quot;เต้น&amp;quot; โวยจอดำอีกแล้ว เชื่อโดนปิดปากก่อนวันครบรอบ 4 ปี คสช.ยึดอำนาจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 พ.ค. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แถลงผลการประชุม กสทช.ว่า ที่ประชุมมีมติให้พักใช้ใบอนุญาตช่องพีซทีวี (PEACE TV) โดยอาศัยอำนาจตามข้อ 19 ของประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการกระจายเสียงและโทรทัศน์ พ.ศ.2555 เป็นเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำสั่ง และหากยังคงฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวอยู่อีก จะใช้มาตรการทางปกครองที่สูงขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื่องจากการออกอากาศรายการเดินหน้าต่อไป เมื่อวันที่ 26, 27 มี.ค. และวันที่ 5 เม.ย.2561 เวลา 14.30-15.30 น. โดยประมาณ รายการหยิบข่าวมาคุย เมื่อวันที่ 27 มี.ค. และวันที่ 9 เม.ย.2561 เวลา 10.30-12.00 น. โดยประมาณ รายการเหลียวหลังแลไปข้างหน้า เมื่อวันที่ 26, 27 มี.ค. และวันที่ 9 เม.ย.2561 เวลา 17.00-18.00 น. โดยประมาณ รายการเข้าใจตรงกันนะ เมื่อวันที่ 27 มี.ค. เวลา 18.20-19.20 น. โดยประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฐากรกล่าวว่า ทางช่องรายการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ช่องพีซทีวีมีเนื้อหารายการอันเป็นการส่อให้เกิดความสับสน ยั่วยุ ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้ง หรือสร้างให้เกิดความแตกแยกในราชอาณาจักร และยังเป็นการนำเสนอที่ขัดต่อคำสั่งศาลปกครอง ที่มีคำสั่งให้บริษัท พีซ เทเลวิชั่น จำกัด ปฏิบัติตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 97/2557 ลงวันที่ 18 ก.ค.2557 และฉบับที่ 103/2557 ลงวันที่ 21 ก.ค.2557 ซึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำผิดซ้ำซาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการออกอากาศรายการดังกล่าวทั้งหมด เป็นการขัดต่อประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 97/2557 ลงวันที่ 18 ก.ค.2557 เรื่องการให้ความร่วมมือต่อการปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 103/2557 ลงวันที่ 21 ก.ค.2557 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 97/2557 ขัดต่อข้อกำหนดในบันทึกข้อตกลง ลงวันที่ 26 ส.ค. 2557 ระหว่างสำนักงาน กสทช. และบริษัท พีซ เทเลวิชั่น จำกัด ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ช่อง PEACE TV ซึ่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 41/2559 ลงวันที่ 13 ก.ค.2559 ถือว่าเนื้อหาดังกล่าวเป็นการออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาสาระที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตามมาตรา 37 ประกอบมาตรา 63 และมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า นับเป็นคำสั่งจอดำครั้งที่ 2 ในรอบ 5 เดือนแรกของปีนี้ โดยก่อนหน้านี้ ตัวแทนของสถานีได้เข้าชี้แจงต่อ กสทช.ถึงเนื้อหารายการที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นปัญหา แต่ผลก็เป็นเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา คือยุติการออกอากาศ &amp;nbsp;เคยตั้งคำถามว่า เหตุใดไม่มีการพิจารณาเนื้อหาของสถานีอื่นๆ ที่นำเสนอความคิดเห็นทางการเมืองตรงกันข้ามกับพีซทีวีบ้าง ก็ได้รับคำตอบว่า ไม่มีคนร้องเรียนเข้ามา จึงสงสัยว่าบ้านเมืองนี้มีคนไม่ทำมาหากินอะไร วันๆ นั่งจ้องแต่พีซทีวีคอยหาเรื่องร้องเรียนอย่างนั้นหรือ และ กสทช.ต้องทำงานแบบลูกนกในรัง รอคนร้องเรียนมาป้อนถึงปาก โดยไม่เบิกตาแสวงหาข้อเท็จจริงในการนำเสนอของแต่ละสถานีหรืออย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ทุกวันนี้แม้แต่รายการข่าวโทรทัศน์ของกรมประชาสัมพันธ์ยังทำหน้าที่ตอบโต้ทางการเมืองไปในตัว ทีวีดิจิทัลหรือดาวเทียมหลายช่องก็มีเนื้อหาไม่ต่างกับช่วงเดินขบวนก่อนรัฐประหาร เพียงแต่แนวทางอาจสอดคล้องกับฝ่ายผู้มีอำนาจ ก็เลยอยู่รอดปลอดภัย ตนไม่เคยเห็นด้วยกับการใช้อำนาจปิดสื่อไม่ว่าจะข้างไหน แต่ที่ถามเพราะอยากเห็นความเป็นธรรม &amp;nbsp;ไม่อยากให้องค์กรอิสระมีราคาแค่ลิ่วล้อของใคร พีซทีวีเป็นองค์กรธุรกิจ การปิดแล้วปิดอีกถี่ๆ แบบนี้เสียหาย รายได้จากโฆษณาลด พนักงานก็ได้รับผลกระทบ ถ้าเศรษฐกิจกำลังดี คนเรอเป็นเงินเป็นทองก็แล้วไป แต่นี่จนกันทั่วประเทศ แล้วยังจะซ้ำเติมกันอีก&amp;quot; แกนนำ นปช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในฐานะผู้จัดรายการคนหนึ่ง จึงแนะนำให้ผู้บริหารสถานีรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อฟ้องร้องตามกฎหมาย เข้ามาตราไหน กฎหมายใด ฟ้องให้ครบ แม้ กสทช.จะมีอำนาจ แต่ต้องใช้ด้วยความชอบธรรม ไม่เลือกปฏิบัติให้ใครได้ประโยชน์หรือเสียหาย ไม่เช่นนั้นก็ต้องถูกดำเนินคดีรับโทษตามคำพิพากษา ที่ผ่านมาพีซทีวีมักถูกปิดตามสถานการณ์ทางการเมือง ช่วงนี้ใกล้ครบรอบ 4 ปีรัฐประหาร มีหลายกลุ่มประกาศจะเคลื่อนไหว ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกันหรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้คือ กสทช.มีหลักประกันเก้าอี้ ได้อยู่ต่อเพราะมาตรา 44 แต่ประชาชนไม่มีหลักประกันเสรีภาพ กลายเป็นต้องใช้เป็นเครื่องสังเวยให้กรรมการ กสทช.ตอบแทนผู้มีอำนาจหรือไม่&amp;quot; แกนนำ นปช.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8874</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช.สั่งปิดช่องพีซทีวี, คสช.ยึดอำนาจ, จอดำ, นายฐากร ตัณฑสิทธิ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, บริษัท พีซ เทเลวิชั่น จำกัด, ปลุกปั่นสร้างความขัดแย้ง, รายการเข้าข่ายยั่วยุ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180509/image_big_5af2f88cbf8cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
