<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีพร้อม ผนึกกำลัง ช้อปปี้ ผลักดันสินค้าวิสาหกิจชุมชนกว่า 130 ราย เข้าสู่แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ รุดสร้างรายได้ฝ่าวิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม จับมือ ช้อปปี้ เร่งเครื่องเพิ่มศักยภาพผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนสู่มิติแห่งช่องทางการขายชีวิตวิถีใหม่บนช้อปปี้ เน้นช่วยส่งเสริมการขายให้เข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเพิ่มโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ ให้แก่ผู้ประกอบการได้มีช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพิ่มมากขึ้น ถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญสำหรับผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนที่ก้าวสู่แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเดินหน้าคัดเลือกผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วมแคมเปญอีเวนท์ออนไลน์เพิ่มเติม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า จากสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลให้ไม่สามารถจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มของบุคคลจำนวนมากได้ จึงเป็นอุปสรรคต่อการจัดงานแสดงสินค้าในรูปแบบเดิม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการให้ดีพร้อม เร่งหาช่องทางการตลาดรูปแบบใหม่เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ จึงเป็นที่มาของกิจกรรมทดสอบตลาด (Market Test) ภายใต้ โครงการพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถวิสาหกิจชุมชนคลื่นลูกใหม่เพื่อการแข่งขันในตลาด New Normal ผ่านช่องทางออนไลน์ บนแพลตฟอร์มช้อปปี้ เพื่อจำหน่ายสินค้าชุมชนและส่งเสริมการขายให้เข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นการเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการได้มีช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพิ่มมากขึ้น ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นวิธีสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยช้อปปี้ถือเป็นแพลตฟอร์มช็อปปิ้งออนไลน์ที่เติบโตเร็วสุดในภูมิภาคอาเซียนและได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทยอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดีพร้อม ได้คัดเลือกผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนจากโครงการ &amp;ldquo;คลื่นลูกใหม่ หัวใจชุมชน&amp;rdquo; ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่วิสาหกิจชุมชนที่ผ่านการคัดสรรมาแล้ว จำนวน 130 รายทั่วประเทศ ผ่านช่องทางการตลาดออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งได้จัดอบรมให้ความรู้ในการเปิดร้านบนแพลตฟอร์มช้อปปี้ แล้วนำทั้ง 130 ร้าน ร่วมแคมเปญในรูปแบบไมโครไซต์ หรือเว็บไซต์ย่อยภายใต้เว็บไซต์ Shopee (www.shopee.co.th/diprom2021) โดยลูกค้าผู้สนใจสามารถเข้าไปเลือกช้อปสินค้าคุณภาพ ได้ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน ไปจนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2564 ซึ่งไฮไลท์ของแคมเปญนี้ ประกอบไปด้วย การแจกคูปอง (Voucher) ที่สามารถนำไปใช้เป็นส่วนลดพิเศษในการซื้อสินค้าและมีการรีวิวโดย อินฟลูอินเซอร์ หรือผู้มีอิทธิพล ผู้มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก เพื่อเพิ่มความหน้าสนใจให้แก่สินค้าของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมนอกจากนี้ ดีพร้อม ยังเปิดโอกาสให้วิสาหกิจชุมชนรายอื่นๆ ที่สนใจ เข้าร่วมกิจกรรมนี้เพิ่มเติมได้ โดยเปิดร้านบนแพลตฟอร์มช้อปปี้แล้วส่งข้อมูลร้านค้ามาที่ดีพร้อมเพื่อสมัครเข้าร่วมกิจกรรม หรือหากยังไม่มีร้าน ทางดีพร้อมก็มีคลิปวีดิโอและคู่มือเปิดร้านบนแพลตฟอร์มช้อปปี้เบื้องต้นให้เรียนรู้ได้ที่ Facebook Fan Page: คลื่นลูกใหม่หัวใจชุมชน ซึ่งกลุ่มผู้ประกอบการที่สมัครเพิ่มเติมภายหลังนี้ จะเรียกว่าภาคสมัครใจ และสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ถึงวันที่ 24 กันยายน 2564 ซึ่งจะสามารถร่วมกิจกรรมได้จนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2564 โดยหลังจากช่วงเวลาดังกล่าว ผู้ประกอบการจะยังมีร้านอยู่บนแพลตฟอร์มช้อปปี้เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการจำหน่ายสินค้าต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากมองในมุมของการสร้างโอกาสในวิกฤติ กิจกรรมนี้นับว่าเป็นอีกช่องทางให้ผู้ประกอบการยังสามารถจำหน่ายสินค้าได้ รวมทั้งได้พัฒนาศักยภาพและเรียนรู้วิธีการทำธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ โดยดีพร้อมก็จะอยู่เคียงข้าง สนับสนุน และหาทางสร้างโอกาสในการพัฒนาผู้ประกอบการทั่วประเทศต่อไป จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาช่วยกันสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนจากทั่วประเทศ ผ่านกิจกรรม &amp;ldquo;ตลาดสินค้าคลื่นลูกใหม่ หัวใจชุมชน บนแพลตฟอร์มช้อปปี้&amp;rdquo; นายณัฐพล กล่าวทิ้งท้าย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านผู้แทน บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน กล่าวว่า มีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับ กสอ. ผลักดันแคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;ตลาดสินค้าคลื่นลูกใหม่ หัวใจชุมชน&amp;rdquo; ซึ่งนับเป็นความร่วมมืออย่างเป็นทางการครั้งแรกระหว่างสององค์กร ทางช้อปปี้พร้อมจะใช้ศักยภาพของแพลตฟอร์มของ Shopee ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานในทั่วประเทศ ช่วยส่งเสริมความมุ่งมั่นและตั้งใจของ กสอ. ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านธุรกิจออนไลน์ให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนจากทั่วประเทศ ทั้งนี้ด้วยพันธกิจองค์กรของ Shopee ในการมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยผ่านเทคโนโลยี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันและเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนจากทั่วประเทศสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่สำคัญนี้ได้อย่างแข็งแรงและเติบโตได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โทรศัพท์ 0 2367 8338 หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ https://www.facebook.com/dipromindustry&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117286</URL_LINK>
                <HASHTAG>Market Test, กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม, กสอ., การขายชีวิตวิถีใหม่, กิจกรรมทดสอบตลาด, คลื่นลูกใหม่ หัวใจชุมชน, ช่องทางการตลาดรูปแบบใหม่, ช้อปปี้, ดีพร้อม, ตลาดสินค้าคลื่นลูกใหม่ หัวใจชุมชน, นายณัฐพล รังสิตพล, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย), เพิ่มศักยภาพผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน, โครงการพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถวิสาหกิจชุมชนคลื่นลูกใหม่เพื่อการแข่งขันในตลาด New Normal</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_6148464785b55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 07:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 07:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสอ.ลุยอาร์เซ็ปทำอินดัสตรีบับเบิลดันการค้าอุตฯอาหาร – เกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย. 2563 นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างเข้มข้น หลังจากได้รับผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 ทั้งการเสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจ การพัฒนาทักษะผู้ประกอบการ การส่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และการขยายผลความร่วมมือทางด้านอุตสาหกรรมกับประเทศต่าง ๆ ผ่านนโยบายการสร้างพันธมิตรในด้านอุตสาหกรรมระหว่างกัน หรืออินดัสตรีบับเบิล เช่น นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น ซึ่งเตรียมขยายผลไปยังประเทศสมาชิกพันธมิตรทางการค้าระดับภูมิภาค หรืออาร์เซป (อาเซียน 10 ประเทศ และออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ และเกาหลีใต้) เพื่อสร้างโอกาสให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ได้หารือร่วมกับนายอัทสึชิ ทาเคทานิ เลขาธิการองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ เจโทร เพื่อเดินหน้านโยบายขับเคลื่อนมาตรการอินดัสตรีบับเบิลระหว่างไทย &amp;ndash; ญี่ปุ่น ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมความร่วมมือพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารระหว่างสองประเทศ ผ่านการให้ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีที่ทางญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญ ซึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ได้เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเริ่มความร่วมมือในการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม เชื่อมโยงกับองค์ความรู้ด้านเครื่องจักรกลที่ทันสมัยที่เหมาะสมกับกระบวนการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไปสู่การเป็น อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต รวมทั้งหารือเพื่อการลงทุนระหว่างภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย ซึ่งพอใจภาพรวมการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ที่มีอัตราการหดตัวลดลง จากมาตรการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมทุกด้าน

&amp;quot;เชื่อว่าความร่วมมือระหว่างสองประเทศในครั้งนี้ จะสามารถเพิ่มศักยภาพให้กับอุตสาหกรรมอาหารให้มีความแข็งแกร่ง รองรับความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชีย สร้างรายได้ ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี กระตุ้นอัตราการจ้างงาน และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของ 2 ประเทศได้ดีมากยิ่งขึ้น&amp;quot;นายณัฐพล กล่าว

สำหรับการดำเนินมาตรการอินดัสตรีบับเบิล ไทย-ญี่ปุ่นที่ผ่านมา ของกสอ. ได้ส่งเสริมแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อการดำเนินธุรกิจของภาคอุตสาหกรรมระหว่าง 2 ประเทศ มีกิจการที่เข้าร่วมแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นกว่า 200 กิจการ เกิดการจับคู่ทางธุรกิจจำนวนกว่า 35 กิจการ สร้างยอดขายได้กว่า 259.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิมกว่า16.56%


ส่วนกรอบความร่วมมืออินดัสตรีบับเบิลกับประเทศนิวซีแลนด์ที่ผ่านมา เป็นพันธมิตรในด้านอุตสาหกรรมเกษตร เนื่องจากนิวซีแลนด์ถือเป็นประเทศที่มีความเชี่ยวชาญด้านการแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อการส่งออกเช่นเดียวกับไทยทั้งในด้านความปลอดภัยอาหาร และการทำเกษตรกรรมยั่งยืน โดยไทยจะนำเสนอองค์ความรู้การพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามหลักการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หรือบ้านบึงโมเดล ซึ่งพิสูจน์ได้ชัดเจนแล้วว่าแม้ในภาวะวิกฤตก็ยังสามารถดำเนินกิจการได้อย่างมั่นคง
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85460</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสอ., ณัฐพล รังสิตพล, อาร์เซ็ป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e5349a3d1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กสอ.ดัน7บริษัทสิ่งทอปรับผลิตหน้ากากผ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เมษายน 2563 นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) เปิดเผยถึง มาตรการผลักดันผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้อยู่รอดท่ามกลางวิกฤต โควิด-19 ในระยะเร่งด่วนว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งหาแนวทางการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้องค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ ดังนั้น ทาง กสอ. มีแผนช่วยเหลือผู้ประกอบการภายใต้โครงการ &amp;ldquo;สร้างมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์&amp;rdquo; โดยเบื้องต้นได้แนะนำ 7 บริษัทสิ่งทอ ซึ่งครอบคลุม ผลิตภัณฑ์ชุดกีฬา เสื้อผ้าแฟชั่น ฯลฯ ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตสินค้าเดิมหันมาผลิตหน้ากากผ้า เพื่อรองรับความต้องการของประชาชน พร้อมทั้งสนับสนุนการสร้างรายได้ เพื่อให้ขับเคลื่อนธุรกิจแบบเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยบริษัทสิ่งทอที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว มีดังนี้ 1. บริษัท ยงสง่า จำกัด 2. บริษัท มณีอินเนอร์แวร์ จำกัด 3. บริษัท ยูเนี่ยนไทย กรุ๊ป จำกัด 4. บริษัท เค็นเน็ต เท็กไทล์ จำกัด 5. บริษัท เวิลด์นิตติ้ง แอพพาเรล จำกัด 6. บริษัท ไฮย์คอว์ลิตี้ การ์เมนท์ จำกัด และ 7. บริษัท แอพพาเรล ครีเอชั่น จำกัด โดยทั้งหมดได้เริ่มผลิตหน้ากากผ้าจำหน่ายสู่ตลาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรม ปัจจุบันภาพรวมของผู้ประกอบการสิ่งทอไทย มีกำลังการผลิตหน้ากากผ้าได้มากกว่า 187,000 ชิ้นต่อวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62351</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสอ., ณัฐพล รังสิตพล, หน้ากากผ้า, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e5349a3d1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10887</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2018 14:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2018 14:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสอ.ลุยเพิ่มเอสเอ็มอี 5 พันรายร่วมที-กู๊ดเทคปีนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;กสอ.ปรับเป้าดึงเอสเอ็มอีเข้าเว็ป ที-กู๊ดเทค เป็น 5 พันราย หวังเชื่อมโยงญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง ภายในปีนี้ พร้อมเร่งแก้ปัญหาด้านข้อมูลและสร้างการยอมรับในตลาดสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;7 มิ.ย. 2561 - นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการผลักดันให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี)ใช้เทคโนโลยีผ่านเว็บไซต์และระบบฐานข้อมูลจับคู่ธุรกิจออนไลน์ที-กู๊ดเทค ว่าล่าสุดมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 2,400 ราย โดยเป็นผู้ประกอบการเดิมที่เชื่อมโยงอยู่ในเว็บไซต์เจ-กู๊ดเทค ของประเทศญี่ปู่น 1,365 ราย นอกนั้นเป็นผู้ประกอบการใหม่ ซึ่งทางกสอ.ตั้งเป้ามีผู้ประกอบการเข้าร่วมทั้งหมด 2,600 รายทั้งปี ซึ่งมั่นใจว่าภายในสิ้นเดือนนี้ก็จะครบตามจำนวนเป้าหมายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตามเป้าหมาย 2,600 ราย &amp;nbsp;คาดทำให้เกิดการเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 80 ราย เชื่อว่าภายในสิ้นปีนี้ก็น่าจะครบแล้ว และหากดูจากศักยภาพก็มั่นใจว่าจะทำเป้าหมายได้เพิ่มขึ้น โดยเราอาจจะเพิ่มเป้าหมายเอสเอ็มอีเป็น 5,000 ราย ภายในปีนี้ เพื่อเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมของไทยกับประเทศต่างๆ อาทิ ญี่ปุ่น ฮ่องกง กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม)&amp;rdquo;นายกอบชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจากการจับคู่ธุรกิจระหว่างเอสเอ็มอีกับประเทศอื่น ๆ นี้ ยังติดปัญหาในเรื่องข้อมูลของเอสเอ็มอีบางรายยังเป็นภาษาไทยอยู่ ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้ไม่สามารถนำสินค้าหรือบริการไปขยายในตลาดต่างชาติได้ รวมถึงปัญหาเกี่ยวกับเครื่องหมายฮาลาล ที่ยังไม่ได้รับการยอมรับในบางประเทศที่เป็นมุสลิม ซึ่งทาง กสอ. ก็ได้จัดทีมเข้าไปช่วยเหลือและหาทางแก้ไขปัญหา สร้างการยอมรับให้กับสินค้าหรือบริการนั้น ๆ อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10887</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสอ., จีีน, ญี่ปุ่น, วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, ฮ่องกง, เอสเอ็มอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180125/image_big_5a699ba9d1b95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2018 15:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2018 15:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสอ.เปิดเว็บ&quot;ทีกู๊ดเทค&quot;ดึง SMEจับคู่ญี่ปุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กสอ.เตรียมเปิด T-Good Tech เว็บไซต์ไทยหนุนการส่งเสริมเอสเอ็มอี ต่อยอดความร่วมมือญี่ปุ่น แลกเปลี่ยนความรู้และจับคู่ธุรกิจแบบออนไลน์ ตั้งเป้ามีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วม 1,400 ราย ภายในเม.ย. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค. 2561 - นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) เปิดเผยว่าล่าสุด กรมได้เตรียมเปิดเว็บไซต์ T-Good Tech ที่เป็นการต่อยอดความร่วมมือกับองค์การเพื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและนวัตกรรมภูมิภาคแห่งประเทศญี่ปุ่น (SMRJ) เพื่อพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ของทั้งไทยและญี่ปุ่นให้สามารถแลกเปลี่ยนความรู้ด้านนวัตกรรมและจับคู่ธุรกิจกันได้ สามารถเพิ่มช่องทางการตลาดและเป็นเครื่องมือช่วยเหลือเอสเอ็มอี ซึ่งจะเป็นเว็บไซต์ของไทยโดยตรง ซึ่งล่าสุดได้ประสานไปยังศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค 11 แห่งทั่วประเทศคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีความพร้อมเข้าร่วมโครงการดังกล่าว โดยล่าสุดมีกว่า 300 ราย และตั้งเป้าว่าจะเพิ่มเป็น 1,400 รายภายในเดือนเม.ย. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก่อนหน้านี้เราได้เข้าร่วมกับ SMRJ อยู่แล้ว โดยส่งเอสเอ็มอีของไทยเข้าไปทำการค้าในเว็บไซต์ J-Good Tech ซึ่งในนั้นมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของญี่ปุ่นลงทะเบียนไว้กว่า 4,800 ราย และผู้ประกอบการจากประเทศสมาชิก ได้แก่ อินโดนีเซีย ไต้หวัน เวียดนาม และไทย อีกกว่า 2,500 ราย ซึ่งเมื่อเราปรับมาเป็น T-Good Tech ของไทยเอง ก็จะขอความร่วมมือกับเอสเอ็มอีญี่ปุ่นเข้ามาลงทะเบียนร่วมกัน โดยหวังว่าในอนาคตจะเกิดการจับคู่ธุรกิจ(ออนไลน์แมทชิ่ง)หรือรับจ้างผลิตเพิ่มตลาดให้กับผู้ประกอบการไทย&amp;rdquo;นายกอบชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5409</URL_LINK>
                <HASHTAG>T-Good Tech, กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม, กสอ., กอบชัย, กอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์, ญี่ปุ่น, ทีกู๊ดเทค, สังสิทธิสวัสดิ์, ออนไลน์, เอสเอ็มอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180320/image_big_5ab0c4a2576bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2018 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2018 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตถกสภาหอฯหาช่องอุ้มSMEรับผลกระทบค่าแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก.อุต จ่อเจรจาสภาหอฯ ผุดแนวทางช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการปรับค่าแรง 29 ม.ค. นี้ ดึง 9 มาตรการเยียวยาเบื้องต้น
&amp;nbsp;
25 ม.ค. 2561 - นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดตัวเปิดตัว&amp;ldquo;DIP SME Academy&amp;rdquo; และระบบการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์ ผลักดันแนวคิดนวัตกรรม &amp;nbsp;&amp;nbsp; เชิงสร้างสรรค์ พัฒนาศักยภาพต่อยอดธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ว่า ในวันที่ 29 ม.ค. 61นี้ กระทรวงอุตสาหกรรม จะเชิญนายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เข้าร่วมหารือถือแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ที่คาดว่าจะโดนผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรง เนื่องจากจะส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในเบื้องจะใช้ 9 มาตรการของกระทรวงเป็นตัวสนับสนุนใฟ้ผู้ประกอบการที่ได้รับกระทบเรื่องค่าแรงสามารถลดต้นทุนในส่วนอื่น ๆ ได้ อย่างเช่น โครการ Train The Coach หรือการสร้างโค้ช เพื่อส่งไปช่วยเหลือเอสเอ็มอี SME Big Data ให้เอสเอ็มอีเข้าถึงบริการของภาครัฐและเครือข่ายอย่างครบถ้วนทุกที่ทุกเวลา และโครงการ Big Brothers หรือโครงการพี่ช่วยน้อง เป็นต้น ซึ่งเบื้องต้นจะเน้นที่ผู้ประกอบการกลุ่มการค้าและการบริการก่อน เนื่องจากมีปริมาณที่เยอะ และน่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงเพราะยังใช้คนในการดำเนินธุรกิจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1739</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสอ., กอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์, ค่าแรง, สภาหอการค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180125/image_big_5a699ba9d1b95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
